ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 1 ข้าไม่อยากสนใจท่านแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ข้าไม่อยากสนใจท่านแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ข้าไม่อยากสนใจท่านแล้ว
แบบอักษร

ข้าชอบฝึกยุทธ์กับท่านปู่ยิ่งนัก ท่านปู่ของข้าตู้ชิงโหลวมีตำแหน่งเป็นถึงกั๋วกงแห่งแคว้นเหลียน ผู้คนภายนอกจึงมักเรียกจวนแม่ทัพแห่งนี้ว่าจวนตู้กั๋วกง ข้ามีท่านอาหญิงเป็นถึงองค์ฮองเฮาแห่งแคว้น นับได้ว่าตระกูลข้าเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนภายนอกพอสมควร เวลาข้าออกนอกจวนมักมีแต่คนเรียกขานข้าว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลตู้ นามของข้าคือ ตู้ชิงชิง

ข้าเป็นที่รักของคนในตระกูลตู้สมชื่อ เนื่องด้วยตระกูลข้ามักจะมีแต่ลูกชาย ข้านับเป็นหลานสาวคนแรกของท่านปู่ จึงได้รับความรักจากท่านปู่เป็นพิเศษ ข้ามีพี่ชายหนึ่งคนนามของเขาคือตู้ชิงเหยียน ผู้คนภายนอกมักเรียกขานเขาว่าแม่ทัพน้อย

ยามข้าออกนอกจวนผู้คนภายนอกมักจับตามองข้าเสมอ มิใช่เพราะข้างดงามโดดเด่น แต่เป็นเพราะข้าคือว่าที่ฮูหยินของท่านราชครูตวนมู่เฉินต่างหาก ท่านราชครูผู้นี้ได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทให้เข้ารับใช้เบื้องยุคบาทตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยตระกูลของเขาได้รับตำแหน่งราชครูมาหลายชั่วคนแล้ว อีกทั้งคนผู้นี้ยังแตกฉานทางด้านตำหรับตำรา จึงได้รับพระเมตตาแต่งตั้งให้เป็นราชครูแทนบิดาของเขาตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำ

ผู้คนภายนอกต่างพากันเล่าลือถึงความน่าอิจฉาของข้า ยามข้าไปไหว้พระวัดใด วัดแห่งนั้นไม่นานจะต้องมีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปกราบไหว้มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นสาวน้อยสาวใหญ่ที่ยังมิได้มีคู่ครองทั้งสิ้น

ท่านปู่ของข้ากำลังวุ่นวายกับเรื่องเสบียงและอาวุธส่งไปให้ท่านอารองของข้าที่ชายแดน พี่ชิงเหยียนและท่านพ่อก็ช่วยท่านปู่ด้วยเช่นกัน ข้าจึงไม่มีคู่ซ้อมในการฝึกยุทธ์ในช่วงนี้ ท่านย่าและท่านแม่ชอบดึงข้าไปวุ่นวายกับงานเย็บปักที่ข้าไม่ชอบ ข้าจึงมักใช้ข้ออ้างในการออกมาไหว้พระเพื่อหลีกเลี่ยงงานเหล่านั้น

วัดเทียนฝูเป็นวัดที่อยู่นอกเมือง มีวิวทิวทัศน์งดงามยิ่งนัก ข้าชอบมาไหว้พระวัดนี้ที่สุด เนื่องด้วยอาหารเจที่นี่รสชาติถูกปากข้า ขณะที่ข้ากำลังกราบไหว้พระ หลับตาเพื่อขอพรให้บรรดาญาติผู้ใหญ่ที่ข้านับถือ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าข้างกายข้า มีท่านราชครูตวนมู่เฉินนั่งไหว้พระอยู่เช่นกัน จูเหลียนสาวใช้ของข้าก้มหน้าอมยิ้มอยู่ห่างๆ

“เจ้าชอบมาไหว้พระที่นี่หรือ” เสียงนุ่มนวลอ่อนโยนของท่านราชครูเอ่ยถามข้าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“เจ้าค่ะ ข้าชอบมาไหว้พระที่นี่ ว่าแต่วันนี้ท่านอัครเสนาบดีมิได้มาด้วยหรือ” ข้าเอ่ยถามเมื่อมองรอบกายเขาแล้วหาเงาตามตัวผู้เงียบขรึมผู้นั้นไม่พบ

“เหตุใดจึงถามถึงเขาเล่า วันนี้เขามิได้มากับข้าหรอกเขาไม่ชอบไหว้พระ” ท่านราชครูขมวดคิ้วนิดหนึ่งแล้วตอบข้าด้วยรอยยิ้ม อ่า ขมวดคิ้วก็ยังดูดี ยิ้มเช่นนี้ข้าอดเขินอายในใจมิได้แต่ต้องเก็บอาการไว้ ท่านตาสอนมาว่าอย่าแสดงสีหน้าชอบพอต่อบุรุษ มิเช่นนั้นพวกเขาจะได้ใจและรังแกข้า

“ปกติข้าเห็นพวกท่านชอบไปไหนต่อไหนด้วยกันข้าจึงได้เอ่ยถาม” ข้าข่มอาการสั่นไหวในจิตใจไว้แล้วเอ่ยตอบเขาด้วยรอยยิ้มสดใสเช่นเดียวกัน

“เจ้ารีบกลับจวนหรือไม่ ข้าอยากชวนเจ้าไปเดินเล่น ทิวทัศน์ที่นี่งดงามยิ่งนัก” ท่านราชครูเอ่ยชวนข้าด้วยรอยยิ้ม ข้าก็อยากไปกับเขานะ แต่ยามนี้ท้องของข้ากำลังร่ำร้องขออาหาร

“ข้ามิได้รีบกลับแต่ว่าข้าคงไปกับท่านมิได้หรอก ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน” ข้าเอ่ยกับเขาด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจข้าผิดหวังยิ่งนัก นานๆจะได้พบกันสักที ท้องเจ้ากรรมดันมาหิวยามนี้

“มิเป็นไรเช่นนั้นเจ้าจะไปไหนต่อหรือ ข้าจะอาสาไปเป็นเพื่อนเจ้า” เขาเอ่ยถามเช่นนี้ข้าจึงยินดียิ่ง

“ไปโรงเจ” ข้าตอบด้วยน้ำเสียงยินดี แต่ท่านราชครูนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายมิคาดคิดว่าข้าจะตอบเช่นนี้ สักครู่เขาจึงหัวเราะออกมา อ่า เสียงหัวเราะของเขาช่างน่าฟังยิ่งนัก

“ที่เจ้าปฏิเสธข้าเมื่อครู่ เป็นเพราะเจ้าหิวใช่หรือไม่ เช่นนั้นเราไปหาอาหารกินกันเถอะ” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็พยักหน้าและเดินนำเขาเข้าโรงเจทันที เขาชะงักนิดนึงแล้วเดินตามข้ามาอย่างช้าๆ

“เจ้าชอบกินอาหารเจหรือ” เขาเอ่ยถามขณะกำลังเดินออกจากโรงเจ ยามนี้ข้ากำลังลูบท้องที่อิ่มแปล้ อื้ม อาหารเจที่นี่ไม่มันไม่เลี่ยนรสชาติถูกปากข้ายิ่งนัก

“ข้าขอบกินอาหารทุกชนิดนั่นแหละ ยิ่งรสชาติถูกปากและไม่ต้องจ่ายเงินข้ายิ่งชอบ” ข้าเอ่ยกับเขาด้วยรอยยิ้ม เขาหัวเราะอีกครั้งพลางเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น

“เช่นนั้นวันหน้าข้าจะพาเจ้าไปเลี้ยงอาหารที่หอเหอคุนดีหรือไม่ ที่นั่นมีอาหารที่มีรสชาติดียิ่งนัก” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้ารีบพยักหน้าทันที ของฟรีเช่นนี้ข้าจะปฏิเสธไปใย

“เราไปเดินย่อยอาหารทางด้านนั้นดีหรือไม่ ทางด้านนั้นมีศาลาชมวิวด้วย” เขาเอ่ยชวนเช่นนี้ข้าก็พยักหน้าตกลงด้วยความยินดี

“ดีสิ ยามนี้ท้องข้ารู้สึกอึดอัดยิ่งนัก” ข้าเอ่ยพลางลูบท้องอีกครั้งด้วยความอึดอัด

“ยามนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้ามิได้พบเจ้าเสียนานตัวเจ้าสูงขึ้นอีกนิดแล้ว” เขาเอ่ยพลางนั่งลงที่ศาลา ข้าจึงนั่งลงตามเขาบ้าง ส่วนจูเหลียนยืนรอกับเหล่าผู้คุ้มกันด้านนอก

“ข้าสบายดี ยามนี้อายุข้าก็จะสิบแปดแล้วน่าจะหยุดสูงอยู่เพียงเท่านี้แล้ว หากขืนยังสูงขึ้นอีกกลายเป็นหญิงสาวร่างใหญ่ผู้อื่นได้หัวเราะเยาะข้าพอดี” ข้าเอ่ยพลางทำท่าทำทางให้เขาดู

“เจ้ามิได้มีรูปร่างใหญ่โตหรอก สูงโปร่งกำลังดี” เขาเอ่ยชมเช่นนี้ข้าก็อดแสดงความเขินอายออกมามิได้ จะเก็บอาการได้อย่างไรชมกันซึ่งหน้าขนาดนี้ ความจริงแล้วข้าเองก็รู้สึกว่าโชคดียิ่งนัก ยามอยู่จวนพบเจอแต่ผู้คนตะโกนใส่กัน น้ำเสียงก็ไม่มีผู้ใดเอ่ยได้น่าฟังเช่นนี้ ดูเขายิ้มให้ข้าสิ รอยยิ้มเช่นนี้มีแต่เขาที่มอบให้ข้าได้ ข้ากำลังคิดด้วยรู้สึกชื่นชมยินดีอยู่ในใจ ไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้อื่นคุยกันเข้ามาใกล้ศาลาที่พวกข้านั่งอยู่

“นี่เจ้าว่าเรามาชมวิวตรงนี้กันดีหรือไม่ มีศาลาด้วยนะ ข้าว่าพวกเราเข้าไปชมวิวในศาลากันดีกว่า” เสียงสาวน้อยในชุดชมพูเอ่ยมาแต่ใกล พวกนางมากันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ในศาลาแล้ว

“มีคนอยู่พวกเราไปบริเวณอื่นเถิด” สาวน้อยอีกนางเอ่ยขึ้น

“อุ๊ย นั่นใช่ท่านราชครูตวนมู่เฉินหรือไม่” สาวน้อยอีกนางชี้เข้ามาในศาลาพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดียิ่ง

“ใช่ เป็นท่านราชครูจริงๆด้วย” ครานี้สาวน้อยชุดชมพูกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทันที จูเหลียนทำท่าจะกันไว้แต่ข้าส่งสัญญาณให้พวกนางเข้ามา

“คารวะท่านราชครู ท่านเองก็มาไหว้พระที่วัดนี้เช่นเดียวกันหรือ” สาวน้อยชุดชมพูเอ่ยขึ้นก่อน

“ไม่ต้องมากพิธีหรอกแม่นาง ข้าบังเอิญผ่านมาเห็นว่าวัดนี้ผู้คนไม่เยอะจึงแวะเข้ามา” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ข้าอดขมวดคิ้มมิได้ ข้าเพิ่งสังเกตว่าเขาก็ยิ้มเช่นนี้ให้ผู้อื่นเช่นกัน

“เช่นนั้นดียิ่งข้ากับเพื่อนขอรบกวนเข้ามาร่วมชมวิวที่ศาลานี้ได้หรือไม่” สาวน้อยชุดชมพูเอ่ยขึ้น เขาก็พยักหน้าทันที

“หากพวกแม่นางมิรังเกียจก็เชิญเถิด” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยน ในใจข้าฝาดขมยิ่งนักรอยยิ้มของเขาเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นมากมายเช่นที่องค์หญิงหลิวซางหรูเคยเอ่ยจริงๆด้วย ยามนั้นข้ามัวแต่ลุ่มหลงในรอยยิ้มจนมิได้สังเกตเลยว่า ที่ญาติผู้น้องของข้าเอ่ยนั้นคือความจริง

“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับจวนก่อนแล้ว ออกมาเนิ่นนานเช่นนี้ท่านย่าคงเป็นห่วงข้าแล้ว” ข้าเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เช่นนั้นข้าไปส่งเจ้าที่รถม้าก็แล้วกัน” เขาเอ่ยกับข้าพลางหันไปส่งยิ้มให้สาวน้อยชุดชมพู

“แม่นางเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน เชิญพวกท่านตามสบาย” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มจนสาวน้อยกลุ่มใหญ่นั้นพากันทำตาเหม่อลอย ลุ่มหลงเช่นเดียวกับข้าเลยนะพวกเจ้า ฮึ

“ท่านมิต้องลำบากไปส่งข้าหรอก ขาข้าก็มีคนคุ้มกันข้าก็มา” ข้าเอ่ยด้วยความหงุดหงิดใจ เห็นเขาชะงักนิดนึง แล้วก็เอ่ยกับข้าเพียงว่า

“ไปกันเถิด” กล่าวจบเขาก็ถือวิสาสะมาจูงมือข้าเดินออกจากศาลาทันที ข้าพยายามจะดึงมือออก แต่มิคาดคิดว่ามือเรียวบางเช่นนี้ จะมีเรี่ยวแรงมากกว่าข้าที่ฝึกยุทธประจำเสียอีก ข้าจึงต้องยอมเดินตามแรงดึงของเขา

“ท่านส่งข้าเพียงเท่านี้ก็แล้วกัน วันนี้ขอบคุณท่านมาก” ข้าเอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้าเขา ไม่อยากเห็นรอยยิ้มของเขาอีก หลงโง่งมชื่นชมอยู่ตั้งนานว่าเขาก็คงชอบข้าอยู่บ้างเช่นกัน ดูจากรอยยิ้มที่เขามักมอบให้ข้าด้วยความอ่อนโยน ที่ไหนได้รอยยิ้มเช่นนี้เขาก็แจกจ่ายให้ผู้อื่นเช่นเดียวกันกับข้า นั่นสินะหากว่าเขาชอบข้าจริงเหตุใดจึงยื้องานแต่งงานอยู่เรื่อยมา จนยามนี้ข้าใกล้จะสิบแปดปีแล้ว หากยื้อต่อไปอีกข้าคงได้แก่คาจวนเช่นที่ผู้อื่นว่า ข้าคิดด้วยความหงุดหงิดใจพลางกระโดดขึ้นรถม้าโดยไม่สนใจสายตาเขา จะแสร้งเก็บกริยาไปให้ผู้ใดเขาดูกัน ผู้อื่นล้วนมีกริยางดงามกว่าข้ามากนัก ท่านราชครูตวนมู่เฉินข้าไม่อยากจะสนใจท่านอีกต่อไปแล้ว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว