email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2561 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10
แบบอักษร

ฉันพยายามลุกออกจากอ้อมแขนแกร่งที่ก่ายกอดฉันไว้ แต่มันไม่เขยื้อนเลยสักนิดจนฉันต้องดันแรงขึ้น

“อืม นอนเฉย ๆ น่า” เขาปราม ฉันพยายามดันแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นดิ้นรน

“บอกให้อยู่เฉย ๆ ไงเล่า!! หรืออยากได้อีกรอบ”

ฉันหยุดดิ้นทันที ปล่อยหยาดน้ำตาให้ร่วงหล่นเงียบ ๆ

“ขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลย เราเป็นพี่น้องกันนะ”

“ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นน้อง” คำนั้นทำเอาฉันเจ็บยิ่งกว่าถูกพี่ทำร้ายร่างกายซะอีก น้ำตาฉันร่วงหนักยิ่งกว่าเดิม

“ทำไมพี่ต้องเกลียดชาขนาดนี้ด้วย” ฉันถามเสียงสะอื้น ไร้เสียงตอบรับ ฉันหมดแรงที่จะขัดขืนแล้ว ได้แต่นอนเงียบ ๆ ในอ้อมแขนของคนที่เกลียดตัวเองต่อไปจนเช้า

ฉันตื่นอีกทีตอนตีห้ากว่า ๆ จริง ๆ อยากชิ่งหนี แต่พี่แทนกอดไว้แน่น

“อย่าคิดหนีไปไหนล่ะ ไปทำอาหารเช้าให้ด้วย เมื่อวานกินแค่ตัวเธอมันไม่อิ่มท้องเท่าไหร่หรอก”

ฉันหน้าร้อนผ่าวไปกับคำพูดราบเรียบนั้น ฉันรีบสลัดตัว เดินกลับห้องเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ออกมาทำอาหารให้ กะว่ารีบทำให้เสร็จจะได้รีบไปโรงเรียน แต่ถูกพี่แทนรั้งไว้อีกรอบ

“กินข้าวก่อน”

“ไม่เป็นไร ชาจะไปกินที่โรงเรียน”

“กิน”

“ไม่”

“ถ้าไม่กิน ฉันจะปล้ำเธอจนไปโรงเรียนไม่ได้เลย”

ฉันรีบเดินไปทิ้งตัวลงนั่งทันที ตักข้าวกินจนอิ่ม รีบคว้ากระเป๋า เดิน    ลิ่ว ๆ จะออกจากบ้าน แต่ถูกคว้าแขนไว้อีกรอบ

“ปล่อย”

“จะไปส่ง”

“ไม่ต้อง”

พี่แทนบีบข้อมือแรงขึ้นจนฉันเบ้หน้า

“ก็ได้”

เขาปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระ ฉันเดินตามเงียบ ๆ ไปยังรถหรูคันนั้น พอนั่งได้ก็เอาแต่มองนอกหน้าต่างกระทั่งมาถึงโรงเรียน

“เป็นไงบ้าง” แนนรีบถามทันทีที่พี่แทนขับรถออกไป

“ไม่มีอะไรหรอก” ฉันบอกให้เพื่อนคลายใจ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด กระทั่งเที่ยง

“แนนช่วยชาหาที่พักหน่อยสิ”

แนนเลิกคิ้วสงสัย

“สงสัยชาคงต้องเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าปกติแล้วล่ะ”

“แน่ใจนะ”

ฉันพยักหน้า

“ได้ แล้วแนนจะช่วย”

พอตกบ่าย ฉันเข้าเรียนแบบไม่มีสมาธิเหมือนเมื่อเช้า เมื่อพี่แทนบีบบังคับให้ฉันต้องเป็นคนอื่น ฉันก็พร้อมที่จะเป็นเหมือนกัน

เลิกเรียน ฉันกับแนนไปหาพี่โจอี้เพื่อบอกว่ากำลังหาที่พัก

“จริง ๆ ที่นี่มีที่พอทำเป็นห้องพักได้นะ ถ้าไม่ติดสบายเกินไป”

ฉันยิ้ม “ยังไงก็ได้ ชาอยู่ได้หมดเลย ขอแค่มีที่หลับนอนก็พอ”

แล้วพี่โจอี้ก็พาฉันไปที่ชั้นสองของร้าน จริง ๆ มันเป็นหนึ่งในห้องเก็บของ

“คงต้องจัดเก็บหน่อยนะ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ กว้างกว่าห้องชาหลายเท่าเลย”

“งั้นว่าง ๆ ก็มาทำความสะอาดได้เลย”

“งั้นชาขอทำเลยละกัน แนนช่วยฉันหน่อยนะ” ฉันหันไปบอกเพื่อน

“เอาสิ ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

แล้วฉันกับแนนก็ลงมือจัดการยกข้าวของที่ไม่ได้ใช้ไปทิ้ง ที่นี่เป็นเหมือนโรงยิมขนาดย่อม ตรงกลางเปิดโล่งจนเห็นหลังคา มีระเบียงที่เดินวนได้จนรอบ ห้องที่ฉันได้ อยู่แถบซ้ายมือ ส่วนห้องอื่น ๆ เป็นห้องเก็บของและขายพวกของแต่งรถชนิดต่าง ๆ จริง ๆ โรงยิมนี้เป็นของพ่อพี่โจอี้ แล้วให้พี่โจอี้อีกที ลูกค้าเยอะค่ะ แต่คนงานมีกันแค่สองสามคน พี่โจอี้พักอยู่ห้องใหญ่สุด ที่นี่มีระเบียงที่เห็นดาวได้ด้วย ฉันไม่เคยรู้หรอกจนวันนี้แหละ

“แคก ๆ ๆ ๆ” แนนไอใหญ่เลย ฉันลูบหลังเพื่อนเบา ๆ

มีคนโทรเข้าเครื่อง พอยกดูก็รู้ว่าเป็นใคร ฉันไม่สนใจที่จะกดรับ เสียงเรียกเงียบไปนานเลย เขาคงยอมแพ้แล้วล่ะมั้ง

แล้วสักพักมือถือแนนก็ดังขึ้น

“ค่ะ ๆ”

“ชา”

ฉันหันไปมอง

“ของชา”

“ใคร”

แนนทำหน้าแหยง ๆ ฉันรับมาแนบหู

“อยู่ไหน”

เสียงคุ้นหูแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่แทน

“ทำงาน”

“ทำที่ไหน เลิกกี่โมง”

ฉันกดปิดทันที ไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น

แนนมองฉันแหยง ๆ ไม่รู้พี่แทนเอาเบอร์แนนมาได้ไง แต่ฉันไม่สนใจหรอก สักพักเสียงมือถือของแนนก็ดังขึ้นอีก แนนกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะกดรับ

“ค่ะ ๆ”

แนนรับสายหวาด ๆ

“คือพี่เขาบอกว่า ถ้าไม่โทรกลับภายในหนึ่งนาทีนี้ จะโทรหาแม่”

ฉันถอนหายใจเบา ๆ ฉันไม่รู้หรอกว่าพี่แทนจะโทรหาแม่เรื่องอะไร แต่ฉันไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหา

“ทำงานอยู่ที่ไหน เลิกกี่โมง” พี่แทนถามเสียงเหี้ยม ฉันถอนหายใจ   เบา ๆ

“อู่พี่โจอี้ เลิกสี่ทุ่ม”

แล้วเขาก็กดตัดสายไป ฉันมองโทรศัพท์ ถอนหายใจแรงอย่างคิดไม่ตก

“ดูพี่เขาเป็นห่วงชานะ”

“หึ หวงหรือ…”

มากกว่า

“รีบ ๆ ทำเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาซื้อพวกที่นอนปิกนิกกันดีกว่า”

แนนพยักหน้า

พวกเรารื้อค้นนู้นนี่กันอยู่สักพัก ฉันรวบเก็บของที่ไม่ได้ใช้ลงลังแล้วยกมันขึ้นไปไว้บนชั้นเก็บของ ได้หลายลังอยู่เหมือนกัน ของพวกนี้ไม่กล้าทิ้ง แล้วค่อยยกไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของข้าง ๆ อีกที

กล่องมันใหญ่ แทบยกไม่ขึ้น แต่ดีที่มือใหญ่ของใครบางคนมาช่วยดันให้เบา ๆ ฉันหันไปมอง

“พี่แทน”

ฉันรีบถอยกรูดไปด้านหลัง แนนคงเอาผ้าถูพื้นไปซัก

“นี่ชา ไม่ต้องซื้อพวกชุดที่นอนปิกนิกแล้วนะ พวกพี่ ๆ แนนบอกว่า จะเอาพวกที่นอนกับของใช้จำเป็นมาให้ พวกเตาแก๊สกับเครื่องครัวก็…” แนนเบรกตัวกึก หลังเห็นคนแปลกหน้าภายใน มือหนึ่งถือไม้ถู อีกมือถือถังน้ำใสสะอาด

พี่แทนหันไปมอง

“ดีค่ะ พี่แทน”

พี่แทนพยักหน้านิดหน่อย

“อะนี่โคมไฟ แฟนพี่บอกให้เอามาให้ อยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกนะ น่าจะมีครบทุกอย่าง อ้าวคุณลูกค้านั่นเอง วันนี้ต้องการทำอะไรดีครับ”

“เปล่า มีธุระคุยกับน้องคนนี้นิดหน่อย”

ฉันทำท่าอึกอัก

“หมายความว่ายังไง” พี่แทนถามเสียงเย็น ฉันไม่ได้ตอบอะไร รับโคมไฟไปตั้งไว้ตรงจุดที่คิดว่าน่าจะทำเป็นที่นอน

“ฉันถามว่าหมายความว่าไง” พี่แทนบีบแขนฉันแน่น

“ชาจะย้ายออกมาอยู่คนเดียว”

พี่แทนมองหน้าฉันอึ้ง ๆ

“หมายความว่ายังไง”

“ไม่ไง แค่คิดว่าถึงเวลาที่จะทำให้พี่กับแม่สบายใจซะที แค่นั้นแหละ” ฉันมองตา บิดมือตัวเองออกเบา ๆ แย่งผ้าถูพื้นจากแนนมาถือ ก้มถูพื้นไม่สนใจอีก

พี่แทนไม่พูดอะไร หันหลังเดินจากไป

“น่ากลัวจังเลย”

แนนรีบเข้ามาจับแขน

“หูย แดงเลย” แนนยกแขนฉันดู เป็นรอยมือเลย ฉันเพียงแค่ยิ้ม

“ใครเหรอชา” พี่โจอี้ถามต่อ

“คนรู้จักน่ะค่ะ” ฉันตอบแค่นั้น พี่โจอี้มองหน้า

“พี่ชายชาใช่ไหม”

ฉันยิ้มให้นิดเดียว ไม่ตอบคำถามอะไรอีก พี่โจอี้ไม่เซ้าซี้ต่อ เดินออกไป

ห้าทุ่มกว่า ฉันก็แยกทางกับแนนกลับบ้าน ดึกป่านนี้พี่คงนอนแล้วล่ะ ฉันจะกลับไปแพ็คของเตรียมย้าย

เพียงแค่ก้าวเข้าบ้านก็เห็นใครบางคนนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่บนโซฟา ฉันเดินเลยขึ้นห้อง แอบหวั่น ๆ เหมือนกันว่าจะโดนทำอะไรหรือเปล่า

ยังดีที่พี่ไม่สนใจ

หึ คงดีใจล่ะสิที่ฉันจะออกไปจากชีวิตพี่เขาได้สักที

ฉันนั่งพับเสื้อผ้าและจัดเรียงข้าวของจำเป็นลงกระเป๋า เอาเข้าจริง ของฉันไม่เยอะหรอก มีแค่เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นกับหนังสือเรียนแค่นั้นเอง ฉันเอากระดาษห่อของขวัญที่พี่แทนเคยให้มาด้วย ถึงมันจะเป็นเพียงกระดาษ แต่มันก็มีค่ากับฉันมากจริง ๆ

ได้ยินเสียงเคาะประตูแรง ฉันสะดุ้ง มองไปที่หน้าประตู แต่ไม่คิดจะเปิด แต่พี่เคาะแรงขึ้น จนฉันกลัวว่าถ้าไม่เปิดจริง ๆ มีหวังเขาคงพังประตูเข้ามาแน่ ๆ

และฉันจะซวยถ้าแม่รู้

พี่ยืนเมาแอ๋อยู่ตรงหน้า มองฉันตาเชื่อม

“หึ ทำไมย้ายไปอยู่ในที่แบบนั้น ทำไมไม่ไปอยู่กับไอ้อิฐ หรือคนเลี้ยงเขาให้เงินไม่ดีถึงได้ย้ายไปอยู่แบบนั้น”

ฉันถอนหายใจเบา ๆ ไม่สนใจคนเมา เดินกลับไปแพ็คของต่อ

“น้ำหน้าอย่างเธอจะไปทำอะไรได้ นอกจากขายตัวประทังชีวิต”

ฉันมองหน้าพี่แทน

“จะขายหรือไม่ขายมันก็เรื่องของชา พี่ก็น่าจะดีใจที่ชาออกไปให้พ้นหูพ้นตาพี่ไม่ใช่รึไง” ฉันมองซ้ายมองขวา ดูว่ามีอะไรตกหล่นอีกบ้าง พอไม่มีก็จัดการรูดซิป ยกกระเป๋าเตรียมจะเดินออกจากห้องไป

จริง ๆ อยากอาลัยอาวรณ์ห้องเป็นครั้งสุดท้ายดี ๆ สักที แต่พอดีพี่แทนอยู่เลยทำไม่ลง

ก้าวยังไม่พ้นขอบประตู ก็ถูกกระชากเด้งกลับมาที่เดิม

“หึ ๆ ไหน ๆ ก็จะไปรับแขกหลายคนแล้ว น่าจะรับแขกคนนี้บ้างสิ เดี๋ยวจะจ่ายให้งาม ๆ” พี่แทนคว้าฉันไปไว้ในอ้อมแขน ก่อนเหวี่ยงแรงไปนอนอยู่บนเตียง

“พี่แทน!” ฉันรีบเด้งตัวลุก แต่ร่างสูงใหญ่ขึ้นคร่อม ฉันพยายามต่อสู้ดิ้นรน แต่สิ่งที่ได้คือแรงกดหนักและแรงโถมทับที่มีมากขึ้น

ฉันนอนน้ำตาไหลภายใต้เรือนร่างของพี่ชายตัวเอง มีเสี้ยวหนึ่งของจังหวะรัก ฉันกอดพี่เขาไว้แน่น เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่ใกล้พี่แล้ว

และคงจะไม่มีอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพี่แทน พี่ชายของใบชา หรือพี่แทน ชายที่ได้สัมผัสเรือนร่างนี้

ฉันรอเวลาให้พี่แทนหลับสนิท ค่อย ๆ ดันตัวลุกจากเตียง ยิ้มนิด ๆ ให้คนหลับ ก้มลงไปกระซิบคำบางคำข้างหู

“ชารักพี่นะ”

ฉันแต่งตัว หิ้วกระเป๋า ก้าวออกจากห้องที่มีใครนอนอยู่อีกครั้ง

ไม่ได้โทรบอกแม่เลย แล้วแม่จะสนใจไหม โทรบอกแกหน่อยก็ดี แกจะได้สบายใจ ไงก็เป็นแม่

พอรุ่งเช้าฉันรีบโทรหาแม่ แอบหวังไว้ลึก ๆ ว่าแกจะยื้อหรือต่อว่าอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ได้ก็คือ…

“ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ตามใจ” แม่บอกแค่นั้น วางสายไป ฉันนั่งกอดเข่าร้องไห้ ความรู้สึกตอนนี้ เหมือนคนไร้ญาติขาดมิตรเลย

ฉันกวาดมองไปทั่วห้องนอนว่างเปล่า ทั้งห้องมีเพียงโคมไฟกับกระเป๋าใบเดียวที่ฉันหิ้วมา บอกตามตรง ตอนนี้ฉันเหงา เหงาเอามาก ๆ

ฉันตื่นแต่เช้าไปโรงเรียนตามปกติ พอเลิกเรียนก็กลับบ้าน(หลังใหม่) แล้วทำงานต่อ พี่โจอี้เน้นสอนแต่งรถให้ แกบอกฉันหัวดีเรื่องนี้ เพิ่งรู้ว่าเงินดี    สุด ๆ พี่โจอี้หอบเอาพวกนิตยสารแต่งรถมาให้ศึกษาเพียบเลย

ผ่านมาร่วมอาทิตย์ ไม่มีคนโทรหาฉันเลยสักคน

ทั้งพ่อทั้งแม่หรือพี่ชาย

หึ…

พวกเขาคงดีใจแน่ ๆ ที่ฉันออกมาจากชีวิตของพวกเขาได้

ฉันนอนอยู่ใต้ท้องรถ เช็กอาการรถอยู่ ได้ยินเสียงมือถือดังเบา ๆ ฉันล้วงหยิบมากดรับโดยไม่มองเบอร์

“ค่ะ”

“ชา พรุ่งนี้ว่างไหม พี่จะชวนไปงานฉลองวันเกิดพี่ซะหน่อย”

“หะ โอ๊ย!!” ฉันหน้าตื่นทันที รีบกระดกหัวแรงจนชนท้องรถเข้า

“เป็นไร”

“อูย… ไม่เป็นไรค่ะ แค่ชนท้องรถนิดหน่อย”

“หือ?”

“ซ่อมรถอยู่น่ะค่ะ”

“รถใคร? รถชาเหรอ ทำไมไม่เอาเข้าศูนย์”

“เปล่าค่ะ รถลูกค้า”

“อ้าว แล้วงานแม่บ้านล่ะ”

“เลิกทำแล้วค่ะ ซ่อมรถได้เงินดีกว่าเยอะ” ฉันพูดทีเล่นทีจริง “ไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้วันเกิดพี่”

“ชาไม่เคยถามนี่”

“ฮ่า ๆ นั่นน่ะสิ แล้วจัดกี่โมงคะ ที่ไหน”

“บ้านพี่เอง เริ่มตอนหกโมงเย็น พี่จะไปรับ”

“แหม แค่บอกทางมาก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้หรอกคนสำคัญ”

ฉันหัวเราะหึ ๆ ดึงสายสมอลทอล์คมาเสียบหู คุยไปทำงานไป

“ชวนแนนด้วยได้ไหม”

“เอาสิ”

ฉันยิ้ม พรุ่งนี้คงต้องชวนแนนไปหาของขวัญก่อนแล้ว

วันนี้แนนดูสวยมากกว่าปกติในชุดแซกสีหวานจ๋า ในขณะที่ฉัน…

“นี่ เอาจริงเหรอแนน”

“ช่วยไม่ได้ พี่นุ่นบอกว่ายังไงเราก็ต้องใส่” ตอนนี้เราใส่ชุดเหมือนกันเด๊ะเลยค่ะ

เฮ้อ! เอาเถอะ เหมือน ๆ กันคงไม่เด่นเท่าไหร่หรอกมั้ง พี่นุ่นลงทุนมาจับเราแต่งตัวกันถึงที่อู่เลย(โดนแนนลากมา)

“แหม น่ารักจัง” พี่นุ่นชม

“แบบนี้ไม่เหมาะกับชาหรอก”

“ชาออกจะน่ารัก แต่งตัวเป็นทอมบอยอยู่ได้”

“ชาซ่อมรถนะคะ”

“ซ่อมอะไรก็ไม่เกี่ยวกันหรอก เราต้องแต่งตัวให้สวย ๆ เข้าไว้ หนุ่ม ๆ จะได้หลง”

“พอดีชาไม่อยากให้ใครมาหลงซะด้วย”

“เพราะชามีคนที่ชอบอยู่แล้วใช่ม้า”

ฉันมองตาพี่นุ่น

“เปล่าซะหน่อย”

“อย่ามาโกหกพี่ให้ยาก พี่ดูคนเก่ง”

“มั้งค่ะ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก รักพระจันทร์ยังสมหวังมากกว่าอีก”

พี่นุ่นเลิกคิ้ว

“ก็อย่างน้อยพระจันทร์ไม่เคยทำให้เราเจ็บ และอยู่เคียงข้างเราเสมอทุกครั้งที่แหงนมอง”

ทุกคนมองฉันนิ่ง ๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อ

“เอาละเรียบร้อย พร้อมสำหรับหนุ่ม ๆ แล้ว” แล้วพี่นุ่นก็ผลักเราสองคนลงไปชั้นล่าง ประจวบเหมาะกับที่พี่อิฐเดินเข้ามาพอดี มองฉันกับนุ่นตาค้างเลย

“อย่ามองเพื่อนชาตาค้างซิคะ”

“มองชาต่างหาก” พี่อิฐรีบแก้ ทำเอาฉันเขินเลย

“ไปกันได้แล้วครับเจ้าหญิง” พูดจบก็ยื่นแขนมาให้ฉันคล้อง ยื่นแขนอีกข้างไปให้แนนด้วย แนนหน้าแดงใหญ่ แล้วเราสองคนก็ควงหนุ่มหล่อขึ้นรถไป

คิดผิดที่คิดว่าตัวเองจะไม่เด่น

ลืมไปว่าพี่อิฐเป็นเจ้าของงาน เดินเข้ามาพร้อมเจ้าของงานก็ต้องเด่นเป็นธรรมดา แถมยังมากันสองคนในชุดเดียวกันอีก ไม่ให้เด่นได้ยังไงกัน

“แหมอิฐ แกนี่โชคดีเป็นบ้า มีสองสาวสวยมาให้ควง ว่าแต่คนไหนตัวจริง”

“ก็…” ยังไม่ทันที่พี่อิฐจะได้บอก ฉันก็ถูกกระชากออกไปปะทะอกกว้างของใครอีกคน ฉันเงยหน้ามอง

“พี่แทน”

เจ็บแปลบในหัวใจขึ้นมาทันที พยายามดึงตัวออก

“อะไรแทน อย่าเสียมารยาทกับชา” พี่อิฐรีบเข้ามาหาฉันทันที

“พอดีพี่น้องเขามีเรื่องต้องพูดคุยกัน” พูดจบเขาก็ลากฉันออกมาจากงานเลี้ยง ฉันช็อกไปกับคำนั้น ทิ้งให้พี่อิฐยืนงงอยู่ข้าง ๆ แนน

“ดะ เดี๋ยวช้า ๆ” คนมันไม่เคยใส่ส้นสูงมาก่อน แค่เดินก็ลำบากแล้ว นี่ต้องมาเดิมตามจังหวะการก้าวยาว ๆ ของการลากอีกยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ฉันเซจะล้ม ดีกว่าคนลากไหวตัวทันโฉบแขนรองรับได้

“นี่ พี่แทนปล่อยนะ” แล้วพี่แทนก็ปล่อยฉันจริง ๆ จนฉันล้มลงคลุกพื้น ชุดสวย ๆ ที่ใส่มาเปื้อนไปแถบ ฉันเงยหน้ามองคนทำเคือง ๆ ดีดตัวลุกยืน

“มีอะไรก็พูดมาอย่ามาทำรุ่มร่ามกันแบบนี้”

“ก็แค่คิดถึง อยากรื้อฟื้นความทรงจำบางอย่างด้วยแค่นั้นเอง ไม่ต้องห่วงน่ารับรองจ่ายงาม”

“อย่าคิดอะไรบ้า ๆ นะพี่แทน ฉันไม่ได้ขายตัวหรือทำอะไรอย่างที่พี่คิดทั้งนั้น”

“หึ อย่าคิดมาโก่งค่าตัวน่า บอกว่าจ่ายก็จ่ายสิ” แล้วพี่แทนก็ลากฉันขึ้นรถ

ทำไมพี่ต้องมาทำกับฉันแบบนี้ด้วย

ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 

ความคิดเห็น