ถ้าใจจะหื่น กี่หมื่นคำโปรย ก็...โอ้ย... ไม่จำเป็น!!

#1 : สัมผัสแรกระหว่างเรา (120%) (รีไรท์)

ชื่อตอน : #1 : สัมผัสแรกระหว่างเรา (120%) (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 217.4k

ความคิดเห็น : 336

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2563 13:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
#1 : สัมผัสแรกระหว่างเรา (120%) (รีไรท์)
แบบอักษร

เริ่มแรกมันเป็นเพียงแค่การสัมผัส... อย่างละเมียดละไม คล้ายผ้าชีฟองที่ปลิวกระทบลงบนผิว จากนั้นหญิงสาวก็พบว่าริมฝีปากของเขาทั้งนุ่มหยุ่น อบอุ่น เอาแต่ใจยามลงน้ำหนักจนไม่เหลือช่องว่าง ครั้นตระหนักได้ว่าเขากำลังจูบเธออยู่จริงๆ ชายหนุ่มก็กำลังเคล้นคลึงอย่างสนิทสนม บดเบียดสลับกับขบเม้มเรียวปากล่าง ทำให้ใจเธอสั่นหวิวด้วยการงับแล้วดึง...

เพราะว่าหลับตาอยู่ จึงรับรู้ทุกอย่างชัดเจน

ทว่าหญิงสาวไม่ทันได้จูบตอบ คีตศิลป์ก็ผละหนี เขาใช้ลิ้นไล้เลียระหว่างรอยริมฝีปากสีหวานที่เผยออ้า ตั้งใจทำให้คนในอ้อมกอดสะท้าน ก่อนถอยพร้อมละมือออกจากเรือนร่างน่าทนุถนอมอย่างเสียงดาย

จะว่าหัวโบราณก็ได้ แต่เขาไม่อยากทำให้คนน่ารักตรงหน้ามีรอยราคี

“ลืมตาได้แล้วเธอ”

นัยน์ตาคู่ใสค่อยๆ ปรือขึ้น ก่อนที่เธอจะเบิกตากว้าง ถอยกรูดจนชิดราวบันไดขณะรีบเอามือกุมปากตัวเอง หลังเงียบไปอึดใจ ส่งเสียงหงุงหงิงลอดช่องนิ้วออกมา

“ขอบคุณนะคิงส์”

ตั้งแต่จูบผู้หญิงมา... เพิ่งเคยมีคนขอบคุณเขาครั้งแรกก็วันนี้

คีตศิลป์ตัดสินใจไม่บอก เขาดึงมือเธอออกแล้วก้มลงหอมแก้มเนียนอย่างมันเขี้ยว ทำเอาคนที่กำลังเขินแก้มแดงสะดุ้งเฮือก

“เมื่อกี้แถม...” เขายักคิ้ว ก่อนจะขยิบตาอย่างกวนโอ้ย “...ไปซ้อมกันเถอะเธอ แล้วก็รีบกลับไปกินขนมนอน พรุ่งนี้เราจะได้ตื่นมาจูบกันใหม่... แบบกระชากเข้าไปบดปาก”

แล้วซีนในวันถัดมาก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์จนเกิดแฮชแทค #คิงส์ฟอง ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ด้วยทวีตหลักครึ่งล้านตั้งแต่คืนแรกที่ละครออนแอร์

.

.

“ฟอง เย็นนี้เช้าต้องเข้าช่องนะ...” อลิยาเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตที่ใช้จดตารางงาน บัดนี้หล่อนกลายเป็นคนดูแลฟองสมุทรเต็มตัวหลังรสสุคนธ์โยนงานให้ ส่วนเจ๊ใหญ่ของทีทีจีโมเดลลิ่งยังคงเป็นคนดีลงาน... ซึ่งดาหน้าเข้ามาจนรับทรัยพ์ไม่หวาดไม่ไหว “...คิวด่วน คุณดิษยาเธอขอมา ส่วนพรุ่งนี้ที่ถ่ายทีวีซีผงซักฟองบรูซเลื่อนเป็นเก้าโมง"

 เพียงสองสัปดาห์หลังจากละครเรื่อง ‘รักดั่งดวงใจ’ ออนแอร์ ชื่อเสียงก็ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ ยอดติดตามไอจีของนางเอกสาวก็พุ่งเกินหลักล้าน เพราะเคมีของพระนางที่แรงทะลุจอ พานให้คนจิตนาการไปไกลว่ามีอะไรในก่อไผ่รึเปล่า 

ส่วนวันนี้... เป็นวันออกอีเว้นท์คู่ครั้งแรกที่มีแต่คนรอคอย

ในละครน่ะเธอสวย รวยสะเด็ด เผ็ด ชิค... และยังไม่เคยไปออกรายการวาไรตี้ที่ไหน พอแฟนคลับมาเจอตัวจริงสุดขี้อายวันนี้ จากที่เธอกังวลว่าทุกคนจะรับได้ไหม กลายเป็นว่าทุกครั้งที่เธอยิ้มแก้มตุ่ยเพราะตอบคำถามไม่ถูก เสียงกรี๊ดยิ่งทวีหนักขึ้นไปอีก ส่วนคีตศิลป์ไม่ต้องพูดถึง แค่เขาถอนหายใจคนก็กรี๊ด โบกมือให้ก็กรี๊ด ส่งเสียงสะเทือนจนห้างแทบแตก คนมหาศาลบานตะไทล้นยันชั้นบน

หญิงสาวกำลังก้มอัพไอจีขอบคุณแฟนคลับที่อุตส่าห์เร่งทำป้ายไฟมาเชียร์... มีทั้งบ้านเดี่ยวบ้านคู่ ป้ายไฟรูปเรืออันเท่ายักษ์เห็นได้ไกลตั้งแต่สี่แยกหน้าห้าง พ่วงด้วยขนมดอกไม้ตุ๊กตาที่รับมาจนแน่นหลังรถตู้

“เย็นนี้เลยเหรอคะ...” เธอถามก่อนจะกดอัพรูปภาพขึ้นโซเชี่ยล แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้จัดการพ่วงด้วยตำแหน่งพี่สาวที่สนิทที่สุด “...พี่ลูกปัดหิวรึยัง แวะซื้ออะไรกินก่อนไหม ฟองว่ากว่าเราจะถึงห้องคงอีกนานแน่เลย”

“อย่าดีกว่า” อลิยาหันจอแท็บเล็ตให้ดู “เห็นไลน์ไหม คุณดิษยาเธอเร่งมายิกๆ ขืนเข้าช้ารับรองหัวขาดทั้งคู่!”

.

.

ภายในห้องผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการชั้นยี่สิบแปด ดิษยา ศิลานนท์ ยืนกอดอกพิงกระจกพลางเคาะนิ้วอย่างหงุดหงิด ส่วนชาครสามีของนางนั่งหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนเก้าอี้หลังถูกซักฟอกหมดจดเรื่องฟองสมุทร

นางทราบว่าสามีคอยเทคแคร์สาวรุ่นลูกคนนั้นอยู่ลับๆมาร่วมปี ทั้งป้อนงานแสดงเรื่องใหม่และเอาใจใส่กับสภาพความเป็นอยู่ถึงขั้นเสนอคอนโดให้ (แต่ฟองสมุทรปฏิเสธ) ตอนแรกนางคิดว่าสามีกำลังนอกใจ ไม่คิดเลยว่านางเอกสาวจะเป็นลูกที่เกิดกับ... คนรักเก่า

ก็รู้อยู่ว่าสามีเคยนอกใจครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นลูกสาวทั้งสองยังเด็ก เธอจึงตัดสินใจให้อภัย

“ผมก็เพิ่งรู้ตอนฟองเข้าช่องครั้งแรก...” ชาครเอนหัวซบพนักพิง “...เข้าใจผมหน่อยเถอะคุณ พีเขาปิดมาตั้งสิบแปดปี ไหนจะต้องแต่งงานกับเพื่อนเกย์เพื่อรักษางานตัวเองไว้ ผมรู้ว่าผมผิด แต่ฟองไม่ได้ผิดอะไร อย่างน้อยเธอควรได้รับการรับผิดชอบ...”

เขาพลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าฟองสมุทรต้องทนรับความผิดพลาดที่เขาก่อ ในฐานะพ่อที่ไม่เคยดูดำดูดีมาสิบแปดปี ซ้ำยังทำให้อดีตคนรักต้องตกระกำลำบากทุกข์ทนสารพัด เขายินดีที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อชดเชยให้

“เรื่องนั้นฉันไม่ได้โกรธ” ดิษยาเดาะลิ้น “แต่ฉันโกรธที่คุณจับเด็กคนนั้นเซ็นต์สัญญาเพื่อเอามาไว้ใกล้ตัว แล้วดูตอนนี้ซิ เธอดังเป็นพลุ คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง แฟนคลับถึงขั้นตั้งชื่อออฟฟิศเชียลเรียบร้อยว่า ‘เดอะเพนกวินออนเวฟ’ ขืนมีข่าวเล็ดออกไปเราจะทำยังไง ไม่ต้องพูดถึงความน่าเชื่อถือของคุณหรือคุณพีหรอกนะ แค่ข่าวเด็กเส้นก็กลบเรื่องการเมืองมิด...”

มีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ

“เข้ามา” ดิษยาบอกเสียงห้วน

ประตูเปิดรับฟองสมุทรกับอลิยา แต่คนหลังชาครถูกโบกมือเป็นสัญญาณให้ถอยออกไปรอนอกห้อง พอผู้จัดการสาวปิดประตู ฟองสมุทรก็เลิกลั่ก

“นั่ง” ดิษยาสั่ง ชี้ไปทางเก้าอี้ชุดรับแขก “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”

สมแล้วกับการที่ได้รับฉายาเพชรพันปี ทุกการชี้นิ้วของหญิงวัยกลางคนราวกับประกาศศิตสั่งตาย ใครก็ครั่นคร้ามไม่กล้าหือ บรรยากาศอันกดดันทำให้ฟองสมุทรรีบเดินไปนั่งลงบนโซฟาทันที กลัวจนมือสั่นตัวเย็น

“เธอน่ะ เป็นลูกสาวของหลามใช่ไหม”

ครั้นเห็นนางเอกสาวทำหน้าเหวออึ้งตะลึงทึงทึง คนถามก็ส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ

“ถ้าเธอไม่ดังขนาดนี้ ฉันคงสั่งถอดสัญญาไปแล้ว รู้ใช่ไหมว่าให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้”

“หนู... เอ่อ... ทราบค่ะ”

“บอกใครไปบ้างรึยัง”

ฟองสมุทรส่ายหน้า

“แม้กระทั่งเจ้าคิงส์ก็ไม่ได้บอกใช่ไหม”

เธอส่ายหน้าอีก แม้จะมีใจให้คีตศิลป์ แต่ความลับนั้นเป็นอีกเรื่อง... เขาไม่เคยคาดคั้น ส่วนเธอก็ไม่เคยกล่าวถึง ซ้ำทั้งคู่ยังถูกต้นสังกัดออกคำสั่งมาอย่างเข้มงวดว่า ‘ห้ามประกาศว่าคบกัน’ เพราะมันไม่จิ้น มันไม่ฟิน จากที่เคยไปเดทโดยไม่ต้องหลบก่อนมีชื่อเสียง หลายเดือนหลังปิดกล้องกลับมีช่องว่างขึ้นเพราะต้องวางตัวให้เหมาะสม

“ฉันไม่อยากพูดให้เธอใจเสียหรอกนะ แต่ถ้าอยากจะเป็นนักแสดงของชาแนลโฟร์ต่อไป เรื่องนี้ต้องเหยียบให้มิด ความแตกหรือมีคนนอกรู้เมื่อไหร่ฉันจะจัดการเทเธอทิ้งทันที ต่อให้เธอจะดังล้นฟ้า เป็นนางเอกแถวหน้า แต่สัญญาอยู่ในมือฉัน เข้าใจไหม”

ทางด้านหลัง ชาครเอามือแปะหน้าผากอย่างปวดหัว ไม่รู้จะห้ามภรรยายังไง

“ค่ะ…"

“แล้วเรื่องหลาม อย่าให้เขาสปอยล์เธอมาก ฉันไม่อยากให้พวกยัยกุมภากับกัญญารู้ว่าเธอเป็นน้องสาวต่างแม่...”

ประตูเปิดผ่างเข้ามาก่อนดิษยาจะพูดจบ ซ้ำนางยังพูดดังจนลูกสาวสองคน (ที่ตายยาก) ได้ยินเต็มสองหู กัญญากรี๊ดเป็นคนแรก ปรี่เข้ามากอดเอวมารดาเพื่อขอฟังอีกทีชัดๆ

“น้องใหม่เหรอแม่! พวกหนูมีน้องเพิ่มเหรอ!”

“คิดตั้งแต่แรกแล้วว่าเราหน้าคล้ายกัน” กุมภาเดินไปนั่งข้างฟองสมุทร จับนางเอกสาวที่วันนี้แต่งตัวสวยพริ้งเอียงซ้ายเอียงขวา “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น พวกเราญาติเยอะ เพิ่มมาอีกสักคนสองคนไม่เป็นไรหรอก แถมยังเป็นน้องงงงงงฟองงงงง นางเอกดาวรุ่งพุ่งทะลุโลกของเราซะด้วย งื้ออ ขอจิ้มแก้มหน่อย เจ๊อยากทำมานานแล้ว”

“ทั้งสองคนน่ะ หยุดเลย แม่ไม่อยากให้เป็นเรื่อง...” ดิษยารีบเบรก แต่สองสาวไม่ฟังเสียง

“ตกลงใช่น้องเราไหมคะพ่อหลาม”

“เออ ใช่... แต่อย่าไปกวนฟองเขามาก”

“ยัยกัญ แอดน้องเข้าไลน์กรุ๊ปเดี๋ยวนี้เลย บอกนิ้งกับนาวว่าเย็นนี้รวมพล”

“พี่ขุนร้องห่มร้องไห้ตายแน่ถ้ารู้ว่าฟองเป็นญาติ” กัญญาที่ยังคงกอดเอวมารดาว่าเสียงแหลม ซบหน้าถูไถด้วยความดีใจจนเพชรพันปีแทบจะหมดมาด ดิษยากลอกตาขึ้นสวรรค์ จะเก๊กดุต่อก็คงไม่มีใครกลัว จึงทำได้เพียงหันไปสบตาสามีอย่างเอือมๆ

“คุณพูดเสียงดังเองนะ ผมไม่เกี่ยว” ชาครเลื่อนมือลงปิดหน้า “แต่ฉิบหายล่ะงานนี้”

นี่เป็นสิ่งที่พิมพ์พิศ มารดาของฟองสมุทรกลัวที่สุด... ความกลมเกลียวปานจะกลืนกินอย่างไร้เหตุผลของบ้านศิลานนท์

.

.

“น้องคิงส์ ช่วงนี้เจ๊ได้ข่าวว่าน้องฟองมีคุณหมอตี๋เทียวรับเทียวส่งถึงกองรอยโศก เราน่ะได้ยินมาบ้างรึเปล่า”

“ไม่ครับ” คีตศิลป์ตอบช่างทำผมประจำกอง ใครก็รู้ว่าเจ๊หมีถึกเป็นขาเม้าท์ จริงไม่จริงไม่รู้ขออัพเดทล้ำหน้าชาวบ้านเป็นพอ “ผมคุยกับฟองครั้งล่าสุด เธอไม่ได้บอกอะไร”

“แหมมม ถ้าคนมันมีอะไร ใครจะกล้าพูดความจริง”

แม้จะขึ้นขวบปีที่สามในวงการบันเทิง เริ่มชินกับข่าวเม้าท์ข่าวคาวต่างๆ นานาที่ลอยมากระทบใจ ทว่าชายหนุ่มยังหงุดหงิดเมื่อที่มีใครพูดถึงคู่ขวัญของเขาในแง่ลบ ล่าสุดฟองสมุทรทำเพียงแค่ส่งช่อดอกไม้... มาแทนคำยินดีในวันรับปริญญา เพราะเธอติดถ่ายละครเรื่องล่าสุดอยู่ที่เชียงราย

ไอ้เรื่องนั้นน่ะเขารับได้เพราะต่างคนต่างยุ่งแทบบ้า และแม้แฟนคลับจะเรียกร้องให้ทั้งคู่กลับมาเล่นละครด้วยกันหนักแค่ไหน ทว่าช่องไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยงานให้ มากสุดแค่ยอมให้รับพรีเซนเตอร์คู่กับอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับการโฆษณาเท่านั้น

เข้าไปส่องในทวิตเตอร์ทีไร เห็นแฟนคลับเอาแต่บ่นว่าน้ำแห้งเรือติดหล่ม ไม่มีโมเม้นต์คู่ชิปให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ

อย่าว่าแต่แฟนคลับ ใจเขาก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน แม้จะไม่เคยทะเลาะหรือมีเรื่องระหองระแหง แต่การโทรคุยกันอย่างเก่งไม่เกินวันละครึ่งชั่วโมงเป็นอะไรที่ชวนห่อเหี่ยว ตอนนี้เขาไม่เจอเธอมาเกือบเดือน ทั้งคิดถึง อยากจับมือ อยากกอด...

ปีที่ผ่านมามีข่าวของฟองสมุทรลอยมาเป็นระยะ ไม่ใช่จากนักข่าว เพราะพวกนั้นน่ะรัก ‘น้องฟองงง’ ยิ่งกว่าอะไร แต่พวกช่างเม้าท์ในกองถ่ายเป็นคนละเรื่อง เขาถูกเป่าหูทั้งหัวข้อเด็กเสี่ย วิศวกรหุ่นล่ำ หมอตี๋... ล่าสุดก็พระเอกที่เล่นด้วยกันกำลังตามเทียวไล้เที่ยวขื่อถึงขั้นนั่งเฝ้าในกองทั้งตนที่ไม่มีคิว

คันปากอยากบอกทุกคนว่าเขานี่ล่ะคือคนที่กำลังดูใจกับฟองสมุทร แต่ก็ทำไม่ได้

“เสร็จแล้วจ้ะ” พี่ช่างผมตบบ่าเขา “พี่เซ็ตไม่แข็งมาก คิงส์ไม่ต้องตกใจเวลาผมปลิว ฉากดาดฟ้ามันต้องมีความเนเจอรัลนิดนึง”

“ขอบคุณครับ” เขาหันมายิ้มให้ ก่อนจะรีบขอตัวไปแต่งตัวเข้ากล้อง ระหว่างคว้ามือถือกดหาคนที่คิดถึงไปด้วย

‘ฟอง เย็นนี้ว่างรึเปล่า กินข้าวกันไหม’

เขาถามเพราะรู้จากอลิยาว่าเธอไม่มีคิวงาน ฟองสมุทรอ่านทันที แต่ตอบมาว่า

‘เรามีนัดติวสอบแล้วอะ ขอโทษนะคิงส์’

“น้องคิงส์ น้องแคลร์ พร้อมรึยังคะ ห้องข่าวข้างล่างวอ.มาบอกว่าอีกชั่วโมงฮ.จะลง เร็วเข้าเดี๋ยวถ่ายไม่ทัน”

พลอยชฎาซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องผลุนผลันออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพสวยเช้ง หล่อนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าเขากับฟองสมุทรคบกัน และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าพูดว่า...

“หยุดเจ๊าะแจ๊ะกับฟองก่อนแก รีบปิดโลเกชั่นวันนี้ให้เสร็จไวๆ ไอ้โดรนบนนั้นบินไปมาเหมือนคนบังคับเมากาว ช่างไฟประจำเสาก็แทบปลิวเพราะลมแรง ต้องเอาให้เสร็จ! ฉันขี้เกียจมาถ่ายซ่อมฉากเลิฟซีน!”

ทว่าเมื่อสองนักแสดงขึ้นมาถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของตึกชาแนลโฟร์ วัตถุสีดำบางอย่างซึ่งกำลังถูกลมตี มีโดรนคอยฉวัดเฉวียนเข้าใกล้เป็นระยะ ทำให้ทุกคนในกองต้องแหงนหน้าขึ้นสุดกำลัง มือข้างที่ว่างป้องตากันแสงไปด้วย

“เกิดอะขึ้นคะพี่หมวย” พลอยชฎาหันไปถามช่างแต่งหน้าที่มายืนประจำหน้าเซ็ต

“วิกคุณเอกปลิวขึ้นไปน่ะ...ทีมโดรนกำลังพยายามช่วยกันกู้ก่อนจะร่อนลงถนนพระรามเก้า” เอกเป็นผู้กำกับสุดติสต์ที่อ่อนไหวกับกรรมพันธ์ุของตน เขาไม่มีทางลงตึกชาแนลโฟร์โดยไร้วิกปกปิด

“บินขนาดนี้ แคลร์ว่าแยกเกษตรก็คงถึง”

เอกครวญครางเมื่อได้ยินประโยคแทงใจจากนางเอกเข้าเต็มหู เขาร้องขอยืมหมวกใครสักคนอย่างตัดใจ ก่อนจะวอ.บอกให้ทีมงานทุกคนเตรียมเข้าที่

“เตรียมเรคคอร์ท ช่างวิกแม่งละโว้ยยยย”

.

.

ฟองสมุทรรู้สึกไม่ค่อยดีที่ต้องโกหกคีตศิลป์ เธอยืนกุมโทรศัพท์อยู่ในลานจอดรถผู้บริหาร บริเวณนั้นเหลือรถคันเดียวเพราะสมาชิกบ้านศิลานนท์เกือบทั้งหมดกลับไปรวมพลกันที่บ้านใหญ่เรียบร้อย

หลังใช้เวลาร่วมปี กัญญา กุมภา กับญาติพี่น้องคนอื่นค่อยๆ ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงครอบครัว มีกระแสต่อต้านดุจคลื่นใต้น้ำอยู่พักหนึ่งก่อนสลายไปเพื่อพบกับลักษณะอ่อนน้อมถ่อมตนอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ... ด้วยความที่หญิงสาวเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง การที่มีคนมาป่วนรอบตัวจึงทำให้เธออยากรักษาทุกคนไว้ 

ตั้งแต่มารดาไล่เธอออกจากบ้าน เธอพยายามหาทางกลับไปตื้อง้อคืนดี แต่ท่านไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน จนบางทีฟองสมุทรนึกท้อว่าการที่เธอลองดื้อออกมาอยู่นอกตู้โชว์ของมารดามันได้กลายเป็นความผิดบาปจนไร้ทางให้อภัยเชียวหรือ เธอกลับบ้านทุกโอกาสที่หาได้ เพียงเพื่อจะพบแต่ความเย็นชา ยิ่งเธอมีชื่อเสียงเท่าไหร่ ท่านยิ่งไม่พอใจ

พิมพ์พิศไม่สนด้วยซ้ำว่าลูกสาวของท่านหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว เงินค่าเทอมทุกบาททุกสตางค์มาจากการทำงานหนัก มีทรัพย์สินที่อยู่เป็นคอนโดดูเพล็กซ์ในชื่อตัวเองด้วยเงินที่ได้จากค่าสัญญาพรีเซ็นเตอร์สองตัวล่าสุด ชื่อเสียงไม่มีที่ติ เกรดในแต่ละเทอมก็เช่นกัน

“ไปรึยัง” ชาครเดินออกจากลิฟท์มาพร้อมคนขับรถ “โทษทีที่พ่อทำงานช้า ความจริงพ่อว่าเราน่าจะกลับไปแม่ดิษกับยัยภา...”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฟองรอได้”

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะต้องกินข้าวร่วมโต๊ะกับคนทั้งบ้าน ไปกับชาครชวนให้อุ่นใจกว่า

“โอเค งั้นขึ้นรถ”

พอขึ้นนั่งประจำเบาะหลัง รถก็วนลงจากลานจอดซึ่งอยู่ชั้นสูงสุด ฟองสมุทรเหลือบตามองโทรศัพท์เป็นระยะ คีตศิลป์ไม่ตอบอะไรกลับมา ซึ่งเธอเดาว่าเขากำลังยุ่ง...

“เป็นอะไรรึเปล่าเรา” ชาครที่นั่งข้างกันหันมาถาม

“แค่ตื่นเต้นมั้งคะ” เธอยิ้มตอบ “ปกติเจอแต่คุณย่านุ่นกับพวกพี่ภา แถมหนูยัง... เอ่อ... ไม่เคยไปบ้านใหญ่ด้วย กลัวว่าจะทำตัวไม่ถูก”

“ก็คนกันเองทั้งนั้น...” คนเป็นพ่อยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกสาว เขาทำแบบนี้กับลูกหลานทุกคน แต่คนนี้จะเอ็นดูเป็นพิเศษหน่อยเพราะขี้กลัวเหลือเกิน “...เตรียมใจไว้เถอะ อย่างน้อยพ่อว่าไอ้พวกแสบไม่ให้หนูกลับก่อนสี่ทุ่มแน่ ได้ข่าวว่าเตรียมเกมอะไรไม่รู้ไว้เยอะแยะ...”

เสียงของชาครไม่เข้าหูอีกต่อไปเมื่อฟองสมุทรบังเอิญเหลือบเห็นใครคนหนึ่งซึ่งกำลังยืนอยู่ในลานจอดรถชั้นสอง เขาสะพายเป้เตรียมจะปลดกุญแจรถสปอร์ตคันโปรด แล้วก็ชะงักเมื่อหันมาเห็นว่ารถที่กำลังไหลลงมาจากทางวนเป็นประจำตำแหน่งชาคร

คีตศิลป์ยกมือขึ้นจะทัก... แต่ก็ลดมือลงซุกกระเป๋ากางเกง ชาครหันหลังให้เขาอยู่จึงไม่ทันเห็น แต่เธอเห็นเต็มตา

และเขาก็เห็นเธอเช่นกัน

สีหน้าของชายหนุ่มทำให้เธอใจหาย

แล้วรถก็แล่นลงชั้นล่างสุดเพื่อออกสู่ถนนพระรามเก้า ฟองสมุทรฝืนยิ้มให้คนเป็นพ่อ โชคดีที่ทักษะการแสดงของเธอมากพอที่จะกลบเกลื่อนมิดชิด แต่โทรศัพท์ที่สั่นเตือนว่าข้อความเข้าทำให้เธอต้องรีบขอชาครเพื่อหยิบมันขึ้นมาดู

ชายวัยกลางคนหันไปนั่งเอนหลังอย่างเหนื่อยล้าในขณะที่เธออ่านไลน์

‘เขาเป็นคนไปส่งเธอติวสอบ?’

เธอจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ได้... หญิงสาวคิดใคร่ครวญ แต่การโกหกรังแต่จะทำให้คีตศิลป์รู้สึกแย่ เขาไม่ใช่คนโง่ เขาสามารถรู้อะไรก็ได้ที่อยากรู้ และเธอไม่อยากให้เขาติดร่างแหจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

‘เปล่า’

‘งั้นบอกฉันได้ไหมว่าที่เห็นเมื่อกี้คืออะไร’

เธอตอบไม่ได้ ดิษยาย้ำนักย้ำหนาว่าถ้ามีคนนอกรู้นางจะเทเธอทิ้งในทันที ตัวเธอน่ะไม่มีปัญหาถ้าจะถูกเท... แต่สำหรับชายหนุ่ม สัญญาของเขาเหลืออีกแค่ไม่กี่เดือน ถ้าเกิดเขารู้ ถ้าเกิดเขาเข้ามาพัวพัน ถ้าเกิดเขาถูกช่องเล่นแง่ไม่ยอมให้ร่วมงานต่อ... เธอเป็นห่วงเขายิ่งกว่าตัวเองซะอีก

‘ขอโทษนะคิงส์’

เพียงคำตอบเดียวก็พลิกวิกฤตให้เป็นหายนะ

 

------------------------------

**​และแล้ว... เรือไททานิก(ที่เรียกให้ทุกคนขึ้นตั้งแต่ตอนแรก)**

ก็ได้อับปางลงสู่ก้นสมุทรอย่างสงบ

เนื้อเรื่องพิลึกตั้งแต่บทแรกเลย ถถถถถถถ

​(อิคนเขียนมันเอามายัดในบทเดียวค่ะพี่ตา ยาวเฟี้อย)

แต่หมดละ หลังจากนี้เหลือแค่ความอีโรติกที่เผ็ชจนรถสะเทือน เครื่องบินสะเทือน น้ำพุร้อนสะเทือน!!

ใช่ค่ะ มีฉากไปตปท.(ยิ้มมุมปาก) คืนกำไรให้นักอ่านด้วยการเปิดประสบการณ์นอกไทยแลนด์ดินแดนสยาม

ปล. จะมีศัพท์เฉพาะในวงการบ้างนะคะ คำไหนถ้าไม่เก็ทเม้นท์ถามได้นา ชั้นอ่านทุกเม้นท์

ปล.2 กราบอกนักอ่าน บอกว่างดดาว ย้ำอีกครั้งว่างดให้ดาว

ส่วนกุญแจก็ช่างมัน ชั้นไม่ติด ต่อให้วิวเป็นยี่สิบล้านชั้นก็ไม่ติด เย้เฮ!

(แต่เม้นท์กันบ่อยๆ จะรักมาก ฮาาาา)

ความคิดเห็น