ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 2 : ล่องเรือ

ชื่อตอน : บทที่ 2 : ล่องเรือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 14:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 : ล่องเรือ
แบบอักษร

ยามเฉิน [ระหว่าง 07::59]


กายบางหากแต่สูงพอตัวไม่ได้ร่างเล็กบางแบบสตรีกำลังบิดคร้านลุกขึ้นจากเตียงพลันรู้สึกเย็นวาบที่ผิวกาย..  เสวี่ยม่านรู้สึกแปลกที่เสื้อหลุดรุ่ยอีกแล้วหากแต่ไม่ได้สนใจ


“แปลกนัก”


คิ้วขมวดมุ่นแต่ก็เลิกคิดมากแล้วลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายแทน เช้านี้ได้เหลียนฮวาเตรียมน้ำอุ่นให้แล้วรู้สึกสบายตัวนักจึงแช่ค่อนข้างนานราวครึ่งชั่วยาม


“คุณชายหรงเจ้าคะ สำรับอาหารเช้าพร้อมชุดท่านวันนี้ข้าเตรียมให้แล้วเจ้าค่ะ ชุดงามนักเป็นของกำนัลจากผู้ใดข้ามิอาจทราบแต่ส่งมาเมื่อเดือนก่อนแต่ข้าเห็นว่าพึ่งสบโอกาสจึงนำออกมาให้ท่านสวม”


เหลียนฮวาจัดชุดให้เรียบร้อยอย่างคนอารมณ์ดีชุดผ้าไหมสีขาวปักชายด้วยลวดลายมู่เหมียน[ดอกงิ้ว]คลิบด้ายสีทองตามขอบลายปัก


“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ข้าอยากให้คุณชายได้ยลโฉมตัวท่านเองจริงๆ”


“หากเรียบร้อยแล้วข้าว่าเจ้ารีบกลับบ้านเถิด กว่าจะถึงคงมืดค่ำ ออกนอกเมืองหลวงมันอันตรายนะรู้ไหม”


“คุณชายโปรดรักษาตัวได้นะเจ้าคะ ข้ากลับบ้านเพียงสามวัน จะให้ไป๋หลันมาดูท่านแทนข้าก่อน นางเป็นสหายข้าเอง”


“รับนี่ไปด้วย ซื้อของดีดีให้พ่อเจ้า พาท่านไปหาหมอด้วย ขอให้พ่อเจ้าหายดีในเร็ววัน”


เสวี่ยม่านนำถุงเงินจำนวนหนึ่งใส่มือเหลียนฮวาโดยไม่เปิดโอกาสให้นางปฎิเสธแม้แต่น้อย..



.

หลังจากเหลียนฮวากลับไปได้ซักพักก็เริ่มจะใกล้เข้ายามเซิน เสวี่ยม่านจึงเริ่มออกเดินจากตำหนักไปเพราะระยะทางก็ไกลพอควร หากแต่เดินไปบ่อยจนชินเสียแล้ว


วันนี้เสวี่ยม่านนำผีผาที่เหลียงอ๋องมอบให้มาด้วย ใบหน้าขาวแต้มปากสีชาดบางเบาเนื่องด้วยเหลียนฮวานำมาเติมให้ตน วันนี้รู้สึกจะหน้ามืดอยู่รอมร่อ เมื่อวานก็อาบน้ำเย็นซ้ำยังตื่นมาโดยเสื้อหลุดรุ่ยอีกต่างหากแต่ต้องมาตามคำนัดหมาย


“อ๊ะ..”


เสวี่ยม่านที่เดินไปตามทางปกติจนถึงทางเดินโค้งเพื่อเข้าไปยังสวนกลับชนใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าตนจนเกือบล้ม


เมื่อจับดูว่าไม่มีส่วนใดบุบสลายจึงรีบขอโทษขอโพยบุคคลที่ตนชนเข้ามั่วครู่


“ข้าขอโทษจริงๆ.. เอ่อ..ไม่นึกว่าแถวนี้จะมีคนมาเดิน ปกติข้ามาผู้เดียวบ่อยนัก”


“ข้าแม่ทัพหยาง”


เสวี่ยม่านขมวดคิ้วอีกครั้งเพื่อไตร่ตรองและนึกออกว่าชายผู้นี้คือบุคคลที่เหลียงอ๋องแนะนำมาว่าให้ไปเจอ ..มาเร็วก่อนเวลากว่าตนจะถึงเสียอีก มีวินัยสมเป็นแม่ทัพทหาร


“ข้าขออภัยที่เดินไม่ระวัง”


“ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษเจ้า.. มาสิ ข้าจะพาไปล่องเรือ”


“ข้านัดเหลียงอ๋องไว้..”


เสวี่ยม่านปฎิเสธแต่พบว่าแท้จริงแล้วคนผู้นี้ก็จะพาตนไปพบเหลียงอ๋องและออกล่องเรือชมทะเลสาบไปด้วย


“รบกวนท่านแล้ว”


หลังจากที่แม่ทัพหยางพามาพบเหลียงอ๋อง อีกฝ่ายก็จัดแจงที่นั่งให้บริเวณกลางลำและขอตัวย้ายไปนั่งตรงจุดอื่นและหายไปไหนไม่อาจทราบ


เรื่องสำคัญที่เหลียงอ๋องพาตนมาด้วยเพราะต้องการดนตรีชะโลมจิตใจเหมาะสมกับสถานที่ล่องเรือในทะเลสาบยามนี้นัก


หากแต่... ขณะที่เรือกำลังออกจากท่าก็พบว่า ยังมีบุคคลอื่นอีกที่ได้รับการเชื้อเชิญขึ้นมาคือเหล่าพระสนมและพระชายา บริเวณหัวเรือเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ตามลำดับรองลงมาคือฮองไทเฮาและหลิ่วซูเฟย จากนั้นก็เป็นหวังเต๋อเฟย


ความงามของพระชายาในวันนี้แทบจะบดบังเหล่าพระสนมเอกองค์อื่นที่ขึ้นมาด้วยอีกสองพระองค์ หากแต่ถ้าไม่ติดใบหน้างดงามเรียบนิ่งดุดันนั่นคงจะราวกับมวลผกาผลิบานกลางทะเลสาบนัก


หลิ่วซูเฟยยังคงวางกิริยาดังเดิม พระองค์เฉยชาเย่อยิ่งและพูดน้อยนัก ผิดกับหวังเต๋อเฟยที่กำลังคอยเอาใจฮ่องเต้


“กิ่งทองใบหยก”


“หวังเต๋อเฟยงดงามอ่อนหวานนัก หากแต่พระนางยังไม่ทรงครรถ์เสียทีนี่สิ ถ้าทรงประสูติพระราชโอรส ตำแหน่งฮองเฮาคงรออยู่ไม่ไกลนัก อำมาตย์หวังคงยินดีปรีดาไม่น้อย”


“มีหรืออำมาตย์หลิ่วจะยอม ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีที่กำไว้พร้อมทั้งบุตรธิดาเป็นถึงพระราชเทวี”


เสวี่ยม่านได้แต่ฟังผู้คนเหล่าขุนนางบุ๋นลำดับขั้นต่างๆคุยกันไปตั้งแต่ยศน้อยไปมากในเรื่องราวของวังหลวง หากแต่สนใจได้ไม่นาน เหลียงอ๋องก็นำตัวไปยังจุดที่นั่งที่ตะเตรียมไว้คือกลางลำเรือ


เมื่อได้จับผีผา.. นิ้วเรียวยาวก็เริ่มกรีดกรายลงบนเส้นสายนั้นอีกครั้งและเลิกสนใจผู้อื่น.. เสวี่ยม่านตกลงในท้วงทำนองของตนเองโดยสมบูรณ์


'ข้ายังคงรอคอย.. หวังเพื่อพบท่าน

แม้เพียงสักครา.. ฟ้าดินมลาย

ข้าหวังเพียงท่าน.. มองกลับมา

ความเดียวดายของข้า.. แม้ชั่วฟ้าดินสลาย มิอาจเสื่อมคลายเพราะข้าคลุ้มคลั่งด้วยรักท่านหมดใจ'



มัจฉาที่แหวกว่ายในน้ำกระโดดพ้นสูงจนน้ำกระเด็นขึ้นมาบนเรือ ละอองเม็ดเล็กไม่ได้ทำให้เปียกปอนแต่รู้สึกว่าภาพตรงหน้าราวหยุดนิ่ง


เรือลำนี้คล้ายจะแล่นไปหุบเขาหมื่นเซียนเพราะภาพตรงหน้าคือบุรุษผู้งดงามหมดจดนี้กำลังขับร้องและบรรเลงดนตรีไปด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็น

“ข้ารู้สึกตกหลุมรัก คลุ้มคลั่งในรักดั่งเพลงที่ท่านขับร้องไปเมื่อครู่”


ใบหน้าคมเข้มที่สันกรามหนาชัดเจนสมเป็นบุรุษเอ่ยขึ้นและจ้องมองไปยังนักดนตรีผู้นั้นไม่ลดละ


เสวี่ยม่านแม้มองไม่เห็นแต่รู้สึกถูกจับจ้องมามากมายนัก.. เมื่อบรรเลงผีผาเสร็จจึงจะขอตัวเดินกลับไปยังทางซ้ายมือที่จากมาเมื่อครู่เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจอีกต่อไป


แต่แล้ว.. อาการหน้ามืดก็พลันแล่นวูบเข้ามา เรือที่กำลังโคลงเคลงและเสวี่ยม่านที่ลุกเดินไปไม่ทรงตัวนักจึงพลัดตกลงไปเบื้องล่าง


“เสวี่ยม่าน!!” เป็นเหลียงอ๋องที่ยืนไม่ไกลนักแต่กลับคว้ากายบางนั้นไม่ทัน


เรือหยุดแล่นทันทีอยู่ที่กลางทะเลสาบทันที


ตู้ม!


เสียงกระโดดน้ำตามลงไปในบริเวณที่เสวี่ยม่านจมลงไปเมื่อครู่สร้างความตื่นตระหนกนัก


“เทียนหลง!” 


เป็นองค์ชายสองที่กล่าววาจาเกี้ยวพาราสีเมื่อครู่แล้วโดดตามลงไปกับเสวี่ยม่าน


วารีสีครามแต่กลับดูน่าหวาดหวั่นนักเพราะจุดที่จมลึกลงไปมีสีเข้มกว่าจุดอื่นจนแทบจะเป็นสีน้ำเงิน เพราะเป็นจุดที่ค่อนข้างลึกอยู่เกินห้าไหล[5เมตร]


เสวี่ยม่านที่หมดสติก่อนจะจมลงไปสลบลงและเริ่มจมลงไปเรื่อยๆ.. มือหนาคู่หนึ่งคว้าข้อมือเล็กบางนั่นไว้แล้วดึงเข้ามาใกล้ตัวก่อนจะตะกายขึ้นไปเหนือน้ำดังเดิม


เมื่อโผล่พ้นน้ำแล้วก็ได้รับการช่วยเหลือในทันที..


.

การล่องเรือสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ขณะที่เสวี่ยม่านหลับอยู่บนเตียงของตนเองโดยที่หมอหลวงตรวจเสร็จแล้วพึ่งจะออกไป


“ข้าไม่ควรพาเสวี่ยม่านมาที่นี่”


“ก็เพราะเจ้ารักเฟิงหลินมากเยี่ยงไรล่ะ.. หึ”


เมื่อเหลียงอ๋องไม่มีอะไรจะพูดก็เดินกลับออกไปไม่ใยดีอีกคนที่พูดอยู่ในห้อง


.


“อือ..”

เสียงครางเบาๆพลันเปลือกตาขยับเปิดขึ้น เสวี่ยม่านหนักอึ้งที่ศีรษะจึงค่อยๆกุมขมับลุกขึ้น


แค่กๆ


“ข้าขอน้ำเหลียนฮวา”


จอกน้ำยื่นมาให้แล้วช่วยประครองดื่มอย่างสะดวก ชายผ้ายกมาซับน้ำที่ไหลหกบางส่วน


“เอ่อ..” ด้วยความที่รู้สึกว่าคนที่ช่วยประครองตนไม่ใช่สตรีจึงรู้สึกเกร็งๆ


“ข้าแม่ทัพหยาง”


“ข้ารบกวนท่านอีกแล้ว”


เสวี่ยม่านลุกหยัดขึ้นนั่งเต็มกายก่อนจะเลื่อนขาออกจากผ้าห่มวางปลายเท้าลงบนพื้น หากแต่อาการปวดหัวทำให้ทรงตัวไม่ดีนักจึงโดนประครองอีกรอบ


“เจ้าหลับไปหนึ่งคืนเต็มๆ พักเสียก่อน อีกอย่างไป๋หลันดูแลเจ้าแทนเหลียนฮวาอยู่”


“ข้าดีขึ้นแล้ว..  อยากชำระล้างกาย รู้สึกไม่สบายตัวนัก เอ่อ..ว่าแต่ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”


เสวี่ยม่านถามเพราะรู้สึกแปลกใจนักที่ตื่นมาไม่พบเหลียงอ๋องแต่กลับเป็นแม่ทัพหยางเสียเอง


“มีน้ำอุ่นที่ไป๋หลันเตรียมไว้ ข้ามาเฝ้าดูอาการเจ้าอีกซักชั่วยามคงออกไป เหลียงอ๋องยังคงวุ่นวายนัก”


“งั้นรึ.. ที่แท้เหลียงอ๋องก็ให้ท่านมาแทนเขาหรอกหรือ เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องการความช่วยเหลือใดอีก ขอบคุณที่ท่านคอยดูแลข้า”


เสวี่ยม่านถอดเสื้อคลุมออกแล้วแกะเชือกรัดเอวโดยไม่สนใจอีกคนที่ยืนอยู่ในห้อง หากไม่ออกเขาก็จะถอดมันตรงนี้แหละ อย่างไรก็ผู้ชายเหมือนกัน


“ข้าขอตัว หากดีขึ้นแล้วเย็นนี้เข้าพบเหลียงอ๋องวันสุดท้ายก่อนจะถึงฉลองบรมราชาภิเษกในอีกสามวัน”


เมื่อแม่ทัพหยางออกไปแล้ว เสวี่ยม่านก็พลันถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วลงไปอาบน้ำชำระกายอย่างที่จะทำในตอนแรก


.


เสวี่ยม่านนอนพลิกตัวพยายามให้หลับเพราะรู้สึกว่าต้องเข้าไปบรรเลงเหิงชุยเป็นอย่างสุดท้าย รู้ตัวดีว่ากำลังถูกทดสอบและต้องเตรียมตัวเข้าเปิดพิธี ฮ่องเต้ทรงเข้าใจยากนัก วิธีการแปลกๆของพระองค์ แทนที่จะเรียกตนไปฝึกปรือให้เสร็จศัพท์แล้วเข้าเปิดพิธีอย่างเป็นทางการ หากแต่เรียกผ่านเหลียงอ๋องไปแล้วให้บรรเลงไปเรื่อยเปื่อย


นอนหลับยากเย็นเหลือเกินภายในค่ำคืนนี้ เพราะคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผ่านการทดสอบและทำอย่างไรไม่ให้ขายหน้าตนในวันพิธี คุณชายผู้เป็นหนึ่งแห่งหอโคมแดงดั่งเช่นตน


“อ่ะ..”


ยามสลึมสลือใกล้จะหลับแล้วเปลือกตาที่ปิดสนิทลืมขึ้นแม้จะอยู่ในความมืดอยู่แล้วก็ตาม.. ลำคอเอียงใบหน้าแหงนขึ้นรู้สึกคันขยุกขยิกอยู่ตามช่วงคอ


“อ๊ะ..”


เสวี่ยม่านจะเลื่อนมือมาจับบริเวณลำคอพบว่าลำตัวหนักอึ้งยกไม่ขึ้น


“อึก.. ปะ ปล่อยข้านะ”


เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกคุกคามก็เริ่มต่อต้านทันที ข้อมือสองข้างถูกรวบขึ้นเหนือศีรษะ มืออีกข้างของมันก็จับปลายคางเชยขึ้นพลันโน้มประกบจูบอย่างตะกละตะกลาม..


“อื้อ!”


ดวงตากลมเบิกโพลน กรามที่ถูกบีบจนปวดต้องเผยอริมฝีปากออกมาทำให้ลิ้นช่ำชองสอดเข้าไปตวัดเกี่ยวพันลิ้นของตนอย่างจาบจ้วง


สาบเสื้อถูกล้วงแล้วแหวกออกกว้างจนเย็นวาบที่ผิว สัมผัสที่เสวี่ยม่านขยะแขยงคุกคามไปเรื่อย มองไม่เห็นสิ่งใดเลย อึดอัดทรมานนัก..


แฮ่กกก.. แฮ่ก


เมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระเสวี่ยม่านจึงรีบหายใจเอาอากาศเข้าทันที


“ปล่อยข้านะ เจ้ามันต่ำช้า! รังแกแม้คนตาบอด ช่วยด้วย! อื้อ!”


เสวี่ยม่านดิ้นสุดแรง มือที่ถูกปล่อยจากพันธนาการ พยายามทั้งผลักทั้งต่อย โดนบ้างไม่โดนบ้างเพราะมองไม่เห็นสิ่งใด


“ข้าเกลียดชังเจ้านัก คนชั่ว!”  ปากเล็กๆนั่นตะโกนด่าทอไม่หยุด


“ข้ารอสอดใส่เจ้าไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนซักแห่งเอ่ยขึ้น


เรียวขาที่ถูกแยกออกเพราะมีใครบางคนนั่งแทรกอยู่ ท่อนขาแข็งแรงงัดขาเสวี่ยม่านให้แยกกว้างแล้วลูบไล้อย่างกระสัน..  เสวี่ยม่านร้องระทม น้ำตาไหลจนหมอนอิงเปียกชุ่มไปหมด


มือคว้าไปทั่วสะเปะสะปะก่อนจะคว้าปิ่นปักผมได้แล้วปักลงไปยังเนื้อตัวของคนผู้นี้ไม่รู้ว่าโดนตรงจุดไหนแต่ทำเอาร้องลั่นจนตัวของเสวี่ยม่านถูกปล่อยออกมาจากการเกาะกุม


“อ๊ากกก!  ไหล่ข้า!  เจ้าบังอาจ”


เสวี่ยม่านล้มลงข้างเตียงแล้วรีบวิ่งไปต่อเพื่อหนีจากการคุกคามนี้ หัวไหล่ชนประตูจนเสไถลแต่พยายามวิ่งต่อ..


“อึก.. ช่วยด้วย!”


ร่างบางวิ่งกุมหัวไหล่ตัวเองแล้ววิ่งไปเรื่อยๆเพราะเสียงฝีเท้ายังตามมาไม่มีทีท่าจะหยุด ในความมืดมิดเสวี่ยม่านวิ่งออกจากเส้นทางที่ตนเองเคยอยู่ทำให้ไม่รู้ว่าวิ่งหนีไปไหน


“ช่วยข้าด้วย”


แฮ่ก..


ความหนาวเหน็บยามค่ำคืนทำให้เสวี่ยม่านกอดตนเองจนตัวสั่น ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปหลบในพุ่มไม้ตรงไหนไม่อาจทราบได้


เสียงจิ้งหรีดเรไรดังในยามราตรี ผ่านไปไม่รู้นานเท่าใด เสวี่ยม่านยังคงอยู่ที่เดิมไม่ยอมออกมา


.


จนรุ่งสางมาเยือนด้วยความหนาวเย็นที่ทรหดกับร่างกายที่อ่อนเพลียจากการพลัดตกน้ำ เสวี่ยม่านล้มตัวลงสลบอยู่ไม่ไกลนักจากตำหนักของรัชทายาทที่บัดนี้กำลังมีนางกำนัลรับใช้เดินผ่านพอดิบพอดี


“ว้าย!!”


ถาดน้ำเทหกกระจายหากแต่เรียกสติตัวเองเพื่อเดินเข้ามาดูใกล้ๆว่าผู้ใดที่สลบตรงนี้ หรือจะเป็นผีสางนางไม้


“เจ้ารู้จักคนผู้นี้หรือไม่”


“ข้าไม่รู้”


“แล้วเราต้องรายงานผู้ใด ดูท่าทหารก็คงจะไม่ใช่ พระสนมก็ไม่ใช่ ชุดก็ไม่ใช่นางกำนัลเช่นเรา”


“แจ้งแก่หลี่กงกงเถิด”


.


ขณะที่เสวี่ยม่านหายไปจากตำหนัก ไป๋หลันที่กลับมาดูแลในยามเช้าวิ่งตื่นตระหนกออกไปแจ้งเหลียงอ๋องทันทีว่าเสวี่ยม่านหายไป ซ้ำยังพบคราบเลือดไม่น้อยบนเตียง


“เจ้าทราบหรือไม่ว่าคุณชายหรงคือผู้ที่จะต้องทำการเปิดงานพิธีฉลองและเป็นของกำนัลที่ข้ามอบให้ฝ่าบาท”


สายตาดุๆปลายตามองร่างที่สั่นสะท้านก้มหน้ารับผิดอยู่บนพื้นเย็นเยียบ ป่านนี้จะเกิดอันใดขึ้นกับเสวี่ยม่านบ้าง สุดจะจินตนาการ ทั้งเปราะบาง และตาบอด โดนข่มเหงได้ง่ายเสียทีเดียว


“อึก..ข้าทราบเพคะ ข้าผิดเองที่ไม่ได้อยู่เฝ้าคุณชายหรง”


แส้หวายในมือทหารที่กำลังจะโบยลงหลังของไป๋หลันหยุดชะงักเมื่อมีคนมาขัดไว้เสียก่อน


“พบท่านเสวี่ยม่านแล้วพะยะค่ะเหลียงอ๋อง อยู่ไม่ไกลนักจากวังตงเปียน นางกำนัลรับใช้กำลังจะไปทำความสะอาดพบเข้า”


ได้ยินดังนั้นจึงไปพบตัวเสวี่ยม่านทันที ร่างบางนี้ยังหลับสนิท คาดว่ากว่าจะหายป่วยและเตรียมการซ้อมพิธีเห็นจะไม่ทันการ ยามนี้คุณชายผู้เย่อหยิ่งดูอ่อนแอนัก


“พากลับตำหนักเหมยกุย แบกคุณชายท่านนี้ขึ้นเกี้ยวไปซะแล้วตามหมอหลวงไปตรวจ”


.


หลังจากที่ปรึกษากับเหล่าขุนนางและฮ่องเต้เสร็จเรื่องกวาดล้างกบฎที่เคยเกิดขึ้นก่อนจะทรงครองราชย์ก็ตรงกลับไปตำหนักเหมยกุยเพื่อดูอาการเสวี่ยม่าน


“กราบทูลเหลียงอ๋อง พบรอยช้ำตามข้อมือกับหัวไหล่จากแรงกดและกระแทกมาด้วยอากาศหนาวเย็นที่คุณชายหรงต้องตากน้ำค้างทั้งคืนรวมกับพลัดตกทะเลสาบทำให้ป่วยไข้หวัดใหญ่”


“งั้นรึ..” อาการเจ้าหนักเอาการสินะ..


“นอนพัก 2 คืนห้ามออกไปไหนและทานยาตามที่กระหม่อมจ่ายให้จะกลับมาหายดีเป็นปกติพะยะค่ะ อาการอ่อนเพลียจะหายและทายาแก้รอยฟกช้ำ”


เหลียงอ๋องพยักหน้ากล่าวขอบคุณและให้หมอหลวงกลับออกไป หากสองคืนก็ล่วงเลยพิธีเปิดมาแล้ว อย่างไรก็คงไม่ทัน และต้องให้เสวี่ยม่านพักผ่อนเสียให้เต็มที่ หากฟื้นขึ้นมาต้องสอบสวนว่าผู้ใดกระทำตน ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้


.

ระหว่างที่หลับอยู่นี้กลับเหมือนมีผู้ใดมารื้อค้นห้องตนแต่ไม่สามารถจะลืมตาตื่นขึ้นมามองได้เลย ทำได้เพียงปล่อยผ่านแล้วหลับต่อไป


จนผ่านเข้าคืนที่สองเสวี่ยม่านจึงลุกขึ้นนั่งได้แต่ไม่ไกลกันนักตรงมุมห้องกลับมีใครบางคนนั่งมองอยู่สักพัก


“อึก..”


“หากเจ้ายิ่งฝืน อาการจะยิ่งแย่นอนพักไปเถิด”


“นั่นท่านหรือแม่ทัพหยาง”


เสวี่ยม่านเริ่มจะคุ้นเคยกับเสียงนี้เพราะได้ยินหลายคราแล้ว


“ข้า..รบกวนท่านอีกแล้ว” ใบหน้าหวานที่หายซีดเซียวแล้วสลดลงเล็กน้อย


“ไว้ข้าจะเพิ่มทหารที่ตำหนักให้เจ้า มีอะไรให้เรียกพวกเขา เป็นคนที่ข้าไว้ใจ อย่าได้กังวลว่าจะทำร้ายเจ้า”


“ข้าจะตอบแทนท่านได้อย่างไร ข้ารบกวนท่านมากเกินไปแล้ว”


“งั้นไว้ข้าจะคิดคำตอบทีหลัง เมื่อเจ้าดีขึ้นแล้วข้าขอตัว.. พรุ่งนี้งานพิธีวันสุดท้าย หากเจ้าสนใจก็มาร่วมด้วยเสียสิ”


“ข้า..”


“ข้าจะให้คนนำทางเจ้าไป อย่าได้ห่วงว่าจะหลงทางส่วนเรื่องผู้ที่ทำร้ายเจ้าจะสืบหาหลงจากงานฉลองเสร็จสิ้น ยังไงก็ถือว่าเจ้าเป็นสมบัติของฮ่องเต้ ไม่สมควรถูกผู้ใดละเมิดทำร้าย”


ยังไม่ทันได้ตอบกลับก็เดินจากไปเสียแล้ว.. เสวี่ยม่านรู้สึกว่านอกจากเหลียงอ๋องที่ดูแลตนแม้จะดูแลแบบมีเงื่อนไขก็ตาม ยังมีคนผู้นี้คอยให้ความช่วยเหลือแม้จะอยู่ในเงื่อนไขอีกเหมือนกันก็ตามหากไม่เกี่ยวกับการเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของฮ่องเต้จะมีคนช่วยเหลือตนไหม


TBC....

มาแล้วค่ะ 💕

Talk ---------- 

คิดว่าเนื้อเรื่องเป็นไงคะ อืดๆหรือเร็วไปไหม? อยากปูหลายๆอย่างก่อนจะเข้าเรื่องคู่หลัก

------เสวี่ยม่าน/ส่วนใหญ่นะคะ ชี้แจงว่าส่วนใหญ่น้องจะอยู่คนเดียวจ้า ช่วยตัวเองตลอดถ้ามีปัญหาอะไรอย่างตอนนี้ที่จะโดนข่มขืนก็เอาตัวรอดเอง เพราะอยากให้เข้าใจว่าน้องไม่มียศศักดิ์อะไรในวังมีนางกำนัล(ที่ลากลับบ้าน)แค่คนเดียว เข้ามาอยู่ไปวันๆรอเรียกไปรับใช้เช่น บรรเลงกู่เจิง น้องรู้สึกดีกว่าตอนเป็นคณิกามากแต่ลึกๆคือเหงาและเบื่อ// ใครๆก็ยังไม่เข้ามามีบทบาทมากนัก ไว้หลายตอนขึ้นไปก็จะเห็นบทบาทชัดเจนแล้วค่ะ

.

เหลียงอ๋องมาบ่อยจนคิดว่านี่ล่ะพระเอกคนเดียว แล้วมันแบบใครคือใคร๊ ตัวละครจะมาเรื่อยๆ สรุปใครพระเอกกันคะ55555 คนเขียนก็สับสน แล้วชายปริศนาคนนั้นอีก?? ใครจะขืนใจน้องคะ??

 //ปล.ไม่มีเวลาแปะรูปตัวละครเลยค่ะ ฮรึกก  ว่างๆจะแปะหน้าตารูปร่างอิมเมจแต่ละคนให้ค่ะ

 //ปล.2 ชอบก็ฝากเม้นด้วยนะคะ ถ้ามีคนเม้นเยอะหน่อยอาจจะมาต่อทีเดียวสองตอนค่ะ

มีไฟมีกำลังใจในการแต่งด้วยค่ะ 💕55555555 อีกอย่างจะได้รู้ว่ามีคนอ่านจริงๆนะ

ความคิดเห็น