ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

​ #3 : ท้าแล้วอย่าถอย (25%) (รีไรท์)

ชื่อตอน : ​ #3 : ท้าแล้วอย่าถอย (25%) (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 208.7k

ความคิดเห็น : 182

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2564 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
​ #3 : ท้าแล้วอย่าถอย (25%) (รีไรท์)
แบบอักษร

#3

ท้าแล้วอย่าถอย

คอนเซปต์หลักของนิตยสาร ‘PLAYMATE’ คือการฮันนีมูนที่จับต้องได้ในสไตล์ไฮแฟชั่น แค่ฟังก็มึนจนต้องขอทวนอีกรอบ ทว่า ‘พี่ฮ้วง’ เจ้าของนิตยสารที่เดินทางมาด้วยสามารถสยบคอสตูมที่ไม่เข้ากันทั้งมวลได้ในไม่กี่ประโยค

“น้องแป้ง ลูบูแตงสีนี้พี่ว่าไม่เหมาะกับพื้น เราเอาคู่สำรองมาด้วยใช่ไหม”

ชาแนล ดิออร์ อีฟส์แซงต์โลรองต์ เทสอันเลิศเลอทำให้งานไปได้สวย คีตศิลป์นั่งอยู่บนเก้าอี้พับ สวมสูทเต็มยศโดยมีผู้จัดการส่วนตัวช่วยพัดโบกไม่ให้เหงื่อออก ซึ่งความจริงก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่เพราะอากาศเมืองดาลัดในช่วงสายเย็นฉ่ำต่ำกว่าเลขสอง ท้องฟ้าปลอดโปร่งเหมาะแก่การจัดแสง หลังลงเครื่องและเออร์ลี่เช็คอินในโรงแรมเรียบร้อย กองถ่ายแบบก็เดินหน้าลุยสำหรับเซ็ตในวันนี้

ถ่ายให้รอบดาลัด เริ่มจากสถานีรถไฟอันเป็นแลนด์มาร์กของเมือง

ฟองสมุทรกำลังเปลี่ยนรองเท้า เธอสวมกระโปรงสั้นกับชุดสูทไหล่ตั้งสีครีม ผมดัดเป็นลอนปล่อยยาวสยาย ชายหนุ่มมองตาปรอย ก่อนจะสะดุ้งหันไปทางอื่นเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตา เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวาน สบตา หลบตา แล้วก็หลบตาอีก ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายแอบมอง

บางครั้งเขารู้สึกหงุดหงิด มันคันยิบๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะเขาหยุดคิดถึงเรื่องเธอไม่ได้เลย ตั้งแต่คืนที่พลั้งเผลอนอนร่วมเตียง ตื่นมาตอนเช้าพร้อมคำยืนยันว่า ‘ไม่ได้มีอะไรกัน’ เขาเริ่มจับตาดูอาการของเธออย่างใกล้ชิด แล้วก็พบพิรุธมากมาย

ฟองสมุทรหลบหน้าเขา แค่เดินเฉียดใกล้ยังไม่กล้า มีเพียงตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นเท่านั้นที่เธอจะวางท่าเป็นปกติ เป็นน้องฟองคนร่าเริง คอยแซวคนอื่นจนได้ยินเสียงหัวเราะ นอกจากแววตาท่าทางที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว ความอ่อนน้อมถ่อมตนกับอารมณ์ขันยังคงมีมากล้นไม่เปลี่ยนแปลง

แต่เป็นเขาเองที่เปลี่ยน

เขาฝันถึงเธอทุกคืน ทั้งคืน อยู่ใต้ร่าง บอกรักกันเสียงกระเส่า

มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน... ที่จริงคืออาจจะมีบ้างสมัยวัยรุ่น... แต่เขาเลยวัยฮอร์โมนพลุ่งพล่านมาหลายปี เขาไม่เคยปล่อยให้ตนเองเตลิดเปิดเปิงเป็นอีตาลุงลามก ตื่นมาต้องเอาหัวจุ่มน้ำเรียกสติทุกเช้าแบบนี้!

คีตศิลป์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเดินใจลอยไปเข้าเซ็ตซึ่งเป็นระเบียงท้ายขบวนรถไฟที่มีราวเหล็กให้พิง รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ฟองสมุทรทิ้งน้ำหนักลงบนหน้าตักเขา เอนตัวพิงจนชิดตามที่ตากล้องขอ

เขาสะดุดจากห้วงความคิด

“ใส่สูทแล้วไม่คันเหรอ” หญิงสาวเงยหน้ากระเซ้าเพื่อพยายามสร้างบรรยากาศ จำได้ว่าเขาชอบบ่นเรื่องนี้ “จัดท่าเร็วเข้า พี่เล็กเล็งกล้องแล้วนะ”

คนถูกถามยกแขนโอบรอบเอวคอด สัมผัสได้ว่าเธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ฉันชินแล้ว”

“เมื่อก่อนเห็นบ่นไม่หยุด”

“เมื่อก่อนมันเมื่อก่อน”

ลมปลิวมาเล็กน้อยจนคีตศิลป์ได้กลิ่นน้ำหอมจรุงใจ ดูเหมือนพี่เล็กตากล้องมือเทพของเมืองไทยจะได้รูปสมใจเรียบร้อย ถึงได้สั่งให้เปลี่ยนท่า

ชายหนุ่มจับเธอหมุน อ้าขาออกแล้วดึงร่างโปร่งบางมาจนชิด หญิงสาวแตะบ่าแกร่งไว้ เบี่ยงหน้าหนีไปทางกล้องขณะเขาโน้มหน้าเข้าใกล้ จึงไม่รู้ว่านัยน์ตาคู่คมที่มองกันนั้น... ลึกซึ้งปานจะกลืนกิน

เขายิ้มมุมปากเมื่อเห็นแก้มนวลซับสีขึ้น เป็นความพอใจเล็กน้อยที่ไร้เหตุผล

“ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิม”

ฟองสมุทรไม่กล้าถามว่าอะไรที่ไม่เหมือนเดิม เธอผลักอกเขาออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคล้องแขนรอบลำคอหนา ทว่าคราวนี้เธอเห็นนัยน์ตาของเขาเข้าเต็มดวง มันทั้งเปิดเปลือยความปรารถนา แผดเผา ส่งผลให้หัวใจหวามหวิวราวจะหยุดเต้น...

เธอเตือนตัวเองว่าเขาแค่ทำงานอย่างเป็นมืออาชีพเหมือนทุกครั้ง

จนกระทั่งชายหนุ่มพึมพำถาม

“เราควรคุยกันอย่างจริงจังสักทีดีไหม...”

“…”

“...ว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้...”

“ลงมาบนรางเลย!! แสงกำลังสวย!!”

เสียงร้องเรียกของพี่เล็กทำให้เธอถอนมือจากลำคอของเขาทันที ไม่มีคำตอบนอกจากความเงียบและการหันไปยิ้มร่าเริงให้ทีมงานที่ยืนให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ อลิยากุลีกุจอเข้ามาช่วยประคองนางเอกสาวลงจากบันได ส่วนคีตศิลป์ได้แต่ถอนหายใจ

อย่าใจร้อน... เขายังมีเวลา

ทว่าหลังจากเซ็ตนั้น ทั้งชายหนุ่มแทบไม่มีโอกาสได้คุยกับเธออย่างเป็นส่วนตัวอีก ที่น้ำตกดาลันตามีทัวร์ไทยมาลง นอกจากจะเกิดความวุ่นวายจนยากจะควบคุม หลังถ่ายงานเสร็จฟองสมุทรกับทีมงานยังพากันไปเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์พร้อมส่งเสียงกรี๊ดกระจาย ไลฟ์ลงไอจีอวดแฟนคลับทั่วเมือง ครั้นกลับมากินข้าวเย็นในเมืองเสร็จ ก็พากันเข้าโรงแรม แยกย้ายเข้านอนอย่างอ่อนเพลียหมดแรง

ดำเนินไปแบบนี้จนกระทั่งเย็นที่สอง

เซ็ตสุดท้ายเป็นการเดินรับแสงยามเย็นริมทะเลสาบซวนเฮือง ถ้าไม่มีเรื่องว้าวุ่นใจ คีตศิลป์คงจะมีอารมณ์ร่วมไปกับบรรยากาศกลางหุบเขาอันแสนจะโรแมนติก เขากุมมือฟองสมุทรไว้หลวมๆ ทำท่าเดินซ้ำแล้วซ้ำอีกในจุดเดิมเพื่อให้พี่เล็กได้จังหวะที่ดีที่สุด

มอเตอร์ไซค์ที่นี่ขับกันได้น่าหวาดเสียว แถมพอเห็นกองถ่ายที่คนค่อนข้างมากยังจอดมุงเอาดื้อๆ เดือดร้อนล่ามต้องเป็นคนขอให้ถอยออกไป มีวัยรุ่นออกมานั่งกินลม เล่นรองเท้าสเก็ต หรือไม่ก็ของเล่นที่โยนขึ้นฟ้าแล้วส่งแสงวิบวับ

ทั้งสองคนหันไปยิ้มให้กัน ทว่าต่างรู้แก่ใจว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

ฟองสมุทรอึดอัดแทบขาดใจ เธอรู้ว่าคีตศิลป์อยากจะพูดเรื่องอะไร แต่ที่หญิงสาวไม่ไว้ใจคือเธอจะคุมตนเองได้ดีแค่ไหนหากต้องอยู่ใกล้ชิดเขา นั่งจับเข่าคุยเรื่องความสัมพันธ์หรือต้องอธิบายเรื่องคืนนั้นอย่างละเอียดละออ หลังเพียรพยายามอยู่ห่างเขาไว้ บัดนี้รอยตราที่เขาเคยประทับเหมือนจะร้อนฉ่าขึ้นทุกครั้งที่ประสานสายตา

ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ

พอไม่มีการประชดประชันเหมือนเด็ก ไม่มีการทะเลาะด้วยเรื่องไร้สาระ เธอสามารถสัมผัสถึงแรงกระตุ้นทางกายระหว่างทั้งคู่ มันคลุมเครือแต่ก็ชัดเจน และเธอคิดว่าเขาก็กำลังตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน ทุกครั้งที่ได้กอด แววตาเขาจะเปล่งประกาย แม้เพียงน้อยนิดแต่ก็เป็นสัญญาณอันตราย

คืนนั้นหลังร่วมเตียง แม้ไม่มีเซ็กส์เร่าร้อน แต่ทำให้ทุกอย่างพลิกผันไปหมดสิ้น

“ฟองงงง Let’s go to NIGHT MARKET shopping!” เสียงอลิยาร้องเรียกออกมาจากนอกห้องน้ำ ฟองสมุทรกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าและรวบผมให้เข้าที่เข้าทาง เธอมองดูตนเองในกระจก รอยคล้ำใต้ตาแม้จะมีเครื่องสำอางปกปิดทำให้หญิงสาวถอนหายใจออกมายาว

“ไม่ไปดีกว่าพี่ลูกปัด ฟองอยากมาส์กหน้าอะ”

“งั้นเอาขนมไหมคะ...” ผู้จัดการสาวโผล่หน้าเข้ามา “...หรือของคาว เมื่อกี้พี่เห็นเค้าปิ้งไข่ ปิ้งพิซซ่า บั่นหมี๋แล้วก็ต้มกระเพาะปลาอะไรไม่รู้คนเต็มรอคิวเลย”

“เอาทุกอย่างเลยค่ะ” คนที่ชอบลองของแปลกบอก “กวาดมาให้เรียบ ฟองขอพักร่างแป๊บ เดินต่อไม่ไหวแล้ว”

“โอเค ใกล้กลับเมื่อไหร่พี่จะโทรหา...” คนที่กำลังตื่นเต้นเพราะจะได้เที่ยวรับคำอย่างร่าเริง รีบเดินไปคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมา ก่อนจะส่งเสียงโหวกเหวกเรียกทีมงานที่รออยู่หน้าห้อง “...ฟองไม่ไป แต่ลูกปัดจะไปปป รอน้องด้วยพี่ฮ้วงงง”

ประตูห้องปิดลง แล้วเสียงเอะอะก็จากไป

ฟองสมุทรเดินออกมาจากห้องน้ำ มองสภาพรกรุงรังเล็กน้อยในห้องนอนแล้วก็เดินไปนั่งบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอยกขาขึ้นกอดเข่า จ้องทิวทัศน์จากเนินสูงของโรงแรมที่สามารถเห็นทะเลสาบกับดาลัดได้เกือบค่อนเมือง ตลาดกลางคืนส่องแสงอยู่ไม่ไกล มีเสียงบีบแตรลอยมาให้ได้ยินเป็นระยะ

หลังเหม่อได้สักพัก หญิงสาวก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็คไลน์ โดยเฉพาะกรุ๊ปบ้าน ‘ศิลานนท์ คนน่ารัก’ ที่ตอนนี้ตื่นเต้นยิ่งกว่าวาระแห่งชาติเพราะน้องเล็กของบ้านกำลังท้องอ่อนๆ ซ้ำวันนี้ยังเป็นวันนัดกินข้าวมื้อใหญ่ประจำเดือน คนที่อยู่บ้านจึงต้องคอยรายงานสดให้สมาชิกที่ติดงานต่างประเทศ

แล้วไลน์ช่องส่วนตัวของเธอก็เด้งขึ้น

‘ฟอง ตกลงไปปะวะ’

ขนานฟ้า หนึ่งในลูกพี่ลูกน้องของเธอถามพร้อมแนบรูปสมาชิกรุ่นเดียวกันในบ้านมาด้วย ทั้งกุมภา กัญญา แดนไท แล้วก็อีกหลายคนที่เบียดเสียดอยู่ในเฟรม เนื่องจากเขาอายุมากสุดเลยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนหมู่บ้านมาถามเธอ

‘ไปสิพี่ขุน ตกลงร้านไหน’

‘ไลน์คอลมะ ขี้เกียจพิมพ์’

หญิงสาวกดรับโทรศัพท์ตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตู เพิ่งผ่านไปไม่กี่นาทีหลังอลิยาออกไป เธอคิดว่าเจ้าหล่อนอาจจะลืมของ หรืออะไรสักอย่าง จึงลุกขึ้นแล้วกรอกเสียงทักทายไปด้วย

“สวัสดีค่า”

“กรี๊ดดดดด ชั้นเห็นรูปแกกับตาคิงส์แล้วนะ กรี๊ดดดดดดดด”

กัญญามือชงอันดับหนึ่งของบ้านส่งเสียงกรี๊ดนำมาคนแรก ขนานฟ้าคงโดนแย่งโทรศัพท์ เพราะเขาสบถสาบาน ได้ยินเสียงกุกกักสลับกับเสียงโวยวายไม่เป็นศัพท์

ฟองสมุทรไม่ได้ดูช่องตาแมว... ด้วยความประมาทเลินเล่อหรืออะไรก็ตามแต่ เธอเปิดประตู แล้วพบว่าคีตศิลป์ยืนล้วงกางเกงอยู่ เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นหน้าเธอ ว่าด้วยน้ำเสียงไม่บอกอารมณ์

“นึกว่าจะไม่เปิดให้”

เจ้าของห้องเม้มริมฝีปาก โดนเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนปลายสายอุทานมาอีกรอบ

‘เฮ้ย เมื่อกี้เสียงคิงส์รึเปล่า ตอนนี้กี่โมงแล้ว ไหนพี่ฮ้วงขึ้นไอจีสตอรี่ว่าถ่ายงานเสร็จแล้วไง!’

หญิงสาวไม่รู้จะอธิบายยังไง เธอจึงรีบว่าก่อนกดตัดสาย

“ฟองติดธุระนิดหน่อย แค่นี้ก่อนนะคะพี่ขุน...”

 

--------------------------

ท้าแล้วอย่าถอย.. ไม่งั้นจะถูกพี่สอยนะน้องงง

อยากถูกสอยค่ะ แอร๊ยยยยย เปิดเพลงรอเลย

ถ่า ดา ดา ดา ถ่า ท้า ถ่า ดาาาาาาา

​(ถกกางเกงนอนหลายหมีจนเห็นขาอ่อน)

ปล. กลายเป็นลุงคิงส์ไปแล้ว

ปล2. หนังสือเปิดจองวันที่ 9 นี้นะคะ ส่วนอีบุ๊คมาปลายเดือนมีนาค่ะ อ่านสดกันไปก่อนนนน

ความคิดเห็น