facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 33 : คำๆเดียวที่อยากได้ยิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 : คำๆเดียวที่อยากได้ยิน

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 148.2k

ความคิดเห็น : 94

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 : คำๆเดียวที่อยากได้ยิน
แบบอักษร





     วันต่อมาลุงวัฒเอากระดาษมาส่งให้ป้าคนขายกล้วยทอดหน้าปากซอยก็เห็นคนยก

ทีวีและตู้เย็นเข้ามาในซอย  จึงได้แต่มองตามเพราะว่าที่บ้านไม่มีทีวีมาหลายปีแล้ว

          “  ยกไปไหนกันล่ะน่ะพ่อหนุ่ม ”   ป้าขายกล้วยทอดตะโกนถามอย่างอยากรู้อยากเห็น                           

         “  ไปบ้านเกือบท้ายสุดน่ะป้า  ”        พนักงานที่ช่วยกันยกของตอบแล้วรีบเดินไป                           

         “  อ่าวเฮ้ย!!  บ้านกู ยกมาได้ไง ไม่ได้ซื้อโว้ย  ”   ลุงวัฒได้ยินจึงรีบเดินตามไป                           

         “  มีคนซื้อให้ครับลุง บอกว่าให้มาติดตั้งที่บ้านนี้  ”                           

         “  ลุงตามพวกผมกลับมาที่บ้านที จะได้เซ็นรับของ  ”

 ลุงวัฒรับเงินค่าพับถุงกระดาษจากแม่ค้าขายกล้วยทอดแล้วก็เดินตามคนยกของมาที่บ้านของตัวเอง


          “  ใครคนซื้อ ใช่ชื่อวีรธัชมั้ย  ”       ลุงวัฒถามเผื่อเป็นลูกชายที่ซื้อเข้าบ้าน                           

          “  คุณอิทธิน่ะครับ  เซ็นตรงนี้ครับลุง  ”

          ชายวัย 60 มองการติดตั้งทีวีจอแบน 32 นิ้วกับผนังบ้านของตน พร้อมทั้งตู้เย็นขนาด 

5 คิวสีเทา ที่ถูกวางไว้ตรงครัว  ใจหนึ่งก็ดีใจแต่อีกใจก็กังวลว่าเค้าซื้อให้ทำไม เพราะมูลค่าของไม่ใช่น้อยๆ

           “  แน่ใจนะว่าไม่ได้ส่งผิดบ้านน่ะ  ”                                      

           “  ไม่ผิดหรอกครับคุณลุง  ”         พนักงานติดตั้งแอร์หันมายิ้มและบอกอย่างมั่นใจ                              



          “ สวัสดีครับลุงวัฒ...  ”     กรรณส่งเสียงทักทายลุงที่ยืนมองของใหม่ในบ้าน พร้อมทั้งอิทธิ

ก็เดินเข้ามาในบ้าน มองทีวีและตู้เย็นที่ตัวเองสั่งซื้อและก็ติดตั้งให้กับพ่อของวี  จากนั้นก็เดินไปส่งมอบกระเช้านม

กับน้ำผลไม้ที่ซื้อมาฝาก

         “  วันนั้นเห็นลุงบอกว่าไปดูทีวีกับบ้านหัวมุม ผมเลยซื้อมาให้  ลุงจะได้ไม่ต้องออกไปดูกับคนอื่น 

 ชอบมั้ยล่ะ  ดูอะไรดูได้หมดเลยนะ  ”    อิทธิคิดไปถึงความปลอดภัยเวลาลุงวัฒไปดูในตอนมืดๆ                              

         “  ลุงไม่มีจ่ายหรอกนะเงินน่ะ  ”                               

         “  นายผมซื้อให้ลุง ไม่คิดเงินหรอกครับ  ”       กรรณบอกให้ลุงวัฒหายห่วง                              

         “  เดี๋ยวไม่นานช่างจะมาติดมิเตอร์แยก  ถ้าลูกชายลุงบ่นว่าจะเปลืองค่าไฟ 

 ลุงก็ให้เค้าจ่ายส่วนของเค้า ผมจะจ่ายส่วนของผมเองที่ซื้อมาให้ ตกลงตามนี้นะ  ”        อิทธิชี้แจงเล็กน้อย              

         “  รอบคอบจริงๆ  ”                             

        “  นี่นามบัตรนายผม เก็บไว้ ลุงมีโทรศัพท์ใช่มั้ยครับ  ”                             

        “  มีๆ  แล้วซื้อของอะไรมาให้ทำไมเนี่ย  ”      ลุงวัฒถามกลับไปตรงๆจะได้หายข้องใจ                              

         “  ผมอยากซื้อให้  ลุงอย่าปฏิเสธก็พอ ”       อิทธิพูดด้วยใบหน้านิ่งๆไม่บ่งบอกอารมณ์                             

        “  คุณกับลูกชายผม...มีความสัมพันธ์อะไรต่อกันรึเปล่า  ”  กรรณยิ้มกับคำถามของลุงวัฒ

แล้วหันมองไปที่นายที่ยืนแน่นิ่งไป ก่อนที่นายจะปริปากเพื่อพูดอะไรบางอย่างออกมา

         “  ผมรักลูกชายของลุง  ผมทำไม่ดีกับเค้าไว้เยอะ  จนเค้าให้เพื่อนเอาเงินมาใช้หนี้แล้วออกจากบ้าน

ผมมา ผมตามง้อเค้ามาหลายวันมากแล้ว แต่ลูกลุงใจแข็งเหลือเกิน  ”   อิทธิยอมเล่าความจริงทั้งหมด               

         “  ลุงว่าแล้ว  มันต้องมีอะไรแน่ๆ  ”                              

         “  ลุงพอจะช่วยให้คุณวีใจอ่อนกับนายผมได้มั้ย  ”                             

         “  โอ๊ย มันน่ะเดาใจยาก นี่มันก็ไปทำงานต่างประเทศเนี่ย  ”    ลุงวัฒพูดเชิงบ่นๆ

        “  อะไรนะ  ไปทำงานต่างประเทศเหรอ  ”      กรรณทวนแล้วหันไปมองนาย                              

         “  ใช่  ไปวันนี้แหละ  ”                             

         “  เมื่อไร  ไปประเทศอะไร  ”       อิทธิเดินเข้าไปใกล้พ่อวีแล้วถามอย่างรวดเร็ว                             

         “  ลุงไม่รู้หรอก  จำไม่ได้  มันบอกไปไม่นาน  ”                              

         “  คุณวีขึ้นเครื่องกี่โมงครับลุง  ”       กรรณถามเอาข้อมูลให้ชัดเจนมากขึ้น                             

         “  บ่ายๆวีมันบอกแค่นี้  ”                              

         “  ไปตอนนี้น่าจะทัน  ”          อิทธิมองดูนาฬิกาแล้วพูดออกมาอย่างมีความหวัง                                 

         “  จะไปหามันก็รีบไป  ไปๆซะไป  ”     ผมยกมือไหว้ลุงวัฒ แล้วก็รีบเดินออกมาจากซอย

เพื่อขึ้นรถมุ่งไปสนามบิน แต่รถแม่งก็ติดชิบหาย  จะไปทันมั้ยเนี่ย  คำพูดที่เค้าบอกกับผมไว้ว่าถ้าผมไม่ไป 

เค้าจะไปจากผมเอง ไปให้ไกลเลยด้วย  แล้วนี่เค้าจะไปทำงานต่างประเทศ  ผมกลัวว่าเค้าจะไปจากผม

แล้วจริงๆ  ผมคงทำใจไม่ได้แน่ถ้าไม่ได้เห็นหน้าเค้าอีก





           “  เบียดๆไปสิพี่ยศ นายรีบรู้มั้ย  ”     กรรณเร่งให้ก่อนที่นายจะระเบิดลง                              

           “  ครับลูกพี่  ”

          อิทธินั่งอยู่ในรถจนเวลาเหลือเพียงแค่ 28 นาทีจะบ่ายโมง  เห็นทีว่าจะไม่ทันจึงเปิดประตูรถ

วิ่งไปหา วินมอเตอร์ไซค์  เพื่อนั่งไปที่สนามบินก่อนเกรงว่าจะไม่ทันเวลาที่วีจะบิน  กรรณพอเห็นนายวิ่งลง

จากรถไป ตัวเองก็รีบตามไปติดๆไม่ปล่อยนายไปคนเดียว และเมื่ออิทธิและกรรณมาถึงสนามบินก็พากันวิ่งวุ่น

เพื่อตามหาวี  ไปถามประชาสัมพันธ์ก็แล้ว อะไรก็แล้ว จนอิทธิมองเห็นเหมือนวีไกลๆ จึงรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไป 

 ก็เป็นวีจริงๆที่ยืนอยู่กับกระเป๋าลาก อิทธิจึงรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดวีแน่นโดยที่วีไม่ทันได้ตั้งตัว อิทธิเหนื่อยหอบ

แฮ่กๆอยู่กับบ่าของวี คนระแวกนั้นพากันมองและซุบซิบกันเต็มไปหมด


            “  ไม่ไปได้มั้ย  ”     มาเฟียหนุ่มพูดอย่างออดอ้อนพร้อมหายใจแรงอย่างเหนื่อยหอบ                             

            “  ไม่ได้  ผมตัดสินใจแล้ว  ”                             

            “  กูรักมึง  กูรักมึงวี  ไม่มีมึงกูขาดใจตายแน่ๆ  แค่นี้กูก็จะเป็นบ้า ตามง้อมึงก็ไม่สำเร็จ 

 กูหมดหวังไปหลายรอบแล้ว  กูจะไม่ตามมึงแล้วก็ได้  จะไม่ทำให้มึงรำคาญใจอีก ขอแค่กูได้เห็นมึงก็พอ ”


               วียิ้มออกมาเมื่อได้ยินความในใจนั่น มีเพียงกรรณเท่านั้นที่เห็น  เพราะหน้าของอิทธิยังคงอยู่

ที่เหนือไหล่วีอยู่  แต่วีก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จนกระทั่งอิทธิได้บอกรักซ้ำๆ พร่ำเพ้ออยู่หลายหน

             “  กูรักมึงได้ยินมั้ยเนี่ย  ”         คำบอกรักคำสุดท้ายถูกถามอย่างเหวี่ยงๆนิดๆ                               

            “  ได้ยิน  ”  อิทธิคลายกอดจากวี  แล้วเอามือจับมือวีขึ้นมากุมไว้ พร้อมก้มลงไปหอมแก้มวีเบาๆ

อย่างไม่สนคนรอบข้าง                          

            “  เฮ้ย!!  นาย!  ”            วีหันมองคนรอบข้างอย่างอายๆ                          

            “  ตกลง...มึงไม่ไปแล้วใช่มั้ย  ”                         

           “  วี..ได้เวลาแล้ว รีบไปเหอะ  ”  นนท์เรียกเพื่อนจนมาเฟียหันมามองตาขวางใส่                          

            “  กะ...กูไปก่อนนะ  ”                          

            “  ขอโทษนะครับ  ผมขอตัว  ”   วีแกะมืออิทธิออกแล้วเอ่ยคำร่ำลา

            เมื่อตอนที่ผมบอกรักเค้า มองตาเค้าก็ดูเหมือนว่าเค้าจะยอมใจอ่อนให้ 

 แต่ทำไม...ทำไมเค้าถึงเลือก ที่จะไปต่างประเทศ ทิ้งผมไปแบบนี้ ทำไม!!!



            “ นาย...กลับกันนะครับ ป่านนี้รถมาถึงหน้าสนามบินแล้ว  ”                         

            “ แม่งเอ๊ย!!!  ”    อิทธิสบถอย่างหัวเสียแล้วเดินออกจากสนามบินไปขึ้นรถอย่างคน

 ไร้เรี่ยวแรง  สั่งคนขับว่าให้รีบกลับบ้านเลย  พร้อมสั่งกรรณให้โทรให้กาเบียลเพื่อยกเลิกงานทั้งหมดของวัน


            “  มีสัญญาณดีนะครับนาย  ”     กรรณบอกกับนายเพราะเห็นทุกๆอย่างของวี                         

            “  ดีบ้าบออะไร  กูพูดขนาดนี้เค้ายังทิ้งกูไป  ”                         

            “  อย่างน้อยก็ได้บอกความในใจ แถมหอมแก้มนะครับ  ”                         

            “  มึงเลิกปลอบใจกูได้ละกรรณ  ”                        

           “  นายของผมไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆนะ ”   กรรณพูดดักไว้เผื่อนายจะถอดใจ จนทำให้

คนเป็นนายมองแล้วถอนหายใจแรงใส่ จากนั้นก็มองออกนอกกระจกรถไป

           “  ตามเค้าไปเลยมั้ยล่ะครับ  ”                        

           “  ไม่  ถ้ากูตามนะ เค้าอาจจะหนีกูไปไกลกว่านี้ก็ได้ แล้วนี่ไปนานขนาดไหนก็ไม่รู้ 

 พ่อเค้า ก็ไม่รู้อะไรเลย  ”

  เมื่อรถเคลื่อนตัวมาจอดหน้าบ้าน  อิทธิก็ลงแล้วเดินขึ้นไปยังห้องด้านบนแวะเข้าห้องฮันนี่ไปมองเด็กน้อย

ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง จึงกลับมาที่ห้องทำงานตัวเอง  สั่งให้ลูกน้องเอาเครื่องดื่มมาให้ตามเคย



       “  พี่กรรณสั่งให้ผมเอาชาขึ้นมาให้นายครับ  ”    ลูกน้องบอกเมื่อเห็นนายจ้องดุๆใส่                          

       “  กูกับไอ้กรรณ มึงฟังใคร  ”                         

       “  แต่... ”                          

       “  มึงอยากเจอดีใช่มั้ย!!  ”      มาเฟียพูดเสียงดังใส่ลูกน้องจนต้องรีบก้มหัวรับคำสั่ง

แล้วรีบเดินไปเอาเครื่องดื่มที่นายต้องการมาเสิร์ฟให้นายอย่างเร็วที่สุด

        “  จะเอาเหล้าเอาเบียร์ไปไหน  ”       กรรณเห็นลูกน้องเดินขึ้นบันไดจึงเรียกถาม

        “  ไปให้นายไงพี่  ”                             

        “  ให้กินแค่ชาพอ เพิ่งบ่ายจะกินเหล้าเลยรึไง  ”        กรรณบอกกับลูกน้องให้เอาไปเปลี่ยน                         

        “  ผมจะโดนซ้อมอยู่แล้วเนี่ย ไม่กล้าหรอก ”                         

        “  จะกินให้ตับแข็งตายไปเลยรึไง นายนะนาย…  ”                          

        “   พี่เอาขึ้นไปเองนะ ผมไม่ไปแล้ว  ”            ลูกน้องมาเฟียเกิดกลัวขึ้นมาจึงขอตัวไม่ขึ้นไป                          

        “  มึงใช้กูเหรอวะ ”                          

         “  ผมให้พี่กระทืบทีนึงเลยก็ได้ ไม่อยากขึ้นไป..นะพี่  ”

           กรรณหยิบเหล้าพร้อมแก้วเดินขึ้นไปหานายที่ห้องทำงาน แต่นายเข้าไปที่ห้องพักที่เชื่อมกับ

ห้องทำงานแล้ว  กรรณจึงเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป




         “  ไปนานชิบหาย รอไอ้กรรณอนุญาตมึงรึไง  ”                         

         “  ผมเห็นว่าตะวันยังส่องแสงจ้านายจะเมาอีกแล้ว  ดื่มแล้วได้อะไรขึ้นมาครับ  ”                          

        “ ไม่ต้องมาสอนกู!!    เอามา..  ”   ผมลุกขึ้นไปหยิบถาดที่กรรณถือมา แล้วมานั่งกิน

อยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างของห้อง ไม่ต้องรินใส่แก้ว ยกซดแม่งเลย สะใจดี  อึกกกกกกกกก      อึกกกกก


          “  ขออนุญาตครับ  ”                          

          “  เข้ามา ”                          

         “  พี่จัดการเอาเองนะ  ผมลงไปข้างล่างละ  ”   กรรณเดินไปพูดเบาๆกับกาเบียล                          

          “  งานการไม่ทำ กลับมากินเหล้าเนี่ยนะนาย  ”      กาเบียลพูดอย่างดุๆใส่คนเป็นนายที่ตอนนี้

ไม่ยอมทำอะไรเลย มัวแต่กินเหล้าย้อมใจ ขนาดบ่นยังยกขวดกระดกน้ำเมาเข้าปากได้    

          “  ดีนะคุณวีมาทิ้งไปช่วงศัตรูอ่อนมือลงมาสวามิภักดิ์เรา  ไม่งั้นสิ่งที่นายสร้างมา

เป็นสิบๆปีคงมอดไหม้แน่ๆ  ”                           

          “  ผมรู้น่ะว่ากำลังทำอะไร  ไม่ปล่อยสิ่งที่สร้างมาทะลายลงไปหรอก  ”                           

         “  ทำให้ได้อย่างปากว่าก็แล้วกัน  ”      อิทธิมองกาเบียลด้วยสายตาแข็งกร้าว                           

          “  นายคงรู้นะที่ผมพูดเพราะผมหวังดี  ”                           

          “  อือ  เข้าใจ  ”

            กาเบียลเดินออกมาจากห้องพักนาย ปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย  จากนั้นก็เดินลงมา

ที่ห้องทำงาน ของนายเพื่อดูงานแทนให้ ก่อนที่มันจะล้นโต๊ะไปกว่านี้โดยมีกรรณคอยช่วยอีกแรง                            


           “  คุณวีหนีนายไปทำงานต่างประเทศน่ะ  เลยเฮิร์ทหนัก  ”   กรรณบอกถึงสาเหตุ

ที่นายกลับมาก็มานั่งเข้ามุมขังตัวเองอยู่กับแอลกอฮอล์                        

           “  เป็นเอามากนะเนี่ยนายเรา  ”                        

          “  สงสารนายอะ ไม่เคยง้อใคร พอมาตามง้อคุณวีแล้วก็เหนื่อยแทน  ”   กรรณเห็นใจและเข้าใจ

เพราะเป็นคนที่อยู่กับนายตลอด และนายเองก็ระบายอะไรให้ฟังบ่อยๆ

            “  นั่นสิ....เออ เดี๋ยวกูคัดงานเร่งด่วน แล้วมึงเอาไปให้นายเซ็นนะ  ”                        

            “  ได้ เดี๋ยวเอาไปเอง  ”






          ในส่วนของวี พอแยกจากอิทธิก็รีบเดินตามทีมงานตัวเองขึ้นมาที่เครื่องเพื่อบินไปดูงาน

ที่ประเทศสิงคโปร์  ซึ่งไม่ได้ไปไหนไกลจากภูมิภาคเอเชียเลย  ใช้เวลาไม่นานก็บินมาถึง

         “  ไหนบอกไม่มีอะไร  ทำไมมากอดมาบอกรักกันกลางสนามบิน  ” 

นนท์ถามขณะที่รอเอาสัมภาระจากทางสายการบิน                         

         “  หูฝาดเปล่ามึง  ”                         

          “  กูก็ได้ยินแบบนนท์  ”         วีถึงกับหน้าแดงขึ้นเมื่อโดยถามแบบจี้จากเพื่อนร่วมงาน                         

         “  แล้วดูหน้ามึงตอนนี้ดูแฮปปี้ดี๊ด๊ากว่าที่ผ่านๆมาหลายเท่า  ยังไงๆ  ”                         

         “  อะไร  กูดีใจได้มาดูงานต่างประเทศตางหากเว้ย  ”        วียังคงทำเฉไฉเลี่ยงที่จะพูดออกไป                          

         “  เออ...ไปเข้าที่พักกันก่อน  พรุ่งนี้ถึงไปบริษัทTFT  ”      

       หัวหน้าไม่รอฟังสั่งการแล้วเดินไปโบกแท็กซี่มาที่โรงแรมเพื่อเข้าเช็คอินและพักผ่อนกันก่อนที่จะดูงาน

จริงในวันพรุ่งนี้  โดยวีเองก็ได้พักห้องเดียวกับเพื่อนสนิทอย่างนนท์ หัวหน้านอนกับพนักงานอีกคนที่มาด้วยกัน



        “  มีไรไม่เล่าเพื่อนนะ จำไว้  ”         นนท์ยังคงไม่เลิกล้มที่จะรู้แต่พูดแบบงอนๆ                         

        “  เจ็ทแลค โอ๊ย!! ปวดหัว กูนอนดีกว่า  คร่อกก  ”     วีทิ้งตัวลงนอนที่เตียงแล้วหลับตาลง                        

        “  เจ็ทแลคพ่องงงง   สิงคโปร์เร็วกว่าไทยแค่ชั่วโมงเดียว ทำมาเป็น  จะเฉไฉไม่เล่าใช่มั้ย 

  งั้นกูจะไปบอกเค้าว่ามึงโกหกว่ากูเป็นแฟนมึง  จะเล่าไม่เล่าไอ้วี  เล่ากูมาเดี๋ยวนี้  ”

        “  เค้ารู้นานแล้ว  สืบไม่กี่นาทีก็ได้ถ้าเค้าอยากจะรู้น่ะ  ”                          

        “  งั้น...เด็กคนนั้นก็ลูกมึงกับเค้าเหรอวะ  ”                               

        “  ไอ้สัส!!!  กูเป็นผู้ชายนะเว้ย  ไม่มีมดลูกไม่มีรังไข่ ท้องได้เหรอ  ”   วีด่านนท์ที่ถามไม่คิด                        

        “  เออว่ะ  หรือมึงไปแย่งเค้ามาจากผู้หญิงคนอื่น  ”   นนท์คิดถึงความน่าจะเป็นไปได้ทางอื่น                         

       “  เลิกเดา  กูเล่าให้ฟังก็ได้  ”

           ร่างบางเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง ไม่มีปกปิดแม้แต่เรื่องที่นอนด้วยกันกับอิทธิ 

จนเพื่อนเข้าใจ และกระจ่างทุกอย่าง  จะได้ไม่ต้องถามและคาดการณ์เรื่องเอาเองอีก                            


       “  ชีวิตมึงเจออะไรมาเยอะจริงๆว่ะ นับถือเลย  ”       นนท์พูดพลางตบบ่าเพื่อนเบาๆ                            

       “  จริงๆชีวิตเค้าก็เจออะไรไม่ดีมาเช่นเดียวกับกูแหละ  แล้วกูก็เชื่อว่าทุกคนต้องมีเรื่อง 

 มีเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิตเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นอุปสรรคที่จะทำให้คนอยู่บนโลกนี้ ต่อสู้กับชีวิตเพื่อสร้าง

ความเข้มแข็งในการใช้ชีวิตจนกว่าจะตายไป  ”                             

       “  อืม...ก็จริงของมึง  ”                             

       “  นอนละนะ  ”         วีบอกกับนนท์ดักไว้กลัวว่านนท์จะถามอะไรอีกแล้วก็ทิ้งตัวลงนอน

กับเตียงอีกครั้ง เช่นเดียวกับนนท์ที่จะนอนเอาพลังเช่นเดียวกัน


       วีนอนตะแคงหันมาทางกระจกมองวิวท้องฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี แต่ยังคงสีเดิมไว้ด้วยการมีสีเหลือง

 สีเทา สีฟ้าและสีส้มเล็กน้อยปะปนกันในตอนเกือบเย็น  นกน้อยกำลังบินกลับรัง  แล้วก็คิดถึงคนที่วิ่งเข้า

มากอดและบอกรักตัวเองท่ามกลางผู้คนมากมายในสนามบิน 


                "  กูรักมึง  กูรักมึงวี  กูรักมึงได้ยินมั้ยเนี่ย  " 



           มีคำพูดมากมายที่อิทธิพูดกับวีหลังจากที่วีออกมาจากบ้าน  แต่ก็ไม่มีคำไหนที่ทำให้วียิ้ม

ได้มากเท่ากับคำว่ารักวันนี้ที่ได้ยินจากปากของมาเฟียที่ปากแข็งและปากดีคนนี้




             "  ผมก็รักนาย  "        วีเอ่ยเบาๆใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแล้วหลับลงไปในที่สุด













#  โอ้ยยยยยยย เหมือนมีคนจะรู้ทันที่ไรท์จะให้วีไปต่างประเทศ  55555


#  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน มาเม้นท์  มาถูกใจนะจ๊ะ


#  ไรท์เริ่มติดที่ต้องมาอ่านคอมเม้นท์ของทุกคนแล้ว


    แล้วถ้าเรื่องนี้จบไป  ยังจะมีใครมาคอยอ่าน มาคอยเม้นท์ให้ไรท์มั้ยเนี่ย



ความคิดเห็น