เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามของไรท์นะคะ คอมเมนต์จากรีดดเดอร์คือกำลังใจของไรท์นะคะ เรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรี 6 ชั่วโมงค่ะ แล้วหลังจากนั้นจะติดเหรียญนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2561 13:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

​“วันนี้อารมณ์รุนแรงจังเลยนะ” เสียงหวานพูดกับชายหนุ่มที่นอนเปลือยอยู่ข้างกาย

“มีเรื่องให้โมโหนิดหน่อย” เขาตอบไปตามตรงเพราะไม่รู้จะปิดบังไปทำไม ถึงอย่างไรหล่อนก็มองเขาออกอยู่ดี

“เรื่องหนักหนามากถึงขนาดต้องไปลากตัวจากที่ทำงานเลยเหรอ” เจนนภาระบายยิ้มออกมาอย่างขันๆ

เมื่อช่วงบ่ายคชินทร์กระหน่ำโทรมาหาเธอจนสายแทบไหม้ แต่เธอไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวระหว่างทำงานจึงไม่รู้ว่าพายุกำลังจะมาถล่มเธอ ทันทีที่มาถึงร่างสูงก็ฉุดกระชากเธอออกจากห้องทำงาน โชคดีที่เธอเป็นผู้บริหารจึงทำไม่ได้มีปัญหาเรื่องงาน แต่ในสายตาของพนักงานร้อยกว่าคู่ที่มองมาที่เธอและเขานั้นน่าจะเป็นปัญหามากกว่า แล้วเธอจะเอาหน้าไปควบคุมหรือสั่งสอนคนในบริษัทได้อย่างไรกัน

จากนั้นก็พาเธอมาจุดไฟพิศวาสเพื่อระบายโทสะในโรงแรมหรูไม่ไกลจากบริษัทนัก ก่อนที่ไฟพิศวาสจะมอดดับไปเมื่อครู่ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและคชินทร์เป็นความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Friend with benefits (เพื่อนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแต่ไม่ผูกมัด)

เธอและเขารู้จักกันสมัยที่เรียนอยู่ที่อเมริกาโดยรู้จักกันผ่านเพื่อนกลุ่มคนไทย เธอและเขามีนิสัยลุยๆ คล้ายกันจึงสนิทกันกว่าเพื่อนคนอื่นๆ แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์มันก็กระโดดข้ามไปไกล ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะมีความสัมพันธ์กันแบบไม่ผูกมัด เพราะต่างคนก็ต่างไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่งไป

เจนนภาเองก็ตอบตกลงเพราะเธอเองก็เป็นคนขี้เบื่ออยู่กับใครเดิมๆ นานๆ ก็มักจะเบื่อไปเอง อีกทั้งที่อเมริกาเองก็เป็นสังคมฟรีเซ็กซ์ และเธอเองก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อะไรก่อนที่จะมาถึงมือของคชินทร์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินมายาวนานถึงหกปีและยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้เธอจะย้ายกลับมาดูแลธุรกิจครอบครัวที่เมืองไทยได้สองปีแล้ว แต่เขาก็ยังไปมาหาสู่เธอเช่นเคย

“ก็อยากโทรไปไม่รับเอง” เขาพูดอย่างไม่สนใจ

“นี่พ่อคุณ ฉันเองก็มีงานต้องทำนะยะ ไม่ได้มีธุรกิจพันล้านหมื่นล้านเหมือนบ้านยู”

“ก็ฉันไม่มีที่ไป กำลังหงุดหงิด คิดถึงชื่อเธอออกก็เลยขับรถไปหา”

“แล้วพอใจหรือยังคะนายท่าน หรือต้องให้ดิฉันปรนนิบัติมากกว่านี้” มือเรียวที่เล็บแต่งแต้มด้วยสีสันต่างๆ ลูบไล้ไปที่หน้าท้องแข็งแกร่งอย่างหยอกเย้า

“ไว้วันหลังดีกว่า วันนี้ต้องไปทำธุระต่ออีกนิดหน่อย” เขายกมือบางออกจากหน้าท้องและตวัดผ้าห่มที่คลุมส่วนล่างออก มือหนาหยิบบ็อกเซอร์และกางเกงขึ้นมาสวม

“นี่ยูไปลากไอมาเพื่อแค่นี้เหรอ?” หล่อนย้อนถามเสียงตึง

“เรื่องของเรามันก็มีแค่นี้ไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้เพื่อนบ้า!” เจนนภาหยิบหมอนหนุนปาใส่แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ

แค่แผ่นหลังยังดูหล่อเหลาจนทานทนแทบไม่ไหว คชินทร์เป็นผู้ชายที่น่าหมั่นไส้ที่สุด!


คชินทร์กลับมาที่บ้านประเสริฐสิทธิชัยในตอนหนึ่งทุ่มกว่า ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์ การไปพบเจนนภาก็ช่วยให้เขาอารมณ์เย็นขึ้นบ้างแต่อารมณ์หงุดหงิดในใจก็ยังไม่หายสนิท เขาเลยเลือกที่จะไปแข่งรถที่สนามต่อหลังจากนั้น เขายังไม่อยากกลับบ้านเพราะยังไงก็ต้องไปทนฟังบิดาพูดเรื่องเดิมๆ เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี

“ไปไหนมาทั้งวัน” เสียงบิดาร้องทักขึ้น หนุ่มใหญ่ยืนกอดออกมองบุตรชายคนกลางด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“ไปหาความสุขใส่ตัวครับ” เขาตอบตรงไปตรงมา

“ไปคุยกับพ่อที่ห้องทำงานหน่อย”

“ถ้าเป็นเรื่องเมื่อบ่ายผมขอไม่ไป เพราะผมไม่อยากแต่ง”

“แกจะไม่ไปฟังหน่อยเหรอว่าถ้าแกตกลงฉันจะให้อะไรแกบ้าง” คุณชายอัฐเดชยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างทำให้บุตรชายหันมามองด้วยสีหน้าแปลกใจ

“พ่อหมายถึงอะไร”

“ถ้าอยากรู้ก็ตามมา”

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่โยนแฟ้มเอกสารที่หยิบมาจากบนโต๊ะให้บุตรชายที่นั่งไขว่ห้างรออยู่ที่โซฟา มือเรียวหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดอย่างรีบร้อนเพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าที่บิดาพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร

“ฉันจะยอมลงทุนธุรกิจนำเข้ารถยนต์ให้แกทั้งหมด แต่แกต้องควบคุมและบริหารงานเอง และเรื่องสนามแข่งรถที่แกอยากจะสร้างมันนักฉันจะจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง วันนี้ฉันลองไปคุยกับบริษัทรับเหมาฯ ของเพื่อนมาแล้วว่างบประมาณที่ตีราคามาคือห้าสิบล้าน”

“พ่อพูดจริงเหรอ” น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นขึ้นมาทันที เพราะทั้งหมดที่อยู่ในแฟ้มนี่คือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมานานแต่ไม่มีเงินมากพอที่จะลงทุน เงินส่วนตัวของเขานั้นมีมากก็จริงแต่ก็ไม่พอที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้

“ใช่ ฉันจะให้ทุกอย่างที่อยู่ในแฟ้มนี้กับแก หากแกยอมตกลงแต่งงานกับหนูเทียน”

“ทำไมพ่อต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้ด้วย ยัยนั่นมีดีอะไรนักหนาพ่อถึงยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแลกกับการที่ผมต้องยอมแต่งงาน” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะจำนวนเงินนั้นมันมากจนน่าตกใจ แต่มันกลับต้องแลกกับการที่เขาต้องตอบตกลงแต่งงานกับผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น

“เดี๋ยวแกอยู่ไปก็จะรู้เอง ฉันพูดไปแกคงไม่เชื่อหรอก”

“ผมไม่เข้าใจพ่ออยู่ดี ถ้าพ่อยื่นข้อเสนอนี้ แสดงว่าผมคงไม่มีสิทธิ์ที่จะหย่าเลยใช่ไหม”

“ได้สิ ถ้าชีวิตคู่มันไปไม่รอดแกก็หย่าได้ แต่อย่างน้อยแกควรศึกษาดูใจกับหนูเทียนก่อนปีครึ่งเพราะถ้าเกิดแต่งไม่เท่าไหร่แล้วหย่ามันจะดูเป็นการไม่ให้เกียรติครอบครัวของฝ่ายหญิง”

“ผมจะเอาไปคิดดูก่อน ยังไม่ขอตอบตกลงในทันที” เขายังอยากเก็บเจ้าสิ่งนี้ไปคิดก่อนเพราะว่ามันต้องแลกด้วยชีวิตที่แสนอิสระและชีวิตโสดของเขา ซึ่งมันไม่ง่ายและยากที่จะทำใจได้

“อย่าคิดนานนักล่ะ เวลามันไม่ได้คอยแกหรอกนะ” คุณชายอัฐเดชร้องบอกบุตรชายก่อนที่อีกฝ่ายจะออกจากห้องไป แม้เจ้าตัวจะบอกขอเก็บไปคิดดูก่อนแต่ตนเชื่อว่าคชินทร์จะต้องตอบตกลงมันแน่นอน

บางคนอาจจะคิดว่ามันคือการใช้สิ่งของมาหลอกล่อให้คชินทร์นั้นตอบตกลงแต่งงาน แต่มันก็เป็นความจริงเพราะถ้าหากไม่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้าง เจ้าลูกชายก็ยังคงดื้อแพ่งปฏิเสธเหมือนเคย แล้วหนุ่มใหญ่ก็ยังเชื่ออีกว่าหากคชินทร์แต่งงานกับธิฌาธรไปเจ้าลูกชายจอมหัวดื้อจะต้องรักและมีความสุขกับผู้หญิงที่คุณหญิงย่าและพ่อของแกเลือกให้อย่างแน่นอน


แล้วคำตอบที่คุณชายอัฐเดชอยากจะฟังก็มาถึงหูในช่วงสายของวันถัดมา คชินทร์ยอมตอบตกลงแต่งงานแต่เขาก็มีข้อตกลงที่ต้องการก่อนหากบิดาและคุณหญิงย่ายอมตกลงเขาเองก็จะตกลงเช่นกัน

งานแต่งงานผมไม่อยากจัดเอิกเกริก อยากทำให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากไปด้วยกันไม่ได้หรือหย่ากันไปจะได้ไม่ต้องขายหน้ามาก อีกอย่างคือถ้าครบหนึ่งปีครึ่งตามที่พ่อบอกแล้วผมจะหย่าทันทีโดยที่ทุกคนไม่มีสิทธิ์ห้าม แล้วอีกข้อหนึ่งผมจะไม่มีลูก ไม่ต้องคะยั้นคะยอหรือบังคับให้ผมมีด้วยเพราะผมไม่อยากมีภาระไปมากกว่านี้แล้ว

หลังจากที่ปรึกษากับมารดาแล้วคุณชายอัฐเดชก็ตอบตกลงทุกอย่างที่บุตรชายขอมาเพื่อแลกกับการแต่งงานกับธิฌาธร เมื่อปรึกษาหารือกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหม่อมราชวงศ์อภิรดีจึงสั่งให้คนไปเรียกบุษบา คมสันต์และธิฌาธรมาเพื่อสู่ขอกันอย่างเป็นทางการ

ทางผู้ใหญ่ตกลงเรื่องกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะแยกย้ายจู่ๆ นางบุษบาก็หันไปทางชายหนุ่มที่ทำหน้าเอือมระอาและเบื่อเต็มที

“คุณคินคะ น้าขอถามอะไรสักอย่างจะได้ไหมคะ”

“ได้ครับ”

“คุณคินรักลูกสาวของน้าไหมคะ”

คชินทร์ไม่ได้ตอบในทันที ชายหนุ่มมีท่าทีอึกอักมองหน้าบิดาและคุณหญิงย่าเพื่อขอคำตอบ แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมช่วยจนเขาตัดสินใจพูดเอง “อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละครับ”

คำพูดที่ดูไม่ค่อยจะใส่ใจเท่าไหร่นั้นทำเอาธิฌาธรและมารดาต่างหน้าไม่ดีกันทั้งคู่ คมสันต์เองก็รู้สึกไม่ชอบใจว่าที่ลูกเขยไม่น้อยแต่ไม่สามารถเสียมารยาทลุกออกไปได้

“หมายความว่าอย่างไรคะ” นางถามซ้ำอีก

“ก็ตามที่บอกครับ”

“ถ้าอย่างนั้นน้าขออะไรสักอย่างนะคะ น้าอยากให้คุณคินช่วยดูแลและรักษาถนอมน้ำใจยัยเทียนด้วยนะคะ น้ามีลูกสาวคนเดียว น้าเป็นห่วงเขามากที่สุดไม่คิดว่าเขาจะออกไปมีครอบครัวเร็วถึงขนาดนี้ แต่สิ่งที่น้าเป็นห่วงที่สุดคือการใช้ชีวิตคู่ อยากให้ทั้งสองคนรักและให้อภัยกัน มีปัญหาก็พูดกันตรงๆ น้าขอแค่คุณคินทำให้ยัยเทียนมีความสุขเท่านั้นก็พอแล้วค่ะ” น้ำตาของคนเป็นแม่ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่เป็นแค่การสู่ขอกันเพียงเท่านั้น บุตรสาวยังไม่ได้ย้ายออกไปเสียด้วยซ้ำ หัวอกคนเป็นแม่อย่างนางเหมือนจะขาดสะบั้นลงเสียให้ได้

“ครับ” เขารับคำสั้นๆ เท่านั้น

“ไม่ต้องห่วงนะแม่บุษ ฉันจะให้ตาคินดูแลยัยเทียนให้ดีและมีความสุขที่สุด” หม่อมราชวงศ์หญิงเอ่ยขึ้นเบี่ยงเบนความสนใจให้ออกจากตัวหลานชาย เพราะคชินทร์ยังคงทำท่าทางไม่สนใจอยู่เช่นเดิม

“ใช่ไหมตาคิน” หญิงชราถามย้ำอีกครั้ง

“ครับ”

“ค่ะ ความจริงบุษเองก็ยังไม่อยากให้ลูกมีครอบครัวหรอกค่ะ แต่ที่ยอมให้แต่งก็เพราะเห็นแก่คุณหญิงท่านนะคะ” นางเผยความในใจออกมาเพราะทนเก็บมันไว้ไม่ไหว เพราะเห็นท่าทีของฝ่ายชายนางจึงอยากบอกให้เขารู้ไว้ว่านางไม่ได้อยากยกบุตรสาวให้คนอย่างเขาแม้แต่น้อย

“ฉันรู้ๆ เอาเป็นว่าแม่บุษสบายใจเถอะ ตาคินจะดูแลยัยเทียนเป็นอย่างดีแน่นอนฉันรับประกัน”

บุษบาพยักหน้าและรับกระดาษทิชชู่จากสามีมาซับน้ำตา นางยังคงจ้องมองสีหน้าเรียบเฉยที่ออกไปทางเบื่อของว่าที่ลูกเขยด้วยความขุ่นเคืองใจเล็กๆ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าคชินทร์พยายามทำอะไรให้ดูเหมือนว่าเขาอยากแต่งงานกับบุตรสาวของเธอจริงๆ ไม่ใช่ทำหน้าเบื่อโลกและรำคาญที่จะตอบคำถามอย่างที่เป็นอยู่

หลังจากวันที่ทำการสู่ขอตามประเพณีเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็โดนบิดาและคุณหญิงย่าเรียกไปตักเตือนเรื่องพฤติกรรมและคำพูดที่พูดกับบุษบามารดาของธิฌาธร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังวางท่าทีเรียบเฉยไม่สนใจเช่นเคย ตอนนี้เขาเองก็ตกลงแต่งงานแล้วและงานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า ช่วงนี้เขาใช้ชีวิตสุดโต่งแทบจะเรียกว่าเสเพลเลยก็ว่าได้ ซึ่งในช่วงเวลาสองเดือนที่ว่านี้บิดาไม่สามารถขัดใจเขาได้เพราะเขามักจะยกเรื่องแต่งงานขึ้นมาอ้าง แต่ใช่ว่าแต่งงานไปแล้วเขาจะทำตัวเรียบร้อยกลับบ้านเร็วซะที่ไหน เขาก็ยังจะใช้ชีวิตเหมือนตอนที่ยังโสด เพราะแค่ทะเบียนสมรสที่เป็นเหมือนกระดาษแผ่นเดียวมันไม่สามารถหยุดคนเลวๆ อย่างเขาได้แน่นอน

หม่อมราชวงศ์อภิรดีตั้งใจจะซื้อบ้านให้กับหลานชายและหลานสะใภ้เป็นของขวัญวันแต่งงาน แต่หลานชายก็ปฏิเสธเพราะเขาอยากอยู่ที่บ้านประเสริฐสิทธิชัยมากกว่า เพราะตอนนี้บิดาเองก็ใกล้จะกลับไปคุมงานที่อิตาลีดังเดิม พี่ชายและน้องชายอีกคนก็กลับไปทำงานเช่นเคย ส่วนน้องสาวคนใหม่ของเขาก็เพิ่งกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดไปดูแลตาที่ป่วยหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน อีกทั้งหากเลิกราหย่าร้างกันไปก็จะเป็นปัญหาเรื่องการแบ่งสินสมรสอีก เขาไม่อยากให้มันวุ่นวายจึงตัดปัญหาโดยการปฏิเสธเสียแต่แรก



ร่างบางที่กำลังนั่งค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตนั้นจำต้องละสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก ประตูไม้แง้มเปิดออกพร้อมกับมารดาที่เดินเข้ามา นางปิดประตูอย่างเบามือและนั่งลงบนเตียงของบุตรสาว

“แม่มีเรื่องอยากจะคุยกับลูก” ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

“แม่มีอะไรหรือปล่าคะ ทำไมหน้าเศร้าจังคะ” หญิงสาวรีบลุกจากเก้าอี้มานั่งบนเตียงข้างมารดาทันที

“แม่ถามเทียนๆ จริงเลยนะ เทียนอยากแต่งงานกับคุณคินเขาไหมลูก”

ธิฌาธรก้มหน้านิ่งไม่ยอมตอบ

“ก้มหน้าก้มตานี่หมายความว่ายังไง”

“เทียนอยากแต่งค่ะ” อ้อมแอ้มตอบเสียงเบา

“คิดดีแล้วใช่ไหมลูก วันนั้นลูกก็เห็นว่าเขามีท่าทียังไง”

“คุณคินเขาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกค่ะแม่ เขาแค่พูดไม่เก่ง”

บุษบาแทบจะกุมขมับด้วยความเครียดเมื่อเห็นว่าบุตรสาวตัวดีออกโรงปกป้องอีกฝ่ายอย่างออกนอกหน้า

“แม่ไม่สบายใจเลยที่จะต้องยกลูกสาวของแม่ให้กับคนที่เขาไม่ได้รักลูก” ประโยคนี้ทำเอาบุตรสาวของนางนิ่งและเงียบในทันที และบรรยากาศเองก็ดูอึดอัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นางจึงเปลี่ยนเรื่องพูดแทน

“แล้วทำอะไรอยู่ล่ะ แม่เห็นเทียนเอาเต้าต้มน้ำมันหอมระเหยมาตั้งอยู่หลายอาทิตย์แล้วนะ ไม่เห็นจุดสักที”

“เทียนเอาเก็บไว้ให้คุณคินค่ะ” ธิฌาธรเงยหน้าขึ้นมาสังเกตสีหน้ามารดา

“แล้วในคอมพ์ฯ นั่นหาอะไรอยู่หรือ” นางเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง

“กำลังหาน้ำมันหอมระเหยแก้หวัดให้คุณคินค่ะ” แทบจะทุกลมหายใจเข้าออกของเธอนั้นเป็นคชินทร์ ทำเอามารดาส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาและลุกออกไปจากห้อง เธอไม่รู้ว่ามารดาจะโกรธไหมที่เธอดูจะทำเพื่อคชินทร์ไปเสียทุกอย่าง แต่จะให้ทำอย่างไรได้อีกเดือนกว่าๆ เธอก็จะเป็นภรรยาของเขาแล้ว เธอก็อยากทำหน้าที่ภรรยานี้ให้ดีที่สุด

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว