email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9: The Order of Iron

ชื่อตอน : ตอนที่ 9: The Order of Iron

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2561 08:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9: The Order of Iron
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: IX

...The Order of Iron...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ โรงพยาบาลตำรวจ เมืองเบอร์ลิน เยอรมัน มหาอำนาจสหพันธรัฐ

“เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยดีนะคะ…” เสียงพยาบาลพูดคุยกับร้อยโทแฮงค์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แฮงค์ก็ยิ้มและตอบกลับว่า “ก็นิดหน่อยน่ะครับ...ทำงานเสี่ยงอันตรายมันก็ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลบ่อยอยู่แล้วล่ะครับ ฮ่าๆ” หลังจากนั้นร้อยตรีวอล์เกอร์ได้ทำการเดินเข้ามาในห้องและเข้ามานั่งคุยกับร้อยโทแฮงค์ “อาการเป็นอย่างไรบ้างหรอครับ? ดูท่านจะหนักเอาการเลยนะครับเนี้ย ฮ่าๆๆ” แฮงค์ยิ้มและตอบกลับไปว่า “แหม่ๆ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ฮ่าๆ” แฮงค์ตอบกลับพร้อมกับหัวเราะเบาๆ พยาบาลเลยพูดขึ้นมาว่า “แหม่...คุณแฮงค์นี้ยิ้มได้ตลอดเลยนะคะ เดี๋ยวซักวันจะเจ็บหนักจนยิ้มไม่ออกเลยนะคะ ระวังตัวเอาไว้ด้วยล่ะ…” แฮงค์ก็ยิ้มและตอบกลับว่า “ก็นั้นสินะครับ...ตอนนี้มีแรงยิ้มผมก็ขอยิ้มก่อนที่จะไม่ได้ยิ้มอีกน่ะครับ ชีวิตเรามันก็มีแค่นี้ล่ะครับ ฮ่าๆๆ” แฮงค์พูดจบก็หัวเราะขึ้นอีกครั้ง

ในขณะเดียวกันทางห้องของอเล็กซ์ อเล็กซ์นั้นยังคงนอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียงและมีพยาบาลคอยเฝ้าดูอย่างไม่ห่าง ทันใดนั้นเองก็มีคนเคาะประตูห้องอย่างเบาๆขึ้นมา 3 ครั้ง พยาบาลจึงเดินไปเปิดประตูและสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือผู้ชายสองคนผู้หญิงหนึ่งคนแต่งชุดสีดำที่ดูสง่างามพร้อมกับตราสัญลักษณ์อินทรีแห่งเหล็กกล้า พยาบาลสาวตรงใจเป็นอย่างมากและพูดขึ้นมาว่า “ทำไมพวกคุณถึงได้…” ชายคนนึงกลุ่มนั้นจึงพูดขึ้นว่า “พวกเรามาเพื่อแค่ดูอาการของอเล็กซ์เท่านั้นครับ....ไม่มีเจตนาร้ายหรืออะไรทั้งสิ้นครับ” หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งคุยกันไปซักพักและพวกเขาก็กลับไป...อเล็กซ์ตื่นขึ้นในไม่ช้าหลังจากที่คนเหล่านั้นกลับไป พยาบาลเห็นว่าอเล็กซ์ตื่นขึ้นแล้วจึงเดินเข้าไปหาอเล็กซ์ทันทีและถามอาการของอเล็กซ์ อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ผมไม่เป็นอะไร...ผมมึนหัวนิดหน่อยน่ะครับ แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย” พยาบาลจึงบอกกับอเล็กซ์ว่า “เมื่อกี้มีคนมาหาเธอด้วยนะ…” อเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงถามกลับไปว่า “ใครหรอครับ?” พยาบาลตอบกลับว่า “กลุ่มคนจากภาคีเหล็กน่ะจ๊ะ” อเล็กซ์ตกใจอย่างมากและพูดขึ้นว่า “เอ๊ะ! ทำไมคนจากภาคีเหล็กถึงมาหาเรากันล่ะ” พยาบาลจึงตอบกลับว่า “นั้นสิจ๊ะ ตอนแรกฉันเองก็ตกใจมากเลยเหมือนกัน แต่พวกเขาเป็นคนใจดีและเป็นมิตรมากเลยนะ ตอนที่ได้คุยกันพวกเขาไม่ถือตัวเลยล่ะจ๊ะ คุยกันเหมือนเป็นชาวบ้านคุยกันธรรมดาๆเลยล่ะจ๊ะ” อเล็กซ์ได้แต่เงียบและก้มหน้าคิดกับตัวเองต่อไป

ณ กรมตำรวจแห่งสหพันธรัฐ

ทุกคนในกรมตำรวจต่างพากันซุบซิบและจับจ้องมองไปที่กลุ่มคนจากภาคีทั้งสามคนนั้น กลุ่มคนเหล่านั้นจึงเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องของผู้บัญชาการตำรวจทันที พวกเขาเปิดประตูห้องผู้บัญชาการเข้าไปและเดินไปหยุดตรงกลางห้องพร้อมกับพูดว่า “พวกเราภาคีเหล็กจะมารับตัวตำรวจทุกนายที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปร่วมแนวหน้าที่วอร์ซอ พวกเราจะเดินทางไปโปแลนด์เย็นนี้ครับ…” ผู้บัญชาการจึงตอบตกลงและให้หน่วยข่าวกรองกระจายข่าวนี้เพื่อเรียกรวมตัวตำรวจที่ถูกคัดเลือกไปยังแนวหน้าทุกคนให้มาให้ทันภายในเย็นนี้ และกลุ่มภาคีก็พูดขึ้นว่า “แต่มีอีกอย่างที่ผมอยากจะมาบอกท่านโดยตรงน่ะครับ…” ผู้บัญชาการเริ่มสงสัยและกล่าวตอบว่า “มีอะไรอย่างนั้นรึ?” เหล่าภาคีจึงตอบกลับว่า “ทางเราต้องการที่จะส่งตัวของตำรวจสหพันธรัฐชุดนี้ไปยังแนวหน้าที่รัสเซียด้วยน่ะครับ…” ผู้บัญชาการจึงกล่าวขึ้นว่า “หนึ่งในตำรวจชุดนี้มีเด็กอายุแค่สิบเจ็ดคนหนึ่งด้วยนะ พวกคุณแน่ใจแล้วหรอ?” เหล่าภาคีจึงตอบกลับอย่างใจเย็นว่า “ทางเราทราบดีครับ แต่เมื่อหัวหน้านักรบสั่งมาว่าอย่างนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะทำนอกเหนือจากนั้นได้ครับ...” เมื่อเหล่าภาคีพูดจบก็ยื่นจดหมายที่มีตราของภาคีเหล็กประทับอยู่พร้อมกับลายเซ็นของหัวหน้านักรบแห่งกองทัพภาคีที่เซ็นกำกับมาด้วยจึงทำให้ผู้บัญชาการไม่สามารถขัดข้องอะไรได้ทั้งสิ้น หลังจากนั้นผู้บญชาการจึงถามออกไปว่า “แต่ตอนนี้อเล็กซ์กำลังบาดเจ็บอยู่ในโรงพยาบาลนะ เขาไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ในเร็วๆนี้แน่” เหล่าภาคีได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า “ผมเชื่อว่าได้ครับ...วันนี้ตอนเย็นผมจะให้ผู้ติดตามทั้งสองคนนี้กลับไปก่อนพร้อมกับนำตำรวจไปเสริมทัพที่กรุงวอร์ซอด้วย ส่วนตัวผมเองนั้นจะรออยู่ที่นี้จนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ตอนเย็นจึงค่อยออกเดินทางพร้อมอเล็กซ์ครับ...ผมพันเอกดีแลนด์ แซนเดอร์ ขอจบการสนทนาครับ…” ผู้บัญชาการได้แต่นั่งเงียบโดยที่ขัดแย้งอะไรไม่ได้เลย

เวลาผ่านไปจนถึงตอนกลางคืน ตำรวจต่างออกลาดตระเวนกันหนาแน่นมากขึ้นและมีตำรวจหน่วยกู้ระเบิดกับหน่วยแพทย์เสริมเข้ามาในการลาดตระเวนครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และเป็นอีกครั้งที่ตำรวจที่เดินลาดตระเวนต้องคุยซุบซิบกันเพราะ พันเอกดีแลนด์ แห่งภาคีเหล็กได้ออกมาร่วมลาดตระเวนด้วย ทำให้การลาดตระเวนในค่ำคืนนี้มีสีสันขึ้นมาหน่อย ในขณะที่พันเอกกำลังเดินลาดตระเวนอยู่นั้นจู่ๆเขาก็สะดุ้งและแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า สิ่งที่เขาเห็นนั้นคือหิมะเริ่มตกแล้ว…

ณ ห้องของอเล็กซ์ อเล็กซ์ที่นอนมองดูหิมะตกจากในห้องพยาบาล พยาบาลที่คอยเฝ้าอเล็กซ์อยู่นั้นบอกกับอเล็กซ์ว่า “ที่ฉันขอตัวไปจัดยาก่อนนะจ๊ะ เธอได้เวลากินยาแล้วนิ…” อเล็กซ์ยิ้มและตอบกลับอย่างนุ้มนวลว่า “ครับ…” และอเล็กซ์ก็หันกลับไปมองหิมะอีกครั้ง พยาบาลเดินออกจากห้องไป หลังจากพยาบาลออกจากห้องไปได้ไม่นานเท่าไหร่นักจู่ๆก็มีคนเปิดประตูเข้ามา คนคนนั้นคือร้อยเอกอริซที่เดินเข้ามาและมานั่งข้างๆเตียงของอเล็กซ์ อริซสอบถามอาการและถามสารทุกข์สุกดิบไปเรื่อยๆและอริซก็พูดขึ้นว่า “ฉันมารับนายแล้วนะ…” อเล็กซ์สีหน้าเปลี่ยนทันที อริซแสยะยิ้มและแปลงร่างกลับไปเป็นร่างเดิม คนคนนั้นก็คือมนุษย์ดัดแปลงที่มากับฟรอยด์นั้นเอง อเล็กซ์ตกใจอย่างมากและพยายามจะร้องตะโกนแต่แดนก็ได้อุดปากของอเล็กซ์เอาไว้และพูดกับอเล็กซ์ว่า “ชู่...เงียบๆหน่อยสิ เดี๋ยวคนไข้รายอื่นก็ตื่นกันหมดหรอก ฉันชื่อ แดน เป็นเพื่อนกับฟรอยด์น่ะ เอาล่ะเราไปกันเถอะ...นายมีสิ่งที่พวกเราต้องการอยู่นะ” อเล็กซ์คว้าปืนพกของเขาออกมาและเล็งไปที่หัวของแดนแต่แดนนั้นเอานิ้วเข้าไปค้ำไกปืนเอาไว้ทำให้อเล็กซ์เหนี่ยวไกปืนไม่ได้ แดนหัวเราะอย่างเบาๆอเล็กซ์ทำอะไรไม่ถูกทันใดนั้นเองก็มีเสียงคนเปิดประตูเข้ามา ทั้งแดนและอเล็กซ์ต่างหันไปมองที่ประตูและก็มีเสียงคนพูดขึ้นว่า “ปล่อยเด็กนั้นไปได้แล้ว…” แดนถามออกไปอย่างใจเย็นว่า “แล้วแกล่ะเป็นใคร? ฉันมาเยี่ยมอเล็กซ์…” ชายคนนั้นจึงตอบกลับไปว่า “ฉันเป็นใครน่ะหรอ? ฉันชื่อ พันเอกดีแลนด์ แซนเดอร์ แห่งกองทัพภาคีเหล็ก ขอสั่งให้นายถอยออกให้ห่างจากอเล็กซ์เดี๋ยวนี้…”

To be continue...

ความคิดเห็น