facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chpter14.-ReWirte 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.6k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 12:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chpter14.-ReWirte 05/12/2018
แบบอักษร

WHOLE LOT OF MEDICATION

(Chapter 14.)

   เชนและไททันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พระอาทิตย์ตามมาที่โรงพยาบาลพร้อมกับลูกน้อง

   เพียะ!!!!

   หมอสุริยะตบพระอาทิตย์ที่ซีกแก้มขวาดังฉาดใหญ่เมื่อเขามาถึงและพบกับพ่อตัวเอง

   “ทำไมแกไม่ดูแลน้องห๊ะ พระอาทิตย์!!!” เสียงต่อว่าดังลั่น

   “คุณคะ หยุดเถอะค่ะ” แม่พระอาทิตย์รีบเดินเข้ามาห้ามไว้

   “จะหยุดได้ยังไง ถ้าลูกผมเป็นอะไรขึ้นมาคุณสองคนแม่ลูกจะรับผิดชอบไหวไหม!!!” หมอสุริยะพูดขึ้น

   “ทำไมคะ คุณคิดว่าฉันไม่รักไททันเลยใช่ไหม คุณสุริยะ” แม่ของ      พระอาทิตย์ถามออกมาด้วยเสียงเจ็บปวด

   “ทำไมเหรอห๊ะ แล้วที่พระอาทิตย์มันปล่อยให้น้องเป็นแบบนี้คุณคิดว่ายังไง” หมอสุริยะพูดขึ้นอีกด้วยอารมณ์โมโห

   “แล้วมันความผิดของฉันกับลูกเหรอคะ ถ้าคุณคิดว่านี่คือความผิดของฉันกับลูกเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก”

   หญิงสาวสูงวัยแม่ของพระอาทิตย์พูดออกมาเสียงเรียบ 

   “แจ็คมาพาคุณนายออกไปก่อนไป” พ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้น

   “ไปคุยกับฉันในห้องทำงาน” 

   พระอาทิตย์ยืนนิ่งมองการกระทำของพ่อตนเองอยู่แบบนั้น

   “แกมัวไปอยู่ไหนมา” หมอสุริยะถามลูกชายคนโตที่ยืนหน้าเครียดอยู่ภายในห้องทำงานของตนเอง

   “…” พระอาทิตย์ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทั้งคู่เงียบไปสักพักก่อนที่      พระอาทิตย์จะถอนหายใจออกมาหนักๆ

   “ปล่อยผมกับแม่ไปซะ” พระอาทิตย์พูดบอกเสียงเรียบ

   “แกว่าอะไรนะ พระอาทิตย์” หมอสุริยะมองหน้าลูกชายนิ่งๆ

   “ผมบอกว่าให้ปล่อยผมกับแม่ไป” พระอาทิตย์พูดย้ำอีกรอบ

   “หึ แกปีกล้าขาแข็งตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ผู้เป็นพ่อสบถในลำคอและถามขึ้นเสียงหยัน

   “ผมไม่เคยปีกกล้าขาแข็งกับคุณแต่ในเมื่อคุณไม่เคยให้เกียรติแม่ของผม ผมก็ควรตัดสินใจ” พระอาทิตย์แสดงท่าทีนิ่งเฉย ปกติเขาเองก็แสดงออกต่อพ่อตนเองแบบนี้ประจำจนสุริยะไม่แปลกใจเท่าไร 

   “แกถามความคิดเห็นแม่แกหรือยัง ถึงได้กล้ามาพูดจาแบบนี้ใส่ฉัน” พ่อของพระอาทิตย์ถามขึ้นอย่างเหนือกว่า เพราะเขารู้ว่าอย่างไรเสียแม่พระอาทิตย์ก็ไม่มีทางไปจากเขาแน่นอน

   “ผมรู้ว่าแม่คงไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมจะทำ มันเป็นสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงเลยละครับ” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงเย็นเขา เหยียดยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ

   “แก พระอาทิตย์!!! แกกล้าดียังไง แกกล้าขู่ฉันเหรอห๊ะ” หมอสุริยะพูดตะคอกใส่ลูกชายคนโตอย่างเดือดดาล

   “ผมไม่ได้ขู่ ทำไม กลัวผมขึ้นมาอย่างนั้นล่ะครับป๋า”

   พระอาทิตย์ถามขึ้นอย่างไม่ยินดียินร้ายสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าสักวันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อต้องมาถึงจุดนี้ เพียงแค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

   “ฉันน่ะเหรอที่กลัวแก ห๊ะ!!! คนอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรได้ ถ้าไม่มีฉันสักคนคิดเหรอว่าคนอย่างแกจะมีทางลืมตาอ้าปากและสุขสบายกับแม่แกมาได้จนทุกวันนี้น่ะ” สุริยะพูดออกมาอย่างดูถูก            พระอาทิตย์คือลูกชายที่เขาฝากความหวังไว้มากมาย แต่เมื่อรู้สึกว่าร่างแกร่งเริ่มแข็งข้อหมอสุริยะก็ไม่มีทางเลือกที่จะใช้คำพูดดีๆ เพราะเขารู้นิสัยของพระอาทิตย์ดี พ่อลูกเชื้อย่อมไม่ทิ้งแถวกันสักเท่าไร

   “หุ้นของคุณผมจะให้แจ็คเป็นคนจัดการคืนให้คุณทั้งหมด ขอบคุณที่อุตส่าห์ดูแลเราสองคนแม่ลูกมาอย่างดี ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” พระอาทิตย์ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับผู้เป็นพ่อ เมื่อพูดจบเขาทำท่าจะหันหลังและเดินออกจากห้อง

   “อวดเก่งทั้งแม่ทั้งลูก” หมอสุริยะพูดตามหลังก่อนที่เขาจะเดินพ้นจากห้องทำงานไป

   พระอาทิตย์เดินออกจากห้องทำงานของหมอสุริยะก็ต้องชะงักไปนิดเมื่อเห็นแม่ตนเองยืนน้ำตานองหน้าอยู่หน้าห้อง มือหนายกขึ้นใช้นิ้วยาวเกลี่ยเพื่อเช็ดน้ำตาให้แผ่วเบา

   “ความจริงผมน่าจะมีความอดทนมากกว่านี้”

   พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงทุ้ม สีหน้าของเขาเครียดลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าแม่ของเขา

   “พอแล้วพระอาทิตย์ ลูกทำเพื่อแม่มามากพอแล้ว” หญิงสูงวัยพูดขึ้น มือบางจับไหล่แกร่งของลูกชาย พระอาทิตย์ระบายยิ้มอ่อนๆ ให้ผู้เป็นแม่

   “ลูกดูแลทุกอย่างที่เป็นของธนพัฒน์ธาดามามากพอแล้วลูก” เสียงแม่ของเขาสั่นเครือเต็มที

   “ไปอยู่กับผมได้ไหมครับ” พระอาทิตย์เอ่ยชวนเสียงเรียบ มองด้วยแววตาคาดหวังให้ผู้เป็นแม่ตอบตกลง

   “ถ้าแม่ไปแล้วใครดูแลเขาล่ะลูก” แม่ของพระอาทิตย์หลบสายตาลูกชายตนเองและพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดไม่น้อย

   “ครับ ผมเข้าใจ ดูแลตัวเองนะครับ” พระอาทิตย์ยิ้มออกมาบางๆ เขารู้คำตอบอยู่แล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน

   “พระอาทิตย์ แม่รักลูกนะ” หญิงสูงวัยพูดบอกและสวมกอดลูกชายอย่างรักใคร่และเป็นห่วงจับใจ

   พระอาทิตย์เดินไปที่ห้องไอซียู นายเชนนิพัทธ์ กิตติขจรวานิช ป้ายชื่อของเชนถูกติดไว้หน้าห้อง

   “ญาติคนไข้หรือเปล่าคะ” พยาบาลสาวถามขึ้นเมื่อเปิดประตูห้องออกมาเจอ

   “ครับ” พระอาทิตย์ตอบเสียงนิ่ง

   “ห้านาทีนะคะ คนไข้จะได้พักเต็มที่” พยาบาลสาวพูดขึ้นยิ้มๆ

   “ขอบคุณครับ”

   พระอาทิตย์เดินเข้ามาภายในห้องไอซียูที่เชนนอนพักฟื้นอยู่ เครื่องช่วยหายใจถูกสวมครอบไปที่ใบหน้าที่ซีดไร้สีเลือดของเชน สายน้ำเกลือถูกติดไว้คู่กันกับถุงเลือด

   “แบบนี้มันดูไม่ใช่มึงเลยนะเชน รีบๆ หายรู้ไหม” พระอาทิตย์กดจูบที่หน้าผากเนียน ร่างแกร่งเดินออกมาจากห้องไอซียู

   แจ็คเดินตามพระอาทิตย์ออกมาจากโรงพยาบาล

   “ไม่ต้องตามฉันมาแจ็คไปดูแลไททันให้ดี ฉันฝากด้วย” เขาสั่งลูกน้องคนสนิท

   “แต่ว่านายครับ…” แจ็คดูลำบากใจและเป็นห่วงพระอาทิตย์

   “ไปซะ”

   พระอาทิตย์รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแจ็คเป็นอะไรที่มากกว่าเจ้านายลูกน้อง แต่สิ่งที่เขาจะทำได้ในตอนนี้คือช่วยไม่ให้ ธนพัฒน์ธาดาล่มเท่านั้นเอง  

   สิ่งที่พูดกับไปพ่อตนเองเมื่อสักครู่ พระอาทิตย์แค่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าตอนนี้เขากำลังจะทำให้ธุรกิจของครอบครัวล้มละลายก็ยังได้ ที่โรงพยาบาลยังไม่ถูกเทกโอเวอร์เพราะพระอาทิตย์เข้ามาช่วยบริหารงานแทนทุกอย่าง

   จนกระทั่งตอนนี้สถานการณ์เริ่มไปได้สวยเหลือเพียงแค่ค่อยเป็นค่อยไปและตอนนี้พระอาทิตย์สามารถดูแลอยู่ห่างๆ ได้แล้ว เขาจึงวางใจและยอมเดินออกมา แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะทิ้งไปอย่างไม่ไยดีเสียทีเดียว เพราะถ้าไปจริงๆ พ่อเขาคงระส่ำระสายน่าดู

   “ครับ” แจ็ครับคำและก้มหัวให้ผู้เป็นเจ้านายอย่างเคารพ

   พระอาทิตย์ขับรถยนต์คันหรูออกจากโรงพยาบาล ตลอดเวลาที่เขาอยู่บ้านของพ่อตนเอง พ่อที่แม่พร่ำบอกมาตลอดว่าคือพ่อแท้ๆ ของเขาแต่ในความจริงนั้นพระอาทิตย์ไม่เคยรู้เลยว่า เขานั้นเป็นลูกแท้ๆ ของหมอสุริยะหรือเปล่า น่าตลกจริงๆ

   แม่เขาหายไปจากหมอสุริยะหลายปีและกลับมาพร้อมพาเขากลับมาด้วยในตอนที่พ่อเขามีภรรยาใหม่คือแม่ของไททัน คนทั้งคู่แต่งงานกันและหมอสุริยะก็ยอมให้แม่ของพระอาทิตย์อยู่บ้านหลังเล็กในฐานะเมียเล็ก หมอสุริยะไม่เคยคิดจะตรวจดีเอ็นเอเพราะเจ้าตัวเชื่อว่าพระอาทิตย์คือลูกของเขา 

   พระอาทิตย์คือคนเดียวที่หมอสุริยะไว้ใจและเชื่อใจมากที่สุด และไม่เคยคิดสงสัยว่าเขาจะใช่หรือไม่ใช่ลูกของตนเองเลยสักนิด และที่สำคัญหมอสุริยะเชื่อใจแม่ของเขามากพอๆ กับที่แม่เขาเชื่อใจหมอสุริยะมาตลอด ขณะที่ไททันเป็นเด็กที่ไม่เอาอ่าว เที่ยวเตร่ ติดเพื่อนทำให้ทุกอย่างตกมาอยู่ในมือพระอาทิตย์ ทั้งเรื่องในบ้านและเรื่องงาน…

   “ครับคุณโจ” พระอาทิตย์รับสาย

   “แล้วตอนนี้แอลอยู่ที่ไหนครับ” พระอาทิตย์ถามออกไป

   “ครับเดี๋ยวผมไป” พระอาทิตย์วางสายและเลี้ยวรถกลับไปที่ร้านอาหารของเขาทันที…

ร้านอาหาร

   “สวัสดีครับคุณพระอาทิตย์” เสียงของผู้จัดการร้านทักขึ้น

   “สวัสดีครับคุณโจ แอลอยู่ไหนครับ” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเครียด

   “หลังร้านครับ” ผู้จัดการร้านพูดบอก

   “มันเกิดขึ้นได้ยังไง” พระอาทิตย์ไม่วายถามออกมาอีก

   “คือผมว่าคุณพระอาทิตย์ลองไปคุยกับแอลดีกว่าครับ”

   ผู้จัดการโจบอกเพราะเขาอยากให้เจ้านายตนเองรู้เรื่องจากปากของ  แอลดีกว่า

   พระอาทิตย์เดินมาด้านหลังร้าน พ่อครัวและเด็กเสิร์ฟต่างพากันรุมปลอบแอลที่นั่งร้องไห้อยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน

   “แอล” พระอาทิตย์เรียกเด็กหนุ่มหน้าหวานที่เขาพาเข้าบ้านเมื่อคืนนี้ เด็กในร้านต่างพากันยกมือไหว้พระอาทิตย์กันทุกคนและแยกย้ายออกจากตรงนั้นไปทำงานของตนเอง

   “ฮึกๆ พี่อาทิตย์ ฮึกๆ” แอลสะอื้นเรียกเจ้านายตนเอง

   “ใครทำบอกพี่มา” พระอาทิตย์ใช้มือจับคางเรียวของแอลและหันซ้ายขวาเพื่อดูร่องรอยตามใบหน้าของร่างเล็ก

   “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย” แอลพูดออกมาเสียงแผ่ว สองคิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน สายตาหลุบต่ำลงเพราะรู้สึกกลัว      พระอาทิตย์ขึ้นมา

   “เข้าใจผิดได้ยังไงแอล จะบอกหรือไม่บอก” 

   พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเข้ม เขาเป็นคนพาแอลเข้ามาทำงานในร้านหลังจากเจอกันในบาร์แห่งหนึ่ง แอลกำลังเดินเข้าไปขายของ แต่ถูกพวกหื่นกามลากไปทำมิดีมิร้าย

   หลังจากได้พูดคุยกับแอลจึงรู้ว่าเด็กหนุ่มเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับตาและน้องชายอีกคนโดยที่ตัวเองไม่ได้เรียนหนังสือ แอลต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินส่งน้องเรียน และจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้เป็นตาที่ป่วยเป็นโรคไตซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากๆ

   พระอาทิตย์จึงเสนอให้ร่างเล็กมาทำงานที่ร้านอาหารของเขา และช่วยรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลกับค่าเล่าเรียนให้ ทั้งยังอนุญาตให้แอล กลับมาเรียนเหมือนเดิม แอลเป็นเด็กฉลาดและไม่มีวันเป็นเด็กไม่ดีแน่นอน 

   แอลนั่งก้มหน้าเงียบๆ ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่มุมปากจึงเป็นรอยช้ำแตกแบบนี้ได้

   “คุณมี่ พาแอลไปทำแผล วันนี้ไม่ต้องทำงาน” พระอาทิตย์ไม่อยากเซ้าซี้อะไรมากนัก แต่ถ้ามีอีกครั้งเขาคงต้องหาทางเอาตัวการที่ทำมากระทืบซ้ำให้จมเท้าเขาแน่ๆ

   “แต่แอลไม่เป็นอะไรนะครับ” แอลพูดขึ้นเพราะไม่อยากให้เสียงานเพียงเพราะเรื่องแค่นี้

   “พี่บอกว่าไม่ก็คือไม่” พระอาทิตย์พูดย้ำเสียงเรียบ ดวงตาวาวโรจน์บ่งบอกว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน

   “รีบกลับบ้านไปพักซะ” พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงเข้ม

   “คุณโจ เปรมมันมาที่ร้านบ้างหรือเปล่าครับ” พระอาทิตย์เอ่ยถามผู้จัดการร้านเมื่อเขามานั่งที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์

   “ช่วงนี้คุณเปรมไม่ได้เข้าร้านเลยครับ” ผู้จัดการโจพูดขึ้น

   “อืม วันนี้ผมคงค้างที่นี่ ฝากร้านด้วยนะครับ”

   พระอาทิตย์พูดบอกและเดินขึ้นไปออฟฟิศชั้นบนที่แบ่งสัดส่วนเป็นห้องทำงานและห้องนอนด้วยสีหน้าเครียดไม่น้อย เขาคลายเนกไทออกช้าๆ เขารู้ดีว่าตนเองควรจะต้องจัดการเรื่องทุกอย่างให้มันจบๆ สักที เขาปล่อยให้คาราคาซังมานานเต็มทีแล้ว

   พระอาทิตย์ยกมือถือของตัวเองแล้วกดโทรออกหาใครบางคน

   “ไอ้เติ้ลมึงอยู่ไหน” พระอาทิตย์นึกได้ว่าเขาสั่งงานบางอย่างให้เติ้ลไปทำ

   “ว่าไงครับพี่ ผมอยู่แถวสีลมครับ” เสียงปลายสายรายงาน

   “อืม ออกมาหากูที่ร้าน” พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงเรียบ

   “ได้ครับพี่…”

   พระอาทิตย์ล้างหน้าล้างตาและเดินลงมาจากออฟฟิศด้านบนก็เห็นว่าเติ้ลมานั่งรออยู่แล้ว

   “สวัสดีครับพี่พระอาทิตย์” เติ้ลยกมือขึ้นไหว้พระอาทิตย์ทันทีที่เจอหน้า

   “อืม จะดื่มอะไรสั่งเอาเอง” พระอาทิตย์พูดบอก

   “ออนเดอะร็อกที่หนึ่งครับ” เติ้ลหันไปสั่งเด็กที่ยืนบริการลูกค้าที่บาร์

   “พี่นัดผมออกมามีอะไรรึเปล่าครับ” เติ้ลถามเสียงเรียบ

   แก้ววิสกี้สีอำพันถูกวางที่บาร์ตรงหน้าเติ้ลพร้อมขวดน้ำแร่แช่เย็นถูกเสิร์ฟให้กับพระอาทิตย์

   “มีแน่ ไม่งั้นกูไม่นัดมึงออกมาหรอก”

   เขาพูดขึ้นและยกน้ำแร่ขวดเล็กขึ้นดื่ม

   “มึงคบกับเชนมันนานหรือเปล่า” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเรียบ

   “แค่กๆ ถามอะไรเนี่ยพี่ ผมเลิกยุ่งกับมันแล้วจริงๆ นะครับพี่พระอาทิตย์” เติ้ลแทบสำลักและพูดเสียงสั่นๆ

   “กูแค่ถาม” พระอาทิตย์มองเติ้ลด้วยสายตานิ่งๆ

   “มีอะไรหรือเปล่าพี่” เติ้ลถามออกมา

   “เปล่า มึงกินไปเถอะอยากกินอะไรสั่งให้เต็มที่วันนี้กูเลี้ยงเอง” พระอาทิตย์พูดขึ้น เขาลุกจากเก้าอี้ตัวสูงที่นั่งคู่กับเติ้ล

   “แล้วงานที่กูสั่งไปถึงไหน” พระอาทิตย์นึกขึ้นได้และถามขึ้น

   “ผมกำลังตามให้ครับ รู้มาว่ามันจะส่งไม้ล็อตใหญ่กันอีกสองเดือนครับพี่” เติ้ลรีบรายงานออกมา

    “อืม” พระอาทิตย์ตอบรับในลำคอ

    “คุณโจครับลงบัญชีผมไว้ ฝากร้านด้วยนะครับ” พระอาทิตย์บอกกับผู้จัดการร้านและเดินออกไป

   “อะไรของแกวะ” เติ้ลพึมพำออกมา…

   ผ่านไปสองสัปดาห์ที่พระอาทิตย์เข้าไปดูแลร้านและทำงานของตัวเองไปด้วย เขามีงานที่ทำกับปิงหลายอย่างด้วยกัน ว่าแต่ช่วงนี้เขาไม่รู้ว่าปิงหายไปไหน ด้านเชนก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่ที่บ้านตนเอง     พระอาทิตย์ดูจะงานยุ่งไม่น้อยทำให้ยังไม่มีเวลาพาเชนกลับมาอยู่ด้วย แต่เขาต้องหาเวลาไปจัดการเร็วๆ นี้แน่นอน

   ส่วนเรื่องงานที่โรงพยาบาลจะมีแจ็คคอยรายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหวให้ตลอด ไททันยังไม่ฟื้นตั้งแต่อุบัติเหตุรถคว่ำ พ่อของเขาถึงกับไม่เป็นอันทำอะไร พระอาทิตย์ต้องคอยดูเรื่องงานแทนอยู่ห่างๆ

   หมอสุริยะรู้ดีว่าระหว่างตนกับพระอาทิตย์ต่างคนต่างใช้อารมณ์ด้วยกันทั้งคู่ เขาจึงปฏิเสธการถอนหุ้นและไม่คิดจะรับหุ้นคืนจากลูกชายคนโต

   “นายครับ ผมมีเรื่องของนายสุทัศน์มารายงานครับ” เอกลูกน้องคนสนิทอีกคนของพระอาทิตย์รายงานและส่งซองเอกสารให้เจ้านายตนเองดู

   “พวกมันแม่ง! ระยำกันขนาดนี้แล้วยังรอดสายตาตำรวจมาได้ยังไง” พระอาทิตย์พูดขึ้นพลางดูรูปในมือไปด้วย

   “มันทำกันเป็นขบวนการครับ ผมว่าน้องเขยนายสุทัศน์ต้องช่วยหนุนหลังแน่ๆ ครับ” ลูกน้องของเขาที่คอยไปสืบเรื่องราวมารายงานอย่างละเอียด

   “ใคร” พระอาทิตย์ถามออกมาทันที

   “นายสุธีร์ แสงพินิจวรกิจ คนที่นายให้พวกผมตามเฝ้าครับ” ลูกน้องของพระอาทิตย์พูดบอก

   “หึหึ คงต้องสวมรอยเข้าไปจัดการสักหน่อยแล้วละมั้ง”

   พระอาทิตย์ดูจะสนใจคนพวกนี้ไม่น้อย ยิ่งสุทัศน์ที่เป็นคนเห็นแก่เงินด้วยแล้ว หลอกง่ายจะตาย และใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเติ้ลเป็นนกสองหัว ถ้าฝ่ายไหนเงินหนักมีเหรอเด็กหิวเงินอย่างมันจะไม่ทำงานให้

   พระอาทิตย์เดินกลับขึ้นห้องพักภายในร้านอาหารของตัวเอง ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลดูเขาจะมีเรื่องให้คิดค่อนข้างเยอะ กายหนานั่งลงบนเก้าอี้ทำงานและหลับตาลงช้าๆ ในสมองตอนนี้มีแต่เรื่องของเชนเต็มไปหมด

   เขาเป็นห่วงเชนใจแทบขาดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้เชนมีทั้งพี่ชายและคนในครอบครัวเฝ้าตามติดไม่ห่าง ครั้นเขาจะไปลากตัวกลับมาก็ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้จึงต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน

   พระอาทิตย์คิดเรื่องเชนจนเผลอหลับไปทั้งที่นั่งพิงพนักเก้าอี้ทำงานอยู่แบบนั้น…

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว