ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#2 : ไม่มีเรือ... จะวิ่งบนน้ำก็ได้ (100%) (รีไรท์)

ชื่อตอน : #2 : ไม่มีเรือ... จะวิ่งบนน้ำก็ได้ (100%) (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 219.6k

ความคิดเห็น : 246

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2564 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
#2 : ไม่มีเรือ... จะวิ่งบนน้ำก็ได้ (100%) (รีไรท์)
แบบอักษร

คงเป็นเสียงของเขานั่นเองที่ทำให้คนในอ้อมกอดตื่นขึ้น แพขนตางอนระยับไหวกระเพื่อม ก่อนเธอจะลืมตาอย่างงัวเงียและอ่อนเพลีย ฟองสมุทรชะงักเมื่อพบว่าเธอกับเขาจ้องกันอยู่ในระยะประชิด มือหนาวางอย่างหมิ่นเหม่ในส่วนที่ไม่สมควร...

เธอก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ปัดมือเขาออกพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงลำคอ อาการว้าวุ่นระคนร้อนรนของเธอทำให้คีตศิลป์รู้สึกแย่ สมองเขาหมุนจี๋เพื่อดึงความทรงจำก่อนจะหลับไปออกมาให้มากที่สุด... แต่มันแค่ปะติดปะต่อ... ไม่เป็นรูปเป็นร่างจนเขาชักจะมึนหนัก

เขาเมาเข้าห้องผิด... กอดเธอ... จูบเธอ

แล้วก็ร่างที่ระทดระทวยเปล่งเสียงเรียกกันไม่หยุด มีเหงื่อผุดพราย หวีดร้องยามที่เขา...

อันไหนจริงอันไหนฝันวะ!

เขาจำไม่ได้ แต่ช่างหัวมันเถอะ สถานการณ์ตรงหน้าชวนให้วิตกยิ่งกว่า เขาเมาจนขาดสติ ทำตัวไม่สมกับความเป็นสุภาพบุรุษ แม้ที่ผ่านมาจะแกล้งฟองสมุทรหนักแค่ไหน จะเชือดเฉือน จะประชดประชันหรือเสียดสี แต่ไม่เคยมีเสี้ยววินาทีใดที่เขาคิดหักหาญน้ำใจ

“ขอโทษ...” เสียงทุ้มแตกพร่าแบบคนเพิ่งตื่น หญิงสาวช้อนตาสบเขา แล้วก็เบือนหน้าหนี

เธอตรวจดูแล้ว เธอไม่ได้เจ็บ ไม่ได้ปวดตรงไหน ร่างกายยังสมบูรณ์ครบ ยืนยันชัดว่าเมื่อคืนไม่ได้มีอะไรกัน

“ห้ามขอโทษนะ...” เธอว่าด้วยสุ้มเสียงเดาอารมณ์ยาก “...ช่างมันเถอะ เราเองก็ผิดที่ไม่ยอมไล่คิงส์ออกไป”

“แต่เมื่อคืนฉันไม่ได้ป้องกัน”

อาการนิ่งสงบคล้ายเมินเฉยของสาวเจ้าทำเอาคนมองใจเสีย เขาคิดว่าเธอโกรธมาก โกรธจนไม่อยากมองหน้า ซึ่งก็สมควรอยู่... ชายหนุ่มชักมั่นใจว่าการร่วมรักเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน เขาควรวางทิฐิลงเพื่อปลอบเธอ ทำอะไรก็ได้ให้เธอรู้สึกดีขึ้น

แต่เมื่อยกมือขึ้นหมายจะจับไหล่ เธอก็กระถดตัวถอยหนี

“เราไม่ได้มีอะไรกัน...” หญิงสาวว่าเสียงเบา

“รู้ได้ยังไง อาจจะมีก็ได้” เขาเปลี่ยนเป็นเชยคางมน จับให้หันกลับมาสบตากันอีกครั้ง

ทว่าเธอยังบอกออกมาเสียงเรียบ

“ถึงจะมี คิงส์ก็ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ก็รู้นี่ว่าเรื่องแบบนี้กับฟองเป็นของธรรมดา”

คำนั้นราวกับหมัดหนักฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ เจ็บจนจุกแน่น ชายหนุ่มจะพบว่าใจตนเต็มไปด้วยอารมณ์อธิบายยาก มันก้ำกึ่งระหว่างความโกรธจนขนลุกชัน... อยากจะต่อยใครบางคน... แล้วก็น้อยใจ... แต่เขาจะน้อยใจเรื่องอะไร ก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีหวังจะเป็นผู้ชายคนเดียวของเธอ

“เข้าใจล่ะ...” เขาหาเสียงของตนเจอในที่สุด แค่นออกมาอย่างเย้ยหยัน “...เรื่องธรรมดาสินะ”

“รู้ก็ดี” เธอตอบหน้านิ่ง ไม่มีแววหวั่นไหวอยู่ในตา “...ตอนออกห้องอย่าลืมดูซ้ายดูขวาด้วย เรายังไม่อยากเป็นข่าว”

ถ้อยคำเผ็ดร้อนระเบิดขึ้นในใจคนฟัง ‘กลัวคนอื่นจะรู้รึไง’ ‘กลัวคนที่คั่วอยู่ด้วยเข้าใจผิดว่าคบซ้อน?’ และมีแม้กระทั่ง ‘ฉันมันไม่เร้าใจใช่ไหมเธอถึงได้ไล่ออกห้อง’ ทว่าก่อนที่เขาจะขาดสติปะทุมันออกมา หญิงสาวก็พลิกตัวหันหลัง กอดผ้าห่มไว้แน่นกว่าเดิม

เขาถอนหายใจเฮือกยาวอย่างอัดอั้น รีบลุกแล้วควานหาเสื้อผ้าที่ตกเรี่ยราดตั้งแต่ข้างเตียงจนถึงประตู เสื้อยืดตัวใน กางเกงใน กางเกงยีน เสื้อเชิ้ต แล้วก็รองเท้าแตะ แทบจะทึ้งผมไปด้วยอย่างคุมตัวเองไม่อยู่ หลังเปิดประตูออกไปแล้วพบว่าทางเดินไร้ผู้คน เขาก็ระบายอารมณ์ด้วยการปิดมันไล่หลังแรงๆ

แต่ขาเขาก้าวไม่ออก ชายหนุ่มยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้า บีบขมับพร้อมสบถสาบานออกมา

“แม่งเอ้ย...”

เขาอยากจะกลับเข้าไปกอดเธอ... แต่ก็เขาอีกนั่นล่ะที่เป็นคนปิดประตู!

.

.

ละครเรื่อง ‘โคมรัตติกาล’ ปิดกล้องด้วยความทุลักทุเลตั้งแต่ต้นจนจบ หลังจากฟองสมุทรนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจคีตศิลป์ เธอก็ลุกขึ้นมากินยาแก้แพ้ อาบน้ำเมคอัพกลบตาบวมๆ แล้วลงรองพื้นลบร่องรอยสีหวานที่คอ ระหว่างนั้นพยายามคิดหาสาเหตุว่าทำไมถึงตื่นมาในสภาพเปลือยเปล่า การนอนละเมอแก้ผ้ามีแนวโน้มสูงกว่าเหตุผลอื่น

ฉากสุดท้ายถ่ายบนเรือยอร์ชกลางทะเล เป็นซีนปิดที่หวานหยด แต่เทคยับจนสุดท้ายต้องแก้บทเล็กน้อยเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ แม้จะรู้สึกแย่กับความไม่เป็นมืออาชีพของตน แต่บ่ายแก่วันนั้นหญิงสาวเก็บกระเป๋าขอตัวออกจากเกาะทันที อ้างว่ารู้สึกไม่ค่อยดีและอยากไปโรงพยาบาลในเมืองกรุง

ไม่มีใครกล้าขวาง

หลังจากวันนั้น เธอเจอคีตศิลป์อีกครั้งที่งานแต่งของเพลงพิณกับสรัทกาล ทว่าเธอกลับเข้าหน้าเขาไม่ติด ต้องคอยหลบจนกระทั่งจบอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ซึ่งชายหนุ่มเองก็ไม่ได้กระตือรือร้นในการเข้ามาคุยกับเธอนัก จบงานก็แยกย้าย

แต่เธอรู้... ความอึดอัดยังไม่หมดเพียงเท่านี้

.

.

เสียงกรี๊ดกระหึ่มดังลอดเข้ามาในห้องแต่งตัวซึ่งใช้สำหรับเก็บตัวนักแสดง วันนี้มีงานเปิดตัวละครในฮอลล์ใหญ่กลางห้างสรรพสินค้าดัง ซึ่งจะยิงทีเซอร์ตัวอย่างและมีโชว์ร้องเพลงเล็กน้อยจากคู่พระนาง ฟองสมุทรเพิ่งเมคอัพเสร็จตอนที่อลิยาเปิดประตูเข้ามาพร้อมกระดาษปึกใหญ่

“แฟนคลับข้างนอกกรี๊ดกันกระจายเลยตอนเห็นหน้าพี่...” หล่อนหยิบกระดาษบางแผ่นยื่นให้เธอ “...บรีฟค่ะน้อง จำเนื้อเพลงได้แล้วใช่ไหม”

“จำได้แล้วค่ะ...”

ทว่าฟองสมุทรก้มลงอ่านสิ่งที่อยู่ในมือได้สักพักก็หน้าแดงแจ๋ ออกอาการรับไม่ได้อย่างรุนแรง เธอฉีกกระดาษที่อยู่ในมือจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีด้วยสีหน้าเกือบจะกรี๊ด

“ตายแล้วน้องฟอง ทำไมฉีกกระดาษแบบนั้นละคะ”

“พี่ลูกปัดนั่นแหละเอาอะไรมาให้ฟองอ่าน!!!”

แฟนฟิคชั่นเรทสิบแปดบวกที่วันนี้อลิยาอ่านไม่ทันจนต้องขอให้แอดมินบ้านแฟนคลับปริ้นท์มาให้กลายเป็นเศษในพริบตา ผู้จัดการสาวอยากจะร้องไห้ หล่อนขี้เกียจไถทวิตเตอร์เพื่อตามหาลิ้งก์ลับ ในแฮชแทคบ้านคู่ก็คนมหาศาลเหลือเกิน

“พี่หยิบสลับกับแผ่นบรีฟน่ะ โทษทีนะ”

สายตาที่เขม่นมองมาทำให้คนร้อนตัวต้องรีบอธิบายเพิ่ม

“น้องแอดมินเอาร่างโปรเจ็กต์ในงานมีทติ้งมาให้พี่ตอนแวะถ่ายรูปเมื่อกี้...” อลิยาอ้างกระท่อนกระแท่น “...แต่ไอ้นี่มันติดมาด้วย พี่ก็เลย...”

“แผ่นบรีฟค่ะ...” ฟองสมุทรตัดบทพลางสูดหายใจเข้าเรียกสติ “...หยิบให้ถูกอันนะคะพี่ เดี๋ยวฟองต้องไปเซ็ตเอียร์อินก่อนขึ้นรันทรูแล้ว”

ผู้จัดการคนเก่งรีบกวาดเศษกระดาษลงถังขยะใต้โต๊ะแต่งหน้า แล้วยื่นกระดาษปึกใหม่ให้นางเอกสาวอย่างว่องไว เธอรับไป พลิกเช็คสองสามหน้าแล้วก็ถอนหายใจเฮือกยาว

“พี่ไปซื้อกาแฟให้นะ” อลิยาบอกอย่างเอาใจ ทว่าในหัวคิดไปไกลว่าอาจจะต้องออกไปไลน์ขอลิ้งก์ ไม่สิ... ขอต้นฉบับมาเซฟไว้ในมือถือก่อนที่คืนนี้จะไม่มีเวลาน่าจะดีที่สุด...

“ขอบคุณค่ะ”

แล้วผู้จัดการสาวก็รีบพุ่งออกห้องแต่งตัว โดยไม่ลืมไปเตือนช่างแต่งหน้าว่าอย่าเพิ่งไปยุ่งกับคนที่กำลังตั้งสมาธิอ่านงาน

.

.

 

“อินเอียร์ผมไม่ค่อยดีแล้วครับพี่เจส...” คีตศิลป์บ่นถึงหูฟังที่ใช้สำหรับการขึ้นเวทีเพื่อแสดงสด วันนี้เขาเกือบจะร้องเพลงคร่อมจังหวะถ้าไม่ได้ฟองสมุทรที่ขึ้นเวทีคู่กันช่วยไว้ “...ผมว่ามันไม่ได้ใช้นานก็เลยเสื่อม กลับมาจากดาลัตแล้วหาเวลาไปทำใหม่ดีไหมครับ”

ภายในรถตู้คันโต พระเอกหนุ่มที่เปลี่ยนกลับมาใส่ชุดลำลองนั่งอยู่เบาะหลังสุด ส่วนสองผู้จัดการที่แทคทีมเหมารถไปสนามบินโดยไม่ทราบสถานการณ์ระหว่างสองหนุ่มสาวก็พากันเออออตามไปด้วย

“คิงส์พาฟองไปด้วยสิ เมื่อกี้ฟองก็บ่นอยู่เหมือนกัน”

ฟองสมุทรนั่งตัวเกร็งอยู่เบาะหน้า รู้สึกอึดอัดพิลึกที่ต้องปั้นหน้าสงบแม้กระทั่งหลังฉาก เมื่อครู่ภายในงานอีเว้นท์ แฟนคลับกรี๊ดกันตึกแทบถล่มเพราะเป็นงานคู่ครั้งแรกนับตั้งแต่ชายหนุ่มกลับมา แต่ละบ้านขุดป้ายไฟสมัยเก่าขึ้นมาตั้งแข่งกับอันใหม่อย่างยิ่งใหญ่... และที่ตลกที่สุดคือ ป้ายไฟรูปเรือที่เปล่งแสงเรืองรองก่อนพวกเธอขึ้นเวที... ช็อตดับทันทีที่เพลงดังขึ้น

จากที่ประหม่าก็ดีขึ้นทันตาเมื่อได้ยินเสียงโหยหวนของแฟนคลับที่ดูแลป้ายอยู่ แล้วงานทั้งหมดก็ผ่านพ้นไปด้วยดีแม้จะไม่มีเรือ 

ตอนนี้พวกเธอกำลังนั่งรถไปสนามบินเพราะต้องไปถ่ายแบบต่อที่เวียดนาม มีแฟนคลับเหมารถตามจากห้างสรรพสินค้าเป็นโขยงเพื่อมาส่ง หญิงสาวทราบคิวนี้อยู่แล้ว แต่ที่ผิดคิวคือการที่คีตศิลป์ขึ้นรถมาด้วย

มันก็ไม่ผิดอะไร... เพราะต้องบินไฟล์ทเดียวกัน

แต่เธอไม่อยากอยู่ใกล้เขานานเกินไป!

ฟองสมุทรเชื่อมแอร์พอดกับโทรศัพท์แล้วแกล้งหลับในระหว่างที่ทุกคนคุยกันเรื่อยเปื่อย นานนับชั่วโมงกว่าจะถึงสนามบิน ครั้นรถจอดเทียบประตูทางเข้า แฟนคลับส่วนใหญ่ก็มายืนถือกล้องคอยท่าเรียบร้อยเพราะเป็นธรรมเนียมที่จะต้องมาส่งเธอไปต่างประเทศ หญิงสาวถอดหูฟังออก คอยจะกระทั่งการ์ดเดินมาเปิดประตูรถให้ เธอจึงลงไปพร้อมเสียงลั่นชัตเตอร์ที่ดังขึ้น

“น้องงงงฟองงง มองกล้องนี้หน่อย”

“กล้องพี่ด้วย กล้องพี่ด้วย!”

“พี่คิงส์มาคันนี้ด้วยใช่ไหม...” เธอได้ยินแฟนคลับบางคนหันไปถามกันเอง แล้วก็พยักหน้าหงึกหงักตอบกันเอง “...อ๊ะ นั่นไงลงมาแล้ว”

ไม่มีใครกรี๊ดเพราะตามงานจนรู้มารยาทกันดี จากที่เบียดเสียดเข้ามาถ่ายรูป แฟนคลับก็กระจายออกไปแล้วเริ่มตั้งแถวเดี่ยว แต่ที่ทำให้ฟองสมุทรหนักใจที่สุดคือทั้งแฟนคลับบ้านเดี่ยวและบ้านคู่ ไม่มีใครแยกโซนแม้แต่คนเดียว

“พี่ลูกปัดสั่งให้ถ่ายคู่พร้อมกันทั้งคิงส์ฟองเลยเพราะวันนี้เผื่อเวลามาไม่เยอะ” กลุ่มแอดมินประจำบ้านของทั้งสองรีบบอก ส่วนคนที่สั่งไว้เดินฉิวไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์แทนให้เรียบร้อย “เราจะรีบรันคิวนะ พวกตัวจะได้มีเวลาเข้าไปพักผ่อนในเล้าจ์”

มาแบบนี้จะให้ปฏิเสธยังไง...

แล้วการถ่ายรูปหมู่สามสี่ห้าคนก็เริ่มขึ้น ฟองสมุทรแจกยิ้มอย่างจริงใจให้กับทุกกล้อง โชคดีที่มีแฟนคลับสลับกันเข้ามาคั่นกลาง เธอเลยไม่ต้องโดนตัวชายหนุ่มมากนัก หลังจากยืนจนเมื่อย สลับนั่งบนเก้าอี้บ้าง ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็เวียนจนครบ

แล้วแฟนคลับก็โบกมือบ๊ายบายส่งพวกเธอเข้าเกท แยกย้ายหน้าบานแฉ่งไปตามระเบียบ

เมื่อมาถึงห้องรับรองส่วนตัวภายในเล้าจ์ มีทีมถ่ายนิตยสารและตากล้องนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ฟองสมุทรจึงเลือกที่นั่งที่ไกลจากพระเอกคู่ขวัญที่สุดโดยไม่สนใจว่าอลิยาจะนั่งตรงไหน เธอทรุดตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อน ทว่าหลังจิบน้ำที่คนเอามาเสิร์ฟเสร็จ ก็ต้องยิ้มให้โทรศัพท์มือถือของพี่พีอาร์ที่กำลังถ่ายไอจีสตอรี่อีก

“คืนนี้เราจะไปไหนกันนน”

“อยากรู้ต้องรอดูนะคะ” เธอขยิบตาส่งวิ้งอย่างรู้งาน แล้วกล้องก็เบนไปที่คีตศิลป์แทน เขากำลังยัดเกี๊ยวกุ้งเข้าปากอย่างไม่สนมาดพระเอก ทำเพียงโบกมือแล้วชูนิ้วโป้งให้

“ฟองๆ ดูนี่เร็ว พี่ตลกจนกลั้นไม่ไหวแล้ว”

หลังไอจีสตอรี่ที่ถูกแทคแจ้งเตือนได้ไม่กี่นาที อลิยาก็เดินมานั่งข้างเธอพร้อมยื่นขนมชั้นให้ ฟองสมุทรหยิบเข้าปาก ชะโงกอ่านอะไรบางอย่างในแท๊บเล็ตของผู้จัดการสาวไปด้วย

“ตลกจนต้องกลั้นเลยเหรอคะ”

“ใช่สิ”

“กลั้นไว้ค่ะ อย่าหายใจออกมานะคะ”

“เดี๋ยว ไม่ได้มั๊ย” อลิยาทำหน้าเหมือนโบท็อกซ์กำลังสลาย

มันเป็นแทค #คิงส์ฟอง ที่ขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์เพราะเพิ่งมีแฟนคลับรายงานสดติดกันสองงานทั้งที่ห้างและสนามบิน เธอเห็นรูปตัวเองชัดแจ๋ว ถ่ายออกมาหน้าตาออกมาโอเคไม่มีเหวอ ก่อนจะเลื่อนตาลงสู่เมนชั่นด้านล่าง

‘วันนี้แทบไม่มีโมเม้นท์เลยอะ คิดไปเองรึเปล่าว่าพี่เขาแทบไม่มองตากัน’

'ป้ายเรือก็พัง ต้องสั่งใหม่’

‘เฮ้ยยย ไม่เป็นไร เรือไม่มีก็วิ่งบนน้ำไปก่อน วิ่งมาตั้งสองปีแล้ว มันต้องมีสักวัน!’

‘น้ำแห้งเรือแตกนุจะแบกเรือวิ่งก็ล่าย’

‘ปลูกต้นกล้วยเตรียมจะแห่ขันหมาก ตอนนี้กล้วยลามเต็มทั้งดอยแล้ว ฮืออออ’

สองข้อความสุดท้ายทำเอาคนอ่านเกือบสำลักขนม 

เธอเหลือบตาขึ้นมองคีตศิลป์ สบตากันเพียงแวบเดียวหญิงสาวก็ต้องรีบก้มหน้ายกแก้วขึ้นมากระดก เธอดื่มจนหมดไม่พอ ต้องคว้าแก้วของอลิยามาดื่มต่ออีก...

ขอให้การทำงานครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีทีเถอะ

 

--------------------------------

Q :

จะดราม่ากว่านี้ไหมไรท์เตง เค้ารับไม่ไหวแล้ววว

ตอบ

: ไม่อะ จะหวานขึ้น จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ 

นุมาพร้อมสโลแกนที่ใช้ได้ทุกเรื่อง

ดราม่าไม่จีรัง เลิฟซีนสิยั่งยืน

ฮ่าๆๆๆๆๆ

//เกาะปีกเครื่องบินตามมาค่ะทุกคล ไปเปิดประสบการณ์นอกประเทศกัน! //

ปล. วันนี้ค่ำๆน่าจะลงอีกตอน ฝากกดไลค์เผนกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว