ปิดการขาย ปิดการขาย ปิดการขาย ปิดการขาย

EP.01 : แต่ถ้าลูกชอบผู้ชายด้วยกัน...แม่ขอเป็นคนเลือกผู้ชายให้ลูกเอง

ชื่อตอน : EP.01 : แต่ถ้าลูกชอบผู้ชายด้วยกัน...แม่ขอเป็นคนเลือกผู้ชายให้ลูกเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2561 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.01 : แต่ถ้าลูกชอบผู้ชายด้วยกัน...แม่ขอเป็นคนเลือกผู้ชายให้ลูกเอง
แบบอักษร

image

​รถยุโรปราคานับสิบล้านกว่าบาท ขับเคลื่อนที่เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ด้วยความเร็วสูงทันทีที่ประตูรั้วบ้านเปิด 


เจ้าของบ้านเรียกที่แห่งนี้ว่าบ้าน หากแต่คนที่ผ่านไปมากลับเรียกว่าคฤหาสน์แทนซะงัน 


เพราะเมื่อมองจากด้านนอก ตัวบ้านที่ใหญ่โตมาก บริเวณบ้านมีสวนไม้ดอกไม้ประดับไม้ยืนต้นมากมายหลากหลายชนิด ประดับประดาด้วยน้ำพุหน้าบ้าน ทุกๆที่ในบริเวณบ้านล้วนออกแบบตกแต่งได้อย่างทันสมัยและสวยงามผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว         

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า อกผายไหล่ตึง แข็งแรงสมชายชาตรี ลงมาจากรถยนต์คันดังกล่าว แล้วรีบเดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยความกระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไว                


รุจิเลขามองไปที่ชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาภายในบ้านของตน ผู้ชายคนนี้ช่างคล้ายเหลือเกิน เขาเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอรักและตกลงแต่งงานด้วย 

ถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะจากโลกนี้อย่างไม่มีวันได้กลับมาอีกไปแล้ว แต่ความรักที่มีต่อตัวเขายังเต็มเปี่ยมทุกก้นบึ่งของหัวใจ         

ใบหน้าของชายหนุ่มที่ได้รูปทรงที่ลงตัวราบกับรูปปั้น เค้าหน้าของเขาเหมือนกันกับคนรักของรุจิเลขาไม่มีผิดเพี้ยน 


ยกเว้นแววตาที่หวานและคม กับริมฝีปากที่เป็นสีแดงอ่อนๆเป็นธรรมชาติ มีเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นที่ชายหนุ่มถอดเค้ามาจากตัวเธอ          

"เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมลูก"


คุณรุจิเลขาถามบุตรชายคนเดียวของเธอที่พึ่งกลับมาจากทำงานที่บริษัท         

บริษัทที่คุณอภิสิทธิ์ผู้เป็นสามีได้ก่อตั้งสร้างตัวขึ้นมาจากบริษัทเล็กๆ เติบโตกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่โตและมั่นคงอยู่ตราบทุกวันนี้


"ก็ไม่เท่าไร...ครับท่านประธาน" 

ปรัตกรพูด แกมยิ้ม พร้อมกับถอดสูดออก และปลดไท้วางไว้ เขาพับแขนเสื้อขึ้นมา แล้วปลดกระดุมเสื้อออกสามแถว เผยแผ่นอกแน่นกว้างแข็งแรง 


"ก็ไม่เท่าไรของลูก มันคืออะไรละ"

คุณรุจิเลขาพูดไปในขณะที่ตาจ่องมองไหมพรมที่เธอกำลังถักอยู่ แน่นอนตอนนี้เธอดำรงตำแหน่งประธานบริษัท โดยมีปรัตกรทำหน้าที่ดูแลทั้งหมดยกเว้นงานบุคคลและการเงิน ที่รุจิเลขาจะดูแลเอง


"ก็เรียบร้อยดีครับ" ปรัตกรพูดในขณะที่ค่อยๆเอนกายลงนอนราบที่โซฟาตัวยาว 


ครู่หนึ่งคนรับใช้ในบ้านก็มาหยิบเสื้อสูดและเนกไทของปรัตกร ถือออกไป  ในขณะที่คุณรุจิเลขาวางอุปกรณ์ถักไหมพรมไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะมองไปที่ตัวลูกชายที่นอนหลับตาอยู่ 


"แม่มองผมทำไมหรือครับ ตาไม่กะพริบเลย*"**

ชายหนุ่มถามขึ้นมาเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าผู้เป็นมารดากำลังนั่งมองอยู่ 

คุณรุจิเลขาอมยิ้ม เธอมองเห็นหน้าลูกชายทีไร 

ชวนให้คิดถึงใครคนหนึ่งคนนั้นทันที 


"คิดถึงพ่อเหรอครับ" 


ปรัตกรพูดขึ้นมาอย่างรู้ใจ สามปีแล้วที่ผู้เป็นบิดาต้องจากโลกนี้ไปด้วยโรคเนื้อร้าย 


วันที่พ่อเสียชีวิต คือวันที่ปรัตกรโทรศัพท์บอกบิดาว่าตนเรียนจบปริญญาโท บริหารธุรกิจจากอเมริกาเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะบินกลับประเทศไทย ชายหนุ่มกลับมาก็ต้องพบกับความโศกเศร้าที่สุด เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่าผู้เป็นพ่อเป็นโรคมะเร็ง คุณรุจิเลขาและคุณอภิสิทธิ์ปกปิดเรื่องนี้ไว้เพราะเกรงว่าจะทำให้ลูกเสียสมาธิในการเรียน              

"พ่อสบายแล้วครับ อยู่บนสวรรค์ชั้นเจ็ดนู้น" 

เขายิ้มให้มารดารอยยิ้มที่ยิ้มอย่างจริงใจเผยเขี้ยวของชายหนุ่มที่ลอดโผล่ออกมาขณะที่กำลังยิ้มอยู่ 

มองดูแล้วปรัตกรเหมือนเทพบุตรในคราบของซาตานยังไงยังงัน 

"แล้วแม่จะได้ไปอยู่สวรรค์ชั้นเจ็ดกับพ่อเราไหมหนอ"

"โหย ได้ไงครับแม่ ผมไม่ยอมหรอก คุณแม่ต้องอยู่กับผมไปนานๆ”

คำพูดของบุตรชายทำให้คุณรุจิเลขา หัวเราะออกมาทันที 

"เข้าใจพูดนะเรา"

"ผมพูดจริงครับ" ปรัตกรอมยิ้ม 

" จร้า... ว่าแต่เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาสักที ฮึ!!!คนชอบเยอะแยะแต่ไม่ยอมเอา ลูกจะชอบอะไรแบบไหนก็บอกแม่มาตามตรง จะชายหรือหญิง แม่รับได้หมด แต่ขอดูนิสัยใจคอก่อนเท่านั้นแหละ”

ตั้งแต่เสียสามีไปด้วยโรคร้าย รุจิเลขาได้สัจธรรมชีวิตมาข้อหนึ่งคือความแน่นอนคือความไม่แน่นอน จะมัวไปยึดติดทำไม เดี่ยวก็ตายจากกันไปหมดแล้ว

“ผมไม่มีหรอกครับ และผมก็ไม่ใช่เกย์นะครับคุณแม่”

คุณรุจิแลขาได้ยินดังนั้นก็อมยิ้มขึ้นมาทันที เธอดีใจเหลือเกินที่ปรัตกรลูกชายยังไม่มีคนรัก  ผู้ชายวัยหนุ่มที่ครบถ้วนทุกอย่างทุกประการไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ฐานะ ต่างดีไปหมดย่อมเป็นที่จับตามองของเหล่าบรรดาสาวๆ เป็นธรรมดา

.

ถ้าปรัตกรชอบสาวๆ คงปล่อยให้เขาหาเอง

แต่

ถ้าปรัตกรชอบผู้ชายด้วยกัน..รุจิเลขามีคนในใจที่จะแนะนำให้บุตรชายของตนได้รู้จักและคบหา....นั้นก็คือลูกชายของเพื่อนสนิทของเธอนั้นเอง. #น่ารัก

.

"ถามจริงๆเหอะ ตอนนี้คบหาดูใจใครอยู่ บ้างหรือเปล่า"     

"ไม่มีหรอกครับ ถ้าผมมีเมื่อไหร่จะบอกแม่เป็นคนแรกเลยครับ หรือถ้าผมเกิดชอบผู้ชายเมื่อไหร่จะรีบบอกแม่ทันทีเช่นกันครับ”

รุจิเลขายิ้มให้กับความกะล่อนของลูกชาย ปรัตกรเขาไวมากเรื่องความคิด คำพูดคำจา เหล่าบรรดาลูกค้ามากหน้าหลายตาทุกเพศทุกวัย ติดเขาไปหลายรายมาก ยอมร่วมลงทุนด้วยมากมายหลายรายแล้ว

“เดี่ยวผมขอตัวนะครับ”.

ชายหนุ่มคุยกับมารดาสักแปบ ก็ขึ้นไปยังห้องนอนส่วนตัวของตน

.

oooooooooooooooooooooooo

.

image

 ลลิตา วรลักษ์ กำลังวุ่นวายอยู่กับเสื้อผ้าที่เธอจัดเตรียมไว้ให้ใครคนหนึ่ง และคนที่ว่าก็เข้ามาในห้องพอดิบพอดี

“มาก็ดีแล้ว ตาหนึ่ง มาเร็ว มาช่วยแม่เลือกชุดหน่อยสิ”

ลลิตาพูดพร้อมกับสลับสับเปลี่ยนชุดนู้น ชุดนี้หลายชุด สุดท้ายตัวที่เธอถูกใจก็อยู่ในมือ


“ลูกใส่ชุดนี้นะ แม่ว่าเหมาะกับลูกที่สุด”


เป็นหนึ่ง วรลักษ์ มองดูชุดทำงาน เสื้อเชิร์ต เน็ตไทด์มากมายหลายชุดที่วางเรียงรายกัน

พรุ่งนี้บุตรชายของตนมีสัมภาษณ์งานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เห็นว่าที่นี่รีบจองตัวเป็นหนึ่งให้ไปสัมภาษณ์งาน ทั้งๆที่เป็นหนึ่งกำลังสอบไฟนอลเทอมสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยแท้ๆ

“แม่ครับ ... ผมมีชุดแล้ว”

“ชุดลูกนะเหรอ แม่เห็นละ ไม่ผ่านค่ะ ต้องชุดแม่เท่านั้น” ลลิตายิ้มด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเลือกให้บุตรชาย

เธอสู้ตัดเย็บเสื้อผ้าส่งลูกชายเรียนมหาวิทยาลัยจนจบ ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวคนเดียวเท่านั้น เพราะบิดาของเป็นหนึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่เขาอายุเพียง 4 ขวบ

เป็นหนึ่งเองไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ไม่ไปไหนเลยเพราะต้องประหยัดเงิน อยู่บ้านอ่านหนังสือดีที่สุด และเขาก็เรียนจบด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยมเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ทำให้ลลิตาปลื้มใจมาก ยิ่งรู้ว่าจะได้ไปสัมภาษณ์งาน ลลิตายิ่งดีใจไปกับใหญ่

แต่เกียรตินิยมไม่ใช่เป็นตัววัดความสำเร็จ สิ่งนี้เป็นหนึ่งรู้ดี แต่อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้เขาได้ไปสัมภาษณ์งาน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว