ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 4 เขามิได้เป็นเช่นที่ผู้อื่นเข้าใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เขามิได้เป็นเช่นที่ผู้อื่นเข้าใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 19:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เขามิได้เป็นเช่นที่ผู้อื่นเข้าใจ
แบบอักษร

ยามนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง นี่คือคำถามที่มักวนเวียนอยู่ในหัวของข้าเสมอ ยามนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว แต่ข้าก็ยังข่มใจให้หลับได้ยากยิ่ง ตั้งแต่เด็กข้าก็รับรู้มาตลอดว่าข้ามีคู่หมั้น เขาผู้นั้นมักติดตามท่านย่าของเขามาที่จวนของข้าเสมอ อายุของเขามากกว่าท่านพี่ชิงเหยียนหลายปี พวกเขาจึงไม่สนิทสนมกัน ข้าชอบไปแอบดูเขาอยู่เสมอ เขามาที่ไรมักไปนั่งอ่านตำราใต้ต้นดอกกุ้ย ยามดอกกุ้ยสีเหลืองนวลร่วงหล่นลงมา ตัวข้าที่เฝ้ามองรู้สึกว่าเขางดงามราวกับเทพบนสรวงสวรรค์

ท่านย่าของข้าและท่านย่าของเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก จนวัยล่วงเลยเป็นย่าเป็นยายคน ก็ยังชอบไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอ ท่านย่าของข้าชอบที่ตวนมู่เฉินเป็นเด็กฉลาดนางจึงหมายมั่นปั้นมือให้พวกข้าหมั้นหมายกันตั้งแต่ข้ายังมิรู้ความ ยามพวกนางพบป่ะกันก็มักหาโอกาสให้พวกข้าทำความคุ้นเคยกันอยู่เสมอ แต่ตวนมู่เฉินมักไม่สนใจข้านัก จนท่านย่าของเขาจากไปเขาก็ห่างหายไปจากจวนแห่งนี้เช่นกัน

ข้าชอบเข้าวังไปพบองค์หญิงสี่กับท่านอาหญิงเสมอ ในฐานะหลานสาวคนโปรดพระนางขอพระราชทานสิทธิพิเศษจากฝ่าบาท ให้ข้าได้ร่วมเรียนตำรากับเหล่าองค์หญิงและท่านหญิงลูกหลานเชื้อพระวงศ์ ข้าจึงได้มีโอกาสเข้าไปเป็นลูกศิษย์ของเขาด้วย ยามเขาสอนตำราก็ดึงดูดสายตาข้าจนข้าเรียนมิรู้เรื่อง จนบัดนี้ข้าแอบโทษเขาในใจมิได้เป็นเพราะเขาข้าจึงเรียนหนังสือไม่เก่ง ทำให้ข้าถูกท่านพ่อตำหนิมาโดยตลอด

ยามพบกันในวังเขามักจะยิ้มแย้มและเข้ามาพูดคุยกับข้าอยู่บ่อยครั้ง นั่นเป็นสาเหตุที่บรรดาองค์หญิงและท่านหญิงในวังเหล่านั้นพากันมิชอบข้า ตั้งแต่เล็กข้าไม่มีเพื่อนผู้หญิงคนอื่นเลย ในจวนไม่ค่อยมีเด็กสาวมีเพียงสาวใช้คู่กายข้าไม่กี่คน แต่พวกนางล้วนฝึกยุทธ์เช่นข้าจึงไม่เหมือนเด็กสาวทั่วไป ในวังข้าจึงมีความคาดหวังสูงที่จะมีเพื่อนที่มีความเป็นหญิงอย่างแท้จริง แต่ก็ไม่มีผู้ใดชมชอบข้า มีเพียงองค์หญิงหลิวซางหรูที่เป็นญาติผู้น้องของข้าเท่านั้นที่ดีต่อข้า ข้ากับนางจึงมีเพียงกันและกัน เมื่อใดที่ท่านราชครูหันมายิ้มให้ข้า สายตาทิ่มแทงนับสิบคู่จากเหล่าเพื่อนร่วมชั้นจะพุ่งมาทางข้าทันที ทำให้ข้ารู้สึกไม่ดียิ่งนัก ข้าจึงพยายามไม่สบตาเขา ไม่ยิ้มตอบเขาด้วย เป็นเช่นนี้ตลอดมาจนข้าถึงวัยที่มิต้องไปเรียนในวังอีก

