ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การจากลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2561 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การจากลา
แบบอักษร

    "เหม่ยเหรินเอ่ย กลับบ้านกันเถอะป่ะ นี้ก็จะมืดแล้ว แล้วนี้เอ็งเก็บอะไรมาอีกละเนี้ย มีแต่ต้นไม้พิษ ดอกไม้พิษ เห็ดพิษ นี้เอ็งจะเอาไปฆ่าใครเค้าเนี้ย เฮ้อ เหนื่อยใจ ไปๆกลับหมู่บ้านกัน" หญิงสาวพูดพร้อมส่ายหน้าด้วยสีหน้าปลงตก เพราะทุกครั้งที่เข้าป่ามาหาสมุนไพรในตะกร้าของเด็กน้อยของเค้าย่อมต้องมีของมีพิษกลับไปด้วยทุกครั้ง เฮ้อ

  เมื่อกลับมาถึงกระต๊อบของพวกเราที่ท้ายหมู่บ้าน อ่ะไม่ต้องงงกันไปบ้านหลังที่พี่สาวเอาผมมาให้แม่เฒ่าเลี้ยงนั้นอยู่ในหมู่บ้านแต่พอมีผมมาอยู่ด้วยท่านก็พาผมออกมาอาศัยอยู่ที่กระต๊อบหลังเล็กนี้แหละท่านบอกว่าเสียงผมมันดังกลัวจะไปรบกวนชาวบ้านชาวเมืองเค้าเลยย้ายออกมา ก็ผมพูดไม่ได้นิมันก็ต้องร้องออกมาสิ ก็ป้าแกจะเอาเม็ดข้าวสุกป้อนมันเป็นเม็ดๆแล้วคิดดูนะคือ ตรูยังไม่มีฟันป่ะระบบย่อยอาหารก็ยังทำงานได้ไม่ดีป่ะแล้วคือไร ตรูต้องกินเข้าไปเพื่อ เลยกลายเป็นว่าเมื่อป้าจะเอาอาหารให้กินซึ่งมันมีแต่อาหารผู้ใหญ่มาตรูจึงร้องไห้แx่งเลย 555+

"เหมยเหริน เอ่ย มากินข้าวได้แล้วลูก หลังจากกินข้าวเสร็จป้ามีอะไรจะคุยด้วย มากินข้าวๆ" ผมดูหน้าของท่านป้า ดูเหมือนเรื่องที่จะคุยนี้จะใหญ่หน้าดูท่านถึงทำหน้าจริงจังมากขนาดนี้ เอาเถอะเดี่ยวเราก็ได้รู้เองงั้นผมขอตัวกินข้าก่อนนะคร๊าบบบ

     หญิงสาวมองดูเด็กน้อยที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่แรกเกิด ยิ่งโตความงามยิ่งฉายชัดขึ้น นี้แค่3ขวบนะ ถ้าโตไปจะขนาดไหน โอ๊ยไม่อยากจะคิด เฮ้อ ข้าชักเป็นห่วงเจ้าแล้วสิเหม่อยเหรินเอ่ย เกิดมาเป็นชายแล้วใยจึงหน้าตาสะสวยกว่าอิสตรีกัน เฮ้อ หนักใจ เวลาของข้าที่ตรงนี้มันหมดแล้ว ข้าจำต้องกลับไปยังที่ๆข้าจากมา เพราะภาระหน้าที่ที่ตนมีจึงมิอาจอยู่ข้างกายเจ้าได้จนเติบใหญ่ สิ่งที่ข้าพอจะทำได้คือให้ความรู้ต่างๆเพื่อเจ้าจะได้ดำรงชีพอยู่เองได้  หญิงสาวมองเด็กน้อยตรงหน้าที่ตักกินข้าวเขี้ยวเต็มแก้มยุ้ยๆนั้น แล้วนางจึงลงมือทานอาหารตรงหน้าพร้อมเด็กน้อย

" เหมยเหริน วันนี้ข้าจะสอนเจ้าใช้เพลงดาบ หยิบดาบไม้ที่วางอยู่ตรงนั้นขึ้นมาแล้วเดินมาหาข้า" เมื่อเหมยเหรินได้ยินดังนั้นจึงเดินไปหยิบดาบไม้ที่วางอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่แล้วเดินเข้าไปหาป้าตน

"เอ่อ ท่านป้าขอรับ รอให้ข้าโตกว่านี้ก่อนไม่ดีกว่าหรอขอรับ"เหมยเหรินถามออกไป เพราะตนนั้นอายุเพิ่งจะ3ขวบครึ่ง เค้าจึงคิดว่าตัวเองนั้นเด็กไปที่จะฝึก จึงได้ถามเอาเหตุผลที่ตนต้องฝึกตอนนี้ และเหตุผลที่ส่วนหนึ่งใหญ่ๆคือขี้เกียจนั้นเองไม่มีอะไรมาก "เฮ้อ เหมยเหรินเอ่ย เวลาของข้านั้นใกล้มาถึงแล้ว แล้วถ้าถึงตอนนั้น ตอนที่ข้าไม่ได้อยู่กับเจ้าแล้ว แล้วเจ้าจะทำอยากไร ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกนะเหมยเหริน หากเจ้ามิคิดหาความรู้ใส่หัวไว้แล้วหากไม่มีข้าเจ้าจะอยู่เยี่ยงไร ในเมื่อวันนี้ข้ายังอยู่ ข้าก็จะสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าควรจะเป็นควรจะรู้ให้ คิดเสียว่าทำเพื่อข้า เพื่ออนาคตของเจ้า ทำได้มัย" จิวหลินมองสบนัยตากวางน้อยของเหมยเหรินด้วยสายตาจริงจัง นางรู้ดีว่าเด็กน้อยของนางนั้นฉลาดมาก เรียนรู้เร็ว และเพราะสิ่งนั้นจึงเป็นเหตุให้เด็กน้อนเบื่อที่จะเรียนในสิ่งเดิมๆและพูดในสิ่งนั้นซ้ำๆ นางเข้าใจดีและเพราะเหตุนี้วิธีการสอนเหมยเหรินจึงต่างกับเด็กคนอื่นมาก เค้าไม่จำเป็นที่จะต้องสอนในสิ่งที่มีในหนังสือและเลือกที่จะให้เจ้าตัวศึกษาจากมันเองและคอยให้คำแนะนำเมื่อเค้าต้องการ มองดูเด็กน้อยที่ค่อยๆเติบโตและเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบข้าง

   "เฮ้อ ก็ได้ขอรับ แต่อย่าหนักมือนักนะขอรับข้ากลัวเจ็บ แหะๆๆ" เหมยเหรินตอบออกไปพร้อมหัวเหราะแห้งๆ จิวหลินมองดูเหมยเหรินด้วยสายตาเอ็นดู เมื่อตกลงกันได้แล้วจิวหลินจึงสอนวิชาดาบให้กลับเหมยเหริน  เมื่อเวลาผ่านไปได้3ชั่วยาว(6ชั่วโมง) ทั้งคู่จึงหยุดพักกันที่ร่มไม้   "เหมยเหรินเอ่ย เจ้ารู้อยู่แล้วใช่มัยว่าข้านั้นหาใช่มนุษย์" จิวหลินเอ่ยถามเหมยเหรินที่นั่งอยู่ด้านข้างตน นางรู้ดีว่าเด็กน้อยคนนี้รู้ความลับของตน   " ใช่ข้ารู้ว่าท่านมิใช่มนุษย์เช่นข้าและมันคงมีเหตุผมที่ท่านได้มาอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ แต่ทำไมชาวบ้านถึงไม่สงสัยเลยล่ะว่าท่านนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยทั้งที่ท่านก็อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้มาตั้งนานแล้ว ถึงพลังยุทธจะมากและแข็งแกร่งแต่หน้าตาท่านก็หน้าจะเหี่ยวลงบ้างนี้นา" เหมยเหรินนั่งจ้องมองดวงน้าขงผู้ที่เลี้ยงตนมาแต่กำเนิด   "ฮ่า ฮ่า เพราะมนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลา เชื่อคนง่าย  อีกอย่าวที่นี้มันก็เป็นค่หมู่บ้านเล็กๆหลังเขาเท่านั้น มิมีผู้มีวรยุทธและความฉลาดสูงหลอกหนาเด็กน้อย ข้าจึงได้โกหกไปว่าถูกสาบอย่างไรเล่า " นางยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยน    "เหมยเหรินเอ่ย มันถึงเวลาที่ข้าจะต้องกลับไปยังที่ของข้าแล้ว ต่อแต่นี้เจ้าต้องอยู่คนเดียวแล้ว เจ้าต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ดูแลตัวเองให้ดี และหมั่นฝึกฝนสิ่งที่ข้านั้นสอนให้และใช้มันในทางที่ถูกที่ควร เข้าใจหรือไม่เด็กน้อยของข้า อันที่จริงข้าตั้งใจเอาไว้ว่าจะอยู่ดูแลเจ้าจนกว่าจะส่งเจ้าถึงบ้านของเจ้าเงกับมือแต่ก็เป็นไปมิได้แล้ว ที่อาณาจักรของข้านั้นเกิดการกบฏขึ้นมีทั้งศึกในและนอกมันรุนแรงกว่าที่คิดเอาไว้มาก และคงต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าทุกอย่างจะจบลง เจ้าเข้าใจข้านะเด็กน้อยและจงจำเอาไว้ว่าข้าอยู่กับเจ้าเสมออยู่ในนี้ ในใจของเจ้า เอาล่ะไปอาบน้ำแล้วมาทานข้าวเย็นกันเถอะ " เมื่อนางนั้งลูบหัวเหมยเหรินได้สักพักจนพอใจแล้ว จึงสั่งให้เหมยเหรินไปอายน้ำแล้วไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน และเป็นมื้อสุดท้ายที่นางและเหมยเหรินจะได้กินข้าวด้วยกัน

และเมื่อทานข้าวกันเสร็จแล้ว จิวหลินได้มอบหยกปรำจำตระกูลฮุ่ยที่เป็นเครื่องแสดงตัวตนของเหมยเหรินให้แก่เจ้าตัว   " เหทยเหรินจงเก็บรักษาป้ายหยกนี้เอาไว้ให้ดีเพราะมันจะเป็นสิ่งที่จะยืนยันตัวตนของเจ้ากับตระกูลของเจ้าได้ และเมื่อเจ้าอายุได้ 5ปี จงไปหาผู้นำหมู่บ้านแล้วยื่นจดหมายนี้ให้แด่เค้า เค้าจะนำเจ้าไปส่งที่เมืองหลวงเอง และนี้คือเงินที่ข้าเก็บเอาไว้ จงใช้มันอย่างประหยัดเจ้าใจหรือไม่ใช้ตอนทีาจำเป็น เข้าใจมัยเหมยเหริน"   "เข้าใจขอรับ ของจะใช้จ่ายอย่างประหยัด ว่าแต่ท่านจะออกเดินทางวันไหนหรือขอรับ" เหมยเหรินถามกลับด้วยน้ำเสียงอ่อน   "ข้าจะต้องรีบเร่งออกเดินทางตั้งแต่เช้าพรุ่ง เพราะข้าไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้เพราะยิ่งการต่อสู้ยืดยาวมากเท่าไหร่ผู้คนก็จะตายมากขึ้นเท่านั้น"นางตอบเหมยเหรินด้วยน้ำเสียงหวานปนเศร้าแล้วดึงเหมย้หรินเข้าไปกอดเอาไว้ในอ้อมกอดที่อบอุ่น แล้วทั้งสองก็คุยกันเรื่องนั้น นี้ นู่น ไปเรื่อย ปละแยกกันกลับห้องนอนตน

  เช้าวันใหม่ ในเวลายามเหม่าที่หน้ากระต๊อบหลังเล็กมีหญิงสาวและเด็กน้อยยืนอยู่สองคน "เหมยเหรินระหว่างนี้เจ้าจะอาศัยอยู่ที่นี้ก่อนก็ได้รอจนกว่าอายุเจ้าจะได้5ขวบแล้วจึงออกไปก็ได้ ข้าจะกางเขตข่ายอาคมลวงตาเอาไว้ให้ เอาอย่างนี้หรือเปล่า"จิวหลินเอ่ยถามเด็กน้อยที่เดินออกมาส่งตนอยู่หน้าบ้านและจ้องมองดวงหน้าน่ารักๆของเด็กน้อย   "ขอรับข้าจะอยู่ที่นี้จนกว่าถึงเวลา ท่านไม่ต้องห่วงจ้าหรอกขอรับ ท่านเองก็รักษาตัวด้วยนะขอรับ ขอให้เดินทางปลอดภัยและขอให้อาณาจักของท่านนั้นจงสงบสุขและผ่านเรื่องราวเลวร้ายนี้ไปได้โดยเร็ว" เมื่อกล่าวจบเหมยเหรินจึงเดินเข้าไปสวบกอดหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เลี้ยงดูตนตั้งแต่เล็กจนใหญ/ก็ไม่ใหญ่มากแค่ 3ขวบเกือบ4ขวบเท่านั้น/อยู่ด้วยกันมาสองคนตั้งแต่เด็ก เมื่อจะต้องแยกจากจึงทำให้น้ำตากลมใสไหลกลิ้งลงมาจากดวงตาคู่สวยนั้น "เมื่อข้าจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นข้าจะไปหาเจ้าแน่เหมยเหริน และเมื่อถึงตอนนั้น เจ้าคงจะเก่งขึ้นมากทีเดียว ข้าอยากเห็นอย่างนั้น เข้าใจหรือไม่ " เมื่อกล่าวเสร็จก็ได้รับการพยักหน้าสองสามทีให้แล้วจึงผลักออกจากอ้อมกอดเล็กๆนั้น   "ข้าต้องไปแล้ว แล้วเจอกันใหม่นั้นเด็กน้อยที่รักของข้า" ก่อนออกเดินทางไปจิวหลินได้ก้มหน้าจุ๊ปที่หน้าผากของเหมยเหรินก่อนแล้วหันหลังกลับแล้วเดินจากไป

      เหมยเหรินยืนจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่จากไปจนลับสายตาจึงเดินกลับเข้ากระต๊อบไป

******************************************

ยามเหม่า= 05.00-06.59

ความคิดเห็น