ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 6 : ความจริง

ชื่อตอน : บทที่ 6 : ความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 14:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 : ความจริง
แบบอักษร

เป็นไปได้อย่างไรที่ว่าคณิกาชายอย่างเสวี่ยม่านจะมิเคยผ่านมือผู้ใด.. เมื่อครุ่นคิดอยู่สักพักก็กลับเข้ามาในห้อง

เห็นเสวี่ยม่านแช่น้ำอุ่นในถังไม้อย่างที่ชอบทำแต่บัดนี้กลับแช่จมลงไปมิดศีรษะจนเหวินซานตกใจแล้วไปดึงตัวขึ้นมา


“เจ้าจะฆ่าตัวตายอีกครั้งหรือ.. เราตกใจแทบแย่”


คนช่วยติเตียนอีกรอบพลันวางชุดตัวใหม่ที่สะอาดเอี่ยมไว้แก่เสวี่ยม่านบนเตียง


ยามลุกขึ้นจากน้ำมือเล็กบางนั้นก็คว้าหาผ้าคลุมเช็ดผิวกายเปียกชื้นแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆกัน


'นี่เจ้ารู้สึกอัปยศอดสูที่นอนกับข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ ข้าเคยคิดรังเกียจที่จะแตะต้องชายคณิกาขายร่างกายเช่นเจ้า แต่บัดนี้กลับกลัวว่าเจ้าจะไม่กล้าเข้าใกล้ข้า หากข้าฉุกคิดแล้วรู้สักนิดว่าเจ้าไม่เคยร่วมรักกับผู้ใดมาก่อน ข้าคงไม่ทำให้เจ้าแปดเปื้อนเช่นนี้ หลังจากย่ำยีเจ้าเสร็จข้ายังตามด้วยถ้อยคำที่ดูแคลนเจ้าสารพัด เช่นนี้เจ้าคงเกลียดข้าไปแล้ว'


เหวินซานนึกคิดในใจแล้วมองไปยังเสวี่ยม่านที่นั่งเหม่อลอยอย่างน่าเป็นห่วง


“ข้ามีข้อตกลงร่วมกับเหลียงอ๋อง ยามใดที่คนผู้นั้นเข้าตาจนหรือจำต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน ข้าจะต้องไปแทนที่และวันนั้นก็มาถึง ข้าถูกส่งเข้าวังหลวง” เสวี่ยม่านเงียบลงก่อนจะกล่าวต่อ..


“ข้าจะอยู่รอดปลอดภัยโดยไม่ถูกผู้ใดแตะต้อง ภายใต้นามพระปิตุลาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หยาง เหวินเหลียง ข้าคือคนของเขา เหลียงอ๋องทรงโปรดปรานข้าคือความจริงแต่เขามิเคยแตะต้องล่วงเกินข้าเลยแม้แต่น้อย หากเพียงหาความสำเริงสำราญจากความสามารถในการเล่นดนตรีของข้าเพียงเท่านั้น” เมื่อเล่าจบก็เอนอิงหมอนข้างใบใหญ่


“ข้าไม่หวังไม่ท่านเชื่อและข้าไม่ให้อภัยสิ่งที่ท่านทำลงไปฝ่าบาท”


“เราเชื่อเจ้า เรารู้ว่าเจ้าไม่ได้กระทำความผิดอันใด เรื่องพระชายาเราจะสอบสวนทีหลัง วันนั้นหากเราออกตัวว่าเข้าข้างเจ้าเกินไปจะไม่เป็นผลดีนัก บางเรื่องหากเรามีความเอนเอียง ผลลัพธ์คือจะมีคนมุ่งร้ายไปยังบุคคลที่สามเช่นเจ้า”


เหวินซานอธิบายเหตุผลที่ว่าไปตามผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุใดจะไม่ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวเงียบๆลับหลังตน หูตาของฮ่องเต้กว้างไกลกว่าที่คิดนัก


“ท่านรู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่างแต่ข้าไม่เคยรู้อะไรเลย เหตุผลใดกันที่ข้าต้องมาถูกทำร้ายทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด ข้าสมควรได้รับมันหรือ”


“เราจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากเจ้าได้รับอันตรายใดใดอีกครั้งเราสัญญาว่าจะปล่อยเจ้าไป.. จะหนีไปที่ใดเราก็ไม่ตามหา ที่เรามาหาเจ้าเพราะจะตามเจ้ากลับไปอยู่วังหลวงกับเรา.. หาได้จะนำเจ้ากลับไปรับโทษใด”


“ข้าเชื่อคนที่เคยทำร้ายข้ามากกว่าสองครั้งได้หรือ”


“หันหลังสิ เรามีของจะให้เจ้า”


เสวี่ยม่านหันหลังแต่โดยดี เสื้อคลุมถูกสวมทับให้ขณะที่เหวินซานจับผมเสวี่ยม่านม้วนขึ้นบางส่วนแล้วนำปิ่นปักผมหูเตี๋ยที่เคยซื้อให้เสียบลงไปแน่นเพื่อไม่ให้เส้นผมจำนวนมากคลายออก


มือเล็กเอื้อมขึ้นมาจับก็จำได้พอดีว่าเป็นของสิ่งใด มันคือสิ่งที่ตั้งใจทิ้งไปตอนที่อยู่กับเทียนหลง เห็นจะรู้สึกว่าตอนนั้นควบอาชาดำผ่านผืนป่า


“หรง เสวี่ยม่าน เราจะแต่งตั้งตำแหน่งจิ่วผิน[เก้าพระสนมเอกขั้น 2]แก่เจ้า”


“ข้าไม่ต้องการ”


เสวี่ยม่านปฎิเสธอย่างไม่ไตร่ตรอง เหตุใดตนต้องไปเป็นพระสนมของฮ่องเต้


.

.


หลังจากกลับมายังวังหลวง เสวี่ยม่านจะถูกย้ายไปยังตำหนักใหม่ที่ค่อนข้างใกล้กับตำหนักของฮ่องเต้นัก เห็นดังนั้นจึงไม่ยอมและขออยู่ตำหนักเหมยกุยดังเดิมเพราะเคยชินเสียแล้วกับที่นี่


เรื่องลอบวางยาของหวังกุ้ยเฟยเงียบลงและเสวี่ยม่านก็พ้นผิดเพราะหลิ่วซูเฟยยื่นมือเข้ามายุ่งอย่างเต็มตัว


แม้จะแอบสืบเงียบๆกลับพบว่านางกำนัลรับใช้ที่ครัวได้ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดถึงสองศพทำให้ต้องหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้.. เพราะยังสืบสาวราวเรื่องต่อไม่ได้


และขณะที่เข้าว่าราชการอยู่นั้นก็ทรงตรัสขึ้นมา..


“เราจะแต่งตั้งพระชายาตำแหน่งเสียนเฟย”


หลังสิ้นคำพูดก็เกิดทั้งการโต้แย้งของเหล่าขุนนางที่ไม่เห็นพ้องด้วย หากคนที่เห็นต้องตรงกันก็เสนอชื่อบุตรธิดาที่เพียบพร้อมของขุนนางที่มียศศักดิ์ ตอนนี้ก็คงจะเหลือเพียงธิดาคนเล็กของขุนนางเหยียนและรองแม่ทัพจางที่เห็นสมควร


“กราบทูลฝ่าบาทจะเป็นการดีหรือพะยะค่ะ เพราะพระชายาเองก็พึ่งจะโดนลอบวางยาให้แท้ง”


“เราจะรับธิดาของขุนนางเหยียนมาดูแลเอง พวกท่านโปรดวางใจในการตัดสินใจของเรา”


ขุนนางเหยียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแย้มยินดี ตนเป็นเพียงขุนนางขั้นสาม วาสนาดีเช่นดีมาถึงก็ต้องรีบน้อมรับ ไหนเลยจะสู้ขุนนางหลิ่วและขุนนางหวังได้ที่เป็นขุนนางขั้นสูงและอีกคนที่เป็นถึงอัครมหาเสนาบดี


“ธิดาเจ้าปีนี้อายุเท่าใดแล้ว”


“นางพึ่งจะ 18 ปีเต็มไปไม่กี่วันนี้เองพะยะค่ะ”


“ของกำนัลในวันเกิดนางเราจะมอบให้ย้อนหลังไว้เราจะจัดเตรียมพิธีอภิเสกในเดือนหน้านี้”


เมื่อว่าราชการและตรวจฎีกาเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้จึงถอดเสื้อคลุมลายมังกรและพระมาลาห้อยมุกออก ก่อนจะตรงไปยังตำหนักของเสวี่ยม่าน..


มาถึงก็จับร่างเล็กเข้ามายืนพูดคุยอย่างใกล้ชิดในอ้อมอกทันที


“เรากำลังจะจัดพิธีอภิเสกสมรสในเดือนหน้า พอดีกับช่วงที่เหลียงอ๋องเจ้าโดนเรียกตัวกลับมาพอดี”


“ข้ายินดีกับท่านด้วย”


“นี่เจ้าไม่เศร้าโศกาที่สามีของเจ้ากำลังจะแต่งงานกับผู้อื่นงั้นหรือ”


คางมนถูกจับเชยขึ้นมาพบเพียงใบหน้าเรียบเฉย เสวี่ยม่านเอียงหน้าหนีพระหัตถ์นั้นอย่างรวดเร็วแต่ก็โดนจับหันกลับมาอีกรอบ

“ข้าหาได้มีสามีและยิ่งสามีจิตใจด้านชาเช่นท่านข้าไม่มีวันต้องการ”


“ไม่ยอมเชื่อฟังคำเราเลยสักนิด ดื้อด้านเหลือเกินนะเสวี่ยม่าน” จับหันมองใบหน้าใสสะอ้านซ้ายขวาก็พบแต่ความงดงามจมต้องก้มลงไปจุมพิตเสีย หลังจากริมฝีปากสีชาดเชิญชวนตนอยู่นาน


“อื้อ!” เมื่อจูบจนพอใจก็ถอนริมฝีปากออกมา


“จริงสิ วันพรุ่งนี้เราจะให้หมอมาตรวจอาการตาที่บอดของเจ้า กว่าเราจะนำตัวมาได้แทบพลิกผืนธรณี”


“ขอบพระทัยฝ่าบาท” น้ำเสียงติดจะประชดประชันเอ่ยขึ้นแล้วถอยหนีออกจากอ้อมแขนแข็งแรงนั้น


“ยังจำเรื่องที่จะพาเจ้าไปดินแดนตะวันออกได้หรือไม่.. หลังเสร็จสิ้นพิธีอภิเสกเราจะพาเจ้าไปด้วย”


“ข้าไม่ไปไหนกับท่านทั้งนั้น”


“งั้นหรือ งั้นเหวินซานคงต้องบังคับกักขังตัวเจ้าไปด้วยเสีย จะได้ไม่มีทางหนีเหวินซานไปไหนและอยู่กับเหวินซานตลอดเวลา”


เสวี่ยม่านได้ยินดังนั้นจึงเบ้ปากอย่างเอือมระอา.. ของเล่นชิ้นนี้เมื่อใดที่หวงตี้เลิกสนใจแล้วก็คงจะโยนทิ้งเสีย


วันใดที่เหวินซานผิดคำสัญญาก็จะไม่มีวันเหนี่ยวรั้งเสวี่ยม่านไว้ได้อีก



.


เสวี่ยม่านรู้สึกอยากจะเล่นกู่เจิงมากนัก แต่ประสาทสัมผัสที่มือเปลี่ยนไปจนไม่สามารถจับมันได้ถนัดอีก นิ้วเรียวที่ถูกเฉือนผ่านเส้นประสาทหลายที่ขยับได้ไม่คล่องตัวดั่งสายน้ำไหลจึงไม่เหมาะที่จะเล่นเครื่องดีด หากเป็นเครื่องเป่าก็คงจะพอได้อยู่...


.............


'ผ่านห้วงทุกข์โหมนัสยากลืมเลือน

ข้าเฝ้ารอ.. คอยวันคลายพันธนาการ

แต่มิอาจ.. ฝืนชะตาฝ่ากรงทอง'

“เหตุใดเจ้าถึงเล่นเพลงโศกเศร้า อาลัยแก่พระสนมวังหลังงั้นหรือ”


เสียงที่ไม่คุ้นเคยเอื้อนเอ่ยทำให้เสวี่ยม่านไม่ได้ตอบอันใดกลับไป


“ข้าทำให้เจ้าขุ่นเคืองอันใดถึงไม่ตอบงั้นหรือ”


ร่างนั้นเดิมอ้อมมาด้านหน้าพลันขมวดคิ้วมุ่นตกใจในรูปโฉม คราแรกนึกว่าพระสนมผมยาวองค์ใดที่ปล่อยผมสยายไม่ยอมรวบขึ้นให้ดี หากพินิจดูให้ดีคนผู้นี้คือบุรุษต่างหาก


“ข้ามิได้ขุ่นเคืองหากไม่รู้จะตอบอันใดแก่ท่าน”


“เอาสิ ข้าอยากฟังเจ้าเล่นบทเพลงต่อไป”


ชายแปลกหน้าถือวิสาสะนั่งลงใกล้ๆกันแต่ก็เว้นระยะห่างพอประมาณ นั่งชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยพลันมีเสียงเหิงชุยบรรเลงควบคู่อย่างสุนทีรย์


นานแค่ไหนที่ไม่ได้นั่งเล่นดนตรีให้ผู้ใดฟังแล้วได้รับคำชมพร้อมเสียงปรบมือ ตั้งแต่เหลียงอ๋องจากไปดินแดนทางเหนือ ชายผู้นี้ทำให้หวนคำนึงนึกถึงอดีตกาล..


“พระอนุชาข้าหวังเกี้ยวพาราสีคุณชายหรงอยู่หรอกหรือ” เสียงอ๋องสติวิปลาสที่ไม่ได้ยินเสียนานดังขึ้นตั้งแต่กลับมาวังหลวงหลายวันก็พึ่งจะโผล่ออกมา


“ข้าไม่อยากเจอท่านเทียนหลง” กลิ่นกายที่ส่วนมากมักจะติดน้ำอบสตรีมาตามร่างกายบ่งบอกว่าคนผู้นี้มักมายเพียงใด มาหากี่คราวก็จะได้กลิ่นอ่อนๆเสมอ

“จำข้าได้แม้เสียงงั้นหรือ!”


“กลิ่นเจ้าด้วยที่ทำให้ข้าปวดหัว ข้าไม่ชอบน้ำอบแบบสตรีมันฉุนนัก” กลิ่นที่เข้มข้นจนเกินไปนั่นแหละที่เสวี่ยม่านไม่ชอบพอเอาเสียเลย


“ข้าทำงานให้เสด็จพี่เสร็จก็รีบตรงมาหาเจ้าทันทีเสวี่ยม่าน คิดถึงกลิ่นกายรัญจวนมวลบุปผกาของเจ้าเหลือเกิน”


ร่างบางเซไปตามแรงดึงเพียงนิดเดียวของเทียนหลงจนชนเข้าแผงอกนั้นดังปึก!


“ข้าเจ็บ!”


เสวี่ยม่านรับรู้สถานการณ์ต่อมาทันทีว่าจะโดนกระทำเยี่ยงไร แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ชายแปลกหน้าผู้นั้นแทรกตัวคั่นกลางระหว่างเสวี่ยม่านและเทียนหลง


“หากจะทำกิริยาน่าอับอายกลางแจ้งเช่นนี้ก็จงหยุดเสียเทียนหลง”


“ข้าไม่ได้ถือศีลกินเจ ธรรมะธรรมโม เช่นเจ้าเหตุใดต้องอายเล่า” อ๋องหน้าด้านยังคงกล่าวต่อและดึงตัวเสวี่ยม่านกลับไป


“ข้าว่าอย่างน้อยท่านก็ควรถามความสมัครใจของคุณชายท่านนี้ก่อน”


“ข้าไม่เต็มใจ” เสวี่ยม่านตอบขึ้นมาทันทีแต่มีหรืออ๋องหน้าด้านจะสนใจ


แต่แล้วสุรเสียงกังวานกลับดังขึ้นผู้เป็นเจ้าของชะตาชีวิตตัวจริงเสวี่ยม่านในยามนี้ได้มานำตัวเสวี่ยม่านไปอย่างไม่ยี่หระ


ปล่อยให้พระอนุชาทั้งสองยืนถกเถียงกันต่อไปส่วนวันนี้ฮ่องเต้พาตัวเสวี่ยม่านมายังตำหนักของพระองค์เอง


“เห็นทีเหวินซานคงได้ล่ามเจ้าไว้ข้างกายเสียแล้ว.. ละสายตาไปเพียงชั่วครู่ พระอนุชาของเหวินซานก็ยืนยื้อแย่งบุปผาของเหวินซานกันอยู่.. หากแต่สิ่งที่มีเจ้าของอย่างไรเสียก็ยังเป็นของเหวินซานอยู่ดี”


ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสลวลอย่างปรีดา ใบหน้ายามนี้ของเสวี่ยม่านนั้นบูดบึ้งแต่กลับน่าเอ็นดูจนต้องเอานิ้วไปจิ้มให้หายขมวดคิ้วเสีย


“ข้าเปล่ากระทำอันใดเลย”


“เจ้าเป่าเหิงชุยได้แล้วหรือ เราเห็นเจ้ากำมันไว้เสียแน่น”


ปากถามขณะลากจูงอีกคนมายืนจนชิดอก มือหนาก็พลันเกลี่ยไล้ไรผมที่รุ่ยลงมาปรกดวงหน้างามบางส่วน


“ได้แต่ไม่คล่องเท่าใดนัก”


“งั้นหรือ.. เจ้ามาสรงน้ำกับเหวินซานเสีย ตรงไหนที่โดนผู้อื่นสัมผัส เหวินซานจะลบมันออกเอง”


เสวี่ยม่านเดินตามเข้ามายังห้องสรงน้ำขนาดใหญ่ของฮ่องเต้แล้วค่อยๆถอดชุดออกทีละชั้นจนเหลือเพียงผ้าชิ้นบางๆ เหวินซานจึงถอดออกให้พลันจูงเสวี่ยม่านลงมายังถังไม้ขนาดใหญ่ที่นอนแช่ได้ถึงห้าคนเสียด้วยซ้ำ


หลังกว้างพิงขอบอ่างขณะที่หว่างขาอันแข็งแรงมีร่างบางนั่งแทรกตัวอยู่ แผ่นหลังสั่นเทาเอนพิงอกแกร่งตามแรงจับ มือเรียวเล็กกอดเข่าตัวเองนั่งเงียบ ขณะที่ขันทีคอยเติมกลีบเหมยกุยให้จนเสร็จ


“มาสิ เราจะดูให้ว่าตรงไหนของเจ้าต้องขัดเกลา”


ใบหน้างามแหงนขึ้นตามแรงฉุดเผยให้เห็นพวงแก้มซับสีแดงเรื่อของคนกระดากอาย..


เจ้า!  แล้วเหวินซานจะอดใจไม่แตะต้องเจ้าได้เยี่ยงไร ทำแบบนี้เหวินซานคิดว่าตนตัดสินใจพลาดนัก


“ข้า..ไม่มีใครสัมผัสข้า”เสวี่ยม่านไม่ได้โกหกอันใด ปกติจะโดนจู่โจมกอดจูบลูบคลำจากเทียนหลงแต่วันนี้รอดพ้นไปได้เพราะชายผู้นั้น


ปากบางๆนั้นเอ่ยปฎิเสธจนฮ่องเต้ก้มลงไปบดจูบอย่างถวิลหา กรอบหน้าเล็กโน้มเอียงตามแรงกดของอีกคนที่อยู่บน.. เสวี่ยม่านเผยริมฝีปากออกแล้วถูกดูดดึงรุนแรงขึ้น


ความน่าเอ็นดูของร่างที่สั่นเทาใต้ร่างเล่นเอาความอดทนที่มีน้อยนิดขาดผึง.. เสวี่ยม่านกำมือเล็กทุบอกประท้วงว่าขาดอากาศหายใจ เหวินซานจึงยอมผละออกแต่อ้อยอิ่งนักทั้งยังขบเม้มซ้ำอีกรอบ


“เจ้าไม่อยากให้เหวินซานสัมผัสถึงเพียงนั้นหรือ เจ้าดูความทรมานของเหวินซานยามนี้เสียสิ”


มือปีศาจจับเอาอุ้งมือเล็กมาตะปบส่วนกลางกายตัวเองอีกครั้งเพราะมันปวดหนึบจนทนไม่ไหว


“ท่านเรียกขันทีด้านนอกสิ” เสวี่ยม่านเสนอแนะ


“หากเราต้องการขันทีเหล่านั้นจะพาเจ้ามาสรงน้ำด้วยเพื่อสิ่งใดกัน”


ได้ยินคำตอบดังนั้นจึงจำใจกอบกุมความเป็นชายที่ชูผงาดราวกับอาชาของเหวินซาน แข็งดั่งหินปานนี้หากไม่รีดน้ำออกแล้วมาสอดเข้าในกายของตนคงตายก่อนเป็นแน่


.

TBC.....


มาแล้ว ตอนนี้ไม่ยาวมากค่ะ//

ภาพตัดไปที่โคมไฟนะคะ555555555+

ฉากนี้คงใช้แค่มือช่วยเลยเขียนแค่นี้ค่ะ

เหวินซานยังคงทำให้เสวี่ยม่านกลัว อย่ารีบเลย

//ถึงจะข้ามขั้นตอนไปมากโข

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ💕

ปล.แจ้งก่อนนะคะว่าไรท์แต่งสดๆ

และไม่มีของดองในคลังเลยค่ะ ไม่แต่งทิ้งไว้

แต่งเสร็จก็ลงทันทีไม่ได้ทยอยลงนะคะ

ไม่อยากค้างคาไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมอัพบ่อย


///การกระทำแต่ละคนมีผลของมันค่ะ


/สอบถามว่าใครชอบอ๋องบ้าๆแบบเทียนหลงมั้ยคะ

นางดูไม่มีอะไรเลยในชีวิตวันๆแค่ท่องไปมาทั่ววัง

ไล่ปล้ำคนสวยๆ รวมถึงจ้องจะฟันเสวี่ยม่าน555+

กำลังคิดว่าถ้าไปได้ดีคงมีภาคแยกให้นาง

แต่อยู่ระหว่างพิจารณาค่ะ นางเป็นตัวแปลสำคัญ

*********แนะนำอิมเมจตัวละคร***********

หรง เสวี่ยม่าน


//แถมอิมเมจตอนจับเครื่องดนตรีี



หยาง เหวินซาน

หยาง เหวินเหลียง


หยาง เทียนหลง

//อ๋องบ้าบอนี่ยังคงเป็นบุคคลลึกลับไม่ต้องเห็นหน้าค่ะเห็นแค่หลัง55555555555


หลิ่ว ซูเซียว // หลิ่วซูเฟย

​หวัง ลี่จู / หวังเต๋อเฟย / หวังกุ้ยเฟย



เหลียนฮวา



ความคิดเห็น