ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 17 พำนักจวนราชครู

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 พำนักจวนราชครู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2561 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 พำนักจวนราชครู
แบบอักษร

ข้านั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นไม่กล้าขยับไม่กล้าส่งเสียง ตวนมู่เฉินเองก็ยืนมองข้าอยู่เช่นนั้นไม่ขยับเช่นกัน จนข้าเป็นฝ่ายทนไม่ไหว เอ่ยขึ้นมาก่อน

“ท่านปล่อยข้ากลับไปเถิด ยามนี้ที่จวนคงกำลังวุ่นวายเป็นแน่” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เจ้าอยากกลับไปเวลานี้จริงหรือ เจ้าจำมิได้แล้วหรือว่าท่านปู่ของเจ้าลงโทษเจ้ารุนแรงเพียงใดหากจับได้ว่าเจ้าทำเรื่องไม่ดี” พอเขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็อดหลั่งเหงื่อเย็นออกมามิได้ ท่านปู่ของข้ามีกฎลงโทษรุนแรงจริงๆด้วย ตั้งแต่เล็กจนโตข้าเคยถูกลงโทษมาหลายครา แต่โทษฐานหนีออกจากจวนข้ายังไม่เคย เพราะไม่เคยมีผู้ใดจับได้ว่าข้าหนีออกมาเที่ยวเล่น หากครานี้ท่านปู่รู้ว่าข้าหนีออกจากจวน แถมยังพาญาติผู้น้องหนีเที่ยวอีก ข้าน่าจะได้รับโทษรุนแรงกว่าทุกครั้งเป็นแน่

“ไม่ข้าไม่อยากกลับไปรับโทษ” ข้ารีบเอ่ยบอกตวนมู่เฉินทันที เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้งแล้วเดินมานั่งใกล้ข้า ข้ารีบขยับหนีทันทีแต่ช้าไปแล้ว เขาเอื้อมมือมาจับมือของข้าไว้ ข้านั่งตัวแข็งเกร็งไม่กล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ประสบการณ์สอนให้รู้ว่ายิ่งขยับ เจ้าคนกะล่อนผู้นี้จะยิ่งปฏิบัติเลยเถิดกับข้าไปอีก

“ชิงชิง ช่วงนี้เจ้าอยู่กับข้าไปก่อนก็แล้วกัน คิดเสียว่าเป็นการปรับตัว อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่งงานของเราแล้ว ข้าไปส่งเจ้าใกล้วันงานท่านปู่เจ้าน่าจะไม่มีเวลามาลงโทษเจ้าหรอก” เข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แถมยังส่งรอยยิ้มพิฆาตบาดใจมาให้ข้าอีก

“ท่านปู่หรือจะยอม ไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้เป็นแน่ที่จวนของท่านจะถูกถล่ม” ข้าเอ่ยเช่นนี้เขาก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ ไม่ต้องกังวลข้ามีวิธีรับมือกับปู่เจ้า ขอเพียงเจ้าร่วมมือกับข้า ปู่เจ้าทำอันใดมิได้เด็ดขาด” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็นิ่วหน้า ไม่ได้เป็นห่วงเจ้าหรอกแต่ข้าห่วงตัวข้านี่แหละ

“กลับไปก็ถูกท่านปู่ลงโทษ อยู่ที่นี่ก็ถูกท่านลวนลามล่วงเกิน ข้ากำลังไตร่ตรองดูว่าสิ่งใดจึงจะร้ายแรงกว่ากัน” ข้าเอ่ยออกมาเช่นนี้ ตวนมู่เฉินก็มีสีหน้าแข็งค้างไปทันที

“ข้า...” เขาทำเหมือนจะเอ่ยแล้วหยุดไป ข้าจึงจ้องมองเขาด้วยความค้นคว้า แล้วก็พยักหน้าให้ตนเอง

“ใช่จริงๆด้วยท่านตั้งใจรั้งข้าไว้เพื่อล่วงเกิน เช่นนั้นข้ากลับไปรับโทษที่จวนดีกว่า” ข้าเอ่ยเช่นนี้มือของข้าก็ถูกกำกระชับแน่นขึ้นมาทันที

“ไม่ชิงชิงข้าไม่ให้เจ้ากลับไปแล้ว ข้าไม่อยากต้องเป็นกังวลเรื่องเจ้าอีก เช่นนี้ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ล่วงเกินเจ้าเด็ดขาด เจ้าอยู่กับข้าที่นี่เถิด พอใกล้วันแต่งข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนด้วยตนเอง” เขาเอ่ยสัญญาเช่นนี้ข้าก็ก้มลงมองมือของเขาที่กุมมือข้าทันที เขาก็รีบปล่อยโดยฉับพลัน

“เช่นนั้นก็จัดเรือนให้ข้าอยู่ให้เรียบร้อย อยู่ร่วมกันเช่นนี้ไม่ดีกระมัง อีกอย่างท่านจะบอกผู้อื่นว่าข้าป่วยมิใช่หรือ เช่นนั้นก็จัดการให้เหมาะสมเถิด ท่านปู่ต้องไม่ยอมเชื่อแน่นอน” ข้าเอ่ยแนะนำเขาแต่โดยดี เรื่องจัดการกับท่านปู่ข้านั้นยังจนใจ โยนภาระให้เขาไปเลยก็แล้วกัน ส่วนข้าขออยู่สำรวจจวนแห่งนี้อย่างสบายใจดีกว่า

“ได้ข้าจะให้คนจัดเรือนให้เจ้าชั่วคราว แต่หลังจากแต่งงานกันแล้ว เจ้าจะต้องย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนของข้านะ ข้าไม่ยินยอมแยกเรือนกับเจ้าเด็ดขาด” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็พยักหน้าตกลงทันที มีผู้ใดแยกเรือนกับสามีกันบ้างเล่า ส่วนใหญ่ที่แยกเพราะสามีเป็นฝ่ายแยกไปเรือนอนุต่างหาก ข้าไม่โง่งมขนาดผลักไสเขาไปหาอนุมาอุ่นเตียงหรอก แม้เขาจะรับปากกับท่านปู่แล้วว่าจะไม่รับอนุ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำได้จริงอย่างที่เคยรับปากไว้หรือไม่ กันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่า

“เช่นนั้นเจ้ารอข้าอยู่นี่ก่อนข้าขอออกไปจัดการสักครู่ เดี๋ยวข้ามา” เขาเอ่ยเช่นนี้แล้วก็ลุกจากไปทันที ข้าจึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องถูกท่านปู่ลงโทษ เพียงแต่ต้องระมัดระวังตัวกับตวนมู่เฉินสักหน่อย ฮึ ต่อหน้าผู้อื่นวางสีหน้าท่าทางว่าเป็นสุภาพบุรุษผู้สูงส่ง ยามอยู่กับข้ามักแอบหาลู่ทางหลอกกินเต้าหู้ข้าเสมอ คนผู้นี้ตีสองหน้าเก่งกาจยิ่งนัก ข้าต้องระวังตนสักหน่อย มิเช่นนั้นเป็นได้เข้าหอก่อนแต่งเป็นแน่

นั่งรออยู่ไม่นานความง่วงก็เริ่มครอบงำ ข้าหลับไปยามใดก็ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็ยามที่เขากำลังอุ้มข้าอยู่

“ท่านทำอันใด” ข้าเอ่ยถามด้วยความตกใจ

“พาเจ้าไปส่งที่เรือน เจ้าเรียกร้องให้ข้าจัดเรือนให้ใหม่มิใช่หรือ” เขาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม

“มิต้องอุ้มก็ได้ ปล่อยข้าลงเถิด” ข้าพยายามดิ้นรนผลักไสเขา แต่ก็ไม่เป็นผล เขาก้มลงมายิ้มให้ข้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“เจ้าอย่าดิ้นอีกเลย หากเจ้ายังดิ้นเช่นนี้ข้าจะถือว่าเจ้าตั้งใจยั่วยวนข้านะ หากข้าทำอันใดเลยเถิดขึ้นมา ก็ต้องถือว่าเป็นความผิดของตัวเจ้าเองแล้ว” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าจึงยอมหยุดนิ่งให้เขาอุ้มแต่โดยดี

“เพ้ย ข้าหรือจะยั่วยวนท่าน คนเช่นท่านต่อให้ข้านอนนิ่งเป็นท่อนไม้ก็ยังคงถูกจับกินอยู่ดีนั่นแหละ” ข้าอดต่อว่าเขาด้วยความโมโหมิได้

“เจ้าช่างรู้ใจของข้าดียิ่งนัก วันหน้าได้แต่งกับเจ้านับว่าเป็นโชคดีของข้าแล้ว” เขาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น ข้าอยากทุบเขาสักหมัดยิ่งนักแต่ก็กังวลว่าเขาจะใช้การลงมือของข้าเป็นข้ออ้างในการกินเต้าหู้ข้าอีก เมื่อถึงเรือนหลังที่เขาจัดให้ข้า เขาก็ยังไม่ยอมวางข้าลง ข้าได้แต่เข่นเขี้ยวเขาอยู่ในใจ อุ้มข้าเข้าไปในห้องนอนแล้วก็ยังไม่วาง จนไปถึงเตียงเขาจึงยอมวางข้าลง ข้าจึงค่อยโล่งใจเสียที แต่แล้วก็ต้องยกมือขึ้นยันเขาไว้เมื่อเขาโน้มตัวตามลงมาด้วย

“ท่านออกไปเดี๋ยวนี้นะ ท่านเคยบอกว่าจะไม่ล่วงเกินข้ามิใช่หรือ แล้วที่กำลังทำอยู่นี่คืออันใดกัน” ข้าต่อว่าถึงขนาดนี้เขายังมีสีหน้ายิ้มระรื่นให้ข้าอีก

“ข้าบอกว่าจะไม่ล่วงเกิน ยามนี้ข้าก็มิได้ล่วงเกินเจ้าสักหน่อย เมื่อครู่ข้าอุ้มเจ้ามาเหนื่อยขอพักสักครู่มิได้หรือ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เหนื่อยก็พักที่อื่น อย่ามานอนทับข้าเช่นนี้ ท่านคิดว่าข้าโง่นักหรือไง นอนทับเช่นนี้ยิ่งกว่าการล่วงเกินอีก ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้” ข้าตะโกนประโยคหลังเสียงดัง ตวนมู่เฉินรีบเอามือปิดปากข้าทันที

“เจ้าอย่าตะโกนเช่นนี้สิ ประเดี๋ยวผู้คนในจวนก็แตกตื่นกันหมดหรอก” เขาเอ่ยปรามข้าด้วยสีหน้าตื่นตกใจ แต่ข้าไม่สนใจแล้วนอนทับเช่นนี้ขยับไม่กี่ทีข้าก็ได้เข้าหอก่อนแต่งงานแล้ว ข้าพยายามส่งเสียงอู้อี้ผ่านปากที่ถูกมือของเขาปิดอยู่

“ตวนมู่เฉิน!” เสียงเรียกและเคาะประตูดังกระหน่ำอยู่หน้าประตูห้องนอน

“ตวนมู่เฉิน เจ้าเปิดประตูเดี๋ยวนี้” ครานี้ชัดเจนว่าเป็นเสียงของมารดาของเขา เขารีบลุกยืนขึ้นทันที พลางหันมามองข้าด้วยความเสียดาย ข้าอดกระถดตัวถอยหนีจากเขามิได้จริงๆ เจ้าคนชั่วช้า

“ท่านพ่อ ท่านแม่ มากันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย” เขาเดินไปเปิดประตูพลางเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับสีหน้าของบิดาและมารดาของเขาที่ทำสีหน้าอึมครึมน่ากลัวยิ่งนัก

“ข้าออกหน้าช่วยเจ้าโดยการเอาเกียรติเป็นประกัน ว่าชิงชิงอยู่ที่นี่จะไม่มีสิ่งใดมัวหมอง ถึงขั้นบอกว่านางป่วยและอยู่ในการดูแลของข้า ข้าออกหน้าให้เจ้าถึงขนาดนี้เจ้าคงไม่ทำให้แม่เสียหน้ากระมัง” ตวนมู่ฮูหยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ท่านแม่ข้ายังมิได้ทำอันใดสักหน่อย ข้าแค่เพียงอุ้มนางมาส่งเท่านั้น” เขาเอ่ยพลางหันมามองข้าด้วยรอยยิ้ม ส่วนข้ารีบลุกขึ้นยืนตัวตรงตั้งแต่เขาเดินไปเปิดประตูแล้ว

“ข้าได้ยินเสียงนางตะโกนดังลั่นจวน ไม่แค่อุ้มนางมาส่งแล้วกระมัง” ตวนมู่ฮูหยินเอ่ยด้วยสีหน้าแดงก่ำ แลดูกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก

“อะแฮ่มๆ ลูกเฉินเจ้ามากับพ่อเถิด ให้แม่ของเจ้าดูแลนางก็พอ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว เจ้าคงไม่คิดจะทำให้นางต้องมัวหมองเสียอกเสียใจกระมัง” นายท่านตวนมู่กระแอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงประดักประเดิด ข้าเองก็อดเขินอายมิได้ ข้ายังมิได้ทำเรื่องเกินเลยใดๆนะพวกท่านอย่าพึ่งคิดไปไกล

“เช่นนั้นลูกไปก่อน รบกวนท่านแม่แล้ว” เขาเอ่ยพลางหันมาส่งสายตาบอกลากับข้าแล้วเดินจากไป ข้าอดทอดถอนใจออกมามิได้

“เจ้าก็พักผ่อนเถิด หากมีเรื่องอันใดบอกเสี่ยวฮุ่ยสาวใช้ของข้าได้ คืนนี้ข้าจะให้นางนอนเป็นเพื่อนเจ้าที่เรือนแห่งนี้” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ข้ารีบคารวะขอบคุณนางทันที นางพยักหน้าแล้วจึงจากไป เฮ้อ ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากคนบ้ากามเสียที ข้าได้แต่หวังว่าช่วงนี้เขาอย่าได้เข้ามากวนข้าอีกเลย คิดผิดหรือถูกกันแน่นะที่คิดจะหลบโทษทัณฑ์จากท่านปู่ที่นี่

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว