เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามของไรท์นะคะ คอมเมนต์จากรีดดเดอร์คือกำลังใจของไรท์นะคะ เรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรี 6 ชั่วโมงค่ะ แล้วหลังจากนั้นจะติดเหรียญนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2561 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

​ร่างสูงโปร่งสวมแว่นกันแดดสีชานั่งไขว่ห้างหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟาในร้านตัดชุดแต่งงาน วันนี้เขาถูกคุณหญิงย่าลากให้มาตัดชุดแต่งงานเพราะใกล้จะถึงวันงานเข้าไปทุกที ทั้งๆ ที่เป็นงานแต่งของตนเองแต่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจโยนภาระทุกอย่างให้ฝ่ายหญิงจัดแจงทุกอย่าง ในเมื่อหล่อนอยากแต่งนักก็ทำไปคนเดียวสิ เขาไม่ได้อยากแต่งกับหล่อน

เรื่องธุรกิจที่บิดาสัญญาไว้ก็กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว ตอนนี้เขากำลังจะจัดหาแบรนด์รถยี่ห้อต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะตีตลาดได้ในไทย ส่วนสนามแข่งรถเองก็กำลังจัดหาทำเลอยู่เช่นเดียวกัน

“ชุดนี้เป็นไงบ้างตาคิน” หญิงชราร้องถามหลานชาย

“ก็ดีครับ” เขาตอบทั้งที่ไม่ได้มองว่าที่เจ้าสาวของตัวเองเสียด้วยซ้ำ

“อะไรกัน ยังไม่ทันได้มองเลย”

“ชุดไหนก็เหมือนกันแหละครับ” พูดจบก็หันไปทางหญิงสาว “เลือกๆ มาเถอะ เธอจะลองให้มันยุ่งยากวุ่นวายทำไม ใส่ตัวไหนก็ไม่ต่างกันหรอก”

“แต่ว่า” กำลังจะอ้าปากเถียงแต่เขาก็ขัดขึ้นมา

“ฉันไม่ได้มีเวลามากพอที่จะรอเธอลองชุดทั้งร้านหรอกนะ” กระแสเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “เมื่อไหร่จะเสร็จ”

หม่อมราชวงศ์อภิรดีปรามหลานชายด้วยสายตาและคำพูด “เอ๊ะ ตาคินนี่เป็นคนยังไงกัน วันแต่งงานก็ต้องเลือกชุดที่สวยที่สุดสิ จะให้มาสุ่มดะได้ยังไงกัน”

“แต่ผมมีธุระสำคัญต่อ”

“ธุระอะไรกัน วันนี้พ่อแกก็บอกย่าแกแล้วว่าที่บริษัทไม่มีงาน”

“ผมมีนัดทานข้าวกับฟ้า แล้วผมก็ไม่อยากไปช้าด้วยครับ เรามาที่นี่กันตั้งแต่เก้าโมงเช้าแล้วตอนนี้มันจะเที่ยงแล้วนะครับ”

“ย่าไม่ชอบแม่ฟ้าอะไรนั่น แกกำลังจะแต่งงานทำไมถึงยังได้ไปยุ่งกับแม่นั่นอยู่ ผู้หญิงอะไร๊แต่งตัวได้อุจาดลูกตาที่สุด แถมยังทำตัวราวกับพวก...”

“คุณย่าจะดูถูกเพื่อนผมมากเกินไปแล้วนะครับ ฟ้าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเป็นคนเข้าสังคมเก่งถึงต้องแต่งตัวแบบนั้น แล้วเขาก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรด้วย ก็ดีกว่าพวกที่ทำตัวเรียบร้อยแต่วิ่งจับผู้ชายบังคับให้มาแต่งงานด้วย” เขาปรายตามองธิฌาธรอย่างดูแคลน

หัวใจดวงน้อยๆ ของหล่อนมันบีบรัดจนเจ็บไปหมด ขอบตาร้อนผะผ่าวจนต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่มันให้ออกไป แค่คำพูดที่เขาพูดถึงผู้หญิงอีกคนมันก็ช้ำใจมากพอแล้ว แล้วนี่เขายังพูดจาเหยียบย่ำน้ำใจเธอแบบนี้อีก

“ทะ เทียนเลือกได้แล้วค่ะ เทียนว่าชุดนี้ก็สวยดีนะคะ”

“อะไรกัน อย่าไปฟังตาคินเลยเราเลือกกันสองคนเถอะ เขาจะไปก็ปล่อยให้เขาไป”

“ถ้าอย่างนั้นผมลาละครับ” เขายกมือไหว้คุณหญิงย่าเสร็จก็เดินออกจากร้านและบึ่งรถออกไปทันที เมื่อพลิกนาฬิกาข้อมือก็พบว่าเวลานัดเลยมากว่ายี่สิบนาทีแล้ว เท้าใหญ่เหยียบคันเร่งเต็มที่เพื่อไปให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุด



เจนนภานั่งเท้าคางรอเพื่อนหนุ่มอย่างเบื่อหน่าย เรียวขาสวยกวาดเล่นบนพื้นกระเบื้องไปมาระหว่างรอคชินทร์ ปกติแล้วคชินทร์เป็นคนตรงเวลาชายหนุ่มไม่เคยปล่อยให้เธอรอนานขนาดนี้มาก่อน แต่ถึงกระนั้นเธอก็เข้าใจว่าเขาอาจจะติดธุระอยู่

ร่างสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบจากลานจอดรถมายังร้านอาหารจีนซึ่งเป็นที่นัดหมาย กวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านก็เห็นแผ่นหลังอันคุ้นตานั่งอยู่ฝั่งด้านขวาของร้าน เขาทิ้งสะโพกลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับหล่อน

“โทษทีมาช้าไปหน่อย พอดีติดธุระ” เขาเอ่ยขอโทษที่ทำให้หล่อนรอนาน

“คนอย่างยูมีธุระเหมือนคนอื่นเขาเป็นด้วยเหรอ”

“นี่ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะว่าฉันน่ะกำลังจะมีโชว์รูมรถเป็นของตัวเองแล้ว” เขาบอกเรื่องนี้กับเธอเป็นคนแรก เพราะหล่อนก็ถือเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตเขา

“เฮ้ยจริงดิ ดีใจด้วยนะ แล้วเอาเงินมาจากไหนอะ ไหนตอนแรกบอกว่าเงินไม่ถึงไง” บ่อยครั้งที่คชินทร์พูดถึงความฝันของเขาและมักจะบอกอยู่เสมอว่ามันคงเป็นได้แค่เพียงความฝัน แต่วันนี้เขากลับทำมันได้สำเร็จ และเธอเองก็ยินดีด้วยจากใจจริง

“พ่อเป็นสปอนเซอร์ดิ” เขาตอบตามตรงแต่ไม่ทั้งหมด

“ไหนตอนแรกบอกพ่อยูไม่ยอมไง แล้วไปทำอีท่าไหนเขาถึงยอมลงทุนให้ล่ะ”

“ไม่รู้ดิ อาจจะแบบเห็นรถยนต์มันบูมมั้งช่วงนี้”

“เฮ้ย บ้าเหรอ มันบูมตรงไหนวะ รถยนต์เดี๋ยวนี้มันขายยากจะตาย ยิ่งรถที่ยูจะอิมพอร์ตมานะราคามันต้องไม่ธรรมดาอะ” หล่อนขัดขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

“เออช่างมันเถอะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าแต่สั่งไรกินยังอะ”

“ยังเลย รอยูเนี่ยแหละ” เจนนภาบ่นอุบอิบต่ออีกสองสามคำตามประสา คชินทร์จึงรีบยกมือเรียกบริกรชายเพื่อสั่งอาหาร เขาสั่งเมนูที่เพื่อนสาวชอบโดยเฉพาะ

“แหม ทำมาเป็นเอาใจ”

“ไม่ดีหรือไง ก็ไถ่โทษที่เมื่อหลายวันก่อนใช้งานหนักไง” เขายกน้ำขึ้นมาจิบพลางหัวเราะในลำคอ

“แค่นี้เนี่ย ไม่ทำให้ฉันหายเมื่อยตัวง่ายๆ หรอกนะ”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับคุณหญิงฟ้า”

“อยากแก้ปวดเมื่อยด้วยการเดินช็อปปิ้งจัง แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครช่วยหิ้วของหรือเปล่าน้า”

“เอาสิ วันนี้ทั้งวันฉันยกให้เธอหมดเลย” เขาตอบตกลงแล้วพูดต่อ “ช็อปได้เลยไม่อั้นวันนี้ป๋าเลี้ยงเอง”

“อุ๊ย ทำไมวันนี้ใจดีจัง” หล่อนยกมือขึ้นปิดปากและแสร้งทำท่าตกใจ

“ก็เผื่อหลังจากนี้ต้องใช้งานหนัก” เขายิ้มกรุ้มกริ่มในเชิงที่รู้กันแค่สองคน

ไม่นานอาหารที่สั่งก็ทยอยมาเสิร์ฟเรื่อยๆ จนกระทั่งครบ ทั้งสองคนพูดคุยกันตลอดระยะเวลาที่รับประทานอาหาร เจนนภาเป็นคนพูดเก่งและมีเรื่องให้พูดตลอดเวลาจึงทำให้บรรยากาศในโต๊ะมีสีสัน มือนี้คชินทร์เป็นเจ้ามือเลี้ยงเพื่อนสาว ทั้งคู่จะสลับกันจ่ายบางครั้งก็เป็นเจนนภา บางครั้งก็เป็นเขาเพราะสำหรับทั้งคู่แล้วเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องที่สำคัญถึงขนาดที่จะต้องมาคิดเล็กคิดน้อย



หลังจากลองชุดแต่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้วหม่อมราชวงศ์อภิรดีจึงพาว่าที่หลานสะใภ้ไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก นางอยากออกมาเปิดหูเปิดตาที่นอกบ้านบ้างเพราะไม่ค่อยได้ออกมาที่แบบนี้สักเท่าไหร่ ธิฌาธรเองก็อาสาพาท่านไปทานอาหารร้านประจำที่เธอกับเพื่อนมักจะมาบ่อยๆ สีหน้าของหญิงชราดูพอใจกับตัวร้านพอสมควร

“ยัยเทียนนี่เลือกร้านเก่งนะ บรรยากาศดีจริง” นางเอ่ยชม “รสนิยมดีไม่เบาเลยนะ”

“เทียนมาทานกับเพื่อนบ่อยๆ ค่ะคุณหญิงย่า บรรยากาศดีและราคาไม่แพงค่ะ”

มื้อกลางวันของหม่อมราชวงศ์หญิงและว่าที่หลานสะใภ้เสร็จในตอนบ่ายโมงครึ่ง ขณะที่กำลังเดินกลับไปที่ลานจอดรถทั้งคู่ก็พบกับชายหญิงคู่หนึ่งเดินกอดคอกันมาอย่างสนิทสนม ทั้งสองคนกำลังเดินมาจากอีกฝั่งแต่ไม่มีใครมองทางแม้แต่คนเดียว คชินทร์เองก็กำลังยื่นหน้าไปหอมแก้มหญิงสาว ส่วนฝ่ายหญิงก็กำลังใช้มือดันใบหน้าหล่อเอาไว้ หลบหลีกการหอมแก้มของอีกฝ่าย แต่สีหน้าของหล่อนนั้นมันช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางนั้นยิ้มกว้างจนเห็นฟัน อีกทั้งเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความชอบใจ

ราวกับโลกหยุดหมุนในทันใด ท่าทีสนิทสนมของทั้งคู่ที่มีต่อกันเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจดวงน้อยๆ ไม่คิดว่าหล่อนจะได้เห็นภาพบาดตาบาดใจถึงขนาดนี้

“ตาคิน!” เสียงทรงอำนาจของหญิงชราทำให้สองหนุ่มสาวที่กำลังกอดรัดกันอยู่ชะงักทันที

“คุณย่า” เขาหันไปมองตามเสียงและครางออกมาเสียงแผ่ว ละแขนที่รั้งคอของเจนนภาออกทันที ฝ่ายหญิงสาวเองก็รีบ

“สวัสดีค่ะคุณหญิงย่า” เจนนภาทำความเคารพหญิงชราอย่างนอบน้อมแต่อีกฝ่ายกลับเมินมองข้ามหล่อนไป

“แกทำอะไรอยู่ นี่หรือธุระสำคัญอะไรที่แกพูด”

เขาปรายตามองหญิงสาวที่อยู่ข้างคุณย่าของเขาเล็กน้อยก่อนจะรั้งเอวบางของคนข้างกายมาแนบชิด

“ใช่ครับ นี่แหละธุระสำคัญของผม” เขาสังเกตเห็นว่าธิฌาธรก้มหน้าลงและกำมือนิ่งๆ รอยยิ้มสะใจปรากฏขึ้นบนหน้าหล่อทันที “สำคัญขนาดไหนฟ้าก็น่าจะรู้ดี”

เจนนภาที่กำลังงงๆ นั้นรีบผลักตัวเองออกและรีบกลับมายืนข้างเพื่อนหนุ่มนิ่งๆ หญิงชราเห็นดังนั้นก็ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“พวกเธอทั้งสองคนน่ะ ทำอะไรให้มันรู้จักกาลเทศะเสียบ้างนะ แล้วดูแต่งเนื้อแต่งตัวสิอย่างกับพวกโสเภณี” แล้วคำพูดดถูกก็หลุดออกมาจากปากคุณหญิงผู้สูงส่งจนได้

เจนนภาหน้าเสียเล็กน้อยเละเม้มปากแน่น ใบหน้าสวยรู้สึกเห่อร้อนนิดๆ ลามไปถึงขอบตา เธอรู้ว่าคุณหญิงย่าของคชินทร์ไม่ชอบหน้าเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่คิดว่าท่านจะเอ่ยคำพูดแรงๆ กับเธอเช่นนี้

แต่คนที่เป็นเดือดเป็นร้อนกลับไม่ใช่คนที่โดนต่อว่า แต่เป็นหลานชายตัวดีที่โมโหเลือดขึ้นหน้า ชี้ไม้ชี้มือและพูดจาตอบโต้เช่นกัน

“เหอะ ก่อนที่คุณย่าจะพูดอะไรออกมาช่วยหันไปมองหลานสาวคนโปรดของคนคุณย่าด้วยนะครับ คุณย่าเคลมนักหนาว่าหล่อนเป็นผู้ดี ผมเห็นแต่หล่อนวิ่งเข้าหาผู้ชาย นี่หรือครับผู้ดี แล้วอีกอย่างคำพูดที่ย่าพูดกับฟ้ามันแรงมาก คุณย่าเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ ไม่ควรทำตัวไม่น่าเคารพแบบนี้เลย”

“ตาคิน!”

“อ้อ แล้วอีกอย่างคำว่าโสเภณีเก็บไว้ใช้กับหลานคนโปรดของคุณย่าเถอะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบก็ดึงแขนของเพื่อนสาวเลี่ยงออกไปอย่างไม่สนใจใคร

หม่อมราชวงศ์อภิรดียืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ นางไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้จะถูกเจ้าหลานชายตัวดีถอนหงอกเข้าให้ คชินทร์เห็นแม่ฟ้าอะไรนั่นดีกว่าคนในครอบครัว ถึงได้กล้าต่อว่าย่าต่อหน้าผู้คนจำนวนมากที่หยุดยืนมองด้วยความสงสัย

ธิฌาธรรีบเข้าไปพยุงร่างของหญิงชราไว้เมื่อเห็นว่าท่านทำท่าเหมือนจะเป็นลม หล่อนพยุงคุณหญิงย่าไปนั่งที่ม้านั่งที่ทางห้างได้จัดไว้ และรีบค้นยาดมในกระเป๋าตนเองมาให้ท่านดมทันที

“คุณหญิงย่าเป็นยังไงบ้างคะ ถ้ารู้สึกไม่ดีขึ้นเทียนจะพาไปหาหมอนะคะ” ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความกังวลใจเมื่อเห็นว่าท่านยังหายใจหนักๆ อยู่

“ย่าไม่เป็นไร แค่รู้สึกหน้ามืดนิดๆ น่ะ”

“แน่ใจหรือคะ แต่เทียนว่า...”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ย่าไม่เป็นไร นั่งพักสักประเดี๋ยวก็คงหาย” มือเหี่ยวย่นจับมือของหญิงสาวไว้แน่น ไม่นานลมหายใจก็ค่อยๆ แผ่วลงจนเป็นปกติ

“ย่าดีขึ้นแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ ป่านนี้ลุงเวียงแกคงรอนานแล้ว”

“มาค่ะ เดี๋ยวเทียนช่วยพยุง” หล่อนรีบลุกขึ้นไปพยุงหญิงชราและค่อยๆ เดินไปยังลานจอดรถที่มีคนขับรถจอดรออยู่ก่อนแล้ว



​อิพี่คินนี่มันปากร้ายจริงงงงกับย่าก็ไม่มีเว้นนะเนี่ย เดี๋ยวเรื่องจะค่อยๆแซ่บขึ้นเรื่อยๆนะคะ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาา เลิฟฟฟฟ

​ฆีตา 19/06/2018

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว