ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#3 : ท้าแล้วอย่าถอย (50%) [18+] (รีไรท์)

ชื่อตอน : #3 : ท้าแล้วอย่าถอย (50%) [18+] (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 220.5k

ความคิดเห็น : 627

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2564 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
#3 : ท้าแล้วอย่าถอย (50%) [18+] (รีไรท์)
แบบอักษร

 

แล้วหญิงสาวก็ลดโทรศัพท์ลง คีตศิลป์คงได้ยินชื่อลูกพี่ลูกน้องของเธอเต็มสองหู เพราะเขายกคิ้วจนหายขึ้นไปในเรือนผมที่เพิ่งสระเสร็จ ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดกางเกงนอน เดาะลิ้นเป็นจังหวะ จ้องเธอเหมือนแมวจ้องหนู

ทำแบบนี้เดาไม่ถูกเลยว่าเขาจะมาไม้ไหน

“ฉันมากวนเวลารึเปล่า” ในที่สุดชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเอ่ยถาม

“เปล่า คิงส์ไม่ได้ไปตลาดกับคนอื่นเหรอ”

“ขี้เกียจเดิน เธอล่ะทำไมไม่ไป”

“เหนื่อย”

“อ๋อ…” เขาลากเสียง พยักหน้าขึ้นลงทั้งรอยยิ้มที่เสแสร้งสิ้นดี “...เธอเหนื่อย”

“…”

“…”

“ถ้ามีธุระแค่นี้ก็ไปนอนไป!” หญิงสาวดันประตูปิด แต่เขารีบเยื้อยุดอย่างไม่ยอม ผลักกันไปผลักกันมาโดยมีแผ่นไม้ขวางกั้น ในที่สุดชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายร้องขึ้น 

“โอ้ย!”

ใจหญิงสาวหลุ่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“โอ้ยตายแล้ว เจ็บไหมคิงส์ เราไม่ได้ตั้งใจ...” หญิงสาวอ้าประตูออกอีกครั้งด้วยอารามตกใจ ดูเหมือนเขาจะสอดมือขวางตรงรอยแยกก่อนที่เธอจะดันปิด แล้วก็หนีบมือเข้าเต็มรัก เธอเห็นชายหนุ่มยืนกุมมือตัวเองหน้าซีดเผือด... ก่อนจะเซถลาข้ามธรณีประตูเข้ามา

ฟองสมุทรทันเห็นแววตาคนเจ้าเล่ห์แค่แวบเดียว แต่เท่านั้นก็มากพอจะทำให้เธอเงื้อมือที่กุมโทรศัพท์ขึ้นหมายประทุษร้าย คีตศิลป์โดดตะครุบมือเธอไว้ทัน อาศัยช่วงชุลมุนถีบประตูด้านหลังปิดดังโครม

“ทุบฉันแล้วจอแตก ค่าซ่อมไม่คุ้มกันนะเธอ”

“คุ้มแน่ถ้าทำคิงส์แอดมิดคืนนี้ได้”

“ไม่เอาไม่อยากหัวแตก”

“ก็ใครใช้ให้เล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้!”

เขาชิงโทรศัพท์จากมือเรียวบางแล้วชูขึ้นจนสุดแขน ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันมากทำให้ฟองสมุทรกระโดดไม่ถึง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเมื่อมันสั่นแจ้งเตือน เห็นคนชื่อ ‘พี่ขุนตุ้งแฉ่’ ถามมาไม่หยุด เขานึกรำคาญจึงโยนมันไปทางเตียงที่อยู่กลางห้อง กระเด้งกระดอนก่อนไถลเข้าใต้หมอน

“คิงส์!”

“เธอจะหนีตลอดไปเลยรึไง”

“เราเปล่าหนี แต่เราไม่มีอะไรจะคุยด้วย!”

“แต่ฉันมี”

น้ำเสียงที่ใกล้จะหมดความอดทนทำให้คนฟังสะดุ้ง เผลอถอยหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ส่วนเขาย่างสามขุมตามติด ไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว มีเพียงแววตาที่ประสานไม่มีใครยอมหลบ กับใจซึ่งเริ่มเต้นระทึกขึ้นเพราะความใกล้ชิดสนิทสนมในที่รโหฐาน

มันแทบจะไม่ต่างอะไรกับคืนนั้นเลย แค่เปลี่ยนเป็นสองฝ่ายยังมีสติครบถ้วนทุกประการ!

“ดูเหมือนเธอจะกลัว...” เขากระซิบ “...กลัวอะไร กลัวฉันถามรึว่าพี่ขุนเป็นใคร หรือกลัวฉันถามว่าเธอเป็นอะไรกับคุณชาคร... ฉันจะไม่ถามอะไรให้เธอรู้สึกลำบากใจแบบนั้นหรอก ที่ฉันอยากถามคือเรื่องของเราต่างหาก”

อาการตกใจจนออกนอกหน้าเมื่อเขาแกล้งสำออย... ทำให้ความกรุ่นโกรธที่มีต่อหญิงสาวลดลง ซ้ำยังเป็นคำตอบว่าคืนนั้นเขาไม่ได้คิดไปเอง เธอปลอบเขา มองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน ตรงข้ามกับความเป็นปรปักษ์ที่เพียรแสดงให้เห็น แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับสิ่งที่เขาเฝ้าสงสัย...

สองปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในต่างประเทศ โลกของเขาถูกเปิดให้กว้างขวางขึ้น เขารู้จักคนมากมาย ได้เรียนรู้ว่าแต่ละคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง แต่เพราะทิฐิ กอปรกับความรู้สึกดีๆ ที่เขามีต่อเพลงพิณ ทำให้เขาเลือกมองข้ามและไม่ฟื้นฝอยหาคำตอบในเรื่องเก่า

เขาเคยสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมเพื่อนสาวผู้น่ารักถึงไม่ยอมรับน้ำใจจากเขา หยิบยื่นให้เพียงไมตรีจิตจนเขารู้สึกเหมือนพระรองในละครหลังข่าว ทว่าคำตอบมันชัดเจนตั้งแต่วันที่เขาดวดวิสกี้เข้าไปเจ็ดแก้ว... เขาไม่เคยมอบความรู้สึกกับเพลงพิณเต็มร้อย ไม่เคยทำให้หล่อนเชื่อว่าเขาพร้อมจะเป็นผู้ชายของหล่อน ต่างจากใครอีกคนที่เต็มร้อยให้ล้านมาแต่ไหนแต่ไร

สองปีครึ่ง... สมควรแก่เวลาที่จะสะสางเรื่องค้างคาในใจ

ฟองสมุทรถอยจนจะชิดโซฟาที่วางเด่นกลางห้องอยู่แล้ว เธอจึงหยุดก่อนหงายหลัง เขาเองก็หยุดเช่นกัน ก่อนจะเปล่งคำถามที่ทำให้ใจคนฟังแทบหยุดเต้น

“เธอเคยรักฉันไหม”

ถ้า... ถ้าไม่ผ่านงานแสดงจนมีสกิลรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันละก็ เธอคงอ้าปากเหวอไปแล้ว กระนั้นมือของฟองสมุทรก็ยังสั่น เธอจึงวางมันลงบนขอบพนักพิง กุมไว้แน่น

“มาถามอะไรเอาป่านนี้”

“เพราะอยากรู้...” เขาโน้มหน้าเข้าหา กวาดสายตาไปทั่วเครื่องหน้าสวยซึ้งซึ่งผู้ชายครึ่งประเทศหลงใหลคลั่งไคล้ “...ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอเคยจริงจังกับฉันบ้างรึเปล่า ตั้งแต่วันแรกที่เราแคสงานด้วยกัน จูบแรกที่บันไดหนีไฟ กุมมือดูหนังรักด้วยกันทั้งเรื่อง”

นัยน์ตาคู่กลมใสไหวระริก เธอเผยอปากออก พบว่าลิ้นปฏิเสธการโกหกครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

“มัน... มันเป็นของจริง”

“แล้วอะไรที่ทำให้เธอเปลี่ยน” เขาเท้ามือทั้งสองลงข้างตัวเธอ เปลี่ยนอิธิยาบทเล็กน้อยเพื่อให้เอนชิดยิ่งขึ้น “เพราะตอนนั้นฉันไม่ดีพอ? เพราะฉันไม่รวย? อนาคตไม่แน่นอน? พ่อตัดหางปล่อยวัด? ที่ผ่านมาฉันไม่เคยถามว่าทำไมเธอถึงได้เลือกคนอื่น แต่ตอนนี้ฉันถามเพราะ... ถ้าฉันไม่จบมัน ฉันคงเริ่มใหม่กับใครไม่ได้อีก”

“ไหนว่าชอบพี่เพลง...”

“ฉันถามเธออยู่ บอกแล้วไงว่าเราจะไม่คุยเรื่องคนอื่น”

มันกะทันหันเกินไป ฟองสมุทรไม่รู้จะพูดยังไงนอกจากเลือกบอกความจริงทั้งหมดแก่เขา... คีตศิลป์ตอนนี้ไม่เหมือนคนเก่า เขามีทางเลือกมากกว่าเดิม ต่อให้เลิกเป็นนักแสดงเพราะถูกดิษยาเล่นงาน เขาก็ไม่จนตรอก...

แต่เธอทำร้ายเขามาขนาดนี้ ยังจะมีหน้าอ้อนวอนขอความรักคืนจากเขาอีกเหรอ

“ถ้าฉันตอบ คิงส์จะยอมจบใช่ไหม”

“ขอคิดดูก่อน”

คนฟังสูดหายใจเข้า ก่อนตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำ 

“เพราะว่าเงินดี”

“ฮะ?”

“รู้ไหมว่าค่าเปิดซิงเราได้กี่ล้าน... มากกว่าค่าสัญญาพรีเซนเตอร์ตัวแรกอีกนะ แถมยังได้คอนเน็คชั่นเพียบ ไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมงานเราถึงชุก ทั้งละคร อีเว้นท์ ถ่ายแบบ...” หญิงสาวยกมือทาบลงบนอกแกร่ง ใต้ผิวเนื้อมีหัวใจที่เต้นหนึบเป็นจังหวะ เธอลูบขึ้น จงใจสร้างสัมผัสน่าขยะแขยง “...รายคืน รายอาทิตย์ แค่อวบอึ๋มลีลาดีผู้ชายก็แห่เข้ามาไม่ซ้ำหน้า จะที่คอนโดก็ได้ ที่คฤหาสน์ก็ดี ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ได้ชอปแบรนด์เนมไม่ต้องออกตังค์เองสักบาท สบายกว่าถ่ายละครตั้งเยอะ”

เขาผงะ เธอจึงตามติด ฝืนยิ้มขยิบตาส่งวิ้ง

“ทีนี้เข้าใจรึยัง”

ชายหนุ่มปั้นหน้าพิกล ย้อนอย่างข้องใจ

“นี่เธอพูดจริงหรือรับงานละครน้ำเน่ามากเกินไป ทำไมมันเหมือนบทเรื่อง...”

หญิงสาวรีบเขย่งขึ้นเพื่อจูบปิดปากเขา นึกสงสัยว่าทำไมตัวเองต้องทุ่มทุนทำอะไรบ้าบอคอแตกขนาดนี้ด้วย เธอหวังเพียงแตะแผ่วเบาให้เขารังเกียจจนเป็นฝ่ายล่าถอย... แต่ไม่คิดเลยว่าคีตศิลป์จะรวบเอวเธอแน่นเข้าแล้วเป็นฝ่ายรุกอย่างกระหาย!

ชายหนุ่มรู้ว่าเรื่องที่ฟองสมุทรบอกมีอยู่จริงในวงการ แต่เขาไม่โง่ดักดานถึงขั้นหลงเชื่อว่าลูกสาวคนเดียวของท่านผู้พิพากษาจะทำอะไรที่เป็นการหมิ่นเกียรติตัวเอง... ยิ่งเธอพูดเท่าไหร่ เขายิ่งจับโกหกได้มากขึ้น ถึงขั้นวางแผนว่ากลับไปต้องสั่งคนสืบให้รู้เรื่อง เขาน่าจะฉลาดกว่านี้ตั้งนาน ไม่ใช่เฮี้ยนหึงหน้ามืดตามัวปล่อยให้เธอปั่นหัวเป็นไอ้บ้าอยู่ได้

แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะจูบ... ในตอนที่เขาอัดอั้นมาแรมเดือนเช่นนี้!

ก่อนโอกาสจะหลุดลอย ชายหนุ่มยกมือขึ้นตรึงท้ายทอยเธอเอาไว้แล้วเป็นฝ่ายบดน้ำหนักเข้าหาแทน สติที่เต็มร้อยกับจูบอันลึกซึ้งอย่างที่เคยอยากทำมาตลอดทำให้เลือดหนุ่มแล่นฉีดไปทั่ว ขณะที่เขาแหวกปลายลิ้นร้อนเข้าไปรัด สอดสลับไล้เป็นจังหวะ ฟองสมุทรถึงกับต้องขยุ้มเสื้อยืดเขาไว้แน่น เปล่งเสียงทัดทานในลำคอ

เธอพยายามจะดันปลายลิ้นเขาออก แต่ผลที่ได้ราวกับการจูบตอบ เรียวปากของคีตศิลป์มีรสเข้มข้นจนภายในกายเธอรู้สึกเหมือนกำลังหลอมเหลว กลิ่นหลังอาบน้ำของชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกมึนเมา เขาร้อนไปทั้งเนื้อทั้งตัว ไม่ว่าจะแตะตรงไหนก็ราวกับจะลวก สุดท้ายเธอจึงเลือกขยุ้มปลายผมสั้นซึ่งยังชื้นนิดๆ สะท้านเมื่อคางสากระคายทิ่มแทงยามขยับ... แล้วเขาก็ดูดดื่มกันอย่างหยอกล้อ เสียดสีความแข็งขึงเข้าหา ทำให้เธอหวามไหวระทดระทวยทั้งที่ตกใจจนแทบยืนไม่อยู่

ถ้าไม่เมา... เขาเก่งขนาดนี้เลยเหรอ

แล้วส่วนนั้นของเขา... ใช่ไหม... เธอเดาถูกใช่ไหมว่ามันกำลังถูไถเธออยู่!

ก่อนคนไม่ประสาจะขาดอากาศหายใจจนเป็นลม ชายหนุ่มก็ผละออก

รู้อย่างหนึ่งละว่าเธอจูบแทบไม่เป็น

“ท้าแล้วอย่าถอยสิ...” เขากระตุกยิ้มร้าย “...แค่จูบก็เข่าอ่อน ทำอย่างกะสาวเวอร์จิ้นไม่เคยถูกสอย ถ้าฉันทำมากกว่านี้เธอไม่กรี๊ดเลยรึไง”

“ใครจะไปกรี๊ด...” คนที่ถูกเขากอดไว้แน่นพยายามเถียงอย่างไร้สติทั้งที่หอบไม่เป็นจังหวะ ก่อนเจ้าของสีหน้ามากเล่ห์รู้ทันจะทำให้เธอชะงัก “...มาก ...มากกว่านี้? เดี๋ยวก่อนคิงส์”

ก่อนที่เธอจะตั้งตัวติด เขาก็แทรกเข่าเข้าหว่างขากลมกลึงเพื่อตรึงไม่ให้หนี พร้อมเลื่อนหน้าต่ำลงอย่างหมายมาด ดึงคอเสื้อสีเทาที่ยืดย้วยจนคันไม้คันมือตั้งแต่แรกเห็นให้ร่นลงมาด้วย...

-------------------

ดราม่าที่ผ่านมาพังพินาศหมดเลยตอนเจออิพี่ถามว่า 'รับงานละครน้ำเน่ามากไปเหรอ'

คราวนี้รู้กันจริงๆแล้วนะว่าคุณลุงคิงส์ของเรา(ของชั้นนน!!)นิสัยเป็นยังไง

หลังจากเวิ่นเว้อ(นึกว่าตัวเอง)อกหักมานาน

เราต้องการ

พระ-เอก-ที่-ฉลาด

ค่ะ!!!!!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว