ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 2 ราชสีห์ไร้พ่าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ราชสีห์ไร้พ่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 19:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ราชสีห์ไร้พ่าย
แบบอักษร

ข้านั่งรถม้ากลับถึงจวนด้วยความหงุดหงิดใจ ไม่คิดว่าท่านพ่อบ้านจะมายืนรอข้าอยู่หน้าจวน

“คุณหนูใหญ่ นายท่านรอพบท่านที่ห้องหนังสือขอรับ” เสียงท่านพ่อบ้านเอ่ยเช่นนี้ข้าได้แต่แอบปาดเหงื่อในใจ ข้าทำอันใดผิดอีก ทุกคราที่ท่านปู่เรียกพบที่ห้องหนังสือจะต้องเป็นเพราะข้าทำความผิดแล้วท่านเรียกไปตำหนิ

“ท่านย่าเล่า ยามนี้ท่านอยู่ที่ใด” ข้าเรียกหาผู้ช่วยเหลือทันที แม้ท่านปู่จะรักข้ามากเพียงใด แต่ยามเมื่อลงโทษข้าแต่ละที หนักหนาราวกับว่าข้าเป็นคนในกองทัพ หากท่านย่าอยู่ด้วยนางยังจะคอยช่วยปรามท่านปู่ให้ข้าได้บ้าง แม้ภายนอกท่านปู่ยิ่งใหญ่จนผู้คนขนานนามท่านว่าท่านตู้กั๋วกง ราชสีห์ไร้พ่าย แต่ยามเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านย่า ท่านปู่ของข้าไม่ต่างจากลูกแมวน้อยผู้ยอมจำนน

“ฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินใหญ่ยังปรึกษากับหลงจู๊โรงทอผ้าอยู่ที่ห้องเย็บปัก อีกสักครู่ข้าจะไปเชิญพวกนางไปที่ห้องหนังสือขอรับ” ดูเหมือนท่านพ่อบ้านจะเดาใจของข้าออก เขาเอ่ยพลางหลิ่วตาให้ข้า ข้าจึงจำต้องยอมเดินไปห้องหนังสือด้วยความจำใจ เมื่อเข้าในห้องหนังสือข้าก็แทบอยากจะถอยหลังกลับ เหตุใดมารวมตัวกันที่นี่จนหมด ทั้งท่านปู่ ท่านพ่อและท่านพี่ชิงเหยียน อีกทั้งใบหน้าของพวกเขาช่างเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง นี่ข้าไปทำเรื่องใหญ่ใดไว้หรือ

“เอ่อ จะให้ข้าส่งจดหมายตามท่านอารองที่ชายแดนด้วยเลยไหม จะได้ครบทุกคนแล้วจัดการข้าทีเดียว” หลุดปากไปแล้วก็อยากทุบหน้าผากตนเองสักหลายที คิดว่าจะค่อนแคะแค่เพียงในใจเหตุไฉนจึงพูดออกมาเสียได้ ข้าแอบมองหน้าท่านปู่เห็นหนวนท่านกระดิกด้วยความโกรธ ข้าคิดกับตนเองในใจว่าแย่แล้วครานี้ข้าต้องแย่แน่นอน

“ตู้ชิงชิงคุกเข่า” เสียงกัมปนาทนี้จะเป็นของผู้ใดได้ถ้ามิใช่ท่านปู่

“ตู้ชิงชิงเจ้าบอกปู่มาตามตรง วันนี้เจ้าลักลอบนัดพบเจ้าหน้าขาวมาใช่หรือไม่” ท่านปู่เอ่ยเช่นนี้ข้าก็นึกเข่นเขี้ยวภายในใจ ผู้ใดคาบข่าวมาบอกท่านปู่อย่าให้ข้ารู้นะ ข้าจะจัดการให้พวกเจ้านั่งกินข้าวมิได้แน่

“มิได้นัดพบเจ้าค่ะ ข้าไปไหว้พระที่วัดเทียนฝู แล้วบังเอิญพบกัน” ข้าเอ่ยพลางก้มหน้านิ่ง ท่านอาหญิงเคยบอกเคล็ดลับข้ามา แค่เพียงก้มหน้า ปล่อยน้ำตาออกมาจะยิ่งดีแล้วข้าจะมิถูกลงโทษหนัก

“บังเอิญหรือ เจ้าเด็กหน้าขาวปากแดงผู้นั้นน่ะหรือจะไปไหว้พระ เฮอะ ข้ามิเชื่อเจ้าหรอก” ท่านปู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนกับว่าข้ากำลังโกหกหลอกลวงเช่นนี้ ข้ารีบหันไปหาตัวช่วยทันที ท่านพ่อส่ายหัวให้ข้า ส่วนท่านพี่ชิงเหยียนกระแอมในลำคอสักครู่แล้วจึงเอ่ยช่วยข้า

“ท่านปู่ท่านน่าจะรู้ น้องชิงชิงมิมีทางนัดพบเจ้าหมอนั่นแน่ ใบหน้ารึก็ขาวผ่องงดงามราวกับผู้หญิง รูปร่างก็เรียวบางสะโอดสะองบอบบางดุจกิ่งหลิว ข้าออกหมัดทีเดียวน่าจะบาดเจ็บแทบปางตายแล้ว หญิงสาวที่กระโดกกระเดก วันๆเอาแต่ฝึกยุทธ์ คลุกคลีอยู่กับผู้ชายเช่นน้องชิงชิง ไม่มีทางไปชอบหมอนั่นจนต้องแอบนัดพบแน่นอน” ท่านพี่ชิงเหยียนเอ่ยช่วยข้าเช่นนี้ข้าซึ้งใจจนน้ำตาแทบไหล แต่ว่าประโยคหลังๆนี่นับว่าเป็นการชมเชยข้าใช่หรือไม่ ข้าอดนิ่วหน้าทวนคำพูดของเขาในใจมิได้

“ก็จริง ข้าไม่เคยเห็นด้วยเลยสักนิด ให้หลานสาวข้าต้องแต่งกับคนเช่นนี้ มิสู้หลับหูหลับตาชี้นิ้วเลือกสักคนในกองทัพมาเป็นหลานเขยของข้ายังจะดีเสียกว่า” ท่านปู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงขัดเคืองใจ โอ้ ท่านปู่ท่านเอ่ยเช่นนี้ท่านรักข้าจริงหรือไม่

“ไม่เห็นด้วยแล้วอย่างไร ความเห็นของข้าไม่ดีเช่นนั้นหรือ หลับหูหลับตาเลือกก็ได้แล้วหรือ ที่ท่านเอ่ยถึงคือหลานเขยนะมิใช่พลซักล้าง” เสียงของท่านย่าล่องลอยมาจากด้านนอก ไม่นานประตูห้องหนังสือก็เปิดออก เมื่อท่านย่าเดินเข้ามาท่านปู่ที่กำลังกำลังยืนแผ่รังสีกดดันข้าอยู่ รีบนั่งลงบนเก้าอี้หยิบชาขึ้นมาดื่มเงียบๆทันที

“ท่านพี่หลานเขยผู้นี้ ข้าเป็นผู้คัดเลือกให้ชิงเอ๋อด้วยตนเอง ท่านมิเชื่อสายตาของข้าหรือ” ท่านย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงขัดเคืองท่านปู่รีบลุกขึ้นยืนทันที

“น้องหญิงข้ามิกล้าไม่เชื่อเจ้า หากข้าไม่เชื่อเจ้าข้าจะยอมรับการหมั้นหมายในครานั้นหรือ” ท่านปู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแก้ตัว

“ชิงเอ๋อ เจ้าก็ลุกขึ้นเถิด” ท่านย่าเอ่ยเช่นนี้ข้ารีบลุกในทันที ถึงแม้ข้าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์แต่คุกเข่าเช่นนี้ หัวเข่าของข้าก็เจ็บและล้าเป็นเฉกเช่นผู้อื่นนะ

“ท่านพี่ ท่านราชครูตวนมู่เฉินนั้นมีสิ่งใดไม่ดีบ้าง รูปงามกริยาก็เหมาะสม ชาติตระกูลก็ไม่ด้อยกว่าพวกเรา อยู่ในราชสำนักก็ได้รับความไว้วางใจเป็นที่ปรึกษาของฝ่าบาท ท่านก็รู้ซือซือและหลานๆต้องอยู่ในวังกัดกินผู้คนเช่นนั้น ได้เกี่ยวดองกับท่านราชครูตวนมู่เฉินผู้นี้นับว่าเป็นเรื่องดียิ่งนัก” ท่านย่าเอ่ยออกมาเสียยืดยาว ท่านปู่จึงเดินไปนั่งจิบชาเช่นเดิม ส่วนท่านย่านางเดินมาจับมือข้า พลางจูงไปนั่งที่ม้านั่งด้านข้าง

“มีแต่ชิงเอ๋อของเรา ที่จะว่าไปก็เป็นเช่นผู้อื่นเขาว่ากัน กริยาและวาจาล้วนไม่คู่ควรกับคนเช่นเขา หากวันหน้าเขาขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย เราก็จำต้องยอมรับด้วยความจำนน” ท่านย่าเอ่ยพลางมองใบหน้าของข้าที่ยามนี้น่าจะหม่นหมองลงไปเช่นเดียวกับจิตใจ

“ก็ลองมาหักหน้าหลานข้าเช่นนั้นสิ ข้าจะถือกระบี่พระราชทานไปฟันหัวมันให้ขาดกระเด็น” ท่านปู่เอ่ยขึ้นแล้วต้องรีบเงียบเสียงทันที เมื่อพบว่าท่านย่าส่งสายตาตำหนิติเตียนไปให้

“เป็นเพราะเหตุนี้อย่างไรเล่าชิงเอ๋อ ย่าจึงเข้มงวดกับเจ้าเป็นพิเศษ ย่าอยากให้เจ้าหันมาตั้งใจเรียนรู้งานบ้านงานเรือนเสียบ้าง ถึงอย่างไรวันหน้าเจ้าต้องแต่งออกไปอยู่บ้านพ่อแม่สามี จะหยิบจะจับอันใดล้วนต้องใช้ความระมัดระวัง หาไม่ย่าของเจ้าย่อมจะต้องขายหน้าผู้อื่นเป็นแน่ ที่เลี้ยงลูกหลานออกมาได้ไม่ดี เจ้าเข้าใจที่ย่าพูดหรือไม่” ท่านย่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หลานเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ วันหน้าหลานจะตั้งใจทำตามที่ท่านย่าสอน” ข้าเอ่ยพลางกอดแขนท่านย่าด้วยกริยาออดอ้อน

“เจ้าเข้าใจย่าได้ก็ดีแล้ว ได้แต่งเข้าจวนตวนมู่นับเป็นวาสนาที่ดีของเจ้า ค่ำแล้วเจ้าเองก็ไปพักผ่อนเถอะ” ท่านย่าเอ่ยเช่นนี้ข้ารีบพยักหน้าตกลงทันที เมื่อกลับมาถึงเรือนนอนของข้าได้ ข้าก็ทอดถอนใจด้วยความโล่งอก เมื่อนั่งทบทวนคำพูดของท่านย่าแล้วก็ก็ต้องทอดถอนใจอีกครั้ง ข้าไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงท่านราชครูได้เลย ความงามหรือข้าก็คิดว่าไม่ สาวงามมากมายคอยติดตามเขา ราวกับว่าเขาเป็นเหยื่อของพวกนาง ยกตัวอย่างเช่นองค์หญิงใหญ่หลิวเหวินจูผู้งดงามคือหนึ่งในผู้ชื่นชมและเฝ้าติดตามท่านราชครูตวนมู่เฉิน ความเพียบพร้อมทุกด้านของนาง แม้ข้าจะเพียรพยามเท่าใดก็ไม่มีทางเทียบเคียงนางได้

ข้านั่งทอดถอนใจให้กับกับตนเอง จึงคิดได้ว่าวันพรุ่งนี้ข้าไปเข้าเฝ้าท่านอาหญิงในวังดีกว่า จะได้ไปพบองค์หญิงสี่ด้วยเลย องค์หญิงสี่ผู้นี้เป็นบุตรสาวของท่านอาหญิง ในวังหลวงแห่งนี้นับว่านางมีตำแหน่งสูงสุดขององค์หญิงด้วยมีมารดาเป็นฮองเฮา และเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทยิ่งนัก แต่นางก็มิเคยยกตนว่าเหนือกว่าผู้อื่น

องค์หญิงสี่หลิวซางหรูนางเป็นผู้ที่เฉลียวฉลาดและจิตใจดี ยามอยู่กับนางทีไรข้ารู้สึกสบายใจทุกที แม้นางจะเป็นถึงองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท แต่นางมิเคยใช้อำนาจของนางข่มเหงรังแกผู้ใด รวมทั้งญาติผู้พี่ผู้นี้ของนางด้วย นางกางปีกป้องข้าเสียยิ่งกว่าท่านพี่ชิงเหยียนพี่ชายแท้ๆของข้าเสียอีก เมื่อข้าคิดถึงนางก็สบายอกสบายใจขึ้นมาทันที จึงหันไปบอกจูเหลียนให้ช่วยข้าเปลี่ยนชุดเพื่อเข้านอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว