email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2561 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

พวกเราอยู่เที่ยวกันจนเย็นถึงได้พากันกลับ แน่นอนว่าพี่แทนต้องให้ฉันนั่งรถกลับด้วย

“ชาอยากนั่งกับแนนอะ”

“แนนก็เหมือนกัน” แนนรีบพยักหน้าเห็นด้วย

“รีบกลับกันเถอะ บังเอิญฉันต้องกลับไปหาแม่” แล้วพี่แทนก็ลากฉันไปขึ้นรถกับพี่แก ปล่อยให้พี่อิฐกับแนนมองด้วยสีหน้างุนงงโดยเฉพาะพี่อิฐที่มองตามตาละห้อยเชียว

“นี่ ปล่อยนะ ชาจะไปกับเพื่อน”

“อยากไปกับเพื่อนหรือกับผัว” อยากดิ้นรนมากกว่านี้ แต่ทำแบบนั้นพี่อิฐคงสงสัย ฉันเดินตามขึ้นรถไปเงียบ ๆ แล้วนั่งเงียบแบบนั้นมาตลอดทั้งเส้นทาง

“หึ ผิดหวังล่ะสิ ที่ไม่ได้ใช้แรงงานคืนนี้ แต่ถ้าอยากจริง ๆ…” เขาทิ้งท้ายไว้ หันมาเลียริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ฉันขนลุกซู่

“คิดอะไรของพี่ เราเป็นพี่น้องกันนะ”

“หึ คนที่คิดอะไรคือเธอต่างหาก เธอคิดว่าฉันคิดอะไร รู้ดีจริง หรือว่ากำลังคิดอยู่”

ฉันกำหมัดแน่นกับลีลายั่วปากแตกของอีกคน

“เงียบทำไม เมื่อกี้ยังปากดีอยู่เลยนี่”

แต่ฉันไม่ตอบอะไร

“อืม อยากเก็บเสียงไว้ครางมากกว่ารึไง”

“พี่แทน!!” ฉันตะโกนปรามลั่น

“หึ ก็มีปากนี่นา”

“จอดรถเลยดีกว่า ชาจะกลับรถทัวร์เอง”

พี่แทนยักไหล่ “อย่ามาหัวหมอ ถ้าฉันปล่อย เธอก็โทรเรียกให้ไอ้อิฐมารับน่ะสิ”

“คนที่คิดเรื่องเจ้าเล่ห์พรรค์นี้ได้ก็มีแค่คนเจ้าเล่ห์เท่านั้นแหละ ในหัวคิดได้แต่เรื่องอกุศล”

“นอกจากจะร่านแล้วยังปากจัดอีกต่างหาก”

“ต่างกันตรงไหนล่ะ” ฉันเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“งั้นก็เถียงให้ถึงที่สุด อย่าเพิ่งยอมแพ้ก่อนละกัน” แล้วฉันก็ต้องนั่งกัดกับพี่แทนมาตลอดทั้งเส้นทาง กลับถึงบ้านได้ฉันแทบจะกระโดดเข้าห้อง ปิดประตูเงียบไม่สนใจคนที่เดินอารมณ์ดีเข้าห้องตัวเองไป

“นี่ชา แนนว่าพี่แทนเขาแปลก ๆ นะ”

“แปลกยังไง”

“ก็เหมือน ๆ เขาจะหวงชา ไม่รู้สิเดา ๆ เอา”

“หึ หวงหรือห่วงว่าชาจะทำเขาเสียชื่อเสียงกันแน่”

“นี่ แต่ชาก็ได้นั่งรถพี่เขาแล้วนะ”

“ไม่ดีใจสักนิด แนนไม่มาเป็นชาล่ะ อยากกระโดดเอาหัวโขกกระจกแตกแล้วออกมาเดินกลับเอง”

แนนหัวเราะร่วนในขณะที่ฉันยืนหน้าง้ำงอ

“คิดในแง่ดีสิ อย่างน้อยชาก็ได้นั่งรถพี่แทนแล้วนะ” แนนให้กำลังใจ ฉันยิ้มบ้าง แต่ลึก ๆ กำลังกังวลกับความคิดพี่ทุกวัน

หรือว่าฉันจะออกจากบ้านหลังนั้นเลยดีนะ ฉันกำลังกลัว…กลัวว่าพี่คงไม่ใช่แค่ล้อเล่น ห่วงความปลอดภัยของตัวเองน่ะ ถึงฉันจะชอบเขาขนาดไหน ยังไงก็เป็นพี่

แถมตัวจริงยังเลวสุด ๆ อีกต่างหาก

“ชา ๆ พี่แทนได้ลงนิตยสารอีกแล้วดูสิ”

ฉันตาวาวรีบหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดูทันที

โอ้โห เซ็กซี่เป็นบ้า

จริง ๆ ไม่ได้มีพี่แทนคนเดียว ถ่ายคู่กับนายแบบอีกคนซึ่งฉันไม่รู้จัก ฉันรีบล้วงหยิบเงินมาจ่ายทันที       

“ชิ ทำเป็นบ่น ที่แท้ก็เป็นพวกเห่อพี่”

“ก็พี่ในหนังสือไม่ร้ายเท่าตัวจริงนี่นา”

“เทพบุตรซาตานว่างั้น”

“คงประมาณนั้นแหละ”

“ถ้าพี่แทนไม่ใช่พี่ชายของชา ก็อยากจะเชียร์แหละน้า คนอะไรหล้อหล่อ”

“นิสัยแบบนั้น เป็นพี่ยังป่วนขนาดนี้ เป็นผัวคงได้ผูกคอตายวันละหลาย ๆ รอบ ยกให้เอาไหม แถมข้าวสารอีกสิบกระสอบ”

แนนยู่หน้า “ไม่อยากได้เหมือนกัน” ฉันหัวเราะหึ ๆ พากันกลับบ้าน

“อุ้ยอ้าย!!” พอเปิดประตูรั้วได้ ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาอุ้ยอ้ายที่ถูกล่ามตากแดดไว้กลางสวนทันที

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” ฉันรีบแก้ปมเชือก จับเนื้อตัวมันดูว่ามีบาดแผลอะไรตรงไหนไหม ปกติมันเป็นแมวที่รักสงบจะตาย ถ้าไม่นอนอยู่ในห้องก็เดินเล่นอยู่แถว ๆ กำแพง

ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ฉันมองไปยังรถเบนซ์ที่จอดอยู่

“พี่แทน” ฉันรีบตรงดิ่งเข้าบ้านทันที “พี่ใช่ไหม ที่เอาเจ้าอุ้ยอ้ายไปมัดไว้นอกบ้าน”

“ใช่ พอดีเกดเขาแพ้ขนสัตว์”

“แล้วทำไมไม่ไปทำกันในห้อง มัดมันไว้แบบนั้นเป็นการทรมานสัตว์ชัด ๆ แมวนะไม่ใช่หมา”

“เรื่องของมัน”

“เลวที่สุด”

พี่แทนยักคิ้ว ยกแก้วเหล้าดื่ม เสื้อยังไม่ได้ติดกระดุมพอ ๆ กับเข็มขัดที่หลุดและซิปที่ยังไม่ได้รูดจนเห็นขอบกางเกงในชัดเจน ฉันรีบหอบของพา      อุ้ยอ้ายเดินขึ้นห้อง อุ้ยอ้ายดิ้นแรงจนของที่ถือมาด้วยหลุดมือ อย่างอื่นไม่เท่าไหร่ ห่วงสุดก็กล้องนี่แหละ ฉันรีบก้มหยิบมาเช็กด้วยความตกใจ

“หึ ทำเป็นเหนียม ขาดผู้ชายไม่ได้ขนาดซื้อหนังสือมาไว้ดูเลยรึไงไอ้หมอนี่ก็ดูลีลาน่าจะดี” พี่แทนหยิบนิตยสารเล่มที่ฉันซื้อมาขึ้นดู เล่มที่พี่ถ่ายคู่กับใครอีกคนนั่นแหละ

ฉันรู้สึกวูบวาบ กลัวโดนจับได้ว่าเอามาเพราะเขา พี่แทนโยนนิตยสารกลับมาตรงหน้า ฉันรีบรวบเก็บลงกระเป๋า

“หึ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่บอกแม่หรอกว่าเธอน่ะชอบดูรูปผู้ชายโป๊”

ฉันตาโต ภาพไม่ได้โป๊สักหน่อย แค่เซ็กซี่เฉย ๆ เพราะแต่ละคนไม่ได้ใส่เสื้อ ส่วนกางเกงก็เป็นแบบเอวต่ำจนเห็นขอบกางเกงลิง ฉันรีบเก็บของมาถือ อุ้มอุ้ยอ้ายไว้ในอ้อมแขนอีกรอบ เดินลิ่ว ๆ ขึ้นห้องไป

“ไม่เป็นไรนะอุ้ยอ้าย โธ่ แม่ขอโทษ ไม่รู้ว่าไอ้พี่บ้ามันจะเล่นอะไรพิลึกแบบนี้ ครั้งหน้าอยู่ที่ห้องนะ อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านข้างล่างอีก” ฉันสั่ง ยิ้มแล้วลูบหัวมัน หยิบอาหารแมวมาเทใส่ชาม เติมน้ำ วางของเล่นไว้ให้ เดินเข้าห้องน้ำไป

วันนี้ไม่มีอารมณ์ทำกับข้าวให้พี่แทนกินแล้ว หากินเองละกัน ข้อหาทำร้ายอุ้ยอ้าย

ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืดแขนยาวกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋(แหะ ๆ ติดจนได้) อันนี้ไปหาซื้อกับแนนมา ใส่แล้วสบายดี ฉันขยี้ผ้าเช็ดตัวกับหัวเบา ๆ

“อิ่มรึยังอุ้ยอ้าย” ฉันถามโดยไม่มอง ก่อนสะดุ้งโหยงเพราะมีใครบางคนอยู่ในห้องด้วย ฉันเผลอทำผ้าเช็ดตัวตกพื้น

“พี่แทน เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“มาเมื่อเห็น” เขาพูดกวน ๆ ฉันมองซ้ายมองขวาหาเจ้าอุ้ยอ้าย

“อุ้ยอ้ายอยู่ไหนลูก” ฉันก้ม ๆ เงย ๆ มองหา

ใต้เตียงก็ไม่มี

“อุ้ยอ้าย”

ประตูห้องเปิดอ้าไว้ หัวใจฉันเบาหวิว รีบวิ่งออกจากห้องไปตามหาทันที ร้องเรียกยังไงก็ไม่ร้องตอบ

ไปไหนของมัน

ปกติก็เป็นแมวไม่ชอบร้องอยู่แล้วด้วย ฉันเริ่มใจไม่ดี วิ่งกลับเข้าห้องไปหาคนที่นั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ข้างเตียง

“พี่แทน พี่เอาอุ้ยอ้ายไปไว้ไหน”

“อุ้ยอ้ายอะไร” เขายักไหล่ทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“อย่าล้อเล่นนะ เอาอุ้ยอ้ายคืนมา”

“ไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย”

“พี่แทน!!”

จริงซิ…ยังมีอีกห้องที่ฉันยังไม่ได้เข้าไปเช็กดูเลยนี่

ฉันวิ่งออกจากห้องตัวเองตรงไปยังห้องของพี่แทนทันทีโดยไม่ขออนุญาตก่อน ยกเว้นเวลาทำความสะอาดแล้ว เวลาอื่นพี่ไม่ให้ฉันเข้าไปหรอก

เห็นปลอกคออุ้ยอ้ายวางอยู่บนพื้น ฉันรีบเข้าไปหยิบ มุดหาทุกซอกทุกมุม เผื่อพี่แทนจับมัดหรือล่ามซ่อนไว้ที่ไหน บอกตามตรงว่าเดาความคิดไม่ออกจริง ๆ

“เข้าห้องคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตก่อน”

ฉันสะดุ้งเฮือก หันไปมอง

“พี่แทน พี่เอาอุ้ยอ้ายไปไว้ไหน ปล่อยมันออกมานะ” ฉันถามเหมือนจะร้องไห้

“ไม่รู้” เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อ ฉันกำลังจะก้าวออกจากห้อง แต่ถูกฉุดข้อมือไว้ ฉันพยายามสะบัดแต่เขารั้งกลับ

“อยากรู้ไหมว่ามันอยู่ไหน” พี่แทนพูดช้า ๆ

“อยู่ไหน” ฉันถามหน้าตื่น พี่แทนยิ้มพราว

“จะเอาอะไรก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสิ”

“เอาอุ้ยอ้ายคืนมา”

“หึ ได้ แต่หลังจากบริการฉันแล้วนะ พอดีเกดเขารีบกลับก่อน ยังกินไม่อิ่มเลย”

ฉันตาโตจ้องหน้าพี่แทนตื่น ๆ

“คิดอะไรบ้า ๆ ฉันน้องพี่นะ”

“หึ ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า อ้าขาให้ผู้ชายคนไหนมันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ”

ฉันฟาดมือใส่ใบหน้าคมคายสุดแรงจนหน้าพี่แทนหันไปตามแรงมือก่อนหันกลับมาช้า ๆ

“ชอบแนวซาดิสม์ก็บอกสิ จะได้จัดให้”

“อย่านะ พี่แทน ปล่อย!” ฉันพยายามดิ้นรน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสายตาเหี้ยมเกรียมและความเจ็บปวดเท่านั้น

…..

..

.

ฉันไม่รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความทรมานมันยาวนานแค่ไหน ฉันรู้แค่ว่าทั้งร่างกายและหัวใจฉันกำลังร้าวรานไปกับการกระทำราวกับสัตว์เดรัจฉานของพี่ชายตัวเอง ฉันนอนน้ำตาไหลพรากยันตัวลุก แต่ยังไม่ทันจะทรงตัวได้ ก็ถูกฉุดให้ลงไปนอนราบกับที่นอนอีกรอบ

มองเห็นแวววูบไหวจากดวงตาคู่นั้น แต่เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น

“นี่เธอยังไม่เคยนอนกับใครใช่ไหม” น้ำเสียงคนถามดูแหบแห้งยังไงพิกล

ฉันไม่ตอบ ใช้แรงอันน้อยนิดที่มีผลักอกเขาออก คว้าหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ หันหลังเดินออกจากห้องไป

เสียใจกับสิ่งที่พี่ทำ

เสียใจไปกับทุกอย่าง

ฉันเดินไร้แรงกลับเข้าห้อง ทันทีที่ปิดประตูลง ฉันทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นกอดเข่าแน่น

“เมี๊ยว” ได้ยินเสียงร้องเบา ๆ ฉันเงยหน้ามองไปรอบ ๆ  

“เมี๊ยว” ได้ยินเสียงร้องอีกรอบ ฉันรีบลุกตรงไปยังถังขยะที่ถูกปิดฝาไว้ทันที

“อุ้ยอ้าย!” พอเปิดออก ถึงได้เห็นว่ามันนั่งงัวเงียอยู่ในนั้น

“ให้ตายสิ นอนอยู่ในนี้ทำไมไม่ร้องบอกกันบ้าง” ฉันอุ้มขึ้นมากอด ตอนนี้มันไม่มีปลอกคอแล้ว ฉันไม่ได้หยิบติดมือออกมาด้วย

“อุ้ยอ้าย ฉันจะทำยังไงดี” ฉันซบหน้ากับตัวมัน เห็นมันทำท่าอึดอัด ฉันใช้ขนมันเป็นที่ซับน้ำตา มันดิ้นจนเลิกดิ้น ฉันนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นกระทั่งผล็อยหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลางดึกแล้ว อุ้ยอ้ายหลบขึ้นไปนอนอยู่บนเตียง ฉันลุกขึ้น เดินไร้แรงไปอาบน้ำหวังชำระล้างคราบคาวของพี่แทนออก

แต่ล้างเท่าไหร่ก็ล้างออกไม่หมด

คราบของคนโสมม

ฉันตื่นเช้ามากกว่าปกติ มาทำอาหารเช้าไว้ให้พี่ทาน เดินทางไปโรงเรียนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ส่องแสง ไม่อยากเจอหน้าพี่แทน พอเลิกเรียนก็ตรงไปที่อู่ทันทีเพื่อทำงาน

“เฮ้อ เจ้าเสกก็มาลาออกกะทันหัน คนไม่พอเลย” พี่โจอี้บ่น ๆ

“หาสิพี่”

“หาอยู่ แต่คนฝีมือดี ๆ ไม่ได้หากันง่าย ๆ น่า”

“ให้ชาช่วยไหม แต่คงได้เฉพาะหลังเลิกเรียน”

“ไหวรึเรา”

“ก็ทำเท่าที่ทำได้ อีกอย่าง ชาไม่อยากกลับบ้านเร็วช่วงนี้”

“อืมได้สิ”

วันนี้ฉันเลยได้เรียนรู้เทคนิคการดูรถ ซ่อมรถ แล้วก็แต่งรถจากพี่โจอี้เพิ่ม

สนุกดีนะ จริง ๆ ไม่อยากกลับบ้านเลย แต่เป็นห่วงเจ้าอุ้ยอ้าย ไม่รู้จะโดนพี่แทนแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า พอสี่ทุ่มฉันก็ขอลากลับ

ไฟในบ้านมืดสนิท รถพี่แทนยังอยู่ แปลว่ากลับมาแล้วและคงเข้านอนแล้วด้วย ฉันเดินเข้าบ้านให้เงียบที่สุด ไม่อยากให้พี่แทนรู้

ก่อนสะดุ้งโหยงเพราะมีมือปริศนามาจับข้อมือไว้

“ทำไมกลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ หึ ออกไปล่าเหยื่อมารึไง” ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้ง ฉันบิดข้อมือออก แต่พี่แทนรวบจับไว้ ลากลงไปนอนบนโซฟา

“อืม วันนี้ได้แขกกี่คน ใช้เทคนิคอะไรถึงได้ทำให้ร่างกายเหมือนพวกเวอร์จิ้นได้ ไอ้ฉันก็หลงนึกว่าได้แอ้มสาวมือหนึ่งซะแล้ว”

“พี่แทน ปล่อย! พี่เมาแล้วนะ”

“อืม พูดมากน่า” แล้วเขาก็จัดการประกบปิดปาก ฉันพยายามดิ้นรนแต่ยิ่งดิ้นแรงกดหนักยิ่งเยอะ

ฉันอยากมีเรี่ยวแรงมากกว่านี้ในการขัดขืน แต่ดูเหมือนหนทางนั้นจะริบหรี่เต็มทน

ฉันค่อย ๆ ดันตัวลุกออกมาจากอ้อมแขนแกร่งของคนที่นอนไร้สติ คว้าชุดนักเรียน ถือกระเป๋าเดินขึ้นห้อง

อุ้ยอ้ายเดินมาคลอเคลียที่ขา แต่ฉันไร้แรงที่จะเล่นกับมันแล้ว

ทำยังไง ฉันถึงจะหลุดพ้นจากพี่แทนได้ ฉันทิ้งตัวลงไปนั่งสะอื้นกับพื้น แล้วปล่อยให้ตัวเองหลับใหลไป

เช้านี้ฉันตื่นไปเรียนโดยไม่ปลุกคนที่นอนอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย ฉันหอบอุ้ยอ้ายยัดใส่ตะกร้าพาไปโรงเรียนด้วย

“ว้าย อุ้ยอ้าย คิดถึงจัง” แนนรีบเข้ามาทักทายทันที มันหาวหวอด แตะมือทักทายนิดหน่อยแล้วหลับต่อ แนนอมลมใส่แมว

“น่าน้อยใจจัง ทักกันแค่เนี้ย”

ฉันนั่งขำเนือย ๆ

“โอเคไหมชา สีหน้าไม่ดีเลยนะ”

“ไม่เป็นไร แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

“เรื่องพี่แทน?”

ฉันไม่ได้ตอบอะไร

“แนน คืนนี้ชาขอไปนอนค้างด้วยได้ไหม”

แนนมองตาฉัน แต่ฉันไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง

“เอาสิ ได้อยู่แล้ว เพราะงี้ถึงได้เอาอุ้ยอ้ายมาด้วยใช่ไหม”

ฉันพยักหน้า แล้วแนนก็ปล่อยให้ฉันนั่งคิดคนเดียวเงียบ ๆ หันไปเล่นกับอุ้ยอ้ายต่อ

ระหว่างเรียน ฉันฝากอุ้ยอ้ายไว้กับพี่จอยที่ร้านค้าสวัสดิการ อุ้ยอ้ายเป็นแมวเลี้ยงง่าย กินอาหารแค่สองมื้อก็จบแล้ว

พอตกเย็น ฉันก็ไปนอนกับแนน

“นี่ บอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มีอะไรหรอก ทะเลาะกับพี่แรงน่ะ”

“ปกติทะเลาะกันแรงขนาดไหน ชาไม่เคยหมดความอดทนง่าย ๆ ถึงขนาดหนีออกจากบ้านแบบนี้นี่นา”

“ก็ครั้งนี้ทะเลาะกันแรงกว่าทุกทีน่ะ” ฉันให้เหตุผล แนนพยายามค้นหาความจริง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“เอาเถอะ อยากเล่าก็เล่า รอฟังได้เสมอ เนอะอุ้ยอ้าย”

เกี่ยวไรกับอุ้ยอ้ายเนี่ย = =

เรานั่งทำอาร์ตเวิร์คด้วยกันและเข้านอนตอนสี่ทุ่ม ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน กระทั่งได้ยินเสียงมือถือที่ตั้งระบบสั่นไว้ดังเบา ๆ ฉันเอื้อมหยิบดู เห็นเป็นเบอร์ของคนที่ฉันไม่อยากเจอเป็นที่สุด ฉันเลือกที่จะเมินมัน วางไว้ใต้หมอน ให้มันสั่นเงียบ ๆ อย่างนั้น

แต่มันไม่ยอมหยุดสักทีจนฉันตัดสินใจกดปิดตัวเครื่อง และล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

บางทีเวลาที่ฉันได้วางเอาไว้ อาจมาถึงเร็วกว่าที่คิดก็ได้ ฉันคงต้องเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ ซะแล้ว

บางทีการไม่ต้องมานั่งดูแลคนอื่นนี่ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันไปเรียนตามปกติ พี่อิฐโทรมานัดทานข้าวเย็นด้วย แต่ฉันตอบปฏิเสธ 

ไม่มีอารมณ์ไปรื่นเริงกับใครเท่าไหร่

อีกอย่าง รู้สึกผิดด้วย

ฉันไม่บริสุทธิ์แล้ว

วันนี้ฉันตัดสินใจนอนกับแนนอีกวัน ทันทีที่เปิดเครื่อง พี่แทนก็โทรเข้ามาทันที แต่ฉันไม่คิดจะรับอยู่แล้ว

ฉันนั่งเหม่ออยู่ในห้องเรียนกระทั่งเลิกเรียน ท้องฟ้าปลอดโปร่งดีแฮะ

“นี่ รีบกลับกันเถอะ” แนนชวน ฉันพยักหน้า เดินออกจากห้องเรียนตรงไปหน้าโรงเรียน แต่ต้องชะงัก เพราะมีใครบางคนมายืนเท่พิงรถไว้ ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว เพราะออร่าโดดเด่นสะดุดตา ฉันไม่สนใจ เดินตรงไปกับแนน

แต่ไปได้ไม่ไกลก็ถูกฉุดข้อมือไว้

“ทำไมไม่กลับบ้าน”

“เรื่องของชา”

“หึ” พี่แทนคงอยากพูดอะไรต่อ แต่เห็นว่าแนนอยู่เลยเงียบเสียงไป

“กลับบ้าน” แล้วพี่แทนก็ลากฉันยัดใส่รถ ฉันทำท่าจะก้าวลงจากรถอีกรอบ ถ้าไม่ถูกกดไหล่ไว้

“ถ้าไม่อยากให้ฉันจูบประจานเธอต่อหน้าผู้คนก็นั่งนิ่ง ๆ”

ฉันมองพี่แทนอึ้ง ๆ แล้วเขาก็เดินอ้อมไปฝั่งคนขับ สตาร์ทเครื่อง พุ่งตัวรถไปด้านหน้าแรง ไม่นานก็กลับถึงบ้าน

“มีอะไรก็ว่ามาชาจะไปค้างบ้านเพื่อน”

“เพื่อนหรือผัว”

“จะใครก็ช่าง มีอะไรก็ว่ามา” ฉันตอบเสียงแข็ง พี่แทนกระตุกยิ้ม

“นี่ ที่ให้ไปไม่พออีกรึไง” พี่แทนลูบแก้มฉันเบา ๆ จนฉันรู้สึกหวิวแปลก ๆ ฉันรีบปัดมือพี่แทนออก

“คนที่คิดแต่เรื่องต่ำ ๆ ก็มีแต่พี่นั่นแหละ ชาไม่อยากอยู่ร่วมชายคากับสัตว์เดรัจฉานอย่างพี่”

“หึ คำก็สัตว์เดรัจฉาน สองคำก็สัตว์เดรัจฉาน แต่เธอคงลืมไปแล้วมั้งว่าได้สัตว์เดรัจฉานอย่างฉันเป็นผัว”

เร็วเท่าความคิด ฉันวาดมือกลางอากาศหวังฟาดใส่หน้าพี่แทน แต่พี่เร็วพอกันคว้ารับไว้ได้

“ทนไม่ได้รึไง รึคนเดียวมันไม่พอ”

ฉันวาดอีกข้างใส่ แต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ได้อีก ฉันมองพี่เขาอาฆาต ก่อนเขาจะรวบจับมือฉันไปไพล่หลังไว้ด้วยมือเดียว

“ปล่อย!!” 

พี่แทนลูบแก้มฉันเบา ๆ จนฉันแอบหวั่นไหว

“ไม่ต้องห่วง รอบนี้ฉันจะอ่อนโยนให้” 


ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 

ความคิดเห็น