เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามของไรท์นะคะ คอมเมนต์จากรีดดเดอร์คือกำลังใจของไรท์นะคะ เรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรี 6 ชั่วโมงค่ะ แล้วหลังจากนั้นจะติดเหรียญนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2561 18:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

​“เธอจะยืนบื้อให้ย่าฉันด่าทำไม ทำไมไม่ตอบโต้กลับเหมือนที่เคยทำกับคนอื่นล่ะ!” หลังจากที่ลากเจนนภามาไกลพอสมควรแล้ว เขาจึงหันไปต่อว่าหล่อนอย่างหงุดหงิด 

หญิงสาวนิ่งและไม่ยอมพูดอะไร 

“ฟ้า” 

“ห๊ะ ว่าไงนะ” เขาเขย่าตัวเธอเรียกสติหล่อน “ย่ายูคงพูดไปด้วยความโกรธแหละ ไอไม่คิดอะไรหรอก” 

“ไม่คิดอะไรได้ไง เธอไม่ใช่คนแบบนั้น ทำไมจะต้องไปยอมรับด้วย” 

“แล้วคนผู้หญิงที่ยืนข้างย่าของยูคือใครเหรอ แล้วที่ยูพูดหมายความว่ายังไง” 

“ช่างมันเถอะ เธอจะไปสนใจมันทำไม” เขาบอกปัด 

“แล้วที่ยูพูดมันหมายความว่ายังไงเหรอ ไอรู้สึกได้ว่ายูกับเขาเหมือนเป็นอะไรกัน”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แค่ลูกคนใช้ของบ้านย่า” เขาปฏิเสธเสียงหงุดหงิด 

“แน่เหรอ แต่ไอว่ามันไม่ใช่แค่นั้น” 

“จะไปสนใจทำไมกัน หรือว่าไม่อยากจะช็อปปิ้งแล้ว” 

“ไม่รู้สิ มันไม่มีอารมณ์นั้นแล้ว” บอกตามตรงเพราะเวลานี้คงไม่มีอารมณ์จะมาเดินช็อปปิ้งได้หรอก โดนด่าแรงเสียขนาดนั้น 

“แล้วจะเอาไง จะกลับคอนโดฯเลยเหรอ” 

“อือ แวะซื้อไวน์ไปดื่มด้วยสิ” 

คชินทร์พยักหน้ารับรู้และโอบเอวคอดนั้นให้เดินตามตนเองไป จากตอนแรกที่ตั้งใจจะมาช็อปปิ้งให้หายเครียดจากงานดันกลายเป็นว่ามาเจอย่าของฝ่ายชายและถูกต่อว่าให้เสียๆหายๆอีก จึงเปลี่ยนเป็นกลับไปดื่มไวน์ที่ห้องและจบลงที่เตียงแทนคงจะดีกว่า 



เจ้าของมือบางเลื่อนผ้าห่มผืนนุ่มให้ขึ้นมาถึงอกของหญิงชรา และเอื้อมไปหยิบรีโมตเครื่องปรับอากาศให้เย็นขึ้น หลังจากที่กลับมาถึงบ้านเธอก็พยุงให้คุณหญิงย่าของเธอนั่งพักที่โซฟาในห้องนั่งเล่นก่อน ส่วนตนเองนั้นรีบไปหยิบยาโรคหัวใจมาให้ท่าน

ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นซูบซีดอย่างน่าตกใจ ตลอดระยะทางที่กลับมาถึงบ้านเธอพยายามเกลี้ยกล่อมให้ท่านไปรงพยาบาลแต่ท่านก็เอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว เมื่อทานยาโรคประจำตัวไปได้สักพักก็อาการดีขึ้นมาบ้าง ธิฌาธรกับพี่แสงซึ่งเป็นสาวใช้ในบ้านจึงค่อยๆพยุงท่านขึ้นมานอนพักผ่อนด้านบน 

นอนพลิกไปมาไม่กี่นาทีหญิงชราก็หลับสนิท ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโรคหัวใจหรือว่าเป็นเพราะตัวยาที่ทานเข้าไปกันแน่ แต่ธิฌาธรเองก็เบาใจขึ้นเมื่อเห็นท่านได้พักผ่อน ใบหน้ากลับมาเลือดฝาดตามปกติแล้ว 

“พี่แสงคะ เทียนฝากดูคุณหญิงย่าหน่อยนะคะ เดี๋ยวเทียนขอลงไปโทรศัพท์สักครู่” หล่อนเลี่ยงออกมาโทรศัพท์หาคนที่เพิ่งพบกันเมื่อครู่ เพราะอยากให้เขามาดูอาการของย่าเขาเสียหน่อย 

เธอได้เบอร์โทรศัพท์ของเขามาจากคุณชายอัฐเดชซึ่งเป็นบิดาของเขา แต่ไม่เคยมีโอกาสได้โทรไปหาเขาเสียที วันนี้ประจวบเหมาะได้โทรเพราะมีเรื่องฉุกเฉินพอดี 

แต่รอสายอยู่นานจนเกือบจะตัดไป ปลายสายก็กดรับก่อน

“คุณคิน...” กำลังจะเอ่ยปากบอกเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิง 

[นั่นใครคะ พอดีคินเขาไม่ว่างรับโทรศัพท์] 

“...”  ธิฌาธรพูดไม่ออก เธอเจ็บ เจ็บที่หัวใจอีกแล้ว 

[ฮัลโหลๆ ได้ยินเปล่าคะ ใครเนี่ย] ปลายสายยังคงยิงคำถามมาไม่หยุด 

[เฮ้ โทรมาแล้วทำไมไม่พูดวะ] สบถคำหยาบคายออกมาเล็กน้อยก่อนที่สายจะตัดไป

แขนข้างที่ถือโทรศัพท์นั้นล่วงหล่นลงมาแนบอยู่ข้างลำตัวอย่างคนหมดแรง ไม่ต้องบอกเธอก็พอจะรู้ว่านั่นเป็นเสียงของใคร ผู้หญิงที่เธอเจอวันนี้ หล่อนช่างเหมาะสมกับคชินทร์ราวกับกิ่งทองใบหยก ไหนจะภาพความสนิทสนมที่ทั้งคู่มีต่อกันมันยังบาดลึกอยู่ในใจเธอไม่หาย แล้วผู้หญิงบ้านๆที่ไม่มีอะไรดีอย่างเธอล่ะ จะเอาอะไรไปสู้ได้ แถมชายหนุ่มยังเกลียดขี้หน้าเธออย่างกับอะไรดี เธอคงแพ้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วแหละ

เสียงฝีเท้าที่ดังมากจากด้านหลังทำให้หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปาดน้ำน้ำตาทันที และเงยหน้าสูดน้ำมูกที่ไหลออกมาเมื่อครู่ พอหันไปก็พบว่าเป็นมารดาของตนที่กำลังเดินมา 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ เห็นลุงเวียงแกบอกว่าคุณหญิงท่านไม่สบาย” บุษบาถามด้วยสีหน้าแตกตื่น เพราะตอนที่กำลังงีบหลับในตอนกลางวัน จู่ๆลุงเวียงคนขับรถเก่าแก่ก็รีบมาเรียกให้นางไปดูอาการคุณหญิงท่านเพราะเห็นว่าไม่ค่อยจะดี นางจึงรีบเดินดุ่มๆมาแล้วก็เจอบุตรสาวยืนอยู่พอดี 

“ค่ะ เหมือนโรคหัวใจจะกำเริบ” 

 “ไหนหมอบอกว่าคุณหญิงท่านอาการดีขึ้นแล้วไง ทำไมถึงกำเริบขึ้นมาได้อีกล่ะ” สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความกังวล “ตามหมอมาดูท่าดีกว่าไหม” 

“พอดีมีปัญหานิดหน่อยค่ะ แต่ท่านทานยาเข้าไปสักพักแล้ว ตอนนี้กำลังนอนพักผ่อนอยู่ หากตื่นมาอีกทีแล้วยังไม่ดีขึ้นค่อยตามหมอดีกว่าค่ะ”

“ดีแล้ว แม่ค่อยโล่งใจหน่อย เมื่อกี้รีบวิ่งมาไม่กลัวแข้งขาหักเอาเสียเลย” 

“แม่คะ แม่เองก็ต้องดูแลตัวเองและระวังตัวให้มากๆนะ เทียนเองก็เป็นห่วงแม่เหมือนกัน” 

“แม่ไม่เป็นไรหรอก ยังสาวยังแส้อยู่เลย” นางพูดติดตลกทำให้บุตรสาวยิ้มออก “ลูกนั่นแหละที่ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ อีกไม่นานลูกก็จะไม่ได้อยู่ในอ้อมอกของแม่อีกต่อไปแล้วนะ” 

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆก่อนจะสวมกอดมารดา บุษบาเองก็ลูบกระหม่อมของบุตรสาวเบาๆและระบายยิ้มน้อยๆออกมา 



หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะกับคุณหญิงย่าที่ห้างคชินทร์ก็ไม่ได้ไปที่บ้านสิงหอินทรกุลนานถึงสองสัปดาห์ เขาไม่ได้สนใจว่าเรื่องงานแต่งจะเป็นอย่างไรเพราะคิดว่านั่นไม่ธุระของเขา ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องโชว์รูรถยนต์ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้าง 

“เดี๋ยวรบกวนคุณไปร์ทช่วยส่งแปลนมาให้ผมในเมล์ด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะเลือกแล้วบอกอีกที ครับ” ร่างสูงกำลังเอนหลังคุยโทรศัพท์ที่กำอี้ทำงาน ขาเรียวยาวยกขึ้นพาดบนโต๊ะด้วยท่าทีสบาย 

แต่ก็ต้องรีบยกขาลงเมื่อเห็นว่ามีคนพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต กำลังจะเอ่ยปากต่อว่าแต่เมื่อเห็นว่าเป็นบิดาจึงรีบวางสายทันที 

“พ่อมาถึงห้องทำงานผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” 

“ฉันจะมาด่าแกที่ห้องนี่แหละ” คุณชายอัฐเดชกระแทกตัวลงนั่งลงบนโซฟารับรองที่จัดไว้ 

“ด่าผมเรื่องอะไรครับ”  

“ก็แกไปทำงามหน้าอะไรไว้ล่ะ ถ้าหนูเทียนเขาไม่โทรมาบอกฉันว่าคุณแม่ไม่สบายฉันคงไม่มีทางรู้เรื่องหรอก” 

คชินทร์กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ธิฌาธรนั่นโร่ไปฟ้องพ่อเขาให้มาด่าเขาสินะ เหอะ! ทำอะไรเขาไม่ได้ก็มาบีบบังคับทางพ่อเขาเอา

“คุณย่าเป็นอะไรครับ” 

“ก็โรคหัวใจกำเริบน่ะสิ” หนุ่มใหญ่พูดพลางถอนหายใจ “แกไปทำอะไรไว้ล่ะ” 

“ผมเปล่า” เขาปฏิเสธทันที แต่ก็รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดต่อท่านไป 

คุณชายอัฐเดชทำหน้าเอือมระอากับบุตรชายคนกลางที่เอาแต่เถียงข้างๆคูๆ ความจริงตนนั้นมีเรื่องอยากจะต่อว่าเจ้าลูกชายตัวดีอีกมากมายหลายเรื่อง 

“แล้วเรื่องงานแต่ง ทำไมไม่รู้จักเข้าไปช่วยหนูเทียนเขาบ้าง ช่วยทำตัวให้มันดีๆหน่อยจะได้ไหม” 

“ก็เขาอยากแต่ง ผมไม่ได้อยากแต่งด้วยนี่ครับ ขาจะจัดการยังไงก็ปล่อยเขาไปสิ” พูดอย่างไม่สนใจ

“แล้วแกไม่คิดจะให้เกียรติครอบครัวเขาบ้างหรือยังไง”  

“ไม่เห็นจำเป็นนี่ครับ ผมไม่ได้จะไปอยู่บ้านยัยนั่นเสียหน่อย” 

“ตาคิน แกเลิกทำตัวเป็นเด็กๆได้แล้ว ฉันสั่งให้แกไปช่วยหนูเทียนเขาเตรียมงานแต่งซะ ไม่อย่างนั้นไอ้งานก่อสร้างโชว์รูมรถของแกจะยุติเดี๋ยวนี้!” เสียงทรงอำนาจของบิดาทำเอาเจ้าตัวรีบหันขวับมามองทันที หนุ่มใหญ่ยืนขึ้นเต็มความสูงและทำท่าจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักและพูดอะไรเล็กน้อย “แล้วก็ย่าลืมไปเยี่ยมคุณย่าด้วยล่ะ ไปขอโทษท่านซะ” 

“ครับ ผมจะรีบไปเยี่ยมท่าน” 

เย็นวันเดียวกันนั้นชายหนุ่มก็ได้เดินทางไปเยี่ยมคุณหญิงย่าหลังเลิกงาน เขาเข้าไปกราบขอโทษท่านด้วยใจจริง ท่านดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัดจนเขาใจหาย ไม่คิดว่าแค่คำพูดของเขาจะทำให้อาการของท่านกำเริบถึงขนาดนี้ 

“ย่าจะไม่โกรธ ถ้าคินบอกว่าคินสำนึกแล้ว” 

“ผมขอโทษครับ ผมผิดเองที่ทำให้คุณย่าเป็นถึงขนาดนี้” 

“ย่าไม่เป็นไรแล้ว นี่ก็ดีขึ้นมาก โชคดีที่ได้ยัยเทียนช่วยดูแล” นางยกความดีความชอบให้กับธิฌาธรเพราะหญิงสาวช่วยดูแลตนในทุกๆเรื่อง ตั้งแต่ตามหมอมาดูอาการที่บ้านและกำชับให้ทานยาครบทุกมื้อ 

คชินทร์ปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ที่ปลายเตียงเล็กน้อย และไม่ได้ตอบรับอะไรกับคำพูดของคุณหญิง เขาทำเป็นไม่สนใจที่ท่านพูดและเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นเพื่อเบนความสนใจ 

“อยู่ทานมื้อเย็นกับย่าสิ เมื่อวันก่อนตาคีย์มาแต่ก็มาประเดี๋ยวเดียว ยังไม่ทันหายคิดถึงก็รีบออกไปเสียก่อน” 

“รายนั้นเขาติดเที่ยวน่ะครับ ปล่อยน้องไปเถอะ” 

“ย่ารู้ แต่วันนี้คินอยู่ทานข้าวกับย่านะลูก” 

“ครับ คุณย่านอนพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะนั่งรออยู่ด้านล่าง” เขาดึงผ้าห่มมาคลุมให้ และค่อยๆออกมาจากห้องเงียบๆ 

หลังจากจัดการเตรียมยามื้อต่อไปเรียบร้อยแล้ว ธิฌาธรจึงค่อยๆย่องออกมาจากห้องนอนเพราะกลัวว่าตนนั้นจะทำเสียงดัง 

ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิทหญิงสาวก็ถูกกระชากแขนอย่างแรง จนลอยไปปะทะกับอกแกร่ง เธอกำลังจะกรีดร้องออกมาแต่ก็ถูกปิดปากไว้เสียก่อน 

“อย่าร้อง!” เสียงเข้มที่แสนคุ้นหูตวาดเบาๆ กลิ่นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ลอยปะทะจมูกเบาๆ ธิฌาธรจึงเดาได้ว่าเป็นใคร 

“คะ คุณคิน” 

“ทำไม เห็นหน้าฉันแล้วมันเหมือนเห็นผีหรือยังไง” 

“มีธุระอะไรกับเทียนหรือคะ” 

“มีแน่ ไม่งั้นฉันคงไม่ลากเธอมาอย่างนี้แน่นอน” 

“มีอะไรหรือคะ” เธอถามเสียงอ่อน 

“เธอกล้ามากนะที่โทรไปฟ้องพ่อฉันเรื่องวันนั้น” เขาเข้าเรื่องทันที “เธอจงใจให้ฉันโดนพ่อด่าใช่ไหม” 

หญิงสาวรีบสั่นหน้าปฏิเสธรัวๆ “ไม่ใช่นะคะ เทียนแค่โทรไปเรียนท่านเรื่องอาการของคุณหญิงย่า คุณพ่อคุณถามเทียนเลยบอกว่ามีปากเสียงกับคุณนิดหน่อยค่ะ” 

“โกหก! ฉันไม่เชื่อผู้หญิงอย่างเธอหรอก คนอย่างเธอมันตอแหล ปลิ้นปล้อน” 

“ทำไมถึงว่าเทียนถึงขนาดนี้คะ” 

“อ้อ แล้วอีกเรื่องนึงเธอคงจะฟ้องพ่อฉันอีกสินะว่าฉันไม่เคยมาช่วยงานแต่งเลย พ่อถึงได้บังคับให้ฉันมาช่วยงานเธอที่นี่น่ะ” 

“เทียนเปล่านะคะ เทียนไม่เคยเรียนคุณชายแบบนั้นเลยค่ะ” 

“นี่ จะแสดงละครไปถึงไหน ฉันบอกเลยนะว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงท่าเยอะอย่างเธอ” ร่างสูงเค้นแรงบีบลงที่แขนเรียวของธิฌาธรโดยไม่สนใจว่าหล่อนจะเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด 

“เทียนไม่ได้พูดจริงๆค่ะ คุณคินปล่อยเทียนก่อนเถอะค่ะ เทียนเจ็บ” หญิงสาวพยายามบิดแขนให้หลุดจากเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะคนตัวโตยิ่งเพิ่มแรงบีบขึ้นอีก 

เขาไม่สนใจว่าหล่อนจะเจ็บปวดขนาดไหน เขาทำเพื่อความสะใจล้วนๆ ยิ่งเห็นว่าหล่อนทำท่าจะร้องไห้เขายิ่งรู้สึกดี อย่างน้อยหล่อนก็จะได้รู้ว่าการดื้อรั้นอยากจะแต่งงานับเขานั้นมันมีผลเสียกับตัวของหล่อนอย่างไร

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว