ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

ชื่อตอน : บทที่ 3 : ลงโทษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.6k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 14:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 : ลงโทษ
แบบอักษร

เสวี่ยม่านถูกจัดให้นั่งอยู่ตำแหน่งด้านหลังเหลียงอ๋องที่นั่งถัดฮ่องเต้ไม่กี่ตำแหน่งทั้งที่จริงควรจะนั่งใกล้ชิดพระองค์กว่านี้เสียด้วยซ้ำ หากแต่ต้องการจะให้เสวี่ยม่านนั่งใกล้ตนเพราะต้องการจะดูแลอย่างใกล้ชิดภายในวันนี้ ส่วนเหล่านางกำนัลรับใช้จะอยู่ประตูชั้นนอก

มีนางระบำเป็นกลุ่มคณะเข้ามา ท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามราวธิดาสวรรค์ เสวี่ยม่านแม้จะมองไม่เห็นแต่เสียงปรมมือที่ดังแซ่ซ้องบ่งบอกว่าคงงามล้ำเหลือ


วันนี้อาหารมากมายถูกจัดเลี้ยงอย่างดีหากแต่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นแขกจากต่างแคว้นมาแสดงความยินดีซึ่งมีสองแคว้นคือฉู่และหลาง.. ส่วนแคว้นภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เหวินซานนี้คือแหว้นต้าหลง[มังกรใหญ่]


ต้าหลงพึ่งจะสงบสุขได้ 7 ปีหลังจากวุ่นวายมาสักพักใหญ่จากการก่อกบฎของเหล่าขุนนางและพระเชษฎาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนคือเสด็จพ่อของฮ่องเต้ หยาง เหวินซาน


...ยามมวลบุปผกาผลิดอกงาม เหล่าหูเตี๋ยต่างโบยบินเคียง พลันเหมันต์ย่างกราย...


.........


เสวี่ยม่านลองทวนท่อนทำนองที่คุ้นเคย.. พลันฉุกคิดทันทีว่ามันคือเพลงที่ตนประพันธ์เอง


“เพลงของข้า..”


มันเป็นเพลงที่เสวี่ยม่านยังไม่เคยไปเล่นที่ไหนหรือแสดงให้ใครฟัง


จอกในมือเรียวงามล่วงผล็อยจนทำให้เหวินเหลียงหันมามอง


“เจ้าเป็นอะไร มีอะไรงั้นหรอ”


“มันคือเพลงของข้า”


ใบหน้าที่ฉายแววสับสนของเสวี่ยม่านเอ่ยขึ้น


“แน่ใจหรือ.. เจ้าจะมีโทษหนักนักหากกล่าวความเท็จ สิ่งนี้ถูกเสนอโดยหวังเต๋อเฟย”


เหลียงอ๋องถามแต่กลับสงสัยในใจก่อนอยู่แล้วเพราะบทเพลงเช่นนี้มักจะมาจากคุณชายหรงผู้ที่เขารู้จัก เหตุใดถึงได้คล้ายนัก


.


เมื่อการแสดงจบลงก็ได้รับเสียงปรบมือเป็นระวิงอย่างที่คาดหมายด้วยบทเพลงและท้วงทำนองแสนไพเราะ ความลงตัวและความนุ่มนวลนั้นฟังเพลินจนมิอยากให้จบลง แต่บางกลุ่มที่ต้องการต่อต้านอยู่แล้วก็แย้งขึ้นอย่างจงใจจะหาเรื่อง


“ข้าเคยเที่ยวหอโคมแดงเมื่อสามปีก่อนและได้พบกับคณิกาชายผู้หนึ่ง ฝีมือการบรรเลงกู่เจิงหาจับตัวได้ยากและมีบทเพลงที่แสนระทมคล้ายกันนัก”


การเปรียบเทียบวังหลวงก็เหมือนเปรียบเทียบฮ่องเต้ด้วยนั้นช่างเหยียดหยามและดูหมิ่นพระเกียรติ หากถ้าไม่ใช่รัชทายาทจากแคว้นฉู่แล้ว เหวินซานคงสั่งลากไปขังคุกแล้วประหารเสีย.. ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!!


“เห็นทีสิ่งนี้คงไม่ทำให้พอใจท่าน จะให้เราทำอย่างไรดีเล่าองค์ชายใหญ่”


บุคคลหนึ่งที่นั่งอยู่สูงเหนือเหลียงอ๋องไปอีกจงใจที่จะไม่เรียกตำแหน่งรัชทายาทนั้นเพราะว่าถูกดูหมิ่นก่อน ขณะที่เสวี่ยม่านกำลังนึกในใจว่าแม่ทัพหยางงั้นหรือที่กล่าวออกมา


“มิได้ฝ่าบาท กระหม่อมเพียงคิดว่าเคยได้ฟังสิ่งที่คล้ายกันนี้”


“เอาล่ะ งั้นเราขอเชิญดื่มต่อเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา”


“ข้าอยากตรัสถามท่าน.. ชายที่นั่งข้างหลังเหลียงอ๋องใช่คุณชายหรง เสวี่ยม่านหรือไม่”


“หากใช่แล้วอย่างไร”


รัชทายาทผู้นี้ยังคงไม่หยุดกล่าว


“วังหลวงนั้นไซร้ล้วนมีพระสนมนางกำนัลมากมายทรงสิริโฉมงดงาม เหตุใดเล่าจึงนำชายคนรักผู้เป็นคณิกาขายร่างกายมาไว้ข้างกาย ซ้ำยังนั่งสูงกว่าตำแหน่งที่อำมาตย์มียศบางคน”


คำพูดที่ยังดูแคลนไม่หยุดกล่าวทั้งยังดูหมิ่นเสวี่ยม่านจนแทบทนไม่ได้ หากแต่เหลียงอ๋องไม่ได้ตอบอันใดกลับไป


อย่างไรเล่าเรื่องชายคนรักก็ล้วนมีให้พบเห็นทั่วไป บุรุษชายชาติหลายคนก็มีคนรักเป็นชายมิเห็นจะเดือดร้อนผู้ใด


“งั้นหรืองั้นท่านก็คงจะไม่ต่างกันหรืออย่างไร”


เสวี่ยม่านทนฟังไม่ไหวอีกแล้วจึงลุกออกไปอย่างเสียกิริยา เหตุใดต้องมาเป็นต้นเหตุให้คนเหล่านี้ถกเถียงกันอีกทั้งยังสับสนนักกับน้ำเสียงที่ได้ยินช่างคล้ายกันเสียเหลือเกิน 


วันนี้เป็นวันที่เสวี่ยม่านสับสนจนต้องหยุดการกระทำทุกอย่างเพียงแค่ยืนต้านสายลมอยู่ศาลาบงกซที่โปรดปรานเท่านั้น


ผู้ใดมันขโมยบทเพลงตนไปหากไม่ใช่พระชายาผู้นั้น.. ต่อหน้าคงอ่อนหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าแต่จิตใจคงยากยั่งถึง! วังหลังยิ่งอยู่นานไปจะย้อมสีขาวจนเป็นสีดำ


“ข้าเกลียดที่นี่! เกลียดที่ท่านไถ่ข้ามาขังกรง ข้าเกลียดตัวเองที่โง่เขลา อ่อนแอ และข้าจะเลิกรักท่าน..”


“และท่านด้วยฮ่องเต้บ้าอำนาจ!”


เสวี่ยม่านเมื่อด่าทอจนพอใจก็กลับมายังตำหนักของตนเองพลันเหลียงอ๋องก็พรวดพราดเข้ามาถามไถ่


“ข้าอยู่ที่นี่อีกเจ็ดวันจะช่วยเจ้าหาตัวว่าผู้ใดข่มเหงเจ้า ก่อนข้าจะกลับดินแดนทางเหนือและแนะนำว่าเจ้าอย่าทำอะไรโง่เขลาเช่น คิดหนีออกจากวังหลวง อย่างไรเสียเจ้าก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่แล้ว ยกเว้นจะได้รับอนุญาต”


“ข้าถามท่านอย่างเดียวในสิ่งที่ข้าพอจะทราบ แม่ทัพหยางคือฮ่องเต้หยางเหวินซานหรือไม่”


“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเจ้า หากเพียงฮ่องเต้ยังไม่อยากแสดงตัวกับเจ้าในครั้งแรกที่พบเท่านั้น.. มันจึงเลยเถิด”


“สนุกนักหรือเพราะข้าตาบอดท่านจะโกหกอะไรก็ได้!”


เสวี่ยม่านได้แต่ร้องไห้น้ำตานองออกมา..


คนที่คิดว่าจะดีกับตนแต่กลับเป็นคนที่ตนไม่ต้องการจะข้องเกี่ยวด้วยเสียนี่.. ซ้ำยังมาหลอกลวง


เหอะ..


วังหลวงมันไม่มีใครเชื่อใจได้ทั้งนั้น ยิ่งเรื่องของหวังเต๋อเฟยที่โปรดปราน หากกล่าวไปว่านางขโมยผลงานตนคงจะรังมีแต่ปัญหา!


เสวี่ยม่านตีอกชกหัวตัวเองแล้วไล่เหลียงอ๋องกลับไปในทันที ไม่ต้องการความช่วยเหลืออันใดอีกและเสวี่ยม่านไม่สามารถระบุได้เลยว่าใครคือคนที่จะข่มเหงตน


.



นานวันไปผู้คนก็เริ่มลืมเลือนเหตุการณ์ในวันนั้น เหลียงอ๋องได้ขอโทษข้าในสิ่งที่ตนทำลงไปหากแต่ไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดได้อีก และข้าจะลืมเลือนเขาไปเสียให้สิ้น แม้เหลียงอ๋องใกล้จะได้กลับมาที่นี่อีกในสามเดือน

มาบ่อยเช่นนี้เหตุใดท่านต้องไปเล่า!


และหลังจากนั้นอีกไม่กี่สัปดาห์ก็ได้ข่าวหวังเต๋อเฟยทรงครรถ์แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง ตำแหน่งของหลิ่วซูเฟยสั่นคลอนนักจนผู้เป็นบิดาอยู่ไม่เป็นสุข..


เหอะ!


ทั้งเสด็จแม่ร้ายลึกเช่นนั้นแล้วลูกล่ะ


“ข้าอยากออกไปข้างนอกนัก”


เสวี่ยม่านยังคงใช้ชีวิตดังเดิมคือการออกไปศาลาบงกซและมีไปสวนหูเตี๋ยบ้าง ชีวิตก็มีแค่นี้จะให้ทำเช่นไร หากแต่ไม่ได้พบแม่ทัพหยางเลยตั้งแต่วันนั้น.. ซึ่งถูกแล้วหลังจากที่ทราบความจริงเสวี่ยม่านจะไม่ขอพบอีกชั่วชีวิตหากไม่จำเป็นถึงตายจริงๆ


“อ่ะ” 


เดินเหม่อไปสักพักเสวี่ยม่านก็ทำกองกระดาษบทกวีหล่นเต็มพื้น.. เหลียนฮวาไม่ได้ตามมาด้วยลำบากนัก หากแต่กำลังตามเก็บก็พบใครบางคนย่างกรายเข้ามาใกล้แล้วช่วยเก็บหากแต่ไม่มอบมันคืนดีดีจนยื้อแย่งกันไปมา


“หากอยากได้นักก็เอาไปเสียเถิด”


 เสวี่ยม่านคร้านจะยื้อแย่งจึงปล่อยมือจากกระดาษพลันเสียงดัง ตุ้บ! ตามมาจึงทราบว่าเป็นผู้ใด ทั้งที่ตนยืนอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรเลย


“ว้าย!  หวังกุ้ยเฟยเพคะ ทหารช่วยด้วย!  พระนางถูกผลักจนล้ม”


ล้มได้เยี่ยงไร.. เสวี่ยม่านมิได้สัมผัสโดนตัวแต่น้อย


ที่แท้ก็หวังเต๋อเฟย.. ไม่สิพระนามยามนี้คงต้องเป็นหวังกุ้ยเฟยสตรีผู้สูงศักดิ์ที่สุดในวังหลัง หากแต่หลิ่วซูเฟยทรงไม่ทุกข์ร้อนใดนักเลยแม้จะยศตำกว่า ยังคงวางกิริยาดังเดิม


“เกิดอันใดขึ้นพะยะค่ะ”


ทหารที่เฝ้าอาณาบริเวณนี้รีบวิ่งมาทันทีแล้วดูจะช่วยกันพยุงพระชายาลุกยืนอย่างทุลักทุเล ช่างสวมหน้ากากแม่นางผู้อ่อนโยนบอบบางได้หน้าตายนัก


ทันใดนั้นเสวี่ยม่านที่ไม่ได้ทำอันใดผิดเลยถูกคุมตัวไปขังคุกหลวงทันที


.

รุ่งสางจากที่ถูกขังทั้งคืนเสวี่ยม่านถูกนำตัวมาสอบสวนด้วยสภาพโรยรานักเพราะขาดน้ำ

และผู้ที่ไต่สวนเองครานี้คือฮ่องเต้เหวินซาน


“เจ้าผลักพระชายาหรือไม่”


“ข้าเปล่ากระทำอันใดและมิได้ถูกเนื้อต้องตัวพระนางแม้แต่น้อย ข้าเห็นพระนางต้องการบทเพลงข้านักเลยมอบให้เนื่องด้วยเห็นว่าแอบมาเอาในตำหนักข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง”


“เจ้าดูหมิ่นเบื้องสูงงั้นหรือพระชายาเราลักขโมยของเจ้าหรือ”


“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วเลยเพคะหม่อมฉันไม่ระวังตัวจะก้มลงไปเก็บช่วยแต่คุณชายหรงไม่ทราบว่าคือใครเพราะเขาตาบอดจึงยื้อแย่งกันจนหม่อมฉันล้ม แต่เรื่องบทเพลงนั้นหม่อมฉันหาได้เกี่ยวข้องกับของคุณชายหรงไม่”


“เจ้าเองก็เช่นกัน รู้ว่าทรงครรถ์เหตุใดจึงไม่รักษาวรกายให้ดี เหตุการณ์ครั้งนี้เราจะลงโทษเจ้าเสีย ห้ามออกจากตำหนักเจ็ดวัน”


“แล้วเจ้าว่าอย่างไร หรง เสวี่ยม่าน”


“กระหม่อมกราบทูลดังเช่นเดิมว่ามิได้ผลักหรือแตะต้องตัวหวังกุ้ยเฟยและยืนยันว่าบทเพลงในงานพิธีครั้งนั้นคือของกระหม่อม”


“เจ้าทูลความเท็จกับเรางั้นหรือ”


“กระหม่อมหาได้หลอกลวงเช่นคนแถวนี้ไม่!!”


ใบหน้าเหวินซานเห็นได้ชัดว่าเริ่มฉายความโมโห ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นจนราวกับปีศาจ รับสั่งทหารนำเครื่องทรมานมาหนึ่งชิ้นเป็นท่อนไม้ที่สามารถวางมือได้สองข้างพร้อมใบมืดทื่อๆไม่คมนักด้านใน


“จับสอดมือ” เหวินซานสั่งแล้วมองอย่างเย็นชา


“ตรัสแต่ความจริงกับเรา”


“ทหาร” 


มือคู่เรียวงามถูกไม้บีบจนปวดไปหมดซ้ำโดนใบมืดทื่อๆเฉือนตามข้อนิ้วเลือดไหลอาบ.. เสวี่ยม่านร้องลั่นพลันน้ำตาไหลรินออกมาจนน่าสงสาร

“ข้าไม่ได้ทำ! อึก อะ..โอ้ย!”


เสวี่ยม่านยังคงปฎิเสธแม้จะถูกทรมานอยู่ก็ตาม.. ทันใดนั้นก็มีบุคคลอีกหนึ่งโผล่เข้ามาภายในห้องอ้างว่าเป็นพยานเหตุการณ์


“เสวี่ยม่านมิได้กระทำอันใดพระชายาจนล้ม พระนางล้มเอง ข้าตามไปแต่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ข้าสามารถบอกได้ว่าคนผู้นี้ไม่มีความผิด”


เสียงที่คุ้นในความทรงจำที่โหดร้ายคืนนั้น..


“ปล่อยตัวเสวี่ยม่านและนำกลับไปงดออกจากที่ตำหนักหนึ่งเดือน เราจะไตร่สวนบุคคลอื่นต่อ”


“นางกำนัลนั่นพูดเท็จ ได้โปรดลงโทษนางด้วย”


การไตร่สวนเป็นไปโดยที่เสวี่ยม่านถูกนำตัวออกมาแล้วเพราะถือว่าได้รับโทษของตนเองที่กล่าวหาพระชายาแม้จะร้ายแรงไปทั้งยังหาความจริงไม่ได้


.

มือเสวี่ยม่านปวดไปหมดครั้นยังไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ดังเดิมเพราะเส้นประสาทถูกทำลายไปหลายส่วน


ผ่านไปหลายชั่วยามอาการทุเลาลงจึงหลับได้..


“ข้าเราจะให้หมอหลวงมารักษาเจ้า” มุมหนึ่งที่คนหลับไปแล้วไม่ได้ยิน

.



เสวี่ยม่านที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมาพบว่าถูกทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว หากแต่ยังไม่หายดีนักจู่ๆก็ถูกพาตัวไปยังที่หนึ่ง


แต่ก่อนจะไปถึงกลับโดนดักทางไว้เสียก่อน


“อีกครั้งที่ข้าช่วยเจ้า ถ้าไม่ได้ข้าเจ้าคงไม่รอด”


ริมฝีปากถูกประกบจูบอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัวแต่เสวี่ยม่านก็รีบผลักออก.. เป็นองค์ชายสองผู้ชอบทำอะไรแปลกๆ เป็นคนเหี้ยมโหดและจิตใจวิปลาสนัก เสวี่ยม่านจำสัมผัสได้ดี และยังชอบมาเกี้ยวตน!

“หากเกี้ยวใครมิเป็นจงหยุดเถิด ท่านทำให้ข้ากลัว แต่เรื่องที่ผ่านมาหลายอย่างต้องขอบคุณท่านแล้ว”


“เจ้าต้องตกเป็นของข้าสักวัน”


ไม่ได้สนที่เสวี่ยม่านพูดเลยแม้แต่น้อยหากกลับเดินหายลับไป เสวี่ยม่านจึงเดินไปตามนางกำนัลรับใช้ต่อตามจุดหมายที่กำหนดไว้แต่แรก


“เข้ามาสิ เรารออยู่”


เสวี่ยม่านก้าวเข้ามาในตำหนักที่คาดว่าจะเป็นห้องทรงอักษรของฮ่องเต้


“เหตุใดถึงเรียกข้ามาที่นี่งั้นหรือฝ่าบาท”


เสวี่ยม่านจงใจที่จะไม่แทนตนเองด้วยคำว่ากระหม่อมอย่างที่ควรทำเพราะยังโกรธเหวินซานอยู่มากนักจนแทบไม่อยากจะสนทนา


“เจ้ามานั่งตรงนี้สิ ตรงพรมขนหมาป่าข้างเรามันจะสบายตัวนัก”


เหวินซานไม่ได้ตอบอันใดตามที่โดนถามหากแต่ลุกไปดึงเสวี่ยม่านมานั่งตรงที่ว่า


“มือเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“คงต้องรอมันหายดีสนิทจึงจะตอบได้แต่ตอนนี้ข้ายังจับเขียนพู่กันไม่ถนัดนัก หมอหลวงบอกให้ข้าหยุดใช้มือไปจนกว่าจะเจ็ดวันหากยังไม่ดีขึ้นจนขยับได้คล่องมือข้าจะไม่สามารถ.. จับเครื่องดนตรีบรรเลงได้อีกตลอดชีวิต เพราะเส้นประสาทสัมผัสข้าขาดไปหลายส่วนและหลายชั่วยามจนยากกลับคืน”

เสวี่ยม่านใบหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัดหากพูดถึงการบรรเลงดนตรีแล้วคงเปรียบเสมือนทั้งชีวิตที่ตนมี


“เราอยากให้เจ้าให้อภัยที่ลงโทษเจ้าเช่นนี้โดยไม่ไตร่สวนให้ดี หากแต่ในอนาคตเจ้าจงทราบไว้ว่าเจ้าอยู่ภายใต้การปกครองของใคร เจ้าไม่ใช่ชายคณิการับเลี้ยงของเหลียงอ๋องอีกแล้ว แต่เจ้าเป็นคนภายใต้การปกครองของเรา จงวางตัวให้เหมาะสม และหากใครรังแกเจ้าจงแจ้งแก่เราด้วยความจริง”


.

.

TBC... 

ขอบคุณค่ะที่ติดตาม และสำหรับคนที่ชอบคอมเม้นคุยกันได้ค่ะ💕💕



ความคิดเห็น