email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15. …เราหย่ากันเถอะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15. …เราหย่ากันเถอะ

คำค้น : ชีค, ทะเลทราย, โรแมนติกคอมมาดี้,อ้วนพี

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.3k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2561 13:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15. …เราหย่ากันเถอะ
แบบอักษร

ตอนที่ 15. …เราหย่ากันเถอะ

“ปลา!!” เรนอสโพล่งลั่นด้วยความตกใจ ก่อนจะวิ่งไปที่รถพร้อมด้วยฮาริชและอซิสอีกทั้งลูกน้องอีกหลายสิบที่กรูตามลูกพี่ของตัวเองออกไป หลังจากที่สองบอดี้การ์ดหนุ่มเข้ามารายงานหน้าเครียดว่าเห็นรถส่วนตัวของชีคคาแห่งอัลจามาลขับรถมุ่งหน้าไปยังพิกัดที่มีการสืบได้ว่านัสรีน่าและคนทรยศจากอัลบาฮาที่ค่อยช่วยเหลือแม่นางแบบสาวอยู่ก็อยู่ที่นั่นด้วย แน่นอนว่าชีคคาแห่งอัลจามาลที่ขับรถออกไปนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากปาริดา ตัดอีกสองชีคคาของรัชทายาทพระองค์โตและพระองค์รองไปได้เลย เนื่องจากทั้งสองทำราชกิจแทนพระราชินีอยู่ที่ต่างประเทศ เรนอสกัดฟัดกรอดด้วยความโมโหและร้อนใจที่ปาริดาออกไปแบบนั้น อาการเหม่อเมื่อคืนเหมือนคนคิดทำอะไรสักอย่างของปาริดาแวบเข้ามาในห้วงความคิด เขานึกอยู่แล้วว่ายายปาปิรันย่านั่นต้องคิดทำอะไรแต่ไม่อยากเชื่อว่าคิดจะเข้าไปหานัสรีน่าเองแบบนี้ “โธ่โว้ย!” เรนอสตบพวงมาลัยด้วยความโมโหสุดขีดและเหยียบคันเร่งจนมิดไมด์ เขารับประกันได้ ว่าถ้าปาริดาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ แม้แต่วิญญาณของยายนัสรีน่าเขาก็จะไม่เอามันไว้! และเมื่อมาถึงที่หมาย คนของเรนอสกระจายกำลังเข้าล้อมและบางส่วนตามคุ้มครองเจ้านายของตนที่เดินเข้าไปด้านในห้างร้าง “ปลา!” เรนอสเรียกปาริดาดังลั่นเมื่อเห็นหญิงสาวอยู่ที่นี่จริงๆ พร้อมกับนัสรีน่าที่นั่งทรุดลงกับพื้นด้วยสภาพที่ดูไม่ได้

“เรย์!” ปาริดามองด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าชีคหนุ่มจะมาเจอเธออยู่ที่นี่ ก่อนที่ตัวเธอทั้งตัวจะถูกเขาดึงเข้าไปกอดไว้แน่น เรนอสเหมือนยกภูเขาออกจากอก จากใจที่เคยหายก็กลับมาเต้นแรงด้วยความดีใจอีกครั้งที่รู้ว่าชีคคนสำคัญไม่เป็นอะไร ส่วนฮาริชและอซิสก็รีบเข้ามาจับกุมตัวนัสรีน่าที่นั่งนิ่งเอาแต่ร้องไห้เงียบๆ ใบหน้าที่บวมฉึ่งนั้นดูก็รู้ว่าถูกตบอย่างหนัก มันทำให้พวกเขาทั้งสองอึ้งไม่น้อย ไม่คิดว่าชีคคาสาวจะเล่นงานคืนด้วยฝ่ามือพิฆาตอย่างเดียวจนอยู่หมัด

“ฉัน… แพ้เธอแล้ว” นัสรีน่ายิ้มหยันให้กับเอง มองภาพที่ทั้งสองกอดกันมันเจ็บจนเธอทนดูแทบไม่ไหว คงจะเป็นจริงอย่างที่ปาริดาพูด ว่าต่อให้เธอฆ่าปาริดาให้ตายเรนอสก็ไม่มีวันมารักเธอ สายตาแสนอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักนี้ของเขาเธอก็ไม่มีวันได้มันมา …เธอโง่เอง

“เธอไม่ได้แพ้ เพราะความรักไม่ใช่เกม มันเป็นเรื่องของความรู้สึก มันเป็นเรื่องของใจ สักวันหนึ่งถ้าเธอได้เจอความรักของเธอเอง เธอจะเข้าใจที่ฉันพูดมากขึ้น” แล้วปาริดาก็ยิ้มนิดๆ “ฉันไม่ใช่กูรูเรื่องความรัก แต่เพราะผู้ชายคนนี้สอนให้ฉันได้รู้จักและเรียนรู้ไปพร้อมกับเขาก็เท่านั้นเอง” นัสรีน่าสะอื้นฮักก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างอดกลั้นความรู้สึกต่อไปไม่ได้ เรนอสมองอดีตคนเคยควงด้วยสายตาสงสารแกมเวทนา ความโกรธมากมายมลายหายไปราวกับฝุ่นทราย อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของเขาที่ทำให้นัสรีน่าต้องเดินในทางแบบนี้

“ขอโทษนะรีน่า” เรนอสเอ่ยขอโทษและค้อมศีรษะให้เล็กน้อย เป็นการแสดงออกว่าเขาขอโทษจากใจจริง นัสรีน่าพูดไม่ออก มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่บอกได้ทุกอย่าง ไม่นานนักอซิสก็พาตัวนัสรีน่าออกไปเพื่อไปรับโทษตามกฎหมายที่เจ้าหล่อนได้ก่อเอาไว้ เรนอสรวบตัวปาริดาเข้ามากอดไว้อีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนว่าหัวใจเขายังอยู่ “อย่าทำอะไรบ้าระห่ำแบบนี้อีกรู้มั้ย หัวใจป๊าจะวายตอนที่รู้ว่าม้ากำลังมาที่นี่” น้ำเสียงเรนอสทั้งเป็นห่วงแกมดุ อยากจะสั่งเก็บบอดี้การ์ดไม่ได้เรื่องพวกนั้นให้หมด ปล่อยเมียสุดที่รักเขามาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ได้ยังไง ปาริดาถึงกับหัวเราะน้อยๆ แล้วกอดตอบ

“ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง แต่เรื่องนี้เป็นเพราะม้า ม้าปล่อยไว้ไม่ได้หรอก” ถึงจะกลัวใจนัสรีน่ามากแค่ไหนที่ไม่รู้จะยิงเธอทิ้งเมื่อไหร่ แต่นั่นแหละในเมื่อทุกอย่างมันผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป เธอยังอยู่ นัสรีน่าคิดได้แค่นี้สำหรับเธอก็ถือว่าประสบความสำเร็จสุดๆ แล้ว “กลับบ้านกันเถอะนะ ม้าเจ็บมือไปหมดเลย เห็นมั้ย ตบหน้าเขาจนมือม้าบวมฉึ่งเลย ไปดูแลม้าหน่อยนะ นะ น้า” ปาริดาทั้งทำท่าทางออดอ้อนทั้งใช้น้ำเสียง เรนอสหรี่ตามองชีคคาสาวแล้วหัวเราะหึๆ ในความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรวบตัวหญิงสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วกระซิบชิดริมฝีปากบาง พูดบางอย่างที่ทำให้คนฟังหน้าแดงไปจนถึงใบหู

“ไม่ใช่แค่มือ แต่จะดูแลทั้งตัวแบบทุกตารางนิ้วเลยจ๊ะทูนหัว หึๆ”


หลังจากที่เรื่องทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดี และทุกคนก็รู้เรื่องราววีรกรรมอันแสนบ้าระห่ำของปาริดาก็เอาแต่มองกันตาค้าง ก่อนที่ราชินีไลลาเองที่จะเป็นฝ่ายบ่นอุบที่ลูกสะใภ้คนโปรดของนางถึงได้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้น วันถัดมาเรนอสก็ถอนกำลังบอดี้การ์ดที่เคยให้คุ้มครองปาริดาออกเหลือเพียงสองคนตามที่หญิงสาวขอ ก็มีแต่จมินทร์เท่านั้นที่ถูกทำโทษให้ไปดูแลคอกม้าเป็นเวลาสามเดือนโทษฐานที่ปล่อยให้ชีคคาในองค์รัชทายาทลำดับที่สามแห่งอัลจามาลไปพะบู้ระห่ำโดยไม่แจ้งต้นสังกัด ถึงแม้ปาริดาจะขอลดหย่อนโทษจากเรนอสให้ ก็ดูเหมือนสามีหนุ่มจะไม่ใจอ่อน แถมยังบอกกลับอีกว่านี่เป็นโทษสถานเบาแล้ว ปกติคนที่ฝืนคำสั่งเขาจะโดนไปปล่อยให้แล้งในทะเลทรายจิกกิน ปาริดาเลยหุบปากฉับ ไม่พูดอะไรอีก กลัวว่าเรนอสจะเปลี่ยนใจสั่งทำโทษขั้นสูงขึ้นมา

“ชีคคาคะ มีผู้ชายคนนึงมาขอพบค่ะ บอกว่าเป็นเพื่อนมาจากเมืองไทย” เด็กรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาบอกในห้องนั่งเล่นในช่วงสายๆ ของวันหนึ่ง เรนอสที่นอนหนุนตักปาริดาอ่านหนังสืออยู่ถึงกับวางหนังสืออย่างไวแล้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองภรรยาสาวด้วยสายตาวาวเอาเรื่องทันที ปาริดาได้แต่กระพริบตาปริบๆ ใส่ กำลังนึกอยู่ว่าใคร ถ้าเป็นต้าร์เพื่อนเกลอก็น่าจะโทรมาบอกเธอก่อน หรือว่าจะเป็นคนอื่น ส่วนสาวใช้ที่เข้ามาบอกเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดีก็รีบถอยกรูดหลบฉากอย่างรวดเร็ว

“ยังไง” น้ำเสียงและท่าทางของเรนอสเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย ปาริดายิ้มหวานขัดตาทัพไว้ก่อน

“ก็ไม่ยังไง ก็เพื่อนมาหา ม้าไปหาเพื่อนก่อนนะ” แล้วปาริดาก็ลุกพรวดเดินลิ่วไปทันที เธอรู้ว่าสามีเธอเป็นคนขี้หึงขนาดไหน ดังนั้นเธอต้องไปดูก่อนว่าเพื่อนคนไหนมาหา จะได้เจรจากันถูก ส่วนเรนอสขบกรามกรอดแล้วรีบเดินตามไปติดๆ นึกคาดโทษอยู่ในใจ “เฮ้ย! ต้าร์” ปาริดาร้องเรียกด้วยความแปลกใจอย่างที่สุด ไม่คิดว่าศิวาเพื่อนเกลอจะมาหาเธอถึงที่นี่

“ไง” ศิวาที่ยืนดูอะไรรอบๆ วัง หันมายิ้มเล็กๆ ให้เพื่อนสาว แล้วแทบหลุดขำกับท่าทางของเรนอสที่รีบวิ่งเข้ามากอดปาริดาด้านหลังแล้วจ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ โดยไม่สนใจเสียงปรามของปาริดาและจับมือไม้ที่กอดหนึบของชีคหนุ่มออก “สวัสดีครับชีค พอดีผมเดินหลงเข้ามาน่ะ” ปาริดาถอนหายใจเฮือกกับคำแกล้งแหย่ของเพื่อนเกลอ

“เดินหลงมาเรอะ มาไกลเนอะ ทางออกอยู่โน่น ถ้าไปไม่ถูกก็เดินไปออกทางเข้า ไป๊! ชิ่วๆ”

“ป๊า!” ปาริดาหันไปตีที่ต้นแขนเรนอสพลางทำหน้าไม่ชอบใจที่ทำตัวไม่น่ารัก แต่ดูศิวาจะไม่คิดมาก เขาแค่กระตุกยิ้มนิดๆ เท่านั้น “ขอโทษแทนเด็กเกเรด้วยนะ” เรนอสหันขวับแล้วว๊ากกลับทันทีว่าเขาออกจะเป็นเด็กดี เกเรตรงไหน แต่ภรรยาสุดที่รักดันไม่ฟังเอาแต่ตีแขนเขาและทำตาดุใส่

“ไม่เป็นไรหรอก” ศิวาว่าอย่างไม่ถือความ เพราะไม่รู้จะไปโกรธอะไรกับผู้ชายขี้หึง แค่ได้เห็นว่าผู้ชายคนนี้รักเพื่อนเขาดีอยู่ก็เบาใจหายห่วงแล้ว “ฉันแค่แวะมาบอกลาแกเท่านั้นเอง” รอยยิ้มปาริดาหดหาย ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ต้องการคำอธิบาย ซึ่งศิวาก็มีเพียงรอยยิ้มจางๆ มาให้เท่านั้น

“มาแอบดูแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับชีค” ฮาริชพูดคล้ายเอือมระอาสุดๆ กับเจ้านายหนุ่มที่แยกแยะความหึงหวงไม่เป็น ลากเขากับอซิส (ที่ไม่ห้ามปรามเจ้านายซักนิด) ให้ตามมาเป็นเพื่อน ซึ่งเขานั้นคิดว่า ถ้าหากชีคคาจับได้ว่ามาแอบดูตัวชีคเองจะไม่โดนถูกด่าคนเดียว พวกเขาสองคนจะโดนเป็นเพื่อนไปด้วยนั่นเอง ส่วนเจ้าฟรีกที่บินตามมาด้วยก็ส่งเสียงร้องเหมือนเห็นด้วยกับลูกน้องคนโปรดเจ้านาย ก่อนที่มันจะกางปีกบินขึ้นบนฟ้า ไปหาอะไรทำที่มีสาระมากกว่านี้

“นายนี่มัน!” เรนอสถลึงตาใส่ลูกน้องมือหนึ่งที่พูดจาไม่เข้าหู วันนี้เขาโดนว่าทำตัวไม่น่ารักถึงสองครั้งในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที คนแรกคือเมีย คนที่สองดันเป็นลูกน้องตัวเอง “เอาไว้จบเรื่องนี้ฉันจะหาเมียให้นายซักคน จะได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกฉันบ้าง!” พูดจบก็แอบตามศรีภรรยาที่เดินกับไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อมาทางด้านหลังของวัง โดยไม่คิดใยดีสักนิดกับสีหน้าเหมือนกินยาขมของฮาริชที่เหมือนจะกินเข้าไปเป็นโอ่ง

“อุ๊บ! โชคดีนะเพื่อน อยู่ๆ ก็ได้เมียเฉยเลย ฮ่าๆ” อซิสแซวหน้าระรื่น เพราะนานๆ ทีจะได้เห็นอาการเหวอขั้นสุดของเพื่อนผู้ไม่เคยหลุดมาด ก่อนจะมาจุกแอ๊กเพราะโดนศอกของเพื่อนกระทุ่งเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรง “ไอ้!!”

“หึ! ถ้าฉันมี ฉันไม่ยอมมีคนเดียวแน่นอน ไอ้เพื่อนผู้หวงความโสด” คราวนี้กลับเป็นอซิสแทนที่แทบคลั่ง ใครๆ ก็รู้ว่าเขาหวงความโสดพอๆ กับการปกป้องคุ้มครองเจ้านาย ถ้าคิดมาทำแบบนี้ฆ่ากันให้ตายเลยจะดีกว่า!

“ไอ้เพื่อนเลว!”

“หึๆๆ”

ปาริดาพาศิวาเดินมายังสวนหย่อมที่อยู่ด้านหลังของวัง เป็นสวนเล็กๆ ที่เธอชอบมาเดินและนั่งชิงช้าดูดอกไม้มากที่สุด เพราะดอกไม้พวกนี้มันทำให้เธอผ่อนคลายและสบายใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าอ่างน้ำพุเล็กๆ ที่โดยรอบตกแต่งด้วยกุหลาบสีหลากหลายพันธุ์

“แกจะลาฉันไปไหน” หม่อมหลวงสาวพูดขึ้นทันที มองใบหน้าเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกใจหาย ไม่รู้ว่าการจากลาครั้งนี้จะทำให้เธอได้พบเจอกันอีกหรือเปล่า หมอนี่พูดเกริ่นเหมือนจะหายจากกันไปเลย

“ไปเรียนต่อ” ความรู้สึกใจหายก่อนหน้านี้หายวับ แปรเปลี่ยนเป็นเอาเรื่องขึ้นมาทันที ศิวาหัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเขี้ยวนางยักษ์เริ่มงอกออกจากมุมปากของเพื่อนสนิท

“เรียนต่อ?” ปาริดาทวน ก่อนจะสูดลมหายใจให้ลึกที่สุดเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ภายใน “แค่ไปเรียนต่อ แกต้องถ่อมาบอกฉันถึงอัลบาฮาเลยเหรอ โทรมาบอกก็ได้ป่ะวะ ถามยังพูดราวกับว่าแกจะหายไปเลยอีก มันน่าจับทุ่มซักทีสองที” ปาริดาเริ่มคันไม้คันมือบวกกับความหมั่นไส้เลยมองไปรอบๆ ตัว ดูว่าจะมีอะไรพอเป็นอาวุธให้เธอแบะหัวไอ้เพื่อนตัวดีได้บ้าง

“ใจเย็นๆ” ศิวาพูดด้วยท่าทางขำๆ “และที่ฉันไม่โทรบอกเพราะอยากพูดอะไรบางอย่างกับแกตรงๆ” ปาริดาหยุดสาละวนกับการหาของ แล้วมองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อคำพูดมันอีก “ฉันชอบแก” ศิวามองปาริดานิ่ง เป็นครั้งแรกที่นัยน์ตาของหญิงสาวนั้นเขามองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ จากความมั่นใจ ว่าถ้าเขาบอกกับปาริดาเรื่องนี้แล้วความเป็นเพื่อนยังคงอยู่ แต่ดูท่าเขาคงจะคิดผิดสินะ และที่เขาตัดสินใจพูดมันออกมาในวันนี้แทนที่จะเก็บให้มันตายไปจากเขา เขาคิดว่าคงต้องอึดอัดตายเข้าสักวัน เมื่อรู้ว่าเขายังคงไม่ลืมผู้หญิงที่ชื่อปาริดาออกไปจากใจ ทั้งๆ ที่คิดว่าทำได้

“ฉันก็ชอบแก แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะเว้ย” แล้วมือหม่อมหลวงสาวก็เอื้อมไปตบบ่าศิวาแปะๆ พลางยิ้มกว้าง ศิวาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยันนี่แกล้งโง่หรือไม่รู้จริงๆ กันแน่นะ?

“ปลา…”

“ฉันรู้ ว่าแกหมายถึงอะไร” ปาริดายิ้มอ่อนพลางนั่งลงที่ชิงช้าแล้วไขว้เบาๆ “ฉันรู้มานานมาก” แล้วเธอก็ลากเสียงยาวในคำสุดท้าย นัยน์ตาชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยกับคำตอบ “ที่ฉันไม่พูดเพราะไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีอย่างแกไป และฉันก็เชื่อว่าซักวันแกจะหมดความรู้สึกนี้ไปเอง” แล้วความเงียบก็เข้ามาเกาะกุมทั้งสองคน ปาริดาไม่อาจจะอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้ว่ารู้สึกอึดอัดหรือเปล่า มันเป็นช่วงที่เธอไม่อาจจะพูดมันออกมาเป็นคำพูดได้

“ขอโทษนะ ที่สำหรับฉันมันต้องใช้เวลา” แล้วศิวาก็ทำลายความเงียบนั้นลง เขายิ้มบาง ปาริดาก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกันถึงแม้จะดูเปร่งๆ ไปบ้างก็ตาม “ฉันแค่จะมาบอกแกแค่นี้ ฉันไปก่อน และขอโทษที่ทำให้แกลำบากใจ”

“คิดมาก ฉันเองต่างหากที่ต้องขอโทษ …ขอโทษนะ ที่ฉันรับความรู้สึกของแกไม่ได้ และถึงแม้จะไม่มีผู้ชายที่ชื่อเรนอสเข้ามาในชีวิต ฉันก็ไม่อาจตอบรับความรู้สึกของแกที่ให้ฉันมากกว่าเพื่อนได้ เพราะสำหรับฉันจะหาคนที่เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งแม่อย่างแกไม่ได้อีกแล้ว โหดกว่าแม่ฉันก็แกนี่แหละ” ศิวาหลุดขำแล้วผลักหัวปาริดาด้วยความหมั่นเขี้ยว ปาริดาเองก็หัวเราะออกมาเช่นกันพลางบ่นอุบที่ศิวาผลักหัวเธอแบบไม่ออมแรง แล้วหญิงสาวก็เอาแต่มองหน้าเพื่อนรักพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก “ยังไงแกยังเป็นเพื่อนที่ฉันรักที่สุดเสมอนะต้าร์” ศิวาพยักหน้าก่อนจะแย้มรอยยิ้มบางที่มาจากใจ

“รีบมีหลานให้ฉันอุ้มไวๆ ด้วยนะ” ชายหนุ่มพูดยิ้มแซวๆ ปาริดาโครงหัวแล้วหัวเราะเบา

“ย่ะ สนใจเป็นพ่อทูนหัวมั้ยล่ะเบบี๋” ปาริดาทำหน้าทะเล้น ศิวาหลุดขำไม่พูดอะไร สายตาของเขาจ้องมองเพื่อนสนิทอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจยาว คล้ายคนที่ยกห่วงออกจากอกแล้วพูด

“ฉันไปก่อนนะ” ปาริดาทำสีหน้าตกใจเล็กๆ ก็มาแปบเดียวก็จะไปเสียแล้ว

“รีบกลับไปไหน อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ”

“ไม่หรอก” แล้วมุมปากหนาก็กระตุกขึ้นเล็กๆ พลางเหลือบไปมองด้านซ้ายมือของตนเล็กน้อย เขาน่ะเห็นว่าชีคเรนอสมาแอบดูตั้งนานแล้ว ก่อนจะมองกลับมายังเพื่อนสาวที่ทำหน้ามู่ “ขื่นอยู่นานจะโดนมาเฟียทะเลทรายฆ่าตายเอาซะเปล่าๆ” แล้วเขาก็หัวเราะ “นี่ฉันก็ฉกคุณนายมาเฟียมานานแล้วด้วย”

“พูดอะไรของนาย?” เขาส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบแล้วว่าไปอีกเรื่อง

“ฉันไปล่ะ ไม่ต้องไปส่งหรอก ฉันจำทางกลับได้” ศิวายิ้มบางให้ปาริดาอีกครั้งแล้วหมุนตัวกลับ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง …จากนี้ไป เขาก็เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรค้างคาเสียที

ศิวากลับไปได้สักพักแล้วแต่เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน กำลังคิดที่เพิ่งผ่านไป ว่าถ้าในทางกลับกันความรู้สึกแอบชอบเพื่อนนั้นเกิดขึ้นกับเธอ เธอจะกล้าบอกแบบนี้หรือเปล่า เธอกล้าเอาคำว่าเพื่อนมาเสี่ยงกับมันมั้ย

“คิดอะไรอยู่ฮึ” วงแขนแกร่งสอดเข้ามาที่เอวบางหลวมๆ ปาริดาหันไปหาแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์

“ถ้าบอกว่า คิดเรื่องของต้าร์อยู่ล่ะ” ปาริดาถามยิ้มๆ เรนอสทำหน้ามู่ไม่ค่อยพอใจ เปลี่ยนจากกอดหลวมๆ มาเป็นจับคนตัวเล็กลุกขึ้นจากชิงช้าแล้วเขาลงไปนั่งแทนพร้อมกับออกแรงดึงให้คนตัวเล็กมานั่งบนตัก กอดเอวคอด พลางวางคางเกยไหล่บาง

“คิดมากเรื่องที่จู่ๆ หมอนั่นก็มาบอกว่าชอบม้าน่ะเหรอ” ปาริดาเบิกขึ้นเล็กๆ เอี้ยวตัวไปค้อนให้สามีเบาๆ

“แอบฟัง!”

“ยอมรับ” เรนอสยักไหล่ ก่อนจะโดนฝ่ามือพิฆาตตีเบาๆ ที่ต้นแขน “แล้วไม่ต้องมาคิดเยอะ ว่าถ้าความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วจะทำยังไง”

“รู้ดี” ปาริดาย่นจมูกใส่ ชักไม่ค่อยดีแล้วเดียวนี้เรนอสรู้ทันเธอทุกเรื่องเลย (แล้วไอ้เรื่องที่เธอจะแอบหนีเที่ยวเขากับสองพี่สะใภ้เขาจะรู้มั้ยเนี่ย ชักหวั่นๆ แฮะ) เรนอสหัวเราะอย่างไว้ลายพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นแล้วโยกชิงช้าเบาๆ

“ม้าไม่ต้องเอาเรื่องที่ไม่มีวันเกิดขึ้นมาคิดเลย คิดไปก็ปวดหัว รกสมองเปล่าๆ” ปาริดาพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย ก่อนจะรีบลุกเดินหนีเข้าด้านในไปอย่างรวดเร็วในประโยคต่อมาของเรนอส “ป๊าว่า ม้ามาคิดเรื่องที่เราจะมีลูกซักกี่โหลน่าจะดีกว่านะ เอ้า! จะเดินหนีไปล่ะ ฮ่าๆ” ชีคหนุ่มเดินตามเข้าไปก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วขโมยหอมพัลวัล ปาริดากรี๊ดลั่นผสมกับเสียงหัวเราะ เหล่าเด็กรับใช้ที่หยุดดูอยู่มุมต่างๆ ของวัง ต่างมองกันด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า


“ม้า” เรนอสเรียกชีคคาสาวขณะหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วเดินมานั่งข้างๆ ปาริดาที่กำลังดูผังอาคารของโครงการที่พี่ชายทั้งสองของเขาให้ปาริดาดูแลการก่อสร้างคู่กับทีมวิศวกรของบริษัท หม่อมหลวงสาวส่งเสียงในลำคอขานรับ ก่อนจะละสายตาจากงานหันมาหาสามีที่นั่งข้างเธอเรียบร้อยพร้อมทั้งชูซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ เธอมองสลับกับหน้าชีคหนุ่มด้วยความสงสัย

“อะไรเหรอ?”

“อยากรู้ก็ดูสิ” เรนอสพูดยิ้มๆ แล้วยื่นซองนั้นให้ ปาริดารับมาถือพลางทำหน้าไม่ค่อยไว้วางใจผู้เป็นสามี ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาแกล้งเธอหรือเปล่า เพราะเมื่อวันก่อนเธอไปแกล้งชีคหนุ่มด้วยการจับจิ้งจกกว่าหกตัวเข้าไปอยู่ในเกะทำงาน ผลปรากฎว่าคุณชีคผู้ยิ่งใหญ่กรี๊ดแต๋วแตกแถมน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวสุดขีด ส่วนเธอขำฮาน้ำตาไหล

“ไม่อยากรู้แล้วได้มั้ย”

“อยากรู้สักนิดเถอะ ถือว่าสามีสุดหล่อขอร้อง”

“พูดมาขนาดนี้ทำเป็นอยากรู้หน่อยแล้วกัน” ปาริดายิ้มขำ แล้วเปิดซองหยิบสิ่งที่อยู่ด้านในออกมา ริมฝีปากเธอเผยอออกเล็กน้อยราวกับอึ้งอะไรสักอย่าง ก่อนจะหันไปมองผู้ชายที่นั่งข้างเธอ “นี่มัน ใบสัญญาสงบศึกของป๊ากับม้านิ ยังเก็บไว้อีกเหรอ” ปาริดาหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มขำ สัญญาของเรนอสมีนิดเดียวเอง ส่วนของเธอหนาจนตบควายตายได้ เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าเขายังจะเก็บของพวกนี้ไว้ ส่วนของเธอน่ะคงอยู่ในลังไหนสักลังในห้องนอนนั่นแหละ แต่เธอไม่เคยลืมว่าทำไมถึงได้ทำสัญญาเหล่านี้ขึ้นมา และทั้งเธอและเขาก็ไม่เคยทำตามในสัญญาได้ซักข้อ หรือมีความคิดที่ตรงกันก็ไม่รู้ว่ากฎเขามีไว้ให้แหก

“มันเป็นหนึ่งในความทรงจำของป๊าเลยนะ ตั้งแต่เกิดมาไม่คิดว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ” คนอย่างเขาไม่เคยต้องมาสู้รบปรบมือกับผู้หญิง นอกจากผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาตรงนี้ ผู้หญิงคนที่สามในชีวิตที่เขาเถียงด้วยแล้วมีความสุข คนแรกคือแม่ คนที่สองคือแม่นมนารี และคนสุดท้ายก็คือผู้หญิงที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเขา …ปาริดา

“จะดีใจดีมั้ยเนี่ย” ปาริดาย่นจมูกแล้วมองค้อนคนข้างตัว

“ควรดีใจสิ สามีชมนะครับ” ปาริดาหัวเราะ ก่อนจะมายิ้มเขินๆ แล้วหลบสายตาเอาแต่มองของในมือเมื่อเรนอสเอาแต่มองเธอด้วยสายตาเชื่อมปรอย เฮ้อ! ไม่ว่าจะกี่ครั้งเธอก็ไม่เคยชินกับสายตาหวานเลี่ยนคู่นี้เสียที

“เฮ้ย!” ปาริดาตาโตเมื่อเห็นแผ่นกระดาษที่ซ้อนอยู่หลังกระดาษสัญญาเหล่านี้ เธอหยิบมันออกมาแล้วมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ “นี่ขนาดเตรียมใบหย่าไว้เลยเหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ มองดูตัวหนังสือในกระดาษว่ามันจะเหมือนกับใบหย่าของบ้านเกิดเธอหรือเปล่า

“ปลา” เรนอสไม่ตอบคำถามของคนรัก เขากลับเอ่ยชื่อของเธอแทน

“เรียกทำไม” ปาริดาหันมาหา ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย แล้วไม่นานนิ้วเรียวหนาก็เข้ามาช้อนปลายคางหางบังคับให้เธอหันไปมองเขา

“ขอจูบได้มั้ย” น้ำเสียงนั้นเว้าวอนอย่างประหลาด คิ้วสวยหมุนเข้าหากันเล็กน้อยแล้วหัวเราะ

“วันนี้มาแปลกนะ ปกติเคยขอซะ…” เรนอสไม่รอให้ปาริดาพูดจบประโยค เขาโน้มใบหน้าเข้ามาแล้วประกบริมฝีปากของตนทันที มันเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ปาริดาได้แต่กระพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าเขาจะพูดขอทำไมในเมื่อเขาก็ชอบโขมยจูบเธอตลอด เหมือนอย่างนี้ เรนอสจูบปาริดานานมาก ลิ้นหนาเกี่ยวกวัดกับลิ้นเล็ก และชิมหาความหวานทั่วโพรงปากราวกับเขาจะเก็บความรู้สึกนี้ให้ได้มากที่สุด เขาจูบปล้นจูบจนหญิงสาวหายใจหายคอแทบไม่ทัน และเมื่อถอนจูบออกสิ่งแรกที่ปาริดาทำนั้นคือสูดอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด พร้อมกับสมองประมวลคำด่ามหากาฬเอาไว้ในใจเรียบร้อย จูบเธอขนาดนี้กะจะไม่ให้มีชีวิตอยู่เลยสินะ

“ปลา…” จะอ้าปากว่า เรนอสก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาก่อน สายตาของเขามันดูว่างเปล่าจนเธอรู้สึกใจหาย คำว่ากล่าวที่เตรียมไว้มลายหายไปราวกับธาตุอากาศ “จำไว่ว่าเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉัน โดยเฉพาะหัวใจ …ฉันรักเธอ” ปาริดาขื่นตัวเองออกจากการจับแขนของเรนอส พลางส่ายศีรษะไปมาราวกับไม่อยากฟังสิ่งที่ได้ยิน ทำไมคำบอกรักของเขามันทำให้เธอรู้สึกเจ็บได้ขนาดนี้ ทำไมคำบอกรักของเขามันทำให้เธอเห็นอะไรพร่ามัวอย่างนี้

“ไม่เอาคำบอกรักแบบนี้ได้มั้ย ฉันไม่…”

“…เราหย่ากันเถอะ” แล้วใบหย่าก็ร่วงหล่นจากมือ...

************************************************************************************************


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว