ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 6 เหตุใดทำตนดั่งเช่นขโมย

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 เหตุใดทำตนดั่งเช่นขโมย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 เหตุใดทำตนดั่งเช่นขโมย
แบบอักษร

หลายวันผ่านไป วังหลวงก็มีประกาศราชโองการปลดองค์หญิงสี่หลิวซางหรูเป็นสามัญชน อีกทั้งยังมีราชโองการพระราชทานสมรสองค์หญิงสี่กับท่านอัครเสานาบดีฟางหยวนอี้ ยามนี้ที่จวนของข้ากำลังจะลุกเป็นไฟ ด้วยท่านปู่อยากไปเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่องค์หญิง แต่ถูกท่านย่าห้ามไว้

“เพ้ย! ปลดเป็นสามัญชนข้ายังพอรับได้ อย่างน้อยนางเป็นหลานของข้า ข้าดูแลนางได้ แต่สมรสพระราชทานเพื่อการใด แถมยังเป็นเจ้าเด็กหน้าน้ำแข็งผู้นั้นอีก หรูเอ๋อของข้าทั้งงดงามและสูงส่ง แต่งกับให้คนเช่นนั้นไม่รู้ว่าภายหน้าชีวิตของนางจะเป็นเช่นใดบ้าง” ท่านปู่โวยวายอยู่ในโถงของจวน ยามนี้ท่านย่าให้บ่าวรับใช้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณนี้ไปหมดแล้ว เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดนำคำพูดของท่านปู่ออกไปเผยแพร่

“ท่านพี่ ถึงอย่างไรฝ่าบาทก็ไตร่สวนแล้ว ได้ความว่าหรูเอ๋อนางมีความผิดจริง อีกอย่างท่านอัครเสนาบดีฟางหยวนอี้ก็ถือได้ว่าเป็นคนดีผู้หนึ่ง ได้แต่งกับเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องดีของนางแล้ว” ท่านย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“เป็นคนดีที่ตรงจุดไหนกัน เมื่อหลายวันก่อนข้าไปเข้าเฝ้าในท้องพระโรง เจ้าเด็กหน้าเหม็นนั่นซักไซ้สอบถามเอาความกับข้าหลายอย่าง บอกว่าข้ามิรอบคอบบ้าง ใช้สมองให้มากขึ้นเสียหน่อย งานที่ข้าทำจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้ เพ้ย! ข้านับว่าเป็นรุ่นไหนของมันแล้ว มันกล้าตำหนิข้าในท้องพระโรงเช่นนี้ ข้าไม่ฟันมันให้หัวขาดกระจุยก็บุญแล้ว” ท่านปู่กล่าวด้วยน้ำเสียงแค้นเคืองใจ

“ที่เขาว่ามาก็เป็นความจริง ท่านพี่เรื่องการจัดซื้อของในกองทัพหากท่านไม่ระวังจัดการให้ดี ก็เหมือนดาบสองคม คมดาบจะหันมาทิ่มแทงท่านเมื่อใดก็สุดรู้ ท่านต้องระมัดระวังให้มากหน่อย เอกสารใดๆก็ต้องชัดเจน หากผิดพลาดขึ้นมามิใช่แค่เพียงท่าน ตระกูลตู้และลูกหลานรวมทั้งฮองเฮาที่อยู่ในวังอาจเดือดร้อนได้ ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว คำนี้ท่านท่องจำเพียงอย่างเดียวมิได้ต้องพยายามระมัดระวังด้วย” ท่านย่ากล่าวอย่างยืดยาว จนอารมณ์ของท่านปู่เริ่มเย็นลงบ้างแล้ว

“ข้าอยากเข้าวัง ถึงอย่างไรได้ไปกดดันฝ่าบาทเสียหน่อยก็ยังดี ทรงลงโทษหลานของข้ามากไปหน่อยหรือไม่” ครานี้น้ำเสียงของท่านปู่เริ่มอ่อนลง

“ท่านพี่ ยามนี้คลื่นลมที่เคยสงบเงียบกำลังจะเริ่มก่อตัวเพิ่มความรุนแรงขึ้นแล้ว หากท่านเข้าวังไปจะยิ่งเป็นจุดให้ผู้อื่นนำมาเล่นงานได้ในภายหลัง ถึงอย่างไรในพระทัยของฝ่าบาทคงจะเอนเอียงมาทางองค์ชายเก้ามิใช่น้อย” ท่านย่าเอ่ยพลางยกน้ำชาให้ท่านปู่จิบเพื่อคลายอารมณ์อันขุ่นเคือง

“เป็นดังเช่นที่ท่านแม่กล่าว ตั้งแต่เล็กฝ่าบาททรงยินยอมให้หรูเอ๋อมาพักอยู่จวนเรา แต่มิทรงยอมให้องค์ชายเก้ามา อีกทั้งยังทรงเคยตรัสให้พวกเราปฏิบัติต่อหรูเอ๋อเฉกเช่นลูกหลานสามัญชนธรรมดาเมื่ออยู่ในจวนได้ วันหน้านางจะได้ไม่ถือว่าตนสูงส่งเป็นองค์หญิงเมื่อต้องแต่งงานเข้าบ้านสามี แต่กับองค์ชายเก้าพระองค์มิทรงเอ่ยถึง แสดงให้เห็นว่าในวันหน้าองค์ชายเก้าจะต้องมียศที่สูงส่งเป็นแน่” ท่านพ่อเอ่ยส่งเสริมท่านย่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“องค์หญิงองค์อื่นก็ต่างพากันแต่งออกเข้าบ้านสามีที่เป็นขุนนางกันหลายองค์ ครานี้นับว่าหรูเอ๋อมีวาสนาดีกว่าผู้อื่นยิ่งนัก เหล่าขุนนางส่วนใหญ่ในแคว้นเหลียงจะหาผู้ใดมีอำนาจและบารมีเท่าท่านอัครเสนาบดีได้อีก หากตัดเรื่องนิสัยที่เงียบขรึมอยู่เป็นนิจออกไปแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดเสียหายและไม่เหมาะสมเลย ได้แต่งให้เขานับว่าเป็นเรื่องดีต่อนาง และอาจดีต่อองค์ชายเก้าในภายหน้าด้วย” ครานี้เป็นท่านแม่เอ่ยขึ้นมาบ้าง

“ท่านแม่หมายถึงเขาอาจช่วยองค์ชายเก้าแย่งชิง..” ท่านพี่ชิงเหยียนไม่ทันเอ่ยจบประโยคท่านพ่อก็ส่งสายตาดุร้ายใส่เขาทันที

“จะเอ่ยอันใดระมัดระวังหน่อย หัวของเจ้าพร้อมจะหลุดจากบ่าได้ทุกเมื่อหากเจ้าพูดจาไม่ไตร่ตรองเช่นนี้” เมื่อท่านพ่อเอ่ยตำหนิเขาเช่นนี้ท่านพี่รีบก้มหน้าคารวะขออภัยในทันที

“แต่ข้านั่งไตร่ตรองแล้ว องค์หญิงช่างน่าสงสารยิ่งนัก ได้แต่งกับคนที่เฉยชาเช่นนั้น วันหน้าเขาจะทำตนเฉยเมยใส่นางหรือไม่ ต้องแต่งงานให้คนเช่นนี้ชีวิตของนางคงจืดชืดไม่มีสีสันใดๆเป็นแน่ เฮ้อ ข้าอยากไปหานางเหลือเกิน” จบคำพูดข้าทุกคนก็เงียบไปอีก ท่านพี่ชิงเหยียนส่งสายตาให้ข้าหุบปาก ก็ข้าพูดความจริงนี่นา คำพูดของข้าล้วนไตร่ตรองมาก่อนแล้ว ไม่เหมือนท่านพี่หรอก

“เอาเถิดเรื่องนี้ผลจะเป็นเช่นไรก็สุดรู้ ผู้ใดมีสิ่งใดก็แยกย้ายกันไปทำเถิด มานั่งคาดเดาจนทุกข์ใจเช่นนี้ก็ไม่มีประโยชน์ มาท่านพี่ ข้าทุบหลังให้ท่านดีกว่า เห็นท่านบ่นว่าปวดหลังมิใช่หรือ” ท่านย่าเอ่ยพลางจูงมือท่านปู่เดินกลับเรือน ท่านปู่ที่ทำท่าทางเหมือนแมวน้อยได้รับการปลอบโยน รีบติดตามท่านย่าด้วยสีหน้ายินดียิ่ง อืม ข้าก็อยากมีชีวิตสมรสเช่นท่านย่า แม้ท่านปู่จะดูดุร้ายแต่ยามอยู่กับท่านย่ากลับทำตนราวกับเป็นเด็กน้อย พอคิดถึงเรื่องราวชีวิตคู่ของตนเองในภายหน้า ข้าก็ต้องทอดถอนใจ สำหรับข้าแล้วคงยากจะเรียบง่าย ดูจากนิสัยท่านราชครู 3 ภรรยา​ 4 อนุ​ วันหน้าข้าคงต้องพบกับเรื่องนี้เป็นแน่

ข้าเดินไปอุ้มกระต่ายน้อยที่อยู่ในสวนหลังจวนมาลูบเล่น เจ้าพวกขนฟูอ่อนนุ่มพวกนี้ช่างน่ารักยิ่งนัก หวังอี้เทียนช่างใจดีกับข้าเหลือเกิน ว่างจากฝึกยุทธก็มีกระต่ายน้อยพวกนี้นี่แหละที่ทำให้ข้าสบายใจ

“เจ้าชอบกระต่ายหรือ” เสียงนุ่มอ่อนโยนเอ่ยถามขึ้นข้ารีบเงยหน้าขึ้นมองทันที

“ท่านราชครู ท่านเข้ามาได้อย่างไรกัน” ข้าเอ่ยถามพลางมองรอบๆ สวนแห่งนี้อยู่ทางด้านหลังของจวน ข้านำกระต่ายพวกนี้มาเลี้ยงที่สวนด้านหลังเพราะตั้งใจหลบสุนัขของท่านพี่ อย่างน้อยอยู่ไกลจากเรือนของเขาสักนิด ความปลอดภัยของเจ้าพวกกระต่ายก็จะมากขึ้นสักหน่อย

“ข้าแอบเข้ามาทางด้านหลัง ไม่คิดว่าจะพบเจ้าได้ง่ายดายเช่นนี้” เขาเอ่ยพลางนั่งลงเคียงข้างข้า ยามนี้เขานั่งอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวมีกระต่ายสีขาวล้อมรอบ ข้าดูแล้วรู้สึกสบายตายิ่งนัก

“ทำไมท่านไม่เข้าทางหน้าจวนเล่า ลักลอบเข้ามาเช่นนี้ดูเหมือนมิใช่ท่านเลย” ข้าอดตำหนิเขามิได้ อ่า ยิ้มใส่ข้าอีกแล้วสมาธิและสติของข้ากำลังจะหลุดลอย

“หากเข้าทางหน้าจวนได้ ข้าจะแอบปีนเฉกเช่นโจรขโมยเช่นนี้หรือ” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม ข้าขมวดคิ้วถูกห้ามมิให้เข้าจวนหรือ เหตุใดข้าจึงไม่รู้เรื่องนี้ กำลังจะเอ่ยถามเขาก็อุ้มกระต่ายขึ้นมาหยอกเย้า น่ารัก! ไม่รู้ว่าระหว่างกระต่ายกับคนผู้ใดเป็นฝ่ายน่ารักกว่ากัน รู้แต่ยามนี้สมองของข้าอื้ออึงไปหมดแล้ว

“วันนั้นเหตุใดเจ้าจึงรีบกลับ” เขาหันมาถามข้าด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

“ข้าเห็นว่าจวนของท่านต้องรองรับแขกมากมาย ข้าจึงมิอยากอยู่เพื่อเพิ่มภาระให้พวกท่าน ว่าแต่ว่าท่านหายดีแล้วหรือ” ข้าอดถามเขามิได้ รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว

“ข้าหายดีแล้ว” เขาเอ่ยพลางปล่อยกระต่ายน้อยในมือลง

“ข้ามิเคยเลยรู้ว่าเจ้าชอบกระต่าย”

“มีคนนำพวกมันมาให้ข้าพวกมันก็น่ารักดีมิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเถอะปีนเข้าจวนมาด้วยเหตุใด”

“ข้าอยากพบเจ้า ชิงชิงข้า..” เขากำลังจะเอ่ยแต่ข้าเห็นจูเหลียนกำลังจะเดินเข้ามา ข้าจึงส่งสัญญาณให้เขารู้และให้เขารีบหลบออกไป

“คุณหนูใหญ่นายน้อยตระกูลหวังมารอพบท่านที่ห้องโถงเจ้าค่ะ” จูเหลียนเอ่ยพลางนิ่วหน้า ข้าไม่รู้ว่านางเห็นตวนมู่เฉินหรือไม่ข้าจึงรีบเอ่ยเพื่อเปลี่ยนเรื่องทันที

“หวังอี้เทียนมาหรือดีจริง เช่นนั้นข้าไปพบเขาดีกว่า” ข้าเอ่ยพลางเดินนำแต่เห็นจูเหลียนกำลังจะเดินไปทางที่ตวนมู่เฉินหลบไปเมื่อครู่ ข้าจึงรีบเรียกนางทันที

“จูเหลียน เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิ เมื่อนางหันมาข้าจึงรีบเอ่ยข่มขู่นางทันที

“เป็นคนของข้าก็ต้องทำตามข้า หากข้ารู้ว่าเจ้าจ้องจับผิดข้าแล้วนำไปบอกผู้อื่น วันหน้าเจ้าก็อย่ามาติดตามข้าอีก” พอข้าเอ่ยเช่นนี้ นางก็คุกเข่าทันที

“บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ คราวหน้าบ่าวจะไม่ทำอีก” นางเอ่ยด้วยท่าทางสำนึกผิด

“ดีแล้ว คุณชายหวังกำลังรอข้าอยู่ พวกเราไปกันเถิด” ข้าเอ่ยพลางเดินนำนางไปทันที ในใจก็ภาวนาให้ตวนมู่เฉินหลบออกจากจวนได้อย่างปลอดภัย ทำลับล่อเช่นนี้หากถูกคนของท่านปู่จับได้ คงเป็นเรื่องไม่ดีต่อตัวเขาแน่นอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว