มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 15 :: ชาร์ล

ชื่อตอน : บทที่ 15 :: ชาร์ล

คำค้น : น่ารัก,นักรบ,เติมรักให้ล้นใจ,อลิสา,อัลวิส,สลับร่าง,คู่รัก,พรหมพิษรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2561 21:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 :: ชาร์ล
แบบอักษร

Talk >> เจอกันอีกทีสัปดาห์หน้าประมาณเสาร์-อาทิตย์นะคะ ^^ วันปกติเข้าแลปค่ะหมดแรง TT​


บทที่ 15 :: ชาร์ล

อลิสาบอกลามารดาแล้วกลับคฤหาสน์ราเมอเรสหรือที่เธอเรียกติดปากว่าบ้านราเมอเรส วันนี้เธอตั้งใจกลับบ้านช้ากว่าปกติเพราะไม่อยากร่วมโต๊ะกับนักรบ ไม่อยากนั่งป้อนข้าวเขาเฉกเช่นตอนเช้า ดังนั้นจึงพยายามเลี่ยงมื้อค่ำโดยทานข้าวกับมารดาที่บ้านพักคนชราเสร็จสรรพ

ขาเรียวชะงักค้างไม่ยอมก้าวเข้าประตูหน้าบ้าน ร่างบางเรียบเรียงคำพูดในใจว่าหากเธอบังเอิญเจอนักรบนั้นควรพูดสิ่งใดก่อน

นักรบจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้มารดาของเธอครบทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ดอลลาร์เดียว อดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจอยากได้เธอมาเป็นผู้หญิงในปกครองเพิ่มอีกคน แต่เมื่อหวนนึกถึงกิริยาเมินเฉยของนักรบครั้นเดินออกจากห้องอาหารตอนเช้าแล้วก็ต้องคิดใหม่

ผู้ชายคนนั้นต้องการอะไรจากเธอกันแน่ คำถามเดิมยังวนซ้ำในหัวอลิสาและไม่มีทางได้คำตอบหากไม่เค้นเอาจากปากผู้ชายประหลาดคนนั้น

ร่างบางเดินเข้ามาด้านในของตัวบ้าน เสียงหวานเอ่ยถามสาวใช้ที่กำลังเปลี่ยนเทียนหอมอย่างเงียบเชียบราวกับคนบ้านนี้เป็นใบ้กันไปเสียหมด

“ขอโทษนะจ๊ะ คุณอาเรซอยู่บ้านหรือเปล่า”

สาวใช้สาววางมือจากงานตรงหน้าแล้วหันมาตอบอลิสาด้วยท่าทีพินอบพิเทาที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี “ค่ะ”

อลิสาพยักหน้าแล้วถามต่อ “เขาทานข้าวหรือยัง”

“ทานแล้วค่ะ”

คนถามได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ครู่เดียวเท่านั้นคิ้วอลิสาก็ขมวดเล็กน้อย “แล้วใครป้อนจ๊ะ”

“ทานเองค่ะ”

“เอะ? เมื่อเช้ายังทานเองไม่ไหวนี่นา” ใบหน้าหวานมองด้วยความสงสัย

“แขนขวาตักข้าวไม่ไหว แต่แขนซ้ายก็ใช้งานได้ปกตินี่คะ” หญิงในเครื่องแบบสีเทาตอบพร้อมกลั้นยิ้ม

พนักงาน แม่บ้าน พ่อบ้าน คนใช้ คนสวน รวมถึงบอดี้การ์ด มองออกทะลุปุโปร่งว่านักรบต้องการแกล้งอลิสาเท่านั้น เจ้านายหนุ่มแขนเจ็บข้างเดียวกลับทำอ่อนแอราวกับแขนขาด แม่บ้านสาวแอบขำในใจ

“แขนซ้ายปกติ? งั้นเหรอ!! ” อลิสาได้ยินแล้วเบิกตากว้าง ใบหน้างามบึ้งตึงเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าถูกนักรบกลั่นแกล้งจนเป็นที่ขบขันกันทั้งบ้าน!

“แล้วตอนนี้คุณอาเรซอยู่ที่ไหน”

ตามเดิมอลิสาตั้งใจว่าจะเก็บเรื่องย้ายออกไว้คุยอีกวันสองวัน รอให้นักรบอาการดีกว่านี้ก่อน แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว ดูเหมือนว่าคนป่วยไม่ได้อาการแย่อย่างที่คิด มิหนำซ้ำยังแข็งแรงถึงขั้นคิดแผนแกล้งเธอได้อีก!

“อยู่ที่สระว่ายน้ำค่ะ” สาวใช้ส่งยิ้ม

ร่างเพรียวระหงเดินไปยังสระว่ายน้ำทันที ท่าทางโกรธขึ้งราวกับจะเอาเรื่องให้ได้ของอลิสาทำให้สาวใช้เกิดความอยากรู้อย่างเห็น กลุ่มสาวใช้พากันไปหยิบอุปกรณ์ถอนหญ้าริมสระว่ายน้ำเพื่อแอบดูเจ้านายหนุ่มสาวคู่นี้อย่างรวดเร็ว

อลิสาเดินมาจวนจะถึงสระ เธอมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ออกไปเจอร่างสองร่างกำลังกอดก่ายกันในน้ำ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังคนทั้งคู่

แม้ยืนอยู่ไกลจากสระพอสมควร แต่เธอก็มองเห็นได้ว่าร่างหนาสูงใหญ่กลางสระว่ายน้ำคือนักรบ และอีกร่างที่กำลังแอบอิงคือผู้หญิงที่อลิสาไม่รู้จัก

มือเล็กเผลอกำหมัดแน่น ภาพนักรบกอดจูบกับสองนางแบบสาวเมื่อครั้งอดีตผุดขึ้นมาในความคิด อลิสายังจำภาพนั้นได้ติดตา ร่างน้อยพร่ำด่าตัวเองในใจที่เผลอไผลคิดไปเองว่านักรบกำลังสนใจเธอ!!

อลิสาหมุนตัวเบือนหน้าหนี เธอหันหลังให้กับภาพบาดใจที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

ชาร์ล หรือพ่อบ้านที่ใกล้ชิดนักรบที่สุด มีอำนาจเป็นใหญ่ในการดูแลความเรียบร้อยของบ้าน เขาเห็นอลิสาตั้งแต่เธอเดินเข้ามา ชายชรามองสายตาตัดพ้อแกมน้อยใจของหญิงสาว

“คุณอลิสมาหาคุณอาเรซหรือครับ”

“เปล่าค่ะ” เสียงหวานตอบแผ่วเบา ปากอิ่มสวยพยายามฝืนยิ้ม

“รออีกนิดเถอะครับ อีกไม่นานคุณอาเรซก็ทำกายภาพเสร็จแล้ว” พ่อบ้านชราพูดราวกับไม่ได้ฟังคำปฏิเสธของอลิสา

กายภาพ!!? หญิงสาวยืนนั่ง ตาหวานซึ้งหันไปทางสระว่ายน้ำอีกครั้ง

ผู้หญิงกลางสระกำลังยกแขนนักรบขึ้นลงคล้ายท่าช่วยเคลื่อนไหวและยืดกล้ามเนื้อ บริเวณขอบสระก็มีชายอีกสองคนกำลังใส่ชุดว่ายน้ำเช่นกัน ชายทั้งคู่ถืออุปกรณ์กายภาพหลายอย่างในมือที่อลิสาไม่รู้จัก

ใบหน้างามร้อนวูบวาบเมื่อเธอเผลอคิดไปไกลว่านักรบกำลังเคล้าคลอกับคู่ควงในน้ำ แต่ไฉนกลับกลายเป็นทีมกายภาพบำบัดของเขา

เสียงหวานเอ่ยเอียงอาย “เอ่อ...รอก็ได้ค่ะ”

ชาร์ลยิ้มพอใจ “ไปนั่งที่ริมสระเถอะครับ คุณอาเรซจะได้รู้ว่าคุณอลิสรอพบ”

อลิสากำลังจะปฏิเสธแต่พ่อบ้านร่างสูงใหญ่ก็รีบผายมือเดินนำเธอไปโดยไม่บอกกล่าวและแฝงไอบังคับให้เธอทำตาม ใบหน้างามเผลอยิ้มแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนเดินตามพ่อบ้านไปอย่างจนใจ

ร่างระหงเดินมาบริเวณขอบสระว่ายน้ำ ชาร์ลจัดแจงที่นั่งให้อลิสาอย่างเรียบร้อย พ่อบ้านทำสัญลักษณ์เรียกบอดี้การ์ดออกมาจากบริเวณข้างเคียง เหลือไว้เพียงนักกายภาพและสองหนุ่มสาวที่ยังบึ้งตึงใส่กัน

ไม่สิ...ต้องเรียกว่าอลิสาบึ้งตึงอยู่ฝ่ายเดียวส่วนนักรบก็ยังคงเฉยชาเหมือนเดิม

คนมากประสบการณ์ยืนมองอลิสาด้วยรอยยิ้มระบายไปทั่วใบหน้า ชาร์ลเป็นพ่อบ้านดูแลนักรบตั้งแต่เด็ก เขารู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดี หลังจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกนั้นชาร์ลและพ่อบ้านคนใกล้ชิดทั้งหมดถูกย้ายไปดูแลสวนและสระน้ำหลังคฤหาสน์

รอไม่นานอัศวินก็พานักรบตัวจริงกลับมา พ่อบ้านและคนสนิททั้งหมดถูกเรียกใช้งานกลับมาตามเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือการมีอลิสาในบ้าน...

ได้ข่าวว่านักรบให้ทีมกฎหมายไปต่อรองกับคุณหญิงมากาเร็ตจนอลิสายอมมาอยู่ด้วย แต่ชายชราก็ยังไม่เข้าใจว่านักรบต้องทำเพียงนี้เชียวหรือเพื่อขอให้ผู้หญิงคนเดียวมาอยู่ด้วย

พนักงานส่วนใหญ่รู้ว่าอลิสาอยู่บ้านหลังนี้ในฐานะผู้มีพระคุณของนักรบ แต่จากเหตุการณ์ป้อนข้าวกันเมื่อตอนเช้าทำให้นักรบตัวจริงคนนี้ก็เริ่มดูแปลกประหลาดเสียแล้วสิ

ด้านอลิสานั่งรอไม่นานกลุ่มนักกายภาพก็ขึ้นจากน้ำแล้วเดินจากไป ทั้งสระเหลือเพียงเธอกับเจ้าของบ้าน หญิงสาวมองภาพรอยสักบนแผ่นหลังและกล้ามเนื้อแน่นตึงของร่างสูงด้วยความเพลิดเพลิน

มองเพลินจนเธอลืมไปแล้วว่าเธอมานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยเหตุผลใด

“มีอะไร” ร่างสูงที่ยังอยู่ในน้ำหันหน้ามาช้าๆ

อลิสามองร่างกายที่เต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะแนบผิวหนังตึงเรียบ ผิวของนักรบยามต้องกับแสงไฟข้างสระสะท้อนสีแทนสมชายชาตรี แสงจันทร์เป็นใจกระทบผืนน้ำกลายเป็นสีทองเสริมให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความโรแมนติก

....ริมฝีปากสีสวยเผลอยิ้มให้ชายหนุ่มร่างกำยำตรงหน้าอย่างอ่อนหวานละมุน

“อลิส...”

ใบหน้านวลตาของอลิสาดูเปล่งปลั่ง ตากลมโตของเธอสุกใสแข่งกับดาวบนฟ้า ยามนี้รอบกายอลิสาช่างงดงามราวกับภาพวาดใต้แสงจันทร์

รอยยิ้มน้อยๆ ของเธอทำให้ผู้มองสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นหอมที่ชื่นใจและอิ่มเอมในคราวเดียวกัน

ดอกไม้ในสวนเองก็ดูเหมือนจะคล้อยตามรอยยิ้มเธอไปด้วย กลีบบอบบางของดอกไม้ขยับล้อเล่นกับสายลม เกสรตัวผู้และตัวเมียส่งละอองทักทายกันอย่างสนิทสนม

ตอนที่นักรบเป็นอัลวิส อลิสาไม่เคยพามานั่งใต้แสงจันทร์สักครั้ง อพาร์ตเมนท์กะทัดรัดกับระเบียงแคบนั้นไม่มีพื้นที่เอื้ออำนวยให้หญิงสาวนั่งรับลม ทั้งคู่จึงไม่เคยสัมผัสความละมุนละไมเหมือนบรรยากาศตอนนี้มาก่อน...

คนทั้งสองจ้องตากันเนิ่นนาน นักรบปล่อยให้บรรยากาศรอบข้างทำงานในตัวของมันเอง อลิสาปล่อยใจให้สายลมแผ่วเบาและกลิ่นเทียนหอมดึงจิตเธอออกไปลอยละลิ่วในอากาศ

นานเท่านานที่จ้องตากัน สายสัมพันธ์บางเบาเกิดขึ้นโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว

“อะแฮ่ม! ” นักรบได้สติก่อนจึงกระแอมไอเพื่อเรียกสติหญิงสาวผู้เหม่อลอย

อลิสาชะงัก ตาคู่หวานกะพริบไล่ความโรแมนติกทิ้งแล้วรีบตอบ “คือ...คือฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

“ว่ามาสิ”

นักรบพูดขณะที่ยังยืนอยู่ในน้ำและไม่มีท่าทีอ่อนข้อหรือเดินมาหาเธอ อลิสาจึงเป็นฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาใกล้สระน้ำมากที่สุด “ฉันจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้”

ร่างหนาเปลือยท่อนบนเลื่อนตัวมาขอบสระ ตาสีน้ำตาลเรียวยาวแหงนมองใบหน้าหวาน

“ผมไม่อนุญาต”

“ฉันยังไม่ได้เซ็นรับของกำนัลจากคุณ เราไม่มีสัญญาลายลักษณ์อักษรผูกมัดกัน ส่วนเรื่องค่ารักษาแม่กับค่าเครื่องเพชรชุดเดิมที่คุณหญิงมากาเร็ตเอาไปนั้น ฉันจะพยายามหาเงินมาคืนให้ค่ะ” หญิงสาวบอกแน่วแน่

“ถ้าคุณจะไป คุณต้องหาเครื่องเพชรมาคืนผมตอนนี้” นักรบบอกเสียงเด็ดขาด

อลิสาเลี้ยงดูอัลวิสให้สุขสบายเกือบสองเดือน นักรบควรตอบแทนบุญคุณอลิสาสำหรับทุกสิ่งที่เธอช่วยเหลือขณะอยู่ในร่างอัลวิส อย่างน้อยอลิสาควรอยู่บ้านเขาจนครบสองเดือนหรือมากกว่านั้น

การรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกคนมาอยู่ด้วยไม่ใช่เรื่องยากเย็นสักนิด ในเมื่อนักรบรู้ดีว่าตอนอลิสาเลี้ยงอัลวิสนั้นเธอลำบากกว่าเขาเลี้ยงเธอในตอนนี้หลายเท่า ส่วนค่านมค่าข้าวที่เธอเคยเลี้ยง เขาก็จะตอบแทนบุญคุณให้ครบถ้วนเช่นกัน

นักรบใช้เหตุผลคิดคำนวณอย่างรอบคอบแล้ว และอลิสาจะจากเขาไปตอนนี้ไม่ได้!!

“คุณก็รู้ว่าฉันหาเงินมากขนาดนั้นชั่วข้ามคืนไม่ได้หรอก ยิ่งตอนนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ฉันขอถามหน่อยเถอะ คุณจะให้ฉันอยู่บ้านหลังนี้ไปทำไม” อลิสาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

นักรบอึดอัดเหลือเกินที่พูดออกไปไม่ได้ว่าเขาคืออัลวิสที่เธอชุบเลี้ยง แน่นอนว่านักรบไม่ยอมบอกใครเรื่องอัลวิสเด็ดขาด แม้อัศวินผู้น้องหรือเซียร์กีย์ผู้ช่วยชีวิตเขาก็ไม่รู้!

สมองของชายหนุ่มรีบทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อคิดหาเหตุผลที่เข้าท่าเข้าทีเกลี้ยกล่อมอลิสาให้อยู่ต่อ

“ถึงกฎหมายค้าอาวุธจะผ่านการเห็นชอบจากสภาแล้วก็ตาม แต่ท่านรัฐมนตรีอาจมีแผนอื่นเอาไว้เรียกร้องผลประโยชน์จากผมอีก นี่ก็ใกล้เลือกตั้ง ผมไม่อยากประมาท”

ได้ฟังแล้วอลิสาก็หน้าถอดสี แท้เธอก็ยังเป็นเพียงแค่บันไดให้นักรบกับบิดาของเธอไต่มาเจรจาผลประโยชน์ร่วมกัน!! ลืมไปได้อย่างไรว่าเธอมีค่าเพียงแค่นั้น

หญิงสาวยิ้มน้อยใจกับชะตาไร้ค่าของตัวเอง “ฉันเข้าใจแล้ว…นี่สินะเหตุผลของคุณ แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนว่าคุณหญิงมากาเร็ตกับท่านรัฐมนตรีไม่เห็นฉันในสายตา ดีไม่ดีพวกท่านจะให้ฉันอยู่ที่นี่ปอกลอกคุณเพิ่มสักสองสามล้านเสียอีก!! ”

“อีกกี่ล้านก็ได้” ใบหน้าหล่อเหลาร้ายกาจนั้นแหงนมองอลิสา

หญิงสาวแปลกใจในคำพูดของเขาไม่น้อย ดวงตาคู่หวานฉายแววสงสัยปนไม่ไว้ใจจ้องเขม็งไปยังนักรบ

“ว๊าย!!! ”

ตู้ม!!!

ข้อเท้าเล็กถูกดึงตกลงในสระน้ำ ร่างบางรีบดันตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำก่อนจะไอและสำลักน้ำออกมาเพราะนักรบดึงเธอแบบไม่ทันตั้งตัว

“แค่กๆ ๆ ๆ ” หญิงสาวไอจนตัวโยน ร่างสูงยืนมองสักพักจึงขยับเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก

ตาคู่สวยแดงเรื่อเพราะน้ำเข้าตา เสียงหวานยังคงไอต่อไป ภาพหญิงสาวเปียกมะลอกมะแลกทำให้นักรบย้อนนึกถึงยามอลิสาบังคับให้อัลวิสอาบน้ำจนเธอต้องเปียกโชกแบบนี้เสียเอง ริมฝีปากหยักเผลอยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว

นอกจากกันตัวอลิสาไว้ตอบแทนพระคุณแล้ว นักรบก็จะเอาคืนที่เธอทำไว้ตอนเขาเป็นอัลวิสเช่นกัน ท่าจะสนุกไม่หยอก

“ทำบ้าอะไรของคุณ! ” ทันทีที่เลิกไอ อลิสาก็รีบโวยวาย

นักรบเอื้อมมือมาปอยปัดผมข้างแก้มใสออกจากใบหน้าเปียกชื้น “ก็เห็นคุณจ้องผมตาเป็นมัน ผมนึกว่าอยากลงมาเล่นน้ำด้วยกันเสียอีก”

“ฉันจ้องคุณเพราะคุณพูดจาประหลาดค่ะ มีคนดีๆ ที่ไหนกันกล้ายอมจ่ายเงินให้เฉยๆ ถ้าฉันขอสิบล้านคุณก็จะให้หรือไง”

“ให้สิ”




-----------------------------------------

//ช่วงไรต์สาระมีอยู่จริง

ไรต์ :: เค้าไม่ได้เขียนฉากหวานมานานแล้วอ่ะ ขอเวลาไปรื้อฟื้นหน่อยนะคะ

พี่รบ :: ไม่ได้!!

ไรต์ :: แค่นี้ก็มดไต่แล้วนะคะ จะให้ไต่ยุบยิบจนอลิสตัวแดงเลยหรือไง

อลิส :: งั้นตัดจบแค่นี้ก็ได้ค่ะ ค่อยเป็นค่อยไปเนอะ **ยิ้มให้กำลังใจ**

พี่รบ :: **ปล่อยไอสังหาร**

ไรต์ :: TT แง


ความคิดเห็น