ข้าชื่นชอบเขามาตลอดและมักยินดีเสมอเมื่อได้พบกับเขายามออกนอกจวน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ข้าพยายามหลบหน้าเขา แม้จะบังเอิญพบกันข้าก็จะพยายามหลีกเลี่ยง เขามักจะเข้าใจว่าข้าโกธรเคืองเขาเรื่องที่เขายื้อการแต่งงาน เขาเคยเอ่ยถามข้าตามตรงก็มี ข้าก็บอกเขาไปตามตรงว่าไม่ใช่จะยื้อการแต่งงานไปจนข้าแก่คาเรือนข้าก็ไม่โกรธเขาเลย จริงๆนะ!

สาเหตุที่ข้าหลบหน้าเขานอกจากเรื่องงานแต่งที่ถูกเขาเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดแล้ว ก็คงเป็นเพราะวันหนึ่งข้าแอบติดตามพวกท่านพี่ชิงเหยียนไปเที่ยวที่หอเฟิงเยวี่ย เป็นสถานที่ที่ข้าชอบมากอาหารก็อร่อย สุราก็ชั้นเลิศแถมยังมีนางรำที่แต่งกายงดงามมาร่ายรำให้ดูอีก ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเขาต้องห้ามข้า ข้าปลอมตนเป็นชายไปนั่งดื่มกินมีสาวงามนั่งรินสุราอยู่เคียงข้างช่างสุขใจแท้ แต่ว่าข้าลืมไปว่าข้าไม่มีเงินจ่าย ข้าไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรจึงคิดชักดาบ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วรีบขโมยชุดของสาวงามในหอเฟิงเยวี่ยมาสวมใส่ ข้าก้มมองดูตนเองแล้วก็คิดว่าข้าเหมือนพวกนางอยู่หลายส่วน กำลังจะเดินออกจากหอเฟิงเหวี่ยก็ถูกบุรุษผู้หนึ่งลากข้าเข้าห้องเพื่อรินสุรา ข้าจะสะบัดมือหนีก็เห็นคนของหอเฟิงเยวี่ยกำลังตามหาหนุ่มน้อยที่ดื่มกินแล้วชักดาบ ข้าจึงรีบทำทีเข้าไปรินสุราให้เขาทันที ขณะรินสุราให้มือไม้เขาก็ไม่อยู่สุข ลูบตามแขนข้าแล้วลามไปเรื่อย ข้ากำลังจะลงมือใส่เขาแล้วจู่ๆรังสีเข่นฆ่าก็พุ่งตรงมาทางนี้ ข้ายังไม่ทันหลบบุรุษผู้นั้นก็กระชากตัวข้าขึ้น โอบเอวข้าแล้วพาข้ากระโดดหนีทางหน้าต่าง ข้าอดหวาดกลัวมิได้ ด้วยวิชาตัวเบาขนาดนี้วรยุทธ์ของเขาต้องสูงส่งมากเป็นแน่ หากข้าลงมือใส่เขาเมื่อครู่ข้าคงต้องถูกเขาสังหารเป็นแน่แท้ ฮือ ท่านพี่ข้าน่าจะเชื่อท่านไม่น่าแอบมาที่นี่โดยไม่มีคนคุ้มกันติดตามออกมาด้วยเลย

สำนึกเสียใจยามนี้ก็ไม่ทันแล้ว ข้าถูกพาตัวมาจนถึงตรอกแห่งหนึ่ง เขาก็ถูกดักทางไว้เมื่อไปไม่ได้เขาก็ใช้ข้าเป็นตัวประกันทันที

“เจ้าอย่าเข้ามานะ มิเช่นนั้นหญิงสาวผู้นี้มิรอดแน่” เขาใช้มืออันใหญ่โตรวบไปที่คอข้า นิ้วโป้งและนิ้วชี้อยู่ใกล้บริเวณจุดตายของข้าพอดี ข้าอดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวมิได้ แต่เมื่อยามที่ข้าเห็นชายชุดดำเดินใกล้เข้ามาข้าก็ต้องทอดถอนใจ ปกติเวลาเห็นหน้าเขาข้ามักจะหวาดกลัว แต่ยามนี้เมื่อข้าเห็นเขาข้าอดดีใจมิได้จริงๆ

“ท่านอัครเสนาบดีช่วยข้าด้วย” คนที่ข้าเอ่ยเรียกขมวดคิ้วขึ้นมาทันที

“ชิงชิง เจ้ามาทำอันใดที่นี่” เสียงนี้มิได้มาจากท่านอัครเสนาบดีที่อยู่ด้านหน้าแต่กลับดังมาจากด้านหลัง บุรุษที่จับตัวข้าหันขวับทันที อุ้งมือแข็งกระชับรอบคอข้าแน่นเข้าไปอีกจนข้าหายใจไม่ออก

“ปล่อยมือของเจ้าเดี๋ยวนี้” รังสีเข่นฆ่าที่ข้าไม่เคยเห็นแผ่ออกมาจากราชครูตวนมู่เฉิน

“ปล่อยให้โง่หรือ ข้ากำลังดื่มกินกำลังจะหาความสุขจากร่างของนางเสียหน่อยพวกเจ้าก็เข้ามาขัดคอ วันนี้ข้าต้องหนีจากพวกเจ้าให้ได้ เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อของจอมโจรหม่าผู้ยิ่งใหญ่” บุรุษผู้จับกุมข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นแค้น มือยิ่งกระชับเข้าไปอีก ข้ากำลังจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

“หากนางตายเจ้าก็หนีไม่พ้นอยู่ดี อีกอย่างกระชับมือเช่นนี้นางคงหมดลมไปแล้วกระมัง” เสียงเย็นชาของท่านอัครเสนาบดีเอ่ยขึ้น บุรุษผู้นั้นรีบก้มมาดูข้าทันที มือของเขายังไม่ทันคลายท่านราชครูก็จู่โจมเข้ามาแล้ว เพื่อรับมือท่านราชครูเขาจึงเสียสมาธิ ข้ารีบใช้โอกาสซัดพลังฝ่ามือกระแทกเข้าใส่หน้าอกเขาทันที ไม่คิดว่าจะกระแทกพลาดไปถูกท่านราชครูเข้า เขาถอยไปกุมหน้าอกตนเองแล้วมองข้าด้วยสายตาดุร้ายยิ่ง ท่านอัครเสนาบดีเข้าจู่โจมสกัดต่อโดยมิให้โอกาสคนผู้นั้นหนี ข้าถอยมามองแล้วก็ต้องนิ่วหน้าท่าร่างเช่นนี้เมื่อครู่ท่านราชครูก็ใช้ ข้ายังไม่ทันขยับตัวหนีท่านราชครูก็ดึงตัวข้าไว้ ไม่นานท่านอัครเสนาบดีก็จับกุมคนผู้นั้นได้

“ฟางหยวนอี้ ตวนมู่เฉิน พวกเจ้าทำกับข้าเกินไปแล้ว ข้าเพียงเข้าวังไปสืบข่าวเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายผู้ใด” บุรุษผู้นั้นถูกท่านอัครเสนาบดีบิดข้อมือจนได้ยินเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ อ่า ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

“สืบข่าวหรือตั้งใจไปขโมยสิ่งใดกันแน่ เงินที่เจ้าใช้กินดื่มวันนี้ล้วนประทับตราวังหลวง เจ้ายังคิดปฏิเสธอีกหรือ” เสียงท่านราชครูที่เคยนุ่มนวลบัดนี้ช่างฟังแล้วดุร้ายยิ่ง

“แล้วอย่างไร สามารถเล็ดลอดเขาวังหลวงได้ ยามออกมาข้าก็ต้องหยิบของปลอบใจมาสักหน่อย จอมโจรหม่าเช่นข้ากล้าทำก็ต้องกล้ารับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจยิ่ง แต่ข้าเหลือบตามองมือข้างนั้นแล้ว ต่อไปมือของเขาคงใช้การไม่ได้อีก

“ดีเช่นนั้นเจ้าไปรับโทษที่กรมอาญาเถิด อาจหาญเข้าไปขโมยของถึงในวังหลวง ชีวิตของเจ้าถึงคราววิบัติแล้ว” กล่าวจบท่านอัครเสนาบดีก็กระชากตัวเขาขึ้นพลางโยนไปให้ผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง

“เจ้ารับหน้าที่ต่อก็แล้วกันข้าจะไปส่งชิงชิง”ท่านราชครูเอ่ยขึ้นพลางก้มลงมองข้า

“ชุดที่นางใส่.. ชุดของหอเฟิงเยวี่ย” เสียงเย็นชาของท่านอัครเสนาบดีเอ่ยขึ้น แล้วพวกเขาก็เดินจากไป แต่ยามนี้สายตาของท่านราชครูที่กำลังจับจ้องข้าทำให้ข้ารู้สึกหวาดกลัวยิ่ง

“เจ้าไปทำอันใดที่หอเฟิงเยวี่ย” เขาเอ่ยถามข้าด้วยน้ำเสียงคาดคั้น

“หนาวยิ่งนักข้าว่าขืนยังยืนอยู่ตรงนี้ข้าต้องไม่สบายแน่” ข้ารีบเอ่ยเพื่อกลบเกลื่อน อ่า ข้าอยากกลับจวนแล้ว

“ก็น่าจะหนาวดูชุดที่เจ้าสวมใส่ในยามนี้สิ” เขาด้วยน้ำเสียงตำหนิพลางมองสำรวจร่างกายข้าด้วยสายตารุ่มร้อน

“ข้าว่าข้ารีบกลับจวนดีกว่า” กล่าวจบข้าก็ดีดตัว คิดจะหนีจากเขาไม่คิดว่าเขาจะขยับทีเดียวก็หยุดยั้งข้าได้

“ข้าไปส่ง” เขากล่าวพลางโอบกอดข้ามิให้ข้าขยับ แล้วใช้วิชาตัวเบาพาข้าไปยังรถม้าที่จอดอยู่ข้างหอเฟิงเยวี่ย

“ท่านเป็นวรยุทธ์ด้วยหรือ เหตุใดข้าจึงไม่รู้” ข้าอดเอ่ยถามเมื่อยามนั่งเคียงคู่เขาบนรถม้ามิได้

“ข้าเคยบอกว่าข้าไม่เป็นหรือ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ว่ายังคงไม่พอใจข้าอยู่ เมื่อรถม้าจอดด้านข้างของจวน ข้าก็ขอบคุณเขา กำลังคิดหาวิธีข้ามกำแพงไปโดยมิให้ท่านปู่รู้ เขาก็โอบข้าเพียงวูบเดียวข้าก็ข้ามมาอยู่อีกด้านของกำแพงแล้ว สุดยอดวิชาตัวเบาข้าอดคิดมิได้ว่าท่านปู่ก็ไม่น่าจะทำเช่นนี้ได้

“กลับไปเปลี่ยนชุดของเจ้าเสีย ทางที่ดีอย่าออกไปเที่ยวผู้เดียวเช่นนี้อีก” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิสายตาที่มองมาก็ไม่เหมือนกับทุกที พอข้าขยับปากจะพูดเขาก็ก้มมาจุมพิตข้าแล้ว ข้าพยายามจะดิ้นหนีเขาก็ไม่ยอมให้ข้าขยับ มือไม้ของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของข้า ชุดที่ข้าสวมใส่ทั้งบางและแนบเนื้อไม่สามารถปิดบังสายตาและมือไม้ของเขาได้เลย เขาทำท่าจาบจ้วงล่วงเกินข้าถึงขนาดนี้ ข้าจึงกัดริมฝีปากเขาเต็มแรงด้วยความโมโห

“ชิงชิง ข้าจะทำเช่นไรกับเจ้าดี” น้ำเสียงของเขาฟังดูรวดร้าวยิ่งนัก แต่ข้าไม่อยากมองหน้าของเขาได้อีกต่อไปแล้ว จะซัดเขาสักฝ่ามือก็กลัวว่าคนในจวนจะได้ยิน ข้าจึงปล่อยน้ำตาออกมาด้วยความโมโห “ข้าเกลียดท่าน” เอ่ยจบข้าก็รีบวิ่งเต็มความเร็วที่ข้าพอจะทำได้เพื่อกลับเรือนนอน ดีที่เขามิได้ติดตามมา ตั้งแต่วันนั้นข้าก็ได้รู้ว่าท่าทีสุภาพชนที่คนภายนอกมองเห็น ท่านราชครูตวนมู่เฉินมิได้เป็นเช่นนั้น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว