email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10: Behind the truth

ชื่อตอน : ตอนที่ 10: Behind the truth

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 90

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2561 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10: Behind the truth
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: X

...Behind the truth…

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ โรงพยาบาลตำรวจ เยอรมัน เมืองเบอร์ลิน มหาอำนาจสหพันธรัฐ

ตำรวจหน่วยสืบสวนและทีมชันสูตรได้อยู่เต็มห้องของอเล็กซ์แต่ตัวของอเล็กซ์นั้นได้ถูกย้ายออกจากห้องแห่งนั้นไปเรียบร้อยแล้ว ทีมสืบสวนและชันสูตรได้ช่วยกันตรวจสอบร่างของแดนที่ถูกอัดจนเละแบนเป็นแผ่นกระดาษ พันเอกดีแลนด์นั่งอยู่กับอเล็กซ์ที่ห้องพักห้องใหม่ของอเล็กซ์ ความเงียบเข้าปกคลุมในห้องทำให้บรรยากาศหนักมากอเล็กซ์จึงเอ่อปากถามออกไปว่า “เอ่อ...คุณเป็นใครหรอครับ?” ดีแลนด์ตอบด้วยความเย็นชา “ฉันว่าฉันบอกชื่อให้เจ้าหมอนั้นฟังไปแล้วนะ นายไม่ได้ยินหรอ?” อเล็กซ์ยิ้มแหะๆและก็ถามต่อว่า “คุณช่วยผมไว้ทำไมหรอครับ?” ดีแลนด์จึงตอบกลับด้วยความเย็นชาอีกครั้งว่า “ฉันช่วยนายก็เพราะสงสารหรอกน่า…” อเล็กซ์ยิ้มแหะๆแบบแห้งๆอีกครั้งและดีแลนด์ก็พูดขึ้นอย่างยิ้มๆว่า “เห้ย...ล้อเล่นหรอกน่า พอดีว่าจะลองพูดแบบเท่ๆดูอ่ะนะ ฉันชื่อดีแลนด์ พันเอกดีแลนด์  แซนเดอร์น่ะ ฮ่าๆ” อเล็กซ์ทำหน้างงๆและยิ้มแหะๆแบบแห้งๆอีกครั้ง ดีแลนด์จึงบอกอเล็กซ์ว่า “อันที่จริงแล้วน่ะนะ...ฉันมารับตัวนายน่ะ” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงตกใจพร้อมกับทำหน้าเหว่อๆและถามดีแลนด์ไปว่า “เอ๋!! ทำไมช่วงนี้มีแต่คนจะมารับตัวผมกันเยอะแยะไปหมดเลยน่า สงสัยเนื้อหอมแน่เลยเรา” ดีแลนด์หัวเราะและก็พูดว่า “ทำเป็นพูดดีไปเหอะน่าเจ้าหนู...เดี๋ยวพอโดนเอาตัวไปขึ้นมาจริงๆแล้วจะขำไม่ออก” อเล็กซ์หัวเราะและอเล็กซ์ก็ถามดีแลนด์ว่า “ว่าแต่...จะมารับตัวผมไปไหนหรอครับ? แล้วคุณเป็นใครกันแน่ ขอเป็นแบบที่ไม่ใช่ชื่อของคุณนะครับ!” ดีแลนด์หัวเราะและตอบอเล็กซ์ไปว่า “ฉันเป็นคนของภาคีเหล็กน่ะ…(ดีแลนด์ควักเหรียญตราขึ้นมาโชว์) ฉันมารับนายไปร่วมแนวหน้าที่วอร์ซอน่ะ...” อเล็กซ์ตกใจตาค้างและพูดด้วยเสียงสั่นๆว่า “นะ...นี้คุณจะมารับผมไปอยู่ที่แนวหน้าหรอครับ? จะดีหรอครับผมมันก็แค่เด็กคนนึง…” ดีแลนด์ยิ้มอ่อนและตอบอเล็กซ์กลับไปว่า “นายเคยรู้สึกว่าบาดแผลหายเร็วบ้างไหม? แบบว่า...บาดแผลที่คนจะหายได้ช้าแต่นายกลับหายได้เร็วมากๆ…” อเล็กซ์นึกคิดอยู่ซักครู่และก็ตอบดีแลนด์กลับไปว่า “ล่าสุดก็โดนระเบิดน่ะครับ ผมหายได้ภายในเวลาแค่สี่วันเองด้วยน่ะครับ” ดีแลนด์จึงตอบกลับอย่างจริงจังว่า “ก็นั้นไง...นายไม่คิดบ้างหรอว่าทำไม นายคิดหรอว่าโดยปกติแล้วคนจะรอดจากระเบิดในระยะไม่ถึงห้าเมตรนั้นน่ะ…” อเล็กซ์เริ่มสงสัยและถามดีแลนด์กลับว่า “นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณมาหาผมที่นี้ใช่ไหมครับ?” ดีแลนด์ตอบกลับ “ก็ใช่...แต่นายรู้อะไรไหม สิ่งที่พวกเรามาตามหาน่ะคือสิ่งที่อยู่ในตัวของนาย…” อเล็กซ์ทำหน้าสงสัยและถามกลับว่า “สิ่งที่อยู่ในตัวผมอย่างนั้นหรอครับ?” ดีแลนด์ตอบกลับ “ใช่...นายไม่รู้สินะว่าอะไรอยู่ในตัวของนาย สิ่งนั้นคือ เซอร์คาเซช (Serkazech) และตัวที่นายมีอยู่นั้นคือ อัคทากอน (Ag'thakon) เป็นอสูรชนิด เบอร์เซิร์กเกอร์ ที่อันตรายอย่างมาก เนื่องด้วยความที่ตัวของมันมีเกราะที่หนากว่าอสูรตนอื่นอย่างมาก มีพละกำลังที่เหนื่อกว่าอสูรหลายๆตน มีกำฟื้นฟูตัวเองที่เป็นเลิศแถมยังวิ่งได้เร็วมากด้วย แต่ถ้าเทียบกับ อากัล (Ar'gaal) แล้วก็ถือว่าช้าอยู่” อเล็กซ์จึงถามต่อว่า “แล้วที่คุณฆ่าแดนไปนั้น คุณเป็นอสูรประเภทไหนหรอครับ?” ดีแลนด์ทำหน้างงๆไปสองวินาทีและยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า “อ่อ...นั้นน่ะหรอ นั้นไม่ใช่พลังของอสูรหรอกนะ นั้นมันคือพลังจากหินธาตุของฉันต่างหากล่ะ…” อเล็กซ์จึงถามต่อด้วยความสงสัยว่า “หินธาตุอย่างนั้นหรอครับ...มันคืออะไรกัน?” ดีแลนด์จึงตอบกลับว่า “ในภาคีของเราจำนวนไม่มากและก็ไม่น้อยที่มักจะมีธาตุเป็นของตนเอง อย่างฉันนั้นก็มีธาตุอากาศ ฉันสามารถใช้อากาศรอบๆตัวของศัตรูในการฆ่าศัตรูได้น่ะ ไม่ว่าจะฆ่าโดยการตัดอากาศหายใจออกหรือจะเป็นการฆ่าโดยการอัดอากาศจนตัวบี้แบนเป็นกระกาศก็ยังทำได้…” อเล็กซ์จึงถามกลับว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็สามารถสร้างอ๊อกซิเจนและแก๊สอื่นๆได้น่ะสิครับ…” ดีแลนด์ตอบกลับว่า “ไม่หรอก...ฉันจะใช้พลังได้ก็ต่อเมื่อที่นั้นมีอากาศ ที่ไหนมีอากาศฉันก็สามารถใช้พลังได้น่ะ” อเล็กซ์จึงถามดีแลนด์กลับไปว่า “แล้วผมมีธาตุอะไรหรอครับ?” ดีแลนด์จึงตอบกลับว่า “นายหาหินธาตุในตัวของนายเจอรึยังล่ะ?” อเล็กซ์ตอบกลับว่า “น่าจะไม่นะครับ…” ดีแลนด์จึงตอบกลับว่า “ถ้าหากนายได้ไปที่ภาคีของเราล่ะก็ พวกเราจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่เหล่าภาคีควรจะมีและแน่นอน การหาธาตุในตัวของนายด้วยเช่นกัน…” อเล็กซ์ครุ่นคิดต่อในใจและหันหน้ามองออกนอกหน้าต่างไป สิ่งที่ดีแลนด์พูดนั้นทำให้อเล็กซ์คิดวนไปวนมาหลายรอบเพื่อทบทวนว่าที่จริงแล้วนั้นเขาเป็นตัวอะไรกันแน่ เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมห้องได้ซักพัก ดีแลนด์จึงเอ่ยปากขึ้นว่า “นายกำลังสงสัยอยู่รึเปล่าว่าเซอร์คาเซชที่อยู่ในตัวนายได้มายังไง…” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า “แน่นอนสิครับ...คุณรู้อะไรเกี่ยวกับมันอย่างนั้นหรอครับ!?” ดีแลนด์ตอบกลับว่า “ไม่หรอก แต่เราจะสืบหาที่มาว่ามันมาอยู่ในตัวนายได้อย่างไร” อเล็กซจึงเอ่ยปากถามอีกว่า “ที่คุณพูดว่าถึงเซอร์คาเซชมันหมายความว่าพวกมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวที่อยู่ในตัวผมสินะครับ?” ดีแลนด์ทำหน้าตาจริงจังขึ้นมาทันทีและตอบกลับไปว่า “อ่า...แต่ล่ะตัวก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป เช่น อากัล เป็นเซอร์คาเซชแห่งความเร็ว ตำนานเล่ากันว่ามันมีความเร็วที่เหนือกว่าเสียงเสียอีก” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงถามกลับไปว่า “แปลว่าคุณก็ไม่เคยเห็นตัวจริงของมันเลยสินะครับ” ดีแลนด์จึงตอบกลับว่า “ก็นะ...น้อยคนนักที่จะเคยเห็นมันน่ะ” อเล็กซ์ถามกลับว่า “แล้วตอนนี้ที่พวกคุณเคยเจอมีกี่ตนแล้วล่ะครับ?” ดีแลนด์ตอบกลับว่า “เท่าที่พวกเราเคยเจอก็มีนายนี้ล่ะคนแรก...นอกนั้นเรายังไม่เจอเลย” อเล็กซ์จึงถามกลับไปอีกว่า “แล้วพวกคุณรู้ได้ยังไวว่าผมนั้นมีสิ่งสิ่งนั้นอยู่ในตัวของผม ทั้งๆที่ผมเองก็ยังไม่รู้ตัวเองเลยแม้แต่น้อย…” ดีแลนด์จึงตอบกลับมาว่า “เมื่อวันก่อนนายแปลงร่างขึ้นมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นจู่ๆก็มีควันกระจายฟุ้งไปทั่วพื้นที่ นั้นก็เป็นข้อสังเกตุอย่างนึงแต่ที่ชัดยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกเรารู้สึกได้ถึงการตื่นขึ้นมาของอัคทากอน…” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “หลังจากตอนนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่โรงพยาบาลแล้ว...” ดีแลนด์กล่าวตอบ “นั้นล่ะคือสาเหตุไง...เป็นการตื่นขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์ทำให้ร่างกายของนายนั้นปฏิเสธมัน ในตอนนั้นมันอาจจะใช้พลังได้ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นซะด้วยซ้ำไปนะ” …

เวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็นในวันที่อเล็กซ์จะต้องเดินทางไปกับดีแลนด์ อเล็กซ์จึงเดินไปที่ห้องพักฟื้นของร้อยโทแฮงค์และร้อยเอกอริซเพื่อกล่าวลา หลังจากนั้นอเล็กซ์และดีแลนด์ก็เดินออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อไปที่สนามบิน

ณ สนามบินตำรวจ เมืองเบอร์ลิน เยอรมัน มหาอำนาจสหพันธรัฐ

ในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินไปขึ้นเครื่องบิน ดีแลนด์จึงถามอเล็กซ์ขณะที่กำลังเดินอยู่ว่า “นายคิดยังไงที่จะได้ไปอยู่แนวหน้าล่ะอเล็กซ์?” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ผมคิดว่ามันเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมต่อสู้กับพวกพ้องในแนวหน้าน่ะครับ ถ้ามันจะเป็นหนทางแห่งการหยุดสงครามได้ผมก็ยินดีครับ…” ดีแลนด์เงียบและเดินต่อไปยังเครื่องบิน แต่จู่ๆมันก็ระเบิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของพวกเขา คนขับเสียชีวิตพร้อมลูกเรืออีก 3 นาย อเล็กซ์ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงและดีแลนด์ก็กระเด็นออกไปเพราะแรงระเบิด ดีแลนด์จึงพยายามที่จะลุกขึ้นแต่เขานั้นแขนหักและกระดูกซี่โครงก็หักเช่นกันทำให้เขานั้นลุกไม่ไหว ส่วนอเล็กซ์ได้รับบาดเจ็บเพียงแค่หัวแตกเท่านั้น อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนและทันใดนั้นเองก็มีเสียงคนพูดออกมาว่า “จะรีบไปไหนกันหรอ อเล็กซ์?” อเล็กซ์จึงหันไปมองที่ต้นเสียงและอเล็กซ์ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เกรี้ยวกราดว่า “ฟรอยด์!!”

To be continue…

ความคิดเห็น