email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6: Killer Dolly

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2561 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6: Killer Dolly
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: VI

...Killer Dolly...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ กรมตำรวจแห่งเมืองหลวง เมืองเบอร์ลิน เยอรมัน มหาอำนาจสหพันธรัฐ

“ตอนนี้เบอร์ลินไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เราควรส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปเพิ่มทั่วทั้งเบอร์ลินนะครับ…” เสียงของร้อยตรีวอล์เกอร์คุยกับร้องเอกอริซในห้องทำงานของร้อยเอก “นั้นสินะ...แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่เบอร์ลินหรอกนะที่เป็นอันตราย เยอรมันต่างหากที่เป็นอันตราย” ร้อยเอกอริซตอบกลับอย่างใจเย็น เมื่ออริซพูดจบก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น และอริซก็พูดออกไปว่า “เข้ามา…” คนที่เดินเข้ามานั้นคืออเล็กซ์ เมื่ออริซเห็นดังนั้นจึงโกรธและพูดอย่างเสียงดังไปว่า “นี้เธอ! บาดเจ็บก็ไปนอนพักที่โรงพยาบาล...จะมาเสนอหน้าให้ฉันเห็นทำไมที่นี้ ห๊ะ!!” อเล็กซ์ยิ้มแหะๆและร้อยโทแฮงค์ก็เดินตามเข้ามาและพูดว่า “ก็เจ้าเด็กนี้น่ะ มันหายดีแล้วนิน่า…” ร้อยเอกอริซตกใจและงงมาก จึงพูดออกไปว่า “อะไรนะ? จะเป็นไปได้ยังไง มันแค่ 4 วันเองนะ!” อเล็กซ์ก็ได้แต่ยิ้มแหะๆต่อไปและร้อยโทแฮงค์ก็พูดด้วยหน้านิ่งๆขึ้นมาว่า “ก็มันจริงนิ ร้อยเอก เจ้าเด็กนี้หายดีในระดับที่ว่าคนปกติเลยเชียวนะ” ร้อยเอกอริซยังคงตกใจมากและพูดขึ้นว่า “มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน คนโดนระเบิดรอดมาได้ก็บุญแล้วนะ แล้วนี้ยังหายเป็นปลิดทิ้งได้ใน 4 วันอีก...นายเป็นใครกันแน่ อเล็กซ์” อเล็กซ์ก็พูดขึ้นอย่างภาคภูมิว่า “ผมคือ ตำรวจแห่งสหพันธรัฐแห่งเยอรมันไงล่ะครับ!!” อริซอึ้งไปซักระยะ หลังจากนั้นเธอยิ้มและหัวเราะเบาๆพร้อมตอบกลับว่า “ชั่งเถอะ...ถ้าหายดีแล้วก็ไปทำงานซะนะ” อเล็กซ์ยิ้มกว้างและตอบกลับด้วยความดีใจว่า “ครับ…” หลังจากนั้นอเล็กซ์ได้เดินออกจาห้องของร้อยเอกไป เหลือไว้เพียงแค่ความเงียบชั่วขณะ หลังจากนั้นอริซก็เริ่มเอ่ยปากถามแฮงค์ว่า “มันจริงรึเปล่าที่ว่าอเล็กซ์หายดีแล้วน่ะ?” แฮงค์ทำหน้าจริงจังและพูดขึ้นว่า “มันเป็นเรื่องจริง และเด็กคนนั้นคือคนที่กองทัพเรากำลังจับตามองอย่างยิ่ง...และที่สำคัญที่สุดเลยในตอนนี้คือ ทางรัฐบาลเยอรมันจะส่งตัวของอเล็กซ์ไปที่ศูนย์กลางที่วอร์ซอด้วยน่ะสิ…” อริซตกใจจนพูดไม่ออก ร้อยตรีวอล์เกอร์ด้วยเช่นกัน ส่วนแฮงค์ได้แต่ก้มหน้าเงียบๆต่อไป…

เวลา 21:32 น.

ณ เมืองเบอร์ลิน เยอรมัน มหาอำนาจสหพันธรัฐ

บนถนนแห่งหนึ่งในเบอร์ลิน มีกลุ่มตำรวจหกคนกำลังเดินลาดตระเวนรักษาความเรียบร้อยภายในเมือง

“คืนนี้จะมีอะไรโผล่ออกมาไหมเนี้ย?” เสียงของนายตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นในขณะที่กำลังเดินลาดตระเวน แสงไฟสลัวๆจากเสาร์ไฟฟ้าที่เว้นห่างจากกันต้นล่ะ 10 เมตร ทำให้ทั้งถนนดูเป็นสีส้มปนความมืดตลอดทั้งเมือง หลังจากที่นายตำรวจคนนั้นกล่าวขึ้น อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ขออย่าให้มาเลยเถอะน่า…” หลังจากที่อเล็กซ์พูดออกไปดังนั้น นายตำรวจคนดังกล่าวก็พูดสวนกลับขึ้นมาทันทีว่า “กลัวเหรอ??? กลัวล่ะสิ” อเล็กซ์จึงรีบสวนกลับว่า “มะ...ไม่ใช่ซักหน่อย ฉันแค่ไม่อยากให้เรามีเรื่องน่ะ” ตำรวจอีกคนหนึ่งจึงกล่าวขึ้นว่า “ก็จริงของอเล็กซ์นะ หากมีอะไรขึ้นมาจริงๆ เรานี้ล่ะที่จะซวยก่อนชาวบ้านเขาน่ะ” หลังจากที่นายตำรวจคนดังกล่าวพูดเสร็จ นายตำรวจที่เปิดประเด็นก็พูดว่า “เฮ้ออออ...ก็มันน่าเบื่อออกจากตายไปไม่ใช่เหรอ? เดินไปเรื่อยๆจนรอบเมือง และก็เปลี่ยนเวณ ไอ้ตัวฉันเองก็ไม่ได้ชอบออกมาเดินเล่นในเบอร์ลินตอนกลางคืนซะด้วย รู้อย่างนี้น่าจะเอาไพ่มาเล่นด้วยก็ดี” จากนั้นนายตำรวจอีกคนจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังว่า “นายไม่ได้เล่นหรอก…” นายตำรวจที่เปิดประเด็นจึงกล่าวตอบ “ทำไมหรอ?” นายตำรวจคนนั้นจึงพูดว่า “ดูนั้นสิ...ทั้งๆที่มีมาตรการสั่งออกมาว่าห้ามพลเมืองออกมาเดินข้างนอกหลังหนึ่งทุ่มแท้ๆ แต่ยังมีคนเดินอยู่เลย” ทุกคนต่างพากันมองไปที่ชายคนนั้น เงาเงานั้นเดินหายไปทางซอกตึก ตำรวจทุกคนจึงรีบวิ่งไปยังซอกตึงนั้น แต่ในขณะที่กำลังวิ่งอยู่นั้นอเล็กซ์ก็คิดในใจไปว่า “ทั้งๆที่มีการประกาศออกมาชัดเจนมากขนาดนั้นแล้วแท้ๆ ตามหัวมุมเมืองก็มีใบประกาศชัดเจน แต่ทำไมถึงมีคนไม่รู้ได้นะ มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ” และตำรวจทั้งหกนายก็ได้วิ่งมาถึงซอกตึกแห่งนั้น ทุกคนจึงหยิบไฟฉายขึ้นมาและค่อยๆเดินเข้าไปข้างในตรอกนั้นพร้อมกับหยิบปืนที่สะพายหลังขึ้นมาประทับบ่า พวกเขาค่อยๆเดินเข้าไปในความมืดของตรอกนั้น เมื่อพวกเขาเดินไปสุดทางจนพบกับทางตัน อเล็กซ์จึงพูดขึ้นมาว่า “ไม่มี...ไม่มีคนเลย แล้วคนที่เราเห็นล่ะ” เมื่ออเล็กซ์พูดจบ ทุกคนต่างอยู่ในความเงียบท่ามกลางแสงสว่างอันน้อยนิดของไฟฉาย หลังจากที่เงียบกันได้ซักแปบ นายตำรวจคนที่เปิดประเด็นจึงหันหน้ามาหาอเล็กซ์และนำไฟฉายมาส่งหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยานๆว่า “อาจจะเป็นวิญญาณของคนที่เคยอยู่แถวๆนี้ก็ได้นะ” อเล็กซ์จึงตอบกลับว่า “ตลกน่า! ผีจะไปมีจริงได้ยังไงกันเล่า!” หลังจากที่อเล็กซ์พูดจบนายตำรวจคนหนึ่งจึงตะโกนขึ้นว่า “เห้ย!! ระวังข้างหลัง!!” นายตำรวจคนที่คุยอยู่กับอเล็กซ์ได้ยินดังนั้นจึงรีบกระโดดออกมาและส่องไฟฉายเข้าไป

สิ่งที่ทุกคนนั้นเห็นก็คือ ร่างของชายคนนึงที่แขนเป็นใบมีดขนาดใหญ่ ยืนยิ้มให้พวกเขาอยู่ ตำรวจทุกคนจึงเปิดฉากกระหน่ำยิงทันที ชายคนนั้นจึงกระโดดเข้าหานายตำรวจอีกคนและทำการฟันไปที่คอจนหัวของนายตำรวจคนนั้นขาดกระเด็น เลือดได้สาดไปติดที่กำแพงและพื้น อเล็กซ์เห็นดังกล่าวจึงร้องตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดว่า “แก!! ไอ้สารเลวเอ๋ยยยย!!” พร้อมกับกระหน่ำยิงไปที่ชายคนนั้น ชายคนนั้นค่อยๆเดินเข้าไปหาพวกอเล็กซ์ช้าๆพร้อมกับยกแขนข้างที่เป็นใบมีดขนาดใหญ่บังใบหน้าเอาไว้ ทุกคนต่างถอยจนติดกำแพง ทุกคนพยายามต่อสู้กับมันจนกระสุนหมดไปหลายแม๊ก แต่มันก็ยังคงปล่อยให้เหล่าตำรวจกระหน่ำยิงมันโดยที่มันไม่มีทีท่าว่าจะเป็นอะไรเลยซักนิด ในขณะที่นายตำรวจคนหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแม๊กกระสุนใหม่อยู่นั้น มันก็ได้กระโดดเข้าไปหาและฟันเข้าที่ไหล่จนตัวขาดครึ่งเป็นแนวเฉียง เลือดได้ไหลไปทั่วพื้นที่ เครื่องในของตำรวจที่มันสังหารได้ไหลออกมากองบนพื้นจึงทำให้ตำรวจคนอื่นๆต่างพากันสยดสยองกับภาพที่ได้เห็น มันหันหน้ามาหาตำรวจนายที่เหลือในสภาพที่แสยะยิ้มพร้อมกับเลือดที่ติดเต็มหน้า ตำรวจที่เหลือต่างพากันขวัญเสีย นายตำรวจคนหนึ่งทำทีท่าเหมือนจะวิ่งหนีแต่เมื่อชายคนนั้นเห็นดังกล่าวจึงกระโดดเข้าไปฟันเข้าอย่างจังๆที่กลางหัวทำให้ตำรวจคนนั้นขาดสองซีกทันที ตำรวจที่เหลืออยู่จึงช่วยกันกระหน่ำยิงมัน แต่ผลสุดท้ายมันก็ได้ลงมือสังหารตำรวจทุกคนยกเว้นอเล็กซ์ อเล็กซ์ที่ตัวเปื้อนเลือดของพรรคพวกนั้นตกใจอย่างสุดขีดจนแทบคลั้ง ปืนของเขากระสุนหมด เขาจึงควักปืนพกออกมาและยิงจนหมดแม๊กแต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่เป็นอะไร อเล็กซ์สังเกตุเห็นว่าชายคนนั้นไม่มีเลือดเลยทั้งๆที่ทั้งตัวพรุนไปด้วยรอยกระสุนนับร้อยนัดแท้ๆ แต่ใบหน้าของชายคนนั้นกลับยิ้มตลอดเวลา...ราวกับว่า เขาเป็นเพียงแค่ตุกตาสังหารเท่านั้น...

To be continue…

ความคิดเห็น