email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2561 10:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12
แบบอักษร

“เอ้า ใส่ชุดนี้”

พี่แทนโยนถุงผ้าใบหนึ่งมาให้ ฉันมองงง ๆ

“อะไร”

“อยากใส่ชุดนั้นยั่วฉันทั้งวันก็ได้นะ” เขาทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยมองมาที่ต้นขา ฉันรีบคว้าถุงมาเปิดออกดู เป็นเสื้อยืดกางเกงผ้าธรรมดา

ฉันไม่พูดอะไร ถือชุดนั้นเดินเข้าห้องน้ำไป พอแต่งตัวเสร็จก็ออกมายืนทำกับข้าวง่าย ๆ เพราะหิวมาก เมื่อกี้นี้กินไปได้แค่ครึ่งเดียวเอง พี่แทนคงหิวไม่แพ้กัน

ชิ ถ้าพ่อเจ้าประคุณไม่ประเคนอาหารให้อากาศทานก่อนหน้านั้นก็จะได้กินอาหารดี ๆ นอกบ้านแล้วแท้ ๆ เป็นไงล่ะ ได้กินข้าวกับไข่เจียวธรรมดาเลย

สมน้ำหน้า

ฉันไม่ได้ประชด แต่หิวจัดจนไม่มีอารมณ์จะทำอย่างอื่นให้กินแล้ว พี่เขาไม่ว่าอะไร กินจนหมดจาน พออิ่มฉันเดินถือจานชามไปล้าง

ได้ยินเสียงมือถือดังเบา ๆ ฉันหันไปมอง กำลังจะหยิบมากดรับ แต่   พี่แทนคว้าเอาไปดูหน้าจอ กดรับเองเลย ฉันมองตาขวาง

“ชาไม่ว่าง อืม แค่นี้แหละ”

ฉันพยายามจะแย่งมือถือคืน

“เสียมารยาทที่สุด ชายังไม่เคยยุ่มย่ามกับของของพี่เลย”

พี่แทนรั้งฉันไปนั่งตัก ฉันหน้าร้อนผ่าวไปกับความใกล้ชิดนั้น หัวใจแอบเต้นผิดจังหวะด้วย

อย่าหวั่นไหวสิยัยชาบ้า นั่นพี่ชายเธอนะ

ถึงเขาจะทำตัวไม่เหมือนพี่ชายก็เถอะ = =

“ฉันเคยบอกเธอว่าไง”

ฉันมองคนพูดงง ๆ

โทษทีเหอะ เรียนเยอะ แถมเพิ่งกินข้าวอิ่ม สมองประมวลผลไม่ทัน เคยบอกว่า…??

เขายกยิ้ม มองตาฉันที่กำลังสังสัย ก่อนยกมือขึ้นมาเกลี่ยผิวแก้ม    เบา ๆ จนพื้นที่ส่วนนั้นร้อนผ่าวราวกับถูกไฟไหม้ 

“ความหมายที่ผู้ชายซื้อเสื้อผ้าให้ผู้หญิง เพราะเขาต้องการถอดให้ไงล่ะ”

ฉันรีบเด้งตัวหวังลุกหนี แต่ก็ช้ากว่าวงแขนแกร่งที่รั้งฉันกลับเข้าไปกอดเหมือนเดิม พี่แทนจับคางฉันแหงนขึ้น กดจูบลงมา ฉันพยายามดิ้นรน สองมือผลักอก แต่ยิ่งดิ้นแรงรัดรอบตัวยิ่งมีมากขึ้นจนดิ้นแทบไม่ได้ หนำซ้ำรสจูบหนักหน่วงอย่างคนเชี่ยวชาญนั้นแทบล้างสมองวิธีดิ้นรนของฉันออกไป

มันเป็นจูบที่ยาวนานมาก รสจูบที่รุนแรงตอนแรกค่อย ๆ อ่อนโยนขึ้น จนฉันเริ่มมัวเมาไปกับรสจูบแสนหวานนั้น

สักพักพี่แทนก็ค่อย ๆ คลายริมฝีปากออกมามอง ฉันหายใจหอบถี่ สมองเบลอไปหมด

“ร่าน” เขากระซิบแผ่ว ฉันกำลังจะอ้าปากค้าน แต่พี่แทนกดปิดลงมาอีกรอบ โหมแรงจนฉันแทบสิ้นสติ

“ขี้เหร่ แถมยังไร้เสน่ห์อีกต่างหาก”

ฉันหอบแฮก อยากถามเหมือนกันว่าถ้าขี้เหร่แล้วก็ไร้เสน่ห์ขนาดนั้น แล้วมาทำแบบนี้ทำไม แต่พี่แทนไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดได้ถามอะไร ทำตามที่พูดจริง ๆ

คือซื้อชุดนี้มาให้ฉันใส่เพื่อจะเป็นคนถอดด้วยตัวเอง

สรุป ฉันได้ใส่ชุดใหม่ไม่ถึงชั่วโมง ที่เหลือก็แทบจะห่มเนื้อหนังมังสาพี่ไว้ทั้งวัน

ไม่รู้อะไรนักหนา ถึงจะรู้ว่าพี่เป็นคนมักมาก แต่ไม่รู้มาก่อนว่าเวลากกสาวครั้งหนึ่ง จะกกนานขนาดนี้

บางทีแทนที่จะพยายามดิ้นรนหลีกที การปล่อยให้เขาเบื่อเองอาจได้ผลมากกว่าก็ได้ เพราะพี่รักความท้าทาย อะไรที่ว่ายาก ๆ จะวิ่งเข้าหา แต่อะไรที่ได้มาง่าย ๆ หรือน่าเบื่อจะรีบสลัดทิ้งทันที(ตามสไตล์คนเจ้าชู้ทั่วไป)

แต่ว่า…

การสมยอมแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่พี่น้องเขาควรทำกันนะ

มันผิดประเวณี แถมยังผิดต่อพ่อแม่และสวรรค์อีกต่างหาก ฉันถอนหายใจแรงอย่างคิดไม่ตก

จะขัดขืนก็ถูกบังคับ จะสมยอมก็ใช่ที

“ถอนหายใจทำไม หรือกำลังคิดถึงผู้ชายคนอื่นอยู่!!” พี่แทนดึงตัวฉันขึ้นไปบนอก กระชากถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ฉันกวาดมองไปทั่วใบหน้าหล่อเหลานั้น

“นิสัยสวนทางกับหน้าตาจัง จะไม่คิดอกุศลสักเรื่องจะได้ไหม”

“ก็เห็นมีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ร่านแบบนี้ ถ้าในสมองไม่คิดเรื่องผู้ชายแล้วจะให้คิดเรื่องอะไร”

“คิดเรื่องพี่ไง คิดเรื่องที่พี่ทำกับชา มันผิด มันไม่สมควรเกิดขึ้น เราเป็นพี่น้องกัน” ฉันพยายามย้ำให้พี่แทนเข้าใจ

“แต่พี่ไม่เคยเห็นชาเป็นน้อง” ฉันพูดก่อนที่เขาจะอ้าปากพูดคำนี้ออกมา ฉันกลืนน้ำลายลงคอ หลุบตาลงต่ำหวังซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายใน

พูดเองก็เจ็บเอง แต่พอแล้ว ฉันไม่อยากได้ยินจากปากพี่เขารอบสอง

“ปล่อย ชาจะไปอาบน้ำ แล้วก็เลิกทำแบบนี้สักที มีผู้หญิงเยอะแยะพร้อมให้พี่เล่นสนุก ปล่อยชาไปเถอะ” กำลังจะลุก แต่พี่แทนฉุดกลับมาที่เดิม

เขาไม่พูดอะไร จับฉันตีตราอีกรอบ

จวบจนเย็น ฉันถึงได้ขอพี่แทนกลับไปทำงานพิเศษ ตอนแรกพี่ท่านจะไม่ยอม โทรไปลาพี่โจอี้ให้ แต่พี่โจอี้ไม่ยอมเพราะนัดลูกค้าไว้แล้ว พี่แทนจำต้องขับรถพาฉันไปที่อู่

ฉันรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดหมี เข้าไปนอนใต้ท้องรถ ไม่สนใจใครอีกทีคนที่เดินตามมาด้วย

“ชา เสร็จแล้วไปล้างก้นให้เฮียนพหน่อยนะ”

“อ้าว เพิ่งล้างไปไม่ใช่เหรอ”

“ไม่รู้ เฮียแกรีเควสมา ไปดูหน่อยละกัน”

“ค่ะ” ฉันรับปาก ลุกจากรถคันที่ดูอยู่จะไปหาเฮียนพ แต่ถูกคว้าแขนไว้บีบแน่น

“ไปล้างให้มันทำไม!!”

ฉันมองงง ๆ หรือว่าหมายถึงเฮียนพ

“เฮียนพน่ะเหรอ ลูกค้าสั่งมาก็ต้องทำสิ เงินดีออก ล้างนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้ตั้งหลายร้อย”

พี่แทนบีบแขนฉันแน่น

“ร่าน” พี่แทนกัดฟันกรอด

“ล้างรถนี่มันร่านตรงไหนคะพี่ชาย ถ้าจะมาหาเรื่องหรือมาเกะกะก็ถอยไปไกล ๆ คนจะทำงาน” ฉันปัดเขาออก เดินตรงไปหาเฮียนพทันที พี่แทนเดินมาติด ๆ ทำหน้าเหมือนยักษ์ถูกเหยียบนิ้วตีน ฉันไม่สนใจ ลูบก้นเฮียนพ   เบา ๆ 

“เปื้อนขนาดนี้ เฮียคงไปแรลลี่มาอีกแล้วล่ะสิ” บางทีก็แอบเสียดายเงินแทนลูกค้านะ ล้างทีก็ไม่ใช่ถูก ๆ แต่ก็ดี ได้เงินเยอะดี

ฉันหันไปลากสายยางมาเตรียมล้าง เห็นพี่แทนทำหน้าแปลก ๆ ด้านหลัง

“อยากเปียกก็ตามใจนะ จะล้างก้นเฮียนพ ถอยไปไกล ๆ” ฉันออกปากไล่ พี่แทนทำหน้าเหมือนปลาถูกทุบ เขยิบออกไปยืนห่าง ๆ ฉันเอาสายยางฉีดเบามือ ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม

จวบจนเสร็จ ล้างคันหนึ่งเสียเวลามากเหมือนกัน เหงื่อไคลไหลย้อย ฉันเอาแขนเสื้อเช็ดเหงื่อ พอเรียบร้อยก็ขับไปไว้ยังจุดปล่อยของรอลูกค้า กลับไปเช็กรถที่ทำค้างไว้ต่อ

เหลือบมองใครบางคนเป็นพัก ๆ ไม่รู้ว่าทำไมพี่แทนถึงได้ยังอยู่ สงสัยจะอยู่เฝ้าเพื่อดูว่าฉันจะแอบเอาผู้ชายคนไหนมากกหรือเปล่าแน่ ๆ

ฉันไม่สนใจ เร่งซ่อมรถต่อให้เสร็จ

กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปห้าทุ่ม ฉันปาดเหงื่อเม็ดสุดท้ายออก

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” พี่โจอี้มาเช็กงาน มีติติงนิดหน่อยตามประสามือใหม่แรงน้อย แต่เดี๋ยวพี่โจอี้เขาจะมาเก็บงานอีกที

“พอได้แล้วป่ะ นี่ขนาดไม่สบายนะ ยังทำได้ขนาดนี้” ไม่รู้พี่แทนไปแหลไว้อีท่าไหนถึงได้เข้าใจผิดคิดว่าฉันป่วยไปได้

“อยู่กับพี่นี่ห้ามป่วยห้ามลาห้ามสายห้ามตายห้ามขาดเลยใช่ไหม”

“ใช่แล้ว”

ฉันหัวเราะ พี่โจอี้ลูบหัวฉันเบา ๆ

“เสร็จแล้วก็กลับ!” พี่แทนเดินมาชวนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“พี่ก็กลับไปสิ ชาจะนอนที่นี่”

พี่โจอี้มองหน้าเราสองคนไปมา “งั้นพี่ไปก่อนนะ มีอะไรก็ให้รีบโทรบอก เข้าใจนะ”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกพี่โจอี้ยิ้ม ๆ

“สนิทสนมกันจังนะ” พี่แทนแขวะหลังพี่โจอี้เดินหายไปไกล

“เขาเป็นเหมือนพี่ชายชาคนหนึ่ง”

“หึ งั้นเธอก็ทำเหมือนที่ทำกับฉันงั้นสิ”

ฉันหันไปมองหน้าพี่แทนดี ๆ

“พี่โจอี้เขาทำตัวสมกับเป็นพี่ชายมากกว่าพี่ชายจริง ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าชาเป็นน้องสาวแบบพี่ซะอีก” ฉันไม่รอให้พี่แทนได้พูดอะไรเจ็บ ๆ ออกมาอีก เดินลิ่ว ๆ ขึ้นชั้นสองไป

อย่างน้อยที่นี่พี่แทนคงไม่กล้ามาทำรุ่มร่ามหรอก กำลังจะปิดประตู แต่พี่แทนรั้งเปิดไว้ ผลักเข้ามาเบา ๆ

“กลับไปสิ”

“จะมาเยี่ยมห้องน้องสาวตัวเองทำไม่ได้รึไง”

ฉันกัดปากเบา ๆ ยอมรับฉันเป็นน้องสาวตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงจะรู้เจตนา แต่ก็ไม่อยากมีปัญหา

“งั้นก็เชิญสำรวจให้เต็มตา ชาจะทำงานต่อ”

“งานอะไรอีก!” พี่แทนถามเสียงเข้ม คงคิดว่าจะจบวันไปแล้วล่ะสิ ถึงงานที่อู่จะให้เงินเยอะกว่า แต่ฉันก็ยังไม่เลิกทำภาพหรอก ได้เงินหลายทางมันก็ดีกว่าทางเดียวอยู่แล้ว

“จะทำโปสการ์ดไปขาย พี่ไปนั่งตรงนู้นก็ได้” ฉันสละเก้าอี้ดี ๆ ให้ ส่วนตัวเองหิ้วคอมลงไปนั่งทำที่พื้นแทน

ห้องนี้ไม่มีอะไรหรอก มีแค่ที่นอนแบบปูนอนของพี่สาวแนน โต๊ะเขียนหนังสือที่พี่โจอี้ลงทุนต่อด้วยมือให้พร้อมเก้าอี้

แค่นี้แหละ ตู้เสื้อผ้าไม่มี เพราะยังไม่ได้ซื้อ เสื้อผ้าส่วนใหญ่จึงอยู่ในกระเป๋าเดินทางอันเดิม

“ทำไมไม่ซื้อตู้หรือเตียง

“เปลือง” ฉันตอบโดยไม่มองหน้า พี่แทนเงียบไป ฉันไม่สนใจอีก นั่งทำงานไปเรื่อย ๆ กระทั่งผ่านไปถึงตีสอง

“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” เข้านอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า

ฉันหันไปมองอีกด้าน พี่แทนนั่งฟุบหน้าหลับคาโต๊ะไปแล้ว

ฉันไม่รู้ว่าทำไมพี่แทนถึงต้องทำแบบนี้ ทำเพราะเป็นห่วง หรือทำเพราะต้องการเช็กว่าฉันจะแอบพาผู้ชายมาตอนไหนหรือเปล่า

จริง ๆ อยากปล่อยไว้แบบนั้นให้เข็ด แต่สำนึกด้านดีฉันมีมากกว่า ฉันเอาที่นอนลงมาปู ดึกแล้วไม่อยากให้ขับรถ กลัวหลับใน

“พี่แทน” ฉันเขย่าปลุก พี่แทนสะลึมสะลือลืมตามอง “ไปนอนบนที่นอนดี ๆ เถอะ” พี่แทนมองไปทางที่นอนนั้น “หรือจะกลับบ้านถ้าไหว” ฉันให้ทางเลือก พี่แทนปัดมือฉันออกแรงเหมือนรังเกียจ เดินไปทิ้งตัวลงนอน

ฉันเจ็บแปลบไปกับกิริยานั้น ทั้งที่น่าจะชินได้แล้วแท้ ๆ ฉันมองตามคนที่เดินไปทิ้งตัวลงนอน ไม่รู้ว่าพี่จะนอนได้ไหม แต่คงจะง่วงจัด ๆ เพราะเผลอแผลบเดียวก็ได้ยินเสียงกรนแล้ว

ฉันดึงเอาผ้าห่มมาห่มให้ดี ๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ มองคนหลับ นี่คงเป็นครั้งแรกมั้ง ที่ฉันได้เพ่งพินิจใบหน้าพี่แทนแบบใกล้ชิดแบบนี้ ฉันกอดเข่าไว้หลวม ๆ เอียงหน้าซบมันเบา ๆ เกลี่ยแก้มคนหลับ

ถึงนิสัยจะร้ายขนาดไหน แต่ยังไงพี่ก็คือพี่ชายที่ฉันรักและนับถือ     จริง ๆ

ฉันใช้ปลายนิ้วเกลี่ยตั้งแต่หน้าผากโค้งมนลงมาถึงปลายคาง พี่แทนได้ส่วนผสมระหว่างพ่อกับแม่มาอย่างลงตัวจริง ๆ แค่ฉันมองหน้าพี่ชาย ก็เหมือนได้เห็นหน้าพ่อกับแม่ไปพร้อม ๆ กันแล้ว

แค่คิดถึงท่านทั้งสอง น้ำตาก็พากันร่วงหล่นทันที ฉันปาดมันออกรีบลุกขึ้นยืน

ที่นอนมันนอนได้แค่คนเดียว ฉันมองซ้ายมองขวา กำลังคิดอยู่ว่าจะนอนตรงไหนดี จริง ๆ จะนอนเบียดกันก็ได้ แต่ดูจะอันตรายไป

ฉันมองไปที่โต๊ะ

เอาน่าชา ไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว    

ฉันปิดไฟ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ ฟุบหน้าหลับตรงนั้นแหละ

ฉันสะลึมสะลือตื่นด้วยความเมื่อยขบ ยืดตัวบิดขี้เกียจ หันไปก็เห็นใครบางคนมายืนทำหน้าแปลก ๆ อยู่ข้าง ๆ

“อ้าวพี่ ตื่นแล้วเหรอ โทษทีนะ หลับได้หรือเปล่า” ฉันถามด้วยความเป็นห่วง มองกลับไปบนที่นอน ย่นหน่อย ๆ คงเพราะอีกคนนอนดิ้น

“นอนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อคืน” ฉันหาวหวอดตอบ “ไม่มีห้องน้ำส่วนตัวนะ ไปใช้ห้องน้ำลูกค้าด้านล่างได้เลย” ฉันลุกไปพับเก็บที่นอนเข้าที่ เตรียมชุดนักเรียนออกมาพร้อมอุปกรณ์ในการอาบน้ำ

“กลับบ้าน” พี่แทนพูดสั้น ๆ

“ไปสิ” ฉันตอบแบบไม่คิดอะไร

“ไม่ เธอนั่นแหละ ย้ายกลับไปอยู่บ้าน”

ฉันหันไปยิ้มใส่

“พี่ควรจะดีใจนะ ที่ชาออกมาพ้นหูพ้นตาพี่ได้” ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “ถ้าไม่ได้ห่วงกันจริงก็อย่ามาทำแบบนี้ดีกว่า ชาสัญญาว่าชาจะไม่ทำให้พี่เสียชื่อแน่ ๆ จริง ๆ ไม่ต้องไปบอกใครแบบที่แล้ว ๆ มาก็ได้ว่าชาเป็นน้อง” ฉันบอกอย่างขมขื่น กล้ำกลืนก้อนน้ำบางอย่างลงคอ

“ชาไปอาบน้ำก่อน พี่รีบไปเถอะ วันนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ” ฉันเดินลงไปอาบน้ำ สักพักก็กลับมาในชุดนักเรียน พี่แทนยังอยู่ในสภาพเดิม ฉันไม่สนใจ คว้ากระเป๋านักเรียนมาถือเตรียมไปโรงเรียน

“มะชา พี่จะไปส่ง พอดีต้องออกไปทำธุระด้วย” พี่โจอี้อาสา

“ไม่ต้อง จะไปส่งเอง” พี่แทนรีบออกตัว จับแขนฉันลากไปที่รถทันที พี่โจอี้มองมางง ๆ

ฉันถอนหายใจเบา ๆ จำยอมนั่งรถมากับพี่แทนเงียบ ๆ

ถ้าได้นั่งแล้วนั่งบ่อยเชียวนะ



ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 


ความคิดเห็น