ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 5 : หลบหนี

ชื่อตอน : บทที่ 5 : หลบหนี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 : หลบหนี
แบบอักษร

​.

“พระชายาเพคะ องค์ชายเทียนหลงพาเสวี่ยม่านหนีไปแล้ว”


“ดี เดี๋ยวเราจะไปพบฝ่าบาทก่อนส่วนเจ้าก็ส่งของกำนัลไปให้พระชายาลี่จูเสีย ยามนี้คงต้องกันแสงหนักนัก.. หึ”


หลิ่วซูเซียวส่งจดหมายลับแก่บิดาตนแล้วเดินไปพบฝ่าบาทในทันที


“ได้โปรดอย่าถือโทษโกรธเคืองใดใดคุณชายหรงเลยเพคะ เป็นหม่อมฉันที่ให้คุณชายนำตังกุยเข้ามา..”


เหวินซานที่กำลังขึ้นควบอาชาสีขาวตัวใหญ่หันมองหลิ่วซูเฟยอย่างพินิจ พระชายาผู้นี้พูดคุยกับพระองค์น้อยนักและไม่ค่อยได้ออกไปไหน แถมนางยังเป็นถึงบุตรธิดาของอัครเสนาบดีหลิ่ว ตระกูลที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของวังหลวง


“แล้วเราจะกลับมาสอบสวนเจ้า.. พระชายาเองทรงนำของที่เป็นอันตรายถึงเพียงนี้แก่สตรีมีครรถ์เข้าวังย่อมมีความผิด”


“หม่อมฉันบริสุทธิ์ใจนะเพคะ จะทรงรอฝ่าบาทเสด็จกลับมาแล้วมอบความเป็นธรรมแก่คุณชายหรง”


หลิ่วซูเฟยก้มหน้าแสดงความเคารพขณะที่ยิ้มยกบนมุมปาก


ข้านี่แหละจะเปิดโปงเจ้าทุกอย่างหวังลี่จู! พระชายาที่เบื้องหน้าอ่อนหวานแต่จิตใจคดเคี้ยว


.


เหวินซานเมื่อทราบว่าเทียนหลงพาเสวี่ยม่านหนีออกจากคุกก็รีบควบม้าเร็วตามไปทันที


อาชาสีขาวสง่าตัวใหญ่ที่วิ่งเร็วที่สุดในแผ่นดินมีหรือจะติดตามเทียนหลงไม่ทัน แม้ทั้งสองจะล่วงหน้าไปก่อนหลายชั่วยาวแต่อาชาเพียงตัวเดียวของเทียนหลงรับน้ำหนักทั้งสองคงจะแล่นไปได้ไม่เร็วนัก อีกทั้งต้องหลงอยู่ที่ทางใดในป่า


“เราไม่ยอมให้เจ้าหนีไปไหน!”


ย๊า!  มือกำแส้ฟาดลงที่ตัวอาชาขาวอีกครั้งเพื่อเร่งความเร็ว ก่อนออกมาอย่างไรเสียก็สั่งขบวมรถม้าตามมาทีหลังแล้ว


.


แฮ่ก.. แฮ่ก


จากที่วิ่งติดต่อกันหลายชั่วยาม เหวินซานก็พักม้าแล้วเก็บบางอย่างบนพื้นดินได้พบว่าเป็นปิ่นปักผมหูเตี๋ยที่ตนซื้อให้ยามนั้นตอนที่ไปตลาดด้วยกัน


ใกล้ๆกันมีเศษผ้าเปื้อนเลือดจำนวนหนึ่งที่ขาดวิ่น ดูท่าจะนำมาซับเลือดแล้วทำตกไว้.. เสวี่ยม่านบาดเจ็บงั้นหรือ


เมื่อพักจนหายเหนื่อยทั้งอาชาทั้งคนก็เริ่มเดินทางต่อทันที เหวินซานคือว่าคงจะไปไหนได้ไม่ไกลนัก เนื่องจากเสวี่ยม่านบาดเจ็บ


จากวันผ่านไปสองวัน.. ก็คงยังไม่พบตัว 


ยามนี้วังหลวงขาดฮ่องเต้ หากผู้ที่รับหน้าที่ว่าราชการแทนชั่วคราวคือหลี่เซวียน อีกหนึ่งเอกบุรุษที่เป็นที่วางพระทัยของฮ่องเต้  นานครั้งจะเข้าวังหลวงเพราะชอบในชีวิตที่นอกวังมากกว่านัก องค์ชายสี่ผู้มีเมตตาจริยาธรรมสูงส่ง


.


“ข้าหิวน้ำ”


อาการที่สามวันนี้ทุเลาลงมากทำให้เดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้นจนเกือบจะพ้นเขตเมืองหลวงต้าหลงหากผ่านทุ่งหญ้านี้ไปจะเข้าสู่มหานครต้าซานกู๋ดินแดนแห่งหุบเขาที่เป็นรอยต่อของแคว้นฉู่และเชื่อมหัวเมืองเล็กใหญ่ต่างๆไปยังดินแดนทางตอนใต้


กุบกรับ!! กุบกรับ!


เสียงควบม้าไวดังจากอีกฝั่งหลายลี้ที่สนามหญ้ากว้าง เทียนหลงหันไปมองพบว่าเป็นอาชาสีขาวตัวใหญ่ของเสด็จพี่


“กอดข้าไว้แน่นๆ”


เสวี่ยม่านทำตามที่บอกโดยง่ายดาย รู้สึกถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้น คาดว่าคงมีอะไรตามมา


ซึ่งมันก็คือความจริงที่ว่าเหวินซานตะโกนเสียงดังอยู่ไม่ไกลกันนักพร้อมควบอาชาคู่ใจมาเทียบข้าง

.


“ปล่อยตัวเสวี่ยม่านมาให้เราแล้วเราจะไม่เอาผิดที่เจ้าพาคนของเราหนี”


เมื่อฉุดยื้อกันสักพัก เทียนหลงทั้งถือดาบและต้องประครองเสวี่ยม่านก็พลาดท่า ประจวบกับฝีมือที่ต่างกันอยู่หลายส่วนทำให้ต้องพ่ายแพ้.. เสวี่ยม่านถูกดึงฉุดขึ้นกลางอากาศแล้วลากมานั่งบนอาชาสีขาว ชุดที่เลอะมอมแมมยามนี้ไม่ได้บดบังความงามลงแม้แต่เพียงน้อย


ร่างเล็กอรชรทั้งผลักทั้งดันคนผู้นี้ให้ไกลตัวจนเหนื่อยเปล่า พร่ำบอกให้ปล่อยตนไป ตนไม่มีความผิดและไม่อยากอยู่วังหลวง!


เสวี่ยม่านเห็นว่าไม่เป็นผลดีจึงเลิกผลักเสีย


ฮ่องเต้ทรงรับสั่งบางอย่างแก่เทียนหลงให้ล่วงหน้ากลับวังหลวงไปก่อนแล้วตนเองจะตามกลับไปเพราะสั่งขบวนรถม้าตามมาอีกหนึ่งวันคงมาถึงแล้ว


อาชาสีขาววิ่งไปไม่หยุดผ่านเขตป่าผืนใหญ่สุดท้ายก็จะถึงนครต้าซานกู๋ เป็นเมืองที่เจริญไม่น้อยเพราะติดกับแคว้นฉู่เมืองหลวงและเมืองการค้าที่เจริญหลายเมือง


เหวินซานที่กำลังแล่นอาชาผ่านหุบเขาที่ไม่ลึกเท่าไรด้านล่างมีสายธารไหลไม่เชี่ยวนักดูงดงาม..


หากแต่ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนกลับร่วงหล่นลงไป.. เสวี่ยม่านได้ยินเสียงน้ำไหลจึงตัดสินใจกระโจนหนี ยอมตายยังดีกว่ากลับวังหลวงเพื่อไปรับโทษที่ตนไม่ได้ก่อ!


“เสวี่ยม่าน เจ้า!”


เหวินซานไขว่คว้าแม้ชายเสื้อยังไม่ทันจึงหยุดอาชาขาวมองร่างที่จมลงไปเรื่อยๆในน้ำลึก ไม่รีรอกระโดดตามลงไป จำได้ว่าเสวี่ยม่านว่ายน้ำไม่เป็น


ดำผุดที่เดิมไม่พบจึงว่ายไปอีกสักพักก็คว้ามือเรียว งามคู่นั้นได้แล้วพาขึ้นฝั่งใกล้ๆกัน


“แค่กๆ อ่อก..” ร่างบางสั่นสะท้านแล้วไอค่อกแค่กเพราะสำลักน้ำในลำคอ


“เจ้าอยากตายนักรึ” 


เหวินซานถามในคำตอบที่น่าจะทราบดีอยู่แล้วแต่เสวี่ยม่านหาได้สนใจและโต้ตอบอย่างฉุนเฉียว


“ข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียดวังหลวง!” 


เสวี่ยม่านลุกยืนหมายจะเดินหลบหนีแต่สุดท้ายแล้ว.. กลับต้องมานอนแผ่หลาบนพื้นหญ้าข้างแม่น้ำตรงนี้แทนเพราะเหวินซานแทบจะทนฟังคำด่าทอตนไม่ได้ กายบางเปียกปอนเห็นไปถึงไหนต่อไหนเพราะชุดขาวมันช่างบางนัก


ผู้สูงศักดิ์คร่อมทับบนตัวของเสวี่ยม่านไม่ให้ขยับไปไหน.. พลันกดทับข้อมือเล็กด้วยแรงที่เหนือกว่า


“ไหนๆเจ้าก็เป็นถึงเอกบุรุษแห่งหอโคมแดง ให้เราได้ชื่นชมฝีมือการเอาอกเอาใจบุรุษของเจ้าดีไหม จะได้ประจักษ์ว่านอกจากฝีมือกู่เจิงและใบหน้าเจ้ายังมีสิ่งที่ไม่เป็นรองผู้ใดอยู่อีก”


เสวี่ยม่านดิ้นขลุกขลักอย่างหวาดหวั่น หรือตนจะทำพลาดสิ่งใดไป ฮ่องเต้ผู้นี้จึงหันมาจะข่มเหงตน


ริมฝีปากขยับเขยื้อนเอ่ยขออย่างลำบาก วิงวอนให้หยุดการกระทำหยาบโลนและปล่อยตนไป


“ปล่อยข้าฝ่าบาท!”



หากแต่หวงตี้หาได้สนใจเพราะมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านอนรอตรงนี้แล้ว คางมนถูกเชยขึ้นมาประกบปิดริมฝีปากบางอย่างถวิลหา.. ในอกเริ่มร้อนรุ่มดั่งไฟสุม



คางถูกบีบเบาๆเผื่อให้เผยอริมฝีปากออกมาก่อนจะสอดพระชิวหาลงไปอย่างจาบจ้วง ลิ้นอุ่นร้อนดุนดันไปทั่วโพรงปากก่อนจะตวัดลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง มุมปากไหลคราบสีใสของน้ำลายเหนียวหนืด


สาบเสื้อถูกแหวกออกจนเผยแผ่นอกผุดผาดพร้อมยอดอกสีชมพูระเรื่อที่ขึ้นสีราวกับดูเขินอาย เหวินซานก้มลงครอบครองดูดเม้มมันทันที.. ร่างกายที่เชิญชวนนี้บิดเร้าไปมาเพราะความเสียวกระสัน


“ฝ่าบาท.. ปะ ปล่อยข้า” 

เสวี่ยม่านไม่ไหวแล้วมันทรมานจน สองมือดันหัวไหล่บุคคลที่ยุ่งวุ่นวายกับหน้าอกตนออกอย่างหมดเรี่ยวแรง


“ยามนี้เจ้าช่างดูงดงาม.. นี่หรอกหรือร่างกายเจ้ายามที่ยั่วยวนผู้คน”


นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้แก้มใสแล้วดันสองนิ้วเข้าในโพรงปากเสวี่ยม่าน


“หากไม่อยากเจ็บเพราะความฝืดเคืองก็เลียนิ้วเราเสียสิ..”


ร่างกายแข็งแรงแทรกตัวอยู่ระหว่างขาแล้วจับเอาเรียวขาเล็กอ้าออกพอประมาณ ชายผ้าที่รุงรังอยู่ถูกจับเปิดออกจนหมดทำให้เปิดเผยกลีบสีชมพูข้างล่างช่างดูน่ามอง..


“อึก..”


เสวี่ยม่านจุกที่โพรงปากไปจนถึงลำคอแต่ก็ใช้ลิ้นเล็กๆนั่นเลียนิ้วเรียวยาวตามคำกล่าวของเหวินซานอย่างว่าง่าย



เลิกที่จะขัดขืนเพราะเสียเวลาและเสียแรงกายไปโดยเปล่าประโยชน์


“นั่นแหละเด็กดี.. เราจะมอบของกำนัลให้เจ้า”


เหวินซานชักนิ้วกลับแล้วนำมาลูบวนตรงช่องทางกลีบสวยด้านล่าง นิ้วชื้นแฉะดันเข้าไปในนั้นทันทีทำให้จีบรอบๆเริ่มขยายออกตามจำนวนนิ้ว


“อ๊า อ๊ะ!”



เสวี่ยม่านสะดุ้งผวากอดคอพลันซุกหน้าบนบ่าแกร่งอย่างรู้สึกเจ็บปวด นิ้วเรียวยาวชักเข้าออกขณะที่อีกข้างขยำก้นสะโพกนิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ร่างกายขาวๆถูกมือลากผ่านไปทั่วจนขึ้นซับสีเรื่อช่างดูงดงาม



ดวงหน้าหวานกัดริมฝีปากแน่นคล้ายจะคลายความเจ็บด้านล่าง เหวินซานจึงจับประกบจูบอีกรอบ.. แก่นกายเล็กเริ่มขยายจนคับพองเต็มไม้เต็มมือ เห็นดังนั้นจึงชักของตัวเองออกมา


“สัมผัสเราดูสิ นี่คือสิ่งที่พระสนมทั่วทั้งวังหลังถวิลหา แต่เจ้าจะได้มันไปครองในไม่ช้า” เสียงทุ้มต่ำพูดอยู่ข้างใบหูจนฟังแล้วรู้สึกเขินอาย


อุ้งมือเล็กเลื่อนไปสัมผัสท่อนกายหนาที่ขยายนี้ดีดผึงออกมาจากกลางลำตัว.. ใหญ่ยาวราวกับของอาชา 


มือเสวี่ยม่านกำไปได้แค่เพียงชั่วครู่ก็ต้องละออกมาเพราะรู้สึกตกใจ แต่มือปีศาจของเหวินซานก็จับเอามือเล็กๆนั่นมากำของตัวเองอีกรอบพร้อมกับท่อนเนื้อร้อนของเสวี่ยม่านถูไถเข้ากัน


“อ๊ะ! ขะ ข้า..จะเสร็จมีอะไรจะออก..มา”


กายบางสั่นสะท้านเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่กลางกาย.. ร่างนั้นสั่นกระตุกพร้อมปลดปล่อยออกมาเปรอะเลอะไปทั่ว


ขณะที่เหวินซานเองก็ใกล้ถึงเต็มทีจึงนำมาจ่อไว้ที่จีบสีชมพูเบื้องล่าง.. ความอุ่นชื้นเกิดขึ้นจนเสวี่ยม่านกระถกหนีอย่างตกใจ


“ปะ ปล่อยข้า.. เสร็จแล้วก็อย่าจับข้าไว้”


เหวินซานลากตัวเสวี่ยม่านกลับมาดังเดิมแล้วนำท่อนเนื้อร้อนที่พองคับดั่งของอาชาถูวนไปมาทั่วปากทางเข้าและก้นนุ่มนิ่มนั่น


“ของเรามันยังผงาดอยู่ขนาดนี้ เจ้าว่าเสร็จงั้นหรือ”


“อึก! อ๊าา!”


ไม่รีรอจังหวะนานก็ดันแก่นกายร้อนๆเข้าไปในกายของเสวี่ยม่าน ความคับแน่นชื้นแฉะภายในตัวทำให้เหวินซานพอใจนัก


แม้จะดิ้นหนีก็ถูกแขนแกร่งกักตัวไว้ เสวี่ยม่านถูกจับอ้าขาออกกว้างตามขนาดตัวของคนที่แทรกอยู่หว่างกลาง


“ข้าเจ็บ.. อื้มม.. อื้อ!”


เมื่อนำเข้าไปได้จนสุดความยาวก็เริ่มกระแทกปลดปล่อย บั้นเอวแข็งแรงโยกเน้นอยู่ช่วงล่างอย่างสุขสม น้ำเสียงบดเบียดน่าอายดังระงมไปทั่วผืนป่า


เสวี่ยม่านถูกจับประกบจูบอีกครั้ง เกียวลิ้นสอดแทรกเกี่ยวกันพัลวันอย่างเร่าร้อน ดวงตาสวยหลับพริ้มเอียงใบหน้ารับจุมพิตนี้ก่อนที่เหวินซานจะละลงมายังลำคอแล้วดูดเม้มจนเกิดรอย


ท่วงท่ายามนี้ทำให้เห็นคนใต้ร่างได้ขัดเจน อกขาวผุดผาดซับสีชมพูระเรื่อ ยอดอกชูชันหยอกล้อจนต้องกัดลงไปจมเขี้ยวอย่างชอบพอ


“ข้าเจ็บ อ๊ะ.. อ๊ะ!” 

ปากกระจับเอ่ยประท้วงแล้วพยายามทุบตีเข้าที่หัวไหล่เหวินซาน


“ก็ยอดอกเจ้ามันล่อลวงเราให้ดูดดึง เจ้าน่ะสิต้องยอมอยู่เฉยให้เรา”


คำพูดที่ดูลามกนั่นทำเอาเสวี่ยม่านซุกใบหน้าเพื่อซ่อนความอาย ตลอดเวลาที่อยู่กับฮ่องเต้ไม่เคยเห็นด้านนี้แม้เพียงสักครั้ง


“อ๊ะ ข้าเปล่า.. อ๊าา!”


เสวี่ยม่านที่ถูกกระแทกเข้าออกอยู่นั้นเสียวกระสันจนแหงนใบหน้าขึ้นสูดปาก มือจิกเกร็งหญ้าที่พื้นจนขาด ก่อนจะถูกจับเปลี่ยนท่วงท่าในทันที


ร่างบางถูกถอดอาภรณ์จนหมดเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าในอ้อมอก เหวินซานอุ้มเสวี่ยม่านลงมาในลำธารสีใสทั้งที่ของสองสิ่งยังเชื่อมต่อกันอยู่แม้ปลดปล่อยไปแล้วจนน้ำเชื้อเต็มในช่องทางรักนั้น.. แผ่นหลังกว้างพิงโขดหินนั่งขัดสมาธิดึงท่อนเนื้อร้อนออกแล้วจับเอาเสวี่ยม่านนั่งคร่อมตน


“ทำเองเสียสิแล้วเราจะหยุดทำ”

ฮ่องเต้แย้มพระสลวลมุมปากคอยมองการกระทำอีกคนว่าจะมีท่าทีเช่นไร


ท่อนล่างทั้งคู่ที่แช่ในน้ำอยู่แต่กลับไม่รู้สึกเย็นเลยกลับร้อนรุ่มต้องการจะปลดปล่อยอีกครั้ง


ท่าทีเงอะงะแต่ดูน่าชมจับเอาแกนกายดุจดังอาชาจ่อปากทางตัวเองไว้ อยากจะก้มมองแต่ก็มองไม่เห็นเพราะสอดใส่ลำบากเสียเหลือเกิน ท่วงท่ายามนี้เสวี่ยม่านก็คิดในใจว่าช่างน่าอายนัก ดีแล้วที่ไม่เห็น



เมื่อเหวินซานเห็นว่าเสวี่ยม่านสอดไม่เข้าเสียทีจึงช่วยสนองด้วยการยกสะโพกของร่างนั้นกดลงมาทันที.. จนเสวี่ยม่านรู้สึกจุกไม่น้อย


มันเข้ามาภายในล้ำลึก.. และท่านี้ลึกกว่าที่ทำอยู่ข้างลำธารเสียอีก อีกทั้งยังมีน้ำช่วยชะโลมความฝืดให้สอดใส่เข้ามาได้ดี.. แต่ยังคงคับแน่นมากนัก


“อ๊า! อ๊ะๆ.. อื้ออ!”


เหวินซานกอดเอาเสวี่ยม่านมาแนบชิดอกตน แผ่นหลังเว้าแอ่นสะโพกมนเบื้องล่างกระดกขึ้นลงตามจังหวะที่ถูกกระแทกเข้าออก.. ใบหน้างามซบลงบ่าแกร่งทั้งเสียวกระสันทั้งเจ็บทั้งอายปนเปไปหมด


จุมพิตสุดท้ายก่อนที่เสวี่ยม่านจะไม่รับรู้สิ่งใดอีกหลับลงไป..


.


.

หลังจากกระทำย่ำยีคนตรงหน้าเสร็จก็รีบแต่งกายให้พาไปหาที่พักค้างแรมในโรงเตี๊ยมในแถบชานเมืองทันที


เมื่อวานนี้เขาได้แตะต้องคนผู้นี้ไปแล้วราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันและความปราถนา แม้นจะเคยจินตนาการว่าคนตรงหน้าจะมีทีท่าเช่นไรยามครวญครางอยู่บนเตียงหรือใต้ร่างพระองค์แต่สิ่งที่ได้รับคือความสุขสมมากกว่าที่นึกคิดหลายพันเท่า


ยามแรกมีความต้องการแต่กลับท่าทีไม่ประสาเขินอาย ช่างน่ากระทำกลั่นแกล้ง นี่น่ะหรือคุณชายหรงผู้มีค่าตัวต่อคืนหลายพันตำลึงช่างสมน้ำสมเนื้อ ไหนเลยจะความคับแน่นนั่นอีกที่ทำให้อยากเสพสมอย่างไม่รู้จบ ต้องได้ลิ้มลองเองจักรู้รสชาติที่ราวกับดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง


ร่างกายบอบบางตรงหน้าซับสีระเรื่อและบางจุดก็แดงช้ำจากสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้ หากแต่แผ่นหลังขาวนวลบางจุดยังช้ำอยู่.. ซึ่งทราบมาว่าถูกโบย ทั้งที่ตนไม่ได้สั่ง


เสียงครางแผ่วๆเหมือนกับใกล้จะตื่นของอีกคนที่นอนหลบซุกแผงอกแกร่งดังขึ้นทำให้ฝ่าบาทเลื่อนมือหนาไปบีบคางมนให้เผยอปากรับจุมพิต


“อื้อ!”


หรง เสวี่ยม่าน ลืมตาตื่นขึ้นมาในแววตาสับสน รับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าคือเหวินซานอย่างแน่นอน จึงกระถดถอนหนีอย่างหวาดหวั่นว่าจะถูกข่มเหงอีกรอบ


“เหตุใดจึงถือศักดิ์ศรีกับเราถึงเพียงนี้”


เสวี่ยม่านดึงผ้าขึ้นมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของตนและขออย่าให้อีกฝ่ายเข้าใกล้


“เสวี่ยม่านถ้าเรารู้ว่าจะทำให้เจ้าหายพยศอวดดีจะนอนกับเจ้าเป็นร้อยเป็นพันครั้งไปเสีย”


“หยุดข้าไม่อยากฟัง..” เสวี่ยม่านผลักเหวินซานออกจนตนเองไปนั่งสุดขอบเตียง


“เมื่อวานเรายังเชื่อมต่อกันอยู่เป็นเจ้าที่ตอดรัดกลืนกินสิ่งนั้นของเรา ทั้งอ้อนวอนขอร้องครวญคราง เหตุใดตื่นมาจึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้”


“หยุดเถอะ!”


ร่างบางนั้นลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วแต่แข้งขาไร้เรี่ยวแรงทำให้จนทำให้ล้มคะมำอยู่บนพื้น.. เหวินซานมองตามหมายจะไปพยุงให้ลุก ผ้าห่มที่ทับถมอยู่เปิดออกให้ต้นขามีเลือดบางส่วนไหลย้อนลงมา..


“หยุดหนีเถอะ เป็นเราที่ฝืนบังคับเจ้าเอง”


เมื่อเห็นดังนั้นจึงคิดทบทวนได้ว่าเป็นตนเองที่ทำร้ายคนตรงจนบาดเจ็บและหวาดกลัว ครั้นจะเข้าไปช่วยก็ถูกด่าทอห้ามปรามว่าอย่าเข้าใกล้ตนมิเช่นนั้นจะกัดลิ้นตาย จนคนฟังรู้สึกมีน้ำโห


“หรือว่าเจ้ายังรักอาลัยอาวรณ์แก่เหลียงอ๋องงั้นหรือ ลีลาบนเตียงของพระปิตุลาเรา หยาง เหวินเหลียงดีกว่าเรา ถึงใจกว่าเราเป็นพันเท่างั้นหรือเสวี่ยม่าน” เงียบเสียงไปสักพักก่อนจะเอ่ยต่อ..


“อย่าได้ทะนงตนในศักดิ์ศรีเจ้านักเลย เราอยากให้เจ้าหรือผู้คนได้เห็นนักว่าเมื่อวานใบหน้าเย่อยิ่ง และนิสัยเย็นชาของเจ้าแตกต่างกันกับร่างร่านสวาทที่เสพสมกับเราอย่างไร”



“อึก..”


เสวี่ยม่านโดนดูถูกอยู่ซ้ำๆครั้นจะร้องไห้ก็เหนื่อยจนร้องไม่ออกเสียแล้ว


“ข้ารักษาตัวมาจนถึงบัดนี้แต่ท่านผู้เดียวที่ทำให้ข้ารู้สึกอับอาย ท่านไม่เคยคิดเลยหรือว่าเหล่าคณิกาจะไม่มีวิธีป้องกันตนเองจากผู้อื่น..”


เมื่อฟังเสวี่ยม่านพูดจนจบเหวินซานพลันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ท่าทีไม่ประสา ช่องทางคับแน่นที่ตอดรัดตนนั้นและคนตรงหน้าที่ดูหวาดหวั่น 


“เมื่อวานคือครั้งแรกของเจ้าหรอกหรือ..”


เสวี่ยม่านพยักหน้าทั้งน้ำตา.. ความภูมิใจที่ตนมีถูกทำลายจนหมดสิ้นด้วยน้ำมือของบุคคลที่ตนชิงชังที่สุดในยามนี้


“เราไม่ทราบว่ามันคือครั้งแรก.. เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวกันทำให้เราไม่อาจจะรับรู้ได้”


“ถ้าข้าบอกไปแล้วท่านเคยเชื่อคำใดของข้าบ้างฝ่าบาท..”


เป็นเหวินซานอีกคราที่ทำให้เสวี่ยม่านต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ราวกับถูกสาดน้ำร้อนใส่หน้าและด้วยความบุ่มบ่ามของตนทำให้คนผู้นี้ต้องพลันเจ็บปวดทั้งกายใจ


มิเช่นนั้นเล่าร่างกายที่ตนแตะต้องไปถึงดูบริสุทธิ์ผุดผ่องดูมิแปดเปื้อนความโสมมมาก่อน ยิ่งท่าทางกระดากอายนั้นทำให้ฉุกคิดได้ว่าคนที่ร้ายที่สุดคือตนเอง..


เหวินซานสวมเสื้อคลุมให้ร่างกายที่อยู่ในสภาพหมิ่นเหม่ก่อนจะเดินกลับออกไป..



TBC..... 

มาต่อแล้วค่ะ.. ส่วนมากตอนนี้ NC ทั้งตอนเลย 

เหวินซานแตะต้องน้องไปแล้วโปรดรับผิดชอบด้วย อย่าทำให้ของสวยๆงามๆต้องเสียของ!


//Talk แต่ง NC แนวโบราณๆครั้งแรกอาจจะยังไม่ดีนะคะ ขออภัยด้วยหากติดขัด แงงง

ฝากคอมเม้นพูดคุยติชมกันได้ค่ะ

จะได้มาเจอกันตอนหน้าเร็วๆนี้นะคะ💕


/สอบถามเพิ่มเติมนะคะ+แจ้งผู้อ่านที่ไม่ค่อยชอบฉาก 18+ หลังจากนี้ก็จะมีฉากพอประมาณแต่ไม่เยอะเกินไปค่ะ เสวี่ยม่านช้ำหมดแน่ๆ ฮอลลล แต่บางทีก็จำเป็นต้องอ่านเนอะ จะได้รู้ว่าตอนนี้ไปมาอย่างไรค่ะ

/อาจจะยังแต่งได้ไม่ดีมีอะไรแนะนำกันได้นะคะ หลังจากนี้จะมีดราม่าเล็กน้อย TwT ผสมกับความบ้าๆบอๆของคนในวังทำให้เสวี่ยม่านอยู่ยากนิดนึง


//ขอบคุณที่ติดตามและคอมเม้นค่ะ💕

ความคิดเห็น