email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9. บ้าไปแล้ว!

ชื่อตอน : ตอนที่ 9. บ้าไปแล้ว!

คำค้น : ชีค, ทะเลทราย, โรแมนติกคอมมาดี้,อ้วนพี

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2561 12:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9. บ้าไปแล้ว!
แบบอักษร

ตอนที่ 9. บ้าไปแล้ว!

ปาริดากระพริบตาปริบๆ ขณะนั่งพับเพียบเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีศรีสยาม นัยน์ตากลมโตนั่นมองบุคคลที่เธอเอ่ยเรียกว่าคุณหญิงย่าที่กำลังร้อยพวงมาลัยพวงโตด้วยดอกไม้หลายสีสัน รู้สึกว่าเธอจะนั่งดูและก็หัดทำบ้างนิดหน่อยมาได้สองสามวันแล้ว แต่ก็เลิกทำเพราะเข็มสำหรับร้อยพวงมาลัยนั้นตำนิ้วบ่อยมาก ดังนั้นนั่งดูอย่างเดียวดีกว่าไม่ยากหาเรื่องเจ็บตัว อีกอย่างนั่งดูแบบนี้มันก็เพลินตาดี

“เบื่อหรือยังยายปลา” หม่อมหลวงโฉมฉายเอ่ยถามหลานสาวด้วยความเอ็นดู ปาริดาส่ายหน้า

“ไม่เบื่อหรอกค่ะ เพลินตาดี” หญิงสาวตอบไปตามความคิดพลางยิ้มนิดๆ ให้คนเป็นย่า เธอไม่รู้หรอกว่ามานั่งอยู่แบบนี้กับคุณหญิงย่าของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่รู้ว่าเธอดีใจที่ได้เจอท่านอีกครั้งหลังจากที่ท่านเสียไปเมื่อตอนที่เธออายุเพียงแปดขวบ… ใช่ เธอรู้ว่าเธออยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง โลกที่คนตายแล้วจะเข้ามาได้ เธอตายแล้วเพราะเรื่องที่เกิดในคืนนั้น เธอถูดมีดเล่มนั้นถากเข้าที่ต้นแขน จากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คุณหญิงย่าเรียกเธอให้เดินขึ้นไปบนเรือน แล้วก็จัดการจัดอบรมบ่มมารยาทซะเธออยากจะวิ่งไปหาคุณนายปริม เธอคิดว่ามีดเล่มนั้นมันต้องเคลือบยาพิษ ไม่อย่างนั้นเธอจะโผล่มาหาคุณหญิงย่าได้ยังไง โดนมีดถากแค่นั้นเธอไม่สำออยตายง่ายขนาดนี้หรอก

“นึกว่าเบื่อแล้ว ย่าจะได้ส่งกลับบ้าน เพราะย่าก็เริ่มเบื่อเราแล้ว” น้ำเสียงท่านคล้ายระอาเล็กน้อย แต่สีหน้าไม่ได้บ่งบอกแบบนั้นซักนิด ปาริดาย่นจมูกใส่

“คุณหญิงย่าพูดแบบนี้ ปลาน้อยใจนะคะ” เธอพูดไปแบบนั้น แต่ก็รู้อยู่หรอกว่าคุณหญิงย่าไม่ได้พูดจริงจัง

“หรือว่าเราอยากจะอยู่กับย่าที่นี่” ปาริดายิ้มกว้าง กำลังจะอ้าปากพูดหม่อมหลวงโฉมฉายก็เบรคหลานสาวตัวแสบไว้ก่อน “คิดดีๆ ก่อนตอบนะ” ปาริดาทำปากพะงาบๆ ทันที จากสีหน้าขี้เล่นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหัวเราะเหอๆ เหมือนคนจนทาง หม่อมหลวงโฉมฉายระบายรอยยิ้มน้อยๆ “ถ้าคิดถึงยายปริมก็กลับไปซะ ย่าไม่อยากเห็นแม่เรานั่งร้องไห้เป็นเต่าเผา”

“โอ๊ย! คุณนายปริมเค้าไม่ร้องหรอกค่ะ อาจจะดีใจด้วยซ้ำถ้ารู้ว่าปลามาอยู่กับคุณหญิงย่า” คุณหญิงย่าเลยแจกมะเหงกให้หนึ่งลูกในคำพูดแสนประชดประชันนั่นของหลานสาว “โอ๊ย! คุณหญิงย่า ปลาเจ็บหัวนะ ถ้ามันแตกขึ้นมาปลาจะไปหาหมอที่ไหน” ปาริดาทำหน้าตาตื่นโอเวอร์ คุณหญิงโฉมฉายจะแจกมะเหงกให้อีกลูกแต่คนเป็นหลานไวฉิว หลบมะเหงกลูกงามได้ทันควัน เจ้าตัวดีหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่สนใจสักนิดว่าถูกแจกค้อนวงงามจากผู้สูงวัย (ผู้ล่วงลับไปแล้ว)

“แล้วไม่คิดถึงสามีเราบ้างเหรอ” หม่อมหลวงโฉมฉายพูดด้วยสีหน้าราบเรียบแต่แววตาของท่านกลับระริกเจ้าเล่ห์ ปาริดาหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะทำหน้าเหมือนคนกินแกงขม

“ไอ้ตุ๊ดนั่นไม่ใช่สามีปลาค่ะ แค่แต่งกันเพราะความเห็นอันดีงามของพวกผู้ใหญ่” ทำไมน้า ไอ้สังคมคลุมถึงชนที่พวกผู้ใหญ่ชอบคิดเองเออเองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ลูกหลานคู่ควร ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมันอาจจะไม่เป็นตามที่คิดเสมอไปก็ได้ แถมยังอยู่รอดจากยุคดึกดำบรรพ์มาสู่ยุคดิจิตัลอีก คนสวยไม่เข้าใจ “ปลากับหมอนั่นตกลงว่าแต่งแค่สามเดือนแล้วจะหย่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษให้น่าจดจำจนต้องชวนคิดถึงหรอกค่ะ” ปาริดาตอบตามความคิด มองหน้าคุณหญิงย่าของเธอไม่มีหลบ เพราะสิ่งที่เธอพูดเธอไม่ได้เมคมันออกมา แต่ทว่ายิ่งจ้องนัยน์ตาคู่นี้ของคุณหญิงย่า ไอ้ความรู้สึกไม่มีอะไรพิเศษให้น่าจดจำจนต้องชวนคิดถึงนั้น ค่อยๆ บิดเบี้ยวไปแปลกๆ พาลต้องหลบสายจากของผู้อาวุโสไปเอง …บางที เธออาจจะเป็นคนที่จดจำทุกเรื่องราวของเขาได้ แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ และคิดว่าถ้าทำแบบนั้นมันก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำของเราเอง

“กลับไปได้แล้ว ย่าเริ่มเบื่อเราแล้ว” หม่อมหลวงโฉมฉายทำท่าสะบัดมือไล่หลานสาวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปด้านหลัง ปาริดาตาโต แล้วพอจะลุกขึ้นตามทุกอย่างก็พลันขาวโพลนไปหมด เธอตกใจและร้องหาคุณหญิงย่าเสียงหลง

“คุณหญิงย่า! คุณหญิงย่าคะ!!” ปาริดาวิ่งไปตามทางที่คิดว่าคุณหญิงย่าจะเดินไปแม้ทิศทางที่วิ่งไปนั้นจะขาวโพลนก็ตาม “คุณหญิงย่า!!”


“ปลา!” เรนอสเรียกขานชื่อหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติมาหลายวันด้วยความตกใจระคนดีใจอย่างที่สุดที่สัมผัสได้ว่านิ้วมือของปาริดานั้นขยับ เพราะเขาจับมือยายตัวแสบไว้ตลอด และมองหน้านวลนั้นทุกวินาทีเพราะอยากให้ยายปลากระโห้โต้คลื่นตื่นมาแล้วเห็นเขาเป็นคนแรก “ปลา! ปลา!” เรนอสยังคงเรียกขานชื่อปาริดาไม่หยุด แต่แล้วรอยยิ้มแห่งความดีใจก็ค่อยๆ หายไปเมื่อหญิงสาวไม่มีอาการตอบรับใดๆ อีก ยายตัวแสบของเขานอนนิ่งไปอีกครั้ง ถึงแม้จะทำให้ใจไม่หายโหวงแต่อย่างน้อยก็เป็นสัญณาณที่ดี ว่าปาริดาจะกลับมาป่วนเขาได้อีกครั้ง ดังนั้นเรนอสจึงกดปุ่มเรียกหมอให้เข้ามาดูอาการของหญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากทำการตรวจได้ไม่นานแพทย์หนุ่มก็ระบายรอยยิ้มให้กับรัชทายาทลำดับสามแห่งอัลจามาล

“อาการของชีคคาดีขึ้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากแล้ว เพราะพิษที่เหลือในกระแสเลือดได้จางหายไปเกือบหมดแล้วครับ ตอนนี้แค่รอให้ร่างกายฟื้นตัวเอง แล้วอีกไม่นานชีคคาจะฟื้นขึ้นมาแน่นอนครับ” เรนอสยิ้มจางๆ เหมือนยกความทุกข์ที่มีอยู่ในใจหายไปเกือบหมด

“ขอบคุณมากนะหมอ” เรนอสเอ่ยขอบคุณแต่ใบหน้าเข้มนั้นเอาแต่จ้องมองปาริดา ทั้งแพทย์หนุ่มและพยาบาลสองสามคนที่อยู่ในห้องถึงกับอมยิ้มในความรักที่ชีคมีให้ชีคคาของตน

“ครับ ถ้าอย่างนั้น หมอขอตัวก่อนนะครับ” เรนอสพยักหน้ารับรู้ แพทย์และพยาบาลทำความเคารพชีคหนุ่มก่อนจะออกไปจากห้อง เรนอสนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยอีกครั้งด้วยความสบายใจไปเปราะหนึ่ง แล้วจับมือบาง

“รีบตื่นซักทียายขี้เซา ทุกคนรอเธออยู่นะ…” โดยเฉพาะเขา เขาเพิ่งมารู้ว่าปาริดาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต และยากที่จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้เหมือนกับตอนที่ไม่มีหญิงสาวมาตั้งแต่แรก มันเป็นความรู้สึกที่ตัวเขาเองยังตกใจ คนอย่างเขาชีคเรนอส ผู้ชายที่ไม่เคยมีความคิดเอาห่วงมาผูกคอกลับล้มเลิกความคิดนั้นแล้วคว้าเอาห่วงเส้นโตมาผูกคอด้วยมือตัวเอง นี่ถ้าเหล่าเพื่อนๆ เขารู้คงได้ตกใจกันเป็นแถบๆ แน่


นับตั้งแต่ปาริดาถูกแอดมิดเข้าโรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ก็กินเวลาเจ็ดวันพอดี เรนอสอยู่เฝ้าหญิงสาวแทบตลอดเวลาหากไม่มีเรื่องด่วนจริงๆ เขาจะไม่ไปไหน ทุกอย่างเขาปล่อยให้ฮาริชเป็นคนจัดการ ส่วนเรื่องคนที่เข้ามาทำร้ายปาริดานั้นยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมจนเขาหงุดหงิดใจ นอกจากยาพิษที่รู้ว่ามาจากชนเผ่าหนึ่งที่ปลีกตัวไม่ยุ่งกับโลกภายนอกเท่าไหร่นัก และเมื่อสอบถามและเค้นเอาคำตอบจากคนข้างในก็ไม่มีใครรู้ ว่ายาพิษของชนเผ่าออกไปอยู่กับคนข้างนอกได้ยังไง ในเมื่อยาพิษตัวนี้ทางชนเผ่าเอาไว้จัดการกับคนที่เข้ามารุกรานเผ่าเท่านั้น ดังนั้นตอนนี้เขาจึงสรุปและจำกัดวงให้แคบลงว่าเป็นฝีมือของนักฆ่ามืออาชีพ …อาชีพนักฆ่าที่มีมากพอกับโจรทะเลทราย เป็นการรวมกลุ่มของคนที่คนในชนเผ่าไม่สามารถให้อยู่ด้วยได้อีกต่อไป และมีไม่กี่กลุ่มที่อาจหาญต่อกรกับนักรบทะเลทรายอย่างเขา!

“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมครับชีค” ฮาริชรายงานชีคหนุ่มมาตามสาย เรนอสขบกรามข่มอารมณ์ให้มากที่สุดเพราะไม่อยากตะคอกลูกน้อง แถมยังเป็นลูกน้องคนสนิทเหตุเพียงเพราะเรื่องที่เขาให้จัดการไปสองวันก่อนยังไม่คืบหน้า ทั้งๆ ที่เขาจำกัดวงให้แคบลงและมั่นใจว่ามันต้องเป็นกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้น

“หาต่อไป และประสานกับคนของท่านพี่โรและท่านพี่โรม ว่าได้เรื่องอะไรแล้วบ้าง”

“ครับ” ฮาริชวางสาย เขาถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความหนักใจไม่แพ้กัน เขารู้ว่าตอนนี้ชีคเรนอสกำลังโมโหที่พวกเขาไม่สามารถสืบได้สักทีว่าใครเป็นคนทำร้ายปาริดา เขาเองก็ใช่ว่าจะนิ่งนอนใจ ทำทุกอย่างเพื่อหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้

“นึกว่าจะโดนชีคบอสด่ากลับมาซะแล้ว” อซิสพูดด้วยใบหน้าสยอง เห็นสีหน้าหนักใจยามที่เพื่อนสนิทคุยกับชีคบอสก็พอจะเดาออกว่าเจออารมณ์ไหน แต่ไม่ถึงกับระเบิดตูมจนเขาเองยังแอบแปลกใจ ใครๆ ก็รู้ว่าชีคบอสเป็นคนอารมณ์ร้อนแค่ไหน เรื่องอะไรที่ให้ไปจัดการทุกอย่างต้องรวดเร็วและห้ามผิดพลาด

“ก็เกือบ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือรีบเร่งตามหาคนร้าย นายรีบไปประสานงานกับคนของชีคโรเนส ฉันจะไปประสานงานกับคนของชีคโรมานอฟ เร่งการตามหาให้เร็วขึ้น” อซิสพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้นทันควัน ก่อนที่ทั้งสองจะไปทำตามหน้าที่ของตนสืบหาความจริง ว่าใครกล้ามาทำร้ายเจ้านายที่แสนเคารพรักของพวกเขา!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องคนป่วย เมื่อเรนอสหันไปมองก็พบว่าเป็นท่านพ่อท่านแม่ของเขานั่นเองที่มาเยี่ยมปาริดาทุกวัน เรนอสลุกขึ้นแล้วทำความเคารพสองบุพการี ทั้งสองยิ้มให้ลูกชายคนเล็กน้อยๆ ก่อนจะเดินมายังที่เตียงคนป่วย ยืนฝั่งตรงกันข้ามกับชีคหนุ่ม

“อาการปลาวันนี้เป็นยังไงบ้างลูก” ราชินีไลลาเอ่ยถามลูกชายพลางถอดสายตามองไปยังลูกสะใภ้ที่เริ่มมีสีเลือดมากขึ้นแม้จะยังไม่ฟื้นขึ้นมาก็ตามที ก่อนจะนั่งลงแล้วจับมืออีกข้างของปาริดามากุม ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มี เพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเกิดปาฏิหารย์ให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา

“เหมือนเดิมครับ” น้ำเสียงเรนอสทอดเสียงเศร้าจนคนฟังรู้สึกได้ ทั้งองค์รัลฟาและราชินีไลลาเหลือบมองหน้ากันทันทีด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของลูกชาย

“แล้วเช้านี้ลูกทานอาหารยังเรย์” ราชินีไลลาถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง ตลอดหลายวันมานี้เรนอสมีอาการซูบลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งสีหน้ายังมีรอยอิดโรยอย่างคนนอนไม่พอ ถึงแม้จะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น แต่นางก็ดีใจที่รู้ว่าตอนนี้เรนอสรักปาริดามากขนาดไหน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนางไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้ของลูกชายมาก่อน ถึงแม้ว่าเวลาที่อยู่ต่อหน้านางทั้งสองคนจะแสดงว่ารักกันมากก็ตาม นางน่ะผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ความรู้สึกแบบนี้นางก็ผ่านมาแล้วและไม่มีวันหายไปไหนเมื่อได้อยู่กับคนที่รัก ก็เหลือแต่ลูกสะใภ้นางนั่นแหละ ว่ามีความรู้สึกเดียวกันกับลูกชายของนางหรือเปล่า

“ยังครับ เดี๋ยวผมค่อยทานก็ได้” แล้วเรนอสก็หันไปมองปาริดาต่อ

“ทานเถอะเจ้าลูกชาย” องค์รัลฟาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียกระเซ้าจนราชินีของท่านเองก็ระบายรอยยิ้ม “มองหน้าเมียแค่อิ่มใจ แต่ไม่ทำให้ร่างกายอิ่มหรอกนะ พ่อว่าเจ้าไปทานอาหาร ดูแลตัวเอง เวลาที่เมียเจ้าฟื้นจะได้จำได้ว่าคนนี้ที่อยู่ทะเลาะด้วยกันทุกวัน” เรนอสหน้าแดงระเรื่อ แทบทำตัวไม่ถูกกับคำพูดนั้น

“ผม… ไม่ได้ทะเลาะกับลูกสาวของท่านพ่อท่านแม่ซักหน่อย”

“ฮ่าๆ” องค์รัลฟาทรงสวรลดัง ส่วนราชินีของพระองค์อมยิ้ม “พ่อรู้ ว่าเจ้าสองคนไม่ลงรอยกัน การถูกบังคับให้แต่งงานโดยไม่มีความรักเป็นพื้นฐานก็เป็นแบบนี้ แต่พ่อเชื่อว่าความรักนั้น สักวันมันต้องเกิดขึ้นกับลูกทั้งสอง” องค์รัลฟามองหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มจาง “และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ และพ่อก็หวังว่าจะเกิดเช่นนี้กับปลาด้วยเหมือนกัน”

“คงยากหน่อยนะครับ” เรนอสยิ้มเศร้าที่มุมปากพลางมองไปยังคนที่นอนหลับไม่ยอมตื่นมาทะเลาะกับเขาเสียที “ลูกสาวท่านพ่อท่านแม่คนนี้น่ะดื้อ”

“ก็ใช้ความดื้อของเจ้าที่มีมากกว่าเข้าปราบสิ” องค์รัลฟาแซวลูกชายยิ้มๆ เรนอสหัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนจะยิ้มเศร้าเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทำการตกลงไว้กับปาริดาก่อนที่จะแต่งงานกัน

“แต่คงไม่ทันหรอกครับ” องค์รัลฟาและราชินีไลลาคิ้วขมวดเล็กน้อย ต่างมองหน้ากันแล้วเลยไปมองบุตรชายที่ทำหน้าเศร้าลง “ผมมีเรื่องหนึ่งที่จะสารภาพกับท่านพ่อท่านแม่ครับ …ผมกับปลาทำสัญญาก่อนแต่งงาน ว่าจะหย่าหลังจากแต่งไปแล้วสามเดือน มันเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นจากความเต็มใจของเราทั้งสองคนครับ แต่ตอนนี้ผม…”

“พ่อถึงได้บอก ว่าให้เจ้าใช้ความดื้อของตนเข้าปราบ” องค์รัลฟาไม่มีสีหน้าหรือท่าทีที่ตกใจเท่ากับราชินีของท่านที่ทำหน้านั้นไปแล้ว ก่อนจะคิ้วขมวดกับคำพูดของสามี

“น้องกลัวว่าจะไม่ทันน่ะสิคะ” ราชินีไลลาพูดด้วยใบหน้าเป็นกังวล นางรักปาริดามาก หมายมั่นปั้นมืออยากได้เป็นลูกสะใภ้มานาน แต่หากว่ามันเป็นความต้องการของปริดาและเรนอสไม่อาจใช้ความรักของตนรั้งเอาไว้ได้ นางก็คงต้องทำใจ

“อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือเจ้าลูกชายเราล่ะนะ ว่าจะดื้อกว่าได้ขนาดไหน” แล้วองค์รัลฟาก็ทำสายตาเจ้าเล่ห์ หัวเราะหึๆ ในลำคอ เรนอสใจชื้นขึ้น สีหน้าเจ้าเล่ห์เกิดขึ้นทันที เขารู้แล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง ในเมื่อเขารักมากขนาดนี้ เขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้หัวใจอยู่กับตัวเองถึงแม้ว่าอาจจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ปาริดาว่าเขา ว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวก็ตามที องค์ราชินีมองหน้าสองพ่อลูกแล้วถอนหายใจ เริ่มรู้สึกสงสารหญิงสาวที่ยังไม่ได้สติขึ้นมารำไร แต่อย่างน้อยนางก็ดีใจหากความรักที่เรนอสมีต่อปาริดาจะสามารถถ่ายทอดไปได้บ้าง และรั้งทั้งกายใจให้อยู่ที่นี่ “เอาละ เจ้าไปทานอาหาร พ่อกับแม่จะกลับแล้ว มีงานต้องไปทำต่อ” องค์รัลฟาจับมือองค์ราชินีให้ลุกขึ้น เรนอสลุกตามแล้วทำความเคารพทั้งสอง ก่อนจะเดินไปส่งท่านทั้งสองที่หน้าประตูห้องคนป่วย

“แล้วเย็นๆ แม่จะมาหาใหม่นะเรย์ แล้วเราก็ดูแลตัวเองด้วย เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน” ราชินีไลลาเอ่ยบอกลูกชายด้วยความเป็นห่วงทิ้งท้าย เรนอสยิ้มรับคำมารดาบางๆ

“ครับ” หลังจากส่งท่านพ่อท่านแม่ของเขาแล้ว เรนอสก็เดินมานั่งข้างเตียงคนป่วยเหมือนเดิมพร้อมกับจับมือขึ้นมาแนบแก้ม นัยน์ตาเข้มทอประกายอ่อนลงและรอคอยอย่างมีความหวังว่ายายปลากระป๋องของเขาจะฟื้นขึ้นมา

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาครอบครัวอัลจามาล อัล ฮัลฟาก็พากันมาเยี่ยมปาริดาอีกครั้ง ก่อนจะกลับกันไปในช่วงหัวค่ำปล่อยให้เรนอสทำหน้าที่สามีดูแลภรรยา

“ตื่นขึ้นมาเร็วๆ นะยายตัวป่วน” เรนอสกระซิบที่ข้างหูบาง แล้วจูบเบาๆ ที่หน้าผากนวล ก่อนจะโอบกระชับร่างบางไว้ในอ้อมกอดเหมือนอย่างทุกคืน เพราะชีคหนุ่มอัปเปหิตัวเองขึ้นมานอนบนเตียงคนป่วยร่วมกับหญิงสาว โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าถ้าไม่กอดปาริดาเขาจะนอนไม่หลับ อีกทั้งเขาอยากให้ยายปลากระปิสดฟื้นขึ้นมาในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขาและเห็นหน้าเขาเป็นคนแรก


ในช่วงกลางดึกที่เงียบสงัด แพขนตายาวของปาริดาค่อยๆ ขยับขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากันเมื่อสายตาพยายามปรับให้เข้ากับแสงที่มีแต่แสงไฟด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาในห้องให้เห็นเพียงเงาของสิ่งของต่างๆ เท่านั้น พร้อมๆ กับกลิ่นฉุนๆ ของยาที่เตะเข้าจมูก ทำให้เธอรู้ตัวโดยอัตโนมัติว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล

เธอยังไม่ตาย*…*

มันเป็นความรู้สึกที่บ่งบอกว่าเธอไม่ได้นอนอยู่ในห้องดับจิตของโรงพยาบาล ส่วนความรู้สึกต่อมาคืออ้อมกอดที่คุ้นเคยของใครบางคน …ใครบางคนที่เธอเคยมีความคิดว่าไม่มีอะไรให้น่าจดจำ

เรนอส*…*

ปาริดาหันไปหน้าเพียงเล็กน้อยเพื่อไปดูใบหน้าเขาให้ชัดๆ แน่นอนว่ามันอยู่ใกล้ใบหน้าเธอมาก รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้าข้างแก้ม ก่อนจะยิ้มขำที่เขาพาตัวเองมานอนกอดเธอบนเตียงคนไข้  และช่างน่าแปลกที่เธอไม่เอ่ยปากไล่เขา กลับกันในอ้อมกอดนี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย และถึงแม้ว่าภายในห้องจะมีเพียงแสงจากด้านนอกส่องเข้ามาแต่มันก็ทำให้เธอเห็นสีหน้าของเรนอสชัดเจน ไม่รู้ว่าเขาคิดมากเรื่องอะไรอยู่ คิ้วของเขาถึงได้ขมวดตลอดเวลาแบบนั้น

“คิดอะไรอยู่?” ปาริดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ยกมือด้านขวาตัวเองขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มไปเบาๆ ตรงระหว่างคิ้วหนาของเรนอส

หมับ! “เฮ้ย!” ปาริดาร้องและตาโตด้วยความตกใจที่จู่ๆ มือของเธอก็โดนมือใหญ่ริบแถมเขายังลืมตามามองเธออีกด้วย ถ้าเธอตาไม่ฝาดเธอเห็นแววตาของความดีใจ โล่งใจ และทุกอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเธอยังอยู่กับเขา

“นี่ฉัน… ฝันไปหรือเปล่า เธอฟื้นแล้ว” เรนอสพูดราวดับคนละเมอก่อนจะเอื้อมมือมาสัมผัสกับแก้มนวล ปาริดาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามที่มุมปาก เธอไม่เคยเห็นเรนอสเหมือนคนจิตหลุดมาก่อน

“ไม่ได้ฝัน” น้ำเสียงเธอขำนิดๆ ก่อนจะหยิกเข้าที่ต้นแขนของเรนอสอย่างรวดเร็วจนชีคหนุ่มร้องจ๊าก กลับมามองปาริดาตาเขียวปั๊ด แต่เจ้าหล่อนไม่กลัวสายตาเขากลับยิ้มเหี้ยมกลับมาให้เขาเช่นกัน

“โอ๊ย! หยิกฉันทำไมเนี่ย! ยายแรงควาย” แต่ถึงน้ำเสียงเขาจะว่าเธอแบบนั้นแต่นัยน์ตาเข้มมันกลับฉายแววดีใจที่เห็นเธอจนปาริดาเองหลบสายตาไปมองที่อื่น พอได้ยินเสียงเรนอสแว้ดกลับมาแล้วมันทำให้เธอรู้สึกกลับมาขนลุกขนพองเมื่อเห็นว่าเรนอสมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น

“นี่มันเตียงคนป่วย ใครเขาสั่งเขาสอนให้มานอนเบียดกันหา!”

“ฉันสั่งตัวเอง มีอะไรมั้ย” น้ำเสียงก็หาเรื่องไม่แพ้กัน ปาริดาหนังตากระตุก ทำท่าจะหยิกชีคหนุ่มให้เนื้อเขียวอีกรอบแต่ก็ทำไม่ได้แล้วต้องมาเหวอ เมื่อจู่ๆ เรนอสก็รวบตัวเธอเข้าไปกอดอีกครั้ง

“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของนาย มากอดฉันทำไมยะ!” ปาริดาดิ้นขลุกขลัก รู้สึกหน้ามันร้อนเห่อแปลกๆ

“พิสูจน์เฉยๆ ว่าเธอยังไม่ตาย และฉันก็ไม่ได้ฝัน เพราะถ้ามันกลับกัน ฉันโดนท่านแม่เล่นงานตายแน่ ที่ดูแลลูกสาวสุดที่รักของท่านไม่ดี” เรนอสว่า เพราะหลังจากที่เธอดิ้นแล้วรู้ว่าหลุดยากเพราะเตียงแคบ เธอก็ยอมให้เรนอสทำตามใจ แม้ว่าจะรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนมากๆ ก็ตาม แต่ด้วยความที่ในห้องไม่มีแสงมากเธอจึงเบาใจ ว่ายังไงเรนอสก็ไม่เห็นสีหน้าตอนนี้ของเธอ ส่วนเรนอสก็เอาแต่กอดแล้วก็ยิ้มหน้าบาน ร่างอุ่นๆ และเสียงแว้ดอันแสนคุ้นเคยนี้ตอกย้ำว่าเขาไม่ได้ฝันไป ปาริดาแม่ยอดยาหยีของเขาฟื้นแล้ว

“ถ้าพิสูจน์เสร็จแล้ว ก็กรุณาพาตัวเองไปนอนตายไกลๆ ฉันอึดอัด มานอนเบียดกันอยู่ได้ อีกอย่างฉันก็หิวน้ำด้วย” เรนอสลุกขึ้นลงมาจากเตียงทันทีแล้วหาน้ำให้ ปาริดารับมาแล้วดื่มเข้าไป สีหน้าดีขึ้นหลังจากความชุ่มชื้นของน้ำผ่านเข้าไปในลำคอ

“ฉันจะเรียกหมอมาดูอาการ เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหนบอกหมอไปเลยนะ” ปาริดาพยักหน้า เรนอสกดออดเรียกแพทย์เข้ามา และโทรบอกท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่ทั้งสองของเขาว่าปาริดาฟื้นแล้วและหมอกำลังตรวจร่างกายให้อยู่ ทุกคนมีอาการดีใจและโล่งใจไม่ต่างจากเขา ก่อนจะบอกว่าพรุ่งนี้จะมาหาแต่เช้า

“อาการไม่น่าเป็นห่วงแล้วครับ ก็คงมีแต่อาการปวดเหมื่อยตามตัวเพราะชีคคานอนมาหลายวัน ถ้าลงมาเดินไหวหมอก็ขอแนะนำนะครับ”

“ขอบคุณมากนะคะหมอ” ปาริดายิ้มให้อย่างขอบคุณ คุณหมอหนุ่มยิ้มรับก่อนจะมาหน้าซีดเมื่อเห็นแววตาเอาเรื่องของเรนอสที่มองมา แล้วขอตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ปาริดาที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆ ก็เอนตัวลงนอนตามเดิม แล้วต้องมาแว้ดใส่เรนอสเสียงเขียวเมื่อเห็นชีคหนุ่มปีนขึ้นมานอนบนเตียงกับเธออีกแล้ว “ขึ้นมาทำไม ไปนอนตรงโซฟานู้น!” ปาริดาพยายามผลักผู้ชายหน้าด้านที่คิดจะมาแย่งที่นอนเธอ ทั้งที่มันทั้งแคบแถมเตียงก็ไม่ได้นุ่ม ไม่รู้จะขึ้นมาทำไม

“ไม่เอา จะนอนบนนี้” เรนอสพูดหน้าตายแล้วรวบมือเธอที่พยายามดันเขาออกมาจับไว้แล้วเปลี่ยนเป็นโอบไว้ทั้งตัว

“อย่ามาเอาแต่ใจ ไปนอนที่อื่น!” ปาริดากัดฟัน จ้องเรนอสเขม็ง

“ไปนอนที่อื่นมันไม่ชิน” พูดจบด้วยสีหน้าเช่นเดิมพร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดตัวเองแล้วหลับตา มุมปากกระตุกขึ้นเหมือนเย้ยเธออยู่ในที ปาริดาทำเสียงฮึดฮัด แต่ใบหน้าดันทรยศเพราะรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่ขึ้นหน้า ก่อนจะค้อนให้วงใหญ่แล้วหยิกเนื้อหนาเป็นการส่งท้าย เรนอสสะดุ้งน้อยๆ แล้วโอบปาริดาแน่นขึ้นเป็นการเอาคืนแล้วยิ้มด้วยความสุขใจ


องค์รัลฟา ราชินีไลลา ชีคโรเนส ชีคโรมานอฟพร้อมสองชีคคาของทั้งสอง ต่างมองหน้ากันทันทีที่เดินเข้าใกล้ห้องคนป่วยเพราะเสียงที่ดังลอดออกมา

“ไม่ต้อง! ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันเดินเองได้!”

“ตรงไหน! เห็นเดี้ยงคาเตียงอยู่แบบนี้มาสองนาทีกว่าแล้ว กว่าจะเดินถึงห้องน้ำฉันคงมีลูกสามไปแล้ว”

“เวอร์ไม่มีใครเกิน เอ๊ะ! ก็บอกว่า…”

“ทะเลาะอะไรกันเนี่ย?” ชีคโรเนสเปิดประตูเข้าไปแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้ายุ่งนิดๆ ก่อนที่ทั้งหมดจะยืนนิ่งอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ก่อนที่บางคนจะเบื้อนหน้าหนี และบางคนก็ขบกรามแน่น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพราะกำลังกลั้นยิ้มสุดกำลังนั่นเอง

“อ้าว มากันแล้วเหรอ” เรนอสพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงอาการตกใจสักนิดที่เห็นท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ทั้งสองและเหล่าพี่สะใภ้รวมไปถึงคนสนิทยืนออกันอยู่หน้าประตู ต่างจากปาริดาที่ตกใจตาโต พลันใบหน้าก็แดงแปร๊ดเมื่อเห็นสีหน้ายิ้มๆ ของทุกคน ...เธอโคตรอาย…

“ขอเวลาเดี๋ยวนะครับ ผมขอพายายนี่ไปเข้าห้องน้ำก่อน” พูดจบปุ๊บก็พาคนที่เขาอุ้มอยู่ในอ้อมแขนเดินดิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านของห้อง ปาริดามองเรนอสตาเขียวปั๊ด หยิกต้นแขนเรนอสอย่างแรงเพื่อให้ปล่อย แต่ชีคหนุ่มไม่มีอาการสะทกสะท้านพาเธอเข้ามาในห้องน้ำจนได้ ปาริดาทั้งอายทั้งโมโห “ไม่ต้องกรี๊ด เดี๋ยวท่านพ่อท่านแม่ท่านพี่จะหาว่าฉันทำอะไรเธอในห้องน้ำ และรู้ว่าโมโหแต่เธอระบายกับการหยิกฉันมากพอแล้ว ดังนั้นเอาความโมโหที่เหลือจัดการทำธุระส่วนตัวของเธอไปซะ” ปาริดาหายใจอย่างกระฟัดกระเฟียด เรนอสพูดดักเธอไปทุกทาง! “แล้วฉันต้องอยู่ในนี้ด้วยหรือเปล่า” ปาริดาอ้าปากค้าง ก่อนจะแว้ดใส่แล้วปิดประตูไล่หลังอย่างแรงด้วยความโมโห

“ไอ้ตุ๊ดบ้า!!” มันตายแน่! ถ้าเธอหายดีเมื่อไหร่ ไอ้บ้าเรนอสตายคามือเธอแน่!!

“เวลาโมโหก็น่ารัก” เรนอสพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“เป็นอย่างไรบ้างลูก” ราชินีไลลาเอ่ยถามลูกสะใภ้คนเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลังจากลูกชายของนางอุ้มหญิงสาวมาส่งที่เตียงคนป่วยเรียบร้อยแล้ว

“ก็ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ ก็เหลือแต่เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวนิดหน่อย” เพราะนอนไปนานก็เลยหลงเหลืออาการแบบนี้อยู่ คุณหมอจึงแนะนำให้เธอขยับบ่อยๆ แต่ไม่ต้องถึงกับออกแรงมาก

“ปลอดภัยก็ดีแล้วลูก” ราชินีไลลาพูดด้วยน้ำเสียงออกสั่นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยก็เจือไปด้วยน้ำใสๆ ขณะดึงปาริดาเข้ามากอด หญิงสาวมีท่าทีตกใจไม่คิดว่าราชินีนั้นจะเป็นห่วงมากขนาดนี้รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย ก่อนจะยิ้มให้ทุกคนด้วยความขอบคุณพลางผละออกจากอ้อมกอดผู้อาวุโส

“คนสวยก็งี้ ไม่เป็นอะไรไปง่ายๆ หรอกค่ะ” ปาริดาพูดติดตลก ราชินีไลลาหัวเราะพลางเช็ดขอบตาพลอยทำให้คนอื่นๆ หัวเราะไปด้วยก็คงเว้นแต่เรนอสคนเดียวที่พูดขัด

“นี่เรียกว่าสวยแล้วเหรอ” เขาถามกวนๆ ปาริดาถลึงตาใส่ก่อนจะมายิ้มกว้างแล้วหยักคิ้วให้ผู้ชายที่ว่าเธอด้วยใบหน้าของผู้ชนะ เมื่อราชินีไลลาออกโรงปกป้องเธอด้วยการว่ากล่าวลูกชาย

“เรย์ พูดแบบนี้กับน้องไม่น่ารักเลยนะลูก อีกอย่างที่น้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเรานะ” เรนอสหน้าเจื่อนๆ นิดๆ ที่มารดาเอาเรื่องนี้มาตอกย้ำเขา

“พูดถึงเรื่องนี้ พี่อยากถามเราว่าจำหน้าคนร้ายได้มั้ยปลา” ชีคโรเรสเอ่ยถามน้องสะใภ้ด้วยสีหน้าจริงจัง ทุกคนก็เช่นกันโดยเฉพาะเรนอสที่ตั้งใจมากกว่าใคร เพราะเขาอยากจะจำกัดวงคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายให้แคบลง ตอนแรกเขาจะเอ่ยถามแต่เห็นว่าทุกคนเอ่ยถามถึงอาการปาริดาอยู่เลยไม่อยากสวนขึ้นมากลางปล้อง

“จำไม่ได้หรอกค่ะ พวกมันโพกผ้าปิดหน้าตัวเองหมด” ปาริดาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดตัวเอง ถ้าคืนนั้นเธอไปกระชากผ้าที่พวกโพกหน้าเอาไว้หน่อย เธอก็จำได้ถึงแม้ว่าความสว่างจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม

“น่าเสียดาย” ชีคโรเนสรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เท่ากับว่าตอนนี้ขอบเขตการหาคนร้ายยังเท่าเดิม

“แล้วเธอจำอะไรได้อีกมั้ย” เรนอสไม่หมดหวัง เขาถามด้วยสายตาคาดคั้นเล็กน้อย ปาริดามองชะงักไปนิดเพราะไม่เคยเห็นท่าทางเอาเรื่องแบบจริงจังของเรนอสมาก่อน

“เอ่อ…” ปาริดาทำท่านึก สายตาคาดคั้นของเรนอสทำเอาเธอขนลุก “มันมากันสี่คน และอาจจะมากกว่านั้นด้วยแต่ฉันไม่แน่ใจ ผู้ชายที่คิดว่าเป็นหัวหน้ามันบอกว่ามาฆ่าฉันเพราะฉันมาเป็นภรรยาของนาย เลยทำให้นายสาวของมันไม่พอใจ” เรนอสหน้าเหวอรุนแรง ทุกคนเบนสายตามาที่ชีคหนุ่มคนเดียว เนื่องจากในตอนแรกทุกคนสันนิฐานเป็นทางเดียวกันหมด ว่าคนที่มาทำร้ายปาริดาอาจจะเป็นคนของศัตรูสักคนของเรนอสที่เป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง! “ฉันบันทึกเสียงพวกมันไว้ด้วยนะ อยู่ในโทรศัพท์ ฉันไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรได้มากหรือเปล่า” ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนสนใจมากที่สุดคือตัวต้นเหตุที่ยืนหน้าซีดเพราะสายตาทุกคนที่มองมาอย่างตำหนิ ระอา และบลาๆ ที่ทำให้เรนอสรู้สึกแย่ ทั้งๆ ที่เปลี่ยนจากผู้ชายมาเป็นผู้หญิงเท่านั้นเอง

“พี่คงต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากศัตรูทะเลทรายมาเป็นผู้หญิงที่นายเคยควงสินะ” โรมานอฟทั้งอ่อนใจทั้งขำที่เหตุการณ์มันกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้ ไอ้เขาก็เชื่อเต็มร้อย ว่าเหตุการณ์ทำร้ายกันเป็นเพราะศัตรูของน้องชายหาใช่เรื่องผู้หญิง

“ท่านพี่….” เรนอสแทบคราง เมื่อท่านพี่รองพูดแบบนี้ออกมา พอมองไปหาท่านพ่อ ท่านพ่อของเขาก็เอาแต่ส่ายหัว หันไปหาท่านพี่ใหญ่ก็มีอาการเดียวกัน มองเลยไปยังสองพี่สะใภ้ก็โดนค้อนวงใหญ่กลับมา พอหันมามองตัวพีคหน้าเขาก็หดเหลือสองนิ้ว เพราะท่านแม่มองเขาด้วยสายตาเอาเรื่องสุดๆ “ท่านแม่…”

“แม่จะพาน้องกลับไปอยู่ที่วังกับแม่ ถ้าเรายังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ แม่จะให้เราหย่ากับปลา!” คำประกาศเปรี้ยงจากปากราชินีแห่งองค์รัลฟาทำให้ทุกคนตื่นตะลึง สายตาทุกคู่หันไปมองราชินีเป็นตาเดียว ไม่มีใครคิดว่าท่านจะดำรัสแบบนี้ออกมา

“ท่านแม่!” เรนอสร้องเสียงหลง และตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าท่านแม่ของเขาจะพูดแบบนี้ออกมา ทั้งๆ ที่ท่านโปรดปรานปาริดามากและอยากให้มาเป็นสะใภ้จนจับเขาให้แต่งงาน และทั้งๆ ที่รู้ว่าเขารักปาริดาก็ยังมาประกาศอย่างนี้อีก จากที่ตกใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึง สีหน้าขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นเรียบตึงและเข้าขั้นน่ากลัว ปาริดาที่กำลังดีใจและภาวนาว่าไม่ให้เรนอสหาคนร้ายที่ทำร้ายเธอเพราะอยากหย่าใจจะขาด กำลังจะอ้าปากพูดก็ต้องปิดปากฉับเพราะเห็นท่าทางเอาเรื่องของเขา เรนอสแสดงท่าทางราวกับว่าเขาจะไม่ยอมหย่ากับเธอ ทั้งๆ ที่อีกสองเดือนก็จะทำการหย่าตามที่ทำสัญญาก่อนแต่งงานไว้แล้ว …เธอไม่เข้าใจ

“ไหนๆ ก็ทำสัญญาจะหย่ากันแล้วไม่ใช่หรือ” ปาริดาอ้าปาก ตกใจ ตาโตแทบถลนตอนที่หันไปมองราชินีไลลา นี่แม่ของเรนอสรู้ได้ไงว่าเธอจะหย่า!

“มันเหลืออีกสองเดือนครับ” เรนอสพูดอย่างใจเย็นมากที่สุด ชีคโรเนส ชีคโรมานอฟ และองค์รัลฟาต่างเหลือบมองหน้ากันด้วยรู้ในความหมายว่าท่านแม่ของพวกเขาและองค์ราชินีของพระองค์คิดจะทำอะไร แต่คนที่น่าจะรู้ก่อนใครดันดูไม่ออกว่ามารดาต้องการอะไรเพราะความโกรธ ความโมโห และความหวงเล่นงานให้ความคิดมืดบอด และนั่นก็ดันเข้าทางในราชินีแห่งอัลจามาลพอดี อย่างน้อยในความน่ากลัวก็ยังมีสิ่งดีๆ คืนกลับมาบ้าง

“แม่ไม่สน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องมันเป็นผลพวงที่ลูกทำเอาไว้และไม่เก็บกวาดให้ดี แม่จะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง” องค์ราชินีพูดน้ำเสียงเย็น ไม่ยอมอ่อนให้ลูกชาย เพราะถ้าเรนอสรักปาริดาจริง ลูกชายนางก็ต้องจัดการปัญหาของตัวเองให้ได้ และปาริดาจะได้รู้เสียทีว่าลูกชายนางรักมากขนาดไหน อีกทั้งปาริดาจะได้เรียนรู้หัวใจตัวเองว่าคิดยังไงกับลูกชายของนางกันแน่

“ได้! ผมจะจัดการทุกอย่าง แล้วผมจะไปเอาเมียผมคืน” ปาริดาหันขวับ มองเรนอสแบบต้องการคำอธิบายอย่างด่วนกับคำว่าเมียที่เขาพูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นแค่ในนาม อีกอย่างไหนๆ เธอจะหย่าอยู่แล้ว แค่ร่นระยะมาก็ไม่เห็นจะเป็นไร เธอควรจะเห็นเรนอสดีใจเต้นระริกระนี่สิ แล้วไหงกลับกลายมาเป็นพ่อเสือแสนดุ ไม่ยอมใครแบบนี้ล่ะ ส่วนคนที่ฟังก็ได้แต่อมยิ้มอยู่ในใจ

“เอ่อ… นายไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ยังไงซะ คุณลุงคุณป้า พี่โร พี่โรมก็รู้แล้วว่าฉันกับนายจะหย่า แล้วฉันก็ไม่คิดเอาเรื่องผู้หญิงของนายคนนั้นด้วย เพราะฉันยังไม่ตาย ถ้าเกิดว่าห่วงเรื่องความปลอดภัยฉันกลับไปเมืองไทยก็ได้” ปาริดาพูดเหมือนกับเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงสำหรับเธอ จริงอยู่ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอควรจะให้พวกมันชดใช้ เพราะทำให้เธอเกือบไม่ได้หายใจต่อ แต่ว่ามานั่งคิดๆ ดู ตามล่ากันไปตามล่ากันมาก็เสียเวลาเปล่า สูญเสียด้วยกันคู่ เธอไม่เป็นอะไร ไม่พิการก็ปล่อยๆ เรื่องนี้ไปเถอะ

“ไม่ได้! อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ ปาริดา” เรนอสพูดด้วยน้ำเสียงกร้าว นัยน์ตาที่มองปาริดาแทบจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ เขาขบกรามเน้นเส้นเส้นประสาทปูดนูน เขาทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าปาริดาอยากจะหย่ากับเขามากแค่ไหน แต่อย่านึกว่าจะทำได้ง่ายๆ ถ้าเขาไม่ปล่อยเจ้าหล่อนไปเอง และเขาพูดได้เลยว่าถ้าปาริดายังพูดแบบนี้ เขาจะสำเร็จโทษไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน!

“ทำไม ถ้าฉันจะไป นายก็มาขวางฉันไม่ได้!” ปาริดาเริ่มโมโห เมื่อเรนอสใช้อำนาจกับเธออีกครั้ง และมันก็ทำให้เธอลืมสิ้น ว่าในห้องไม่ได้มีเธอกับเรนอสเพียงสองคน แน่นอนว่าคนในห้องยืนดูเหตุการณ์โดยไม่คิดจะเข้าไปห้าม เพราะอยากรู้ว่าเรนอสจะจัดการหัวใจตัวเองยังไง ในเมื่อหัวใจดวงนี้ไม่ยอมง่ายๆ

“ไม่รู้ หรือว่าโง่จนดูไม่ออกกันแน่ว่าฉันรักเธอ!”

“!!” ทุกคนตื่นตะลึงอีกครั้ง ไม่คิดว่าเรนอสจะพูดมันออกมา อาจจะเป็นเพราะความโกรธ ความโมโห และน้อยใจในตัวปาริดาที่อยากจะหนีห่างทำให้เรนอสพูดความในใจของตัวเอง ในขณะที่ปาริดาถึงกับเงียบกริบ นัยน์ตาสวยเบิกกว้างราวกับเจออสูรกายนอกโลก

“นายมันเป็นบ้าไปแล้ว!!”

************************************************************************************

ท่าทางอีตาเรย์จะบ้ามากๆ ด้วย 5555+ เอ้า! เอาใจช่วยกันต่อไป

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว