มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 13.2 :: ริชาร์ด

ชื่อตอน : บทที่ 13.2 :: ริชาร์ด

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2561 07:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13.2 :: ริชาร์ด
แบบอักษร

อลิสาเดินเป็นหนูติดจั่นหน้าห้องผ่าตัด จิตใจกระวนกระวายและร้อนรน ด้วยความกลัวการผ่าตัดของมารดาจะไม่ประสบความสำเร็จและด้วยกลัวว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อน ความหวาดกลัวทั้งหลายขัดแย้งทับถมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ดวงตาสีเทาคู่สวยเหลียวมองร่างสูงของริชาร์ดนั่งอ่านหนังสือในสวนไม่ไกล หน้าตาเขาดูธรรมดาคล้ายฝรั่งทั่วไป ร่างกายสันทันถูกปกปิดด้วยเสื้อโค้ตตัวหนา ใบหน้าคมมีแว่นอันใหญ่ปกปิดแววตาเคร่งขรึม มองแล้วกลมกลืนไปกับผู้คนได้ดีจนไม่เป็นที่สังเกตสักนิด เพราะแบบนี้อลิสาจึงไม่เคยสังเกตเห็นริชาร์ดมาก่อน

ครืด!!! ครืด!!!!

เสียงโทรศัพท์สั่นในกระเป๋า อลิสาเห็นชื่อจูเลียบนจอก็รีบกดรับสาย “ว่าไงจ๊ะ”

‘อลิส วันนี้ฉันจะไปงานเลี้ยงกับมิก้านะ คงกลับบ้านดึก’ เสียงจูเลียบอก

สองสามวันมานี้อลิสานอนพักที่บ้านของเพื่อนสนิท แม้เกรงใจจูเลียไม่น้อยแต่ห้องพักที่อพาร์ทเม้นต์ถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี เป็นฝีมือของนักเลงที่จารุฬีจ้างมาไม่ผิดแน่

ผนังห้องถูกฉีดพ่นขีดเขียนด้วยคำด่าหยาบคาย เสื้อผ้าข้าวของกระจัดกระจายฉีกขาด เจ้าของห้องไล่อลิสาออกจากอพาร์ทเม้นต์โดยไม่ให้เวลาเตรียมตัวสักนิด ตอนแรกคิดว่าจะยอมให้เรื่องจบลงไปเอง แต่ถ้าจารุฬีทำถึงขั้นนี้แล้วอลิสาก็ทนให้รังแกไม่ไหวอีกต่อไป

เมื่อวานนี้ริชาร์ดพาเธอไปแจ้งความกับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่รับปากจะดำเนินเรื่องให้ แต่ด้วยความที่จารุฬีเป็นลูกสาวนักการเมืองใหญ่ของประเทศไทย จึงอาจมีมือที่มองไม่เห็นมาทำให้เรื่องนี้เงียบ อลิสาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ได้แต่หวังว่ากฎหมายอเมริกาจะสามารถเอาชนะอิทธิพลของพ่อจารุฬีได้

ริชาร์ดบอกว่าเรื่องเกี่ยวกับเมืองไทยนั้นพิชญ์จิราก็มีอิทธิพลพอตัว เขาแนะนำให้ปรึกษาพิชญ์จิรา แต่อลิสาปฏิเสธ มองไปทางไหนก็เจอแต่อิทธิพล!! อลิสาแอบสงสัยว่าในโลกนี้มีเธอคนเดียวหรือเปล่าที่ไม่มีอิทธิพลอะไรเลย

ถ้าอลิสามีลูกชายเธอจะตั้งชื่อลูกว่า ‘อิทธิพล’ เธอจะได้มีอิทธิพลกับเขาบ้าง!

ทางฝั่งชนสิทธิ์เองก็เพียรโทรมาขอโทษ แต่เธอไม่อยากเจรจากับเขาให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้อีกแล้ว อลิสาถามชนสิทธิ์เพียงว่าเขารู้ข่าวของอัลวิสหรือเปล่า ชนสิทธิ์ตอบอ้ำอึ้งว่าไม่รู้ ชายหนุ่มรู้เพียงว่าจารุฬีหัวเราะสะใจยามพูดถึงอัลวิส

อัลวิสคงเจ็บหนักตั้งแต่ถูกโยนลงจากตึกสูง ได้แต่หวังว่าอัลวิสยังคงหายใจเพราะเธอรับรู้ได้ว่าอัลวิสยังไม่ห่างไปไหน

‘อลิส!!!’ เสียงโทรศัพท์เรียกสติ อลิสาเกือบลืมไปว่าเธอกำลังคุยกับจูเลีย

“อืมว่าไง” เสียงหวานตอบแผ่วเบา

‘เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม ถ้าเหงาก็เรียกพ่อหนุ่มริชาร์ดมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้นะ’ เสียงหัวเราะคิกคักของจูเลียดังคลอมาหลังจากนั้น

อลิสารีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไร ฉันว่าจะย้ายมานอนที่ร้านเสื้อ สักพักก็คงหาที่อยู่ใหม่ได้”

‘บ้านฉันก็ดันอยู่นอกเมือง เธอเดินทางลำบาก นอนที่ร้านก็ดีกว่า แต่มันจะปลอดภัยเหรออลิส’

“มีริชาร์ดอยู่ด้วย ไม่ต้องห่วง” แน่ล่ะ อลิสาไล่แค่ไหนริชาร์ดก็ไม่ยอมไป เชื่อแล้วว่าริชาร์ดฟังคำสั่งนักรบคนเดียวเท่านั้น เธอพูดอะไรไปก็เหมือนพูดใส่ก้อนหินทื่อๆ

‘เริ่มหลงเสน่ห์พ่อริชาร์ดแล้วหรือไง ว่าแต่...เธอแน่ใจหรือว่าตาริชาร์ดอะไรนี่เป็นคนของนายอาเรซจริง เธอเคยถามนายอาเรซหรือยัง ดีไม่ดีอาจเป็นการซ้อนแผนซ่อนเงื่อนจากนายชนสิทธิ์ก็ได้’ จูเลียพูดราวกับชีวิตอลิสาเป็นหนังสืบสวน

ใบหน้าหวานละมุนส่ายน้อยๆ ขณะเดียวกันก็ยิ้มขบขันกับคำพูดเพื่อนสาว “เอาไว้ถ้าหมดเรื่องยุ่ง ฉันจะถามนายอาเรซแล้วกัน แต่ริชาร์ดเป็นคนตระกูลราเมอเรสแน่นอน หมอนั่นเคยคุยกับคุณพีชด้วย”

‘แล้วไป แต่น่าสงสัยนะ ...นายอาเรซส่งคนมาคุ้มกันเธอทำไมยะ หรือว่าแผนบึ้งตึงของเธอจะทำให้เขาหลงเสน่ห์!’

อลิสาชะงักกับคำถามที่พยายามหาคำตอบมาหลายวัน แต่ก็ไม่เคยพบคำตอบ “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ฉันต้องถามเขาให้ได้”

‘หวังว่าคงไม่มีอะไรลึกลับซ่อนเงื่อนหรอกนะ อาเรซคงไม่เอาตัวเธอมาต่อรองอะไรกับท่านรัฐมนตรีหรอกใช่ไหม’ จูเลียถามเสียงอ่อน

“ฉันก็เคยคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ฉันกับพ่อ...เอ่อ...กับท่านรัฐมนตรีไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว ฉันไม่มีค่าไปต่อรองอะไรหรอก” อลิสาตอบไม่เต็มเสียง

‘อย่าประมาทเชียวนะอลิส สมองนักธุรกิจพวกนี้ฉลาดกว่าคนปกติ แถมยังทำเรื่องโหดร้ายได้มากกว่าที่คนธรรมดาแบบเราจะคาดการณ์ ฉันกับเธอตามเกมเขาไม่ทันหรอก’ จูเลียเตือนสติเพื่อน

“เธอดูเชอร์ล็อคโฮมส์มากไปหรือเปล่า” อลิสาเอ็ด ถึงแม้ในใจลึกๆ จะคล้อยตามคำพูดของจูเลียก็เถอะ

‘เอาเป็นว่ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกแล้วกัน ตอนนี้แม่เป็นอย่างไรบ้าง’ จูเลียเปลี่ยนเรื่อง

“กำลังผ่าตัด” อลิสามองนาฬิกาข้อมือ “หลายชั่วโมงแล้ว คงเกือบเสร็จแล้วล่ะ”

รอไม่นานคุณหมอก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัด อลิสรีบวางโทรศัพท์ก่อนเดินออกไปถาม “คุณแม่..เอ่อ...มิสซิสสุนิสา เป็นอย่างไรบ้างคะ”

“พ้นขีดอันตรายครับ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี”

สิ้นเสียงนายแพทย์หนุ่ม อลิสาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยังไม่ทันที่เธอจะได้ยิ้มโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ตากลมโตมองรายชื่อของผู้โทรเข้ามาด้วยความแปลกใจ

คุณหญิงมากาเร็ต?!!!



บ้านท่านรัฐมนตรี

อลิสาสำรวมกิริยาเรียบร้อยตามลักษณะผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วที่ถูกสั่งสอนอบรมมา คุณหญิงมากาเร็ตมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความพอใจ มือเหี่ยวย่นหยิบน้ำชามาดื่มด้วยท่าทีคุ้นตา

ใบหน้าสูงวัยเต่งตึงกว่าครั้งล่าสุดที่อลิสาได้พบแม่เลี้ยงคนนี้ คุณหญิงมากาเร็ตอาจไปฉีดโบท็อกซ์เพิ่ม แต่จะโบท็อกซ์หรือร้อยไหมหรือเรียงกระดูกอะไรก็ตาม อลิสาอยากรู้ว่าวันนี้คุณหญิงเรียกเธอมาพบด้วยเหตุใด

หญิงสาวเป็นฝ่ายทนไม่ได้เธอจึงเริ่มพูดก่อน “ไม่ทราบว่าคุณหญิงเรียกฉันมาทำไมคะ”

แม่เลี้ยงผู้มากด้วยจริตยิ้มอ่อนโยน “โถ่อลิส ฉันคิดว่าเธอควรเรียกฉันว่าแม่”

อลิสาขมวดคิ้วทันที หญิงสาวแปลกใจ “ทำไมคะ”

มากาเร็ตปรบมือเบาๆ ให้คนรับใช้ขนเครื่องเพชรและอัญมณีออกมาพร้อมกับกระดาษสัญญา

“นี่เป็นสิ่งที่คุณอาเรซส่งมาให้ลูก” สรรพนามใช้เรียกอลิสาเปลี่ยนไปโดยทันที

อลิสาตาเบิกกว้างมองสมบัติตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง เธอจำได้ว่าเครื่องเพชรที่นักรบเคยให้นั้นไม่ได้มากมายเพียงนี้ หรือว่าเขาจะส่งมาเพิ่ม?

“เขาส่งมาให้เพิ่มอีกเหรอคะ” ไวเท่าความคิดอลิสารีบถาม

มากาเร็ตพยักหน้าด้วยความอิ่มเอิบ “ใช่จ้ะ เพิ่งส่งมาเช้าวันนี้ และสัญญาที่พร้อมรอลายเซ็นลูกสาวของแม่ เซ็นรับสิจ๊ะเด็กดี”

กระดาษหนึ่งแผ่นถูกเลื่อนมาตรงหน้าอลิสา หญิงสาวหยิบมาอ่าน ข้อความในกระดาษระบุว่าเธอต้องเป็นคนรับมันไว้ จากนั้นสมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของเธอทันที และนี่ยังไม่รวมเช็คเงินสดในซองที่เธอไม่ทราบจำนวนอีก

บ้าไปแล้ว! บ้าแน่ๆ ! นายนักรบต้องเป็นบ้าแน่ๆ ! อลิสาคิดในใจ

หญิงสาวหันไปทางริชาร์ดที่ยืนอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่รับรู้เรื่องราวนี้มาก่อน อลิสาเองก็ไม่รู้จะถามใคร

ใบหน้านวลหันไปบอกแม่เลี้ยง “ฉันไม่รับค่ะ ให้คนของเขาเอากลับไป”

มากาเร็ตลุกยืนขึ้นด้วยความไม่พอใจ “รับไว้แล้วก็สิ้นเรื่อง! แกจะเล่นตัวไปทำไม ในเมื่อแกสัญญากับฉันแล้วว่าจะยอมตกเป็นของคุณอาเรซ แลกกับให้ฉันจ่ายค่าดูแลนางสุนิสา!! ”

อลิสาจ้องด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ “แต่คุณก็ตัดขาดจากฉันกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ตอนนี้ฉันเป็นคนจ่ายค่าดูแลแม่เอง ฉันกับคุณไม่ข้องเกี่ยวอะไรกันอีกต่อไป”

“นังเนรคุณ!!!! ฉันจ่ายเงินเลี้ยงดูแกกับแม่มายี่สิบกว่าปี แกไม่สำนึกบุญคุณ! หมามันยังรู้จักตอบแทนบุญคุณคนให้ข้าวให้น้ำ แกเป็นคนยังคิดไม่ได้หรือไง!!! ” มากาเร็ตขึ้นเสียง

อลิสางัดไม้ตายออกมา “ถ้าคุณหญิงยังบังคับฉันแบบนี้ ฉันจะฟ้องคุณอาเรซแล้วให้เขาขอเครื่องเพชรก่อนหน้านี้คืนไปด้วย!! ”

มากาเร็ตสั่นเป็นเจ้าเข้า ไม่รู้จะเอาเครื่องเพชรที่ไหนไปคืนนักรบ เพราะเธอขายสมบัติเหล่านั้นไปหมดเสียแล้ว!!! “ไม่ได้!! ของพวกนั้นเป็นสมบัติของฉัน ฉันไม่ยอมคืนให้ใครทั้งนั้น!!! ”

“ถ้าไม่อยากคืนของเก่า ก็เอาของใหม่พวกนี้คืนเขาไปเถอะค่ะ” หญิงอ่อนวัยยิ้มด้วยความเอือมระอา

ชายผู้เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่นานเอ่ยแทรกขึ้น “ขอโทษนะครับ พวกคุณคงอ่านสัญญาไม่ครบ”

“มีอะไรเพิ่มคะ” อลิสาเอ่ยถาม

“ผมเป็นฝ่ายกฎหมายของคุณอาเรซครับ ถ้าคุณอลิสาไม่รับของขวัญ ทางคุณอาเรซก็ขอคืนเครื่องเพชรที่เคยให้ไว้ทั้งหมดครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

“อะไรนะ!!! ” แม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงส่งเสียงด้วยความตกใจพอกัน

“ไม่ได้!!! จะเอาที่ไหนมาคืน ฉันขายไปหมดแล้ว!!! ” คุณหญิงมากาเร็ตหลุดปากออกมา ประโยคนั้นทำให้อลิสามองแม่เลี้ยงด้วยความตกใจ

“ขายหมดแล้วงั้นเหรอคะ!! ” ลูกเลี้ยงถามอย่างเหลืออด อลิสาลองหาทางออกที่ดีที่สุดเจรจากับคนของนักรบ “ถ้าฉันรับของขวัญไว้ล่ะคะ”

ชายผู้อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายกฎหมายพลิกสัญญาอีกแผ่นขึ้นมาให้อลิสา บนกระดาษนั้นมีข้อความตัวเล็กๆ เขียนประกอบเอาไว้ อลิสามองข้อความราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

เสียงทุ้มของชายคนเดิมอ่านให้ได้ยินโดยทั่วกัน “หากรับไปแล้วก็ถือเป็นสัญญาว่าจ้าง คุณอลิสาตกเป็นลูกจ้างในอาณัติของคุณอาเรซโดยสมบูรณ์ครับ”

มากาเร็ตรีบถลาเข้าไปโอบกอดหญิงสาว “อลิส เซ็นต์รับเดี๋ยวนี้นะ! ฉันบอกไว้ก่อนว่าถ้าเธออยากรักษาหน้าตาท่านรัฐมนตรีคุณพ่อของเธอเอาไว้ก็ต้องเซ็น!! ”

น้ำเสียงของแม่เลี้ยงลดลงกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน “อีกไม่นานจะเลือกตั้ง และตอนนี้ท่านต้องการใช้เงินอย่างมาก ดังนั้นเห็นแก่พ่อบังเกิดเกล้าก็เซ็นซะ!!! ”

อลิสาสับสน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างครุ่นคิด ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงหน้า ทำไมนายนักรบแสนเย็นชาคนนั้นถึงมีท่าทีราวกับต้องการตัวเธอหนักหนา และเขาต้องได้เดี๋ยวนี้!!!

เสียงหวานเอ่ยกับฝ่ายกฎหมายของตระกูลราเมอเรส “ฉันขอเวลาตัดสินใจหน่อยได้ไหมคะ”

ทนายหนุ่มกระแอมไอก่อนต้องเผยไม้ตายออกมา “คุณมากาเร็ตไม่ได้บอกหรือครับว่าเครื่องเพชรที่เคยให้ก่อนหน้านี้ ท่านรัฐมนตรีเสนอตัวคุณอลิสาเป็นข้อแลกเปลี่ยน หากคุณอลิสาไม่ให้ความร่วมมือ ทางเราก็ต้องรักษาผลประโยชน์เช่นกัน”

อลิสาได้ฟังแล้วกำมือแน่น เครื่องเพชรพวกนี้ไม่ใช่เงินใต้โต๊ะเท่านั้น แต่มันคือสัญญาขายเธอ!

ทำไมเธอไม่ชินเสียที สามีภรรยาคู่นี้ขายเธอไปตั้งนานแล้ว ความคิดที่ว่าเขาให้เครื่องเพชรด้วยความเสน่หาก็คือการหลอกตัวเองไปวันๆ เท่านั้น!

“อลิส...” คุณหญิงมากาเร็ตพูดเสียงอ่อนพลางมองปะหลับปะเหลือก

“จริงหรือเปล่าคะ” อลิสาถามแม่เลี้ยง

“เรื่องมันก็นานมาแล้ว ตอนนั้นก็เห็นคุณเรซเฉยชากับลูก แม่ก็คิดว่าเขาให้เปล่าๆ ไม่คิดอะไร ไม่อยากได้ตัวลูกแบบที่แม่เสนอ ใครจะคิดว่าผ่านไปสองปีแล้วเขาจะมาทวงสัญญา”

“ฉันนึกว่าข้อตกลงเรื่องยั่วยวนคุณอาเรซ เป็นแค่เรื่องที่คุณหญิงกับฉันตกลงกันเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเขา” อลิสาขมวดคิ้วแล้วกระซิบเสียงเบา

“คุณอาเรซเขาก็รู้ เขารู้ตั้งแต่แรกว่าแม่ยินดียกลูกให้เขา ตะ แต่ แต่ตอนนั้นเขาดูไม่สนใจเลยสักนิด คือ แม่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาซีเรียสตอนนี้” มากาเร็ตกระซิบตอบ ดวงตามองหน้าคนรอบข้างอย่างหวาดระแวง

“แสดงว่าคุณอาเรซอยากได้ร่างกฎหมายเข้าสภา ท่านรัฐมนตรีก็เลยรับสินบน แต่ท่านอยากผูกมัดคุณอาเรซก็เลยเสนอฉันให้เขา จากนั้นเขาก็ส่งเครื่องเพชรมาให้ คุณหญิงก็รับไว้ แล้วคุณหญิงก็ใช้เรื่องค่าเลี้ยงดูแม่สุนิสามาขู่ฉันให้ไปยั่วยวนเขางั้นเหรอ” อลิสากระซิบสรุปให้เข้าใจตรงกันกับแม่เลี้ยง

มากาเร็ตได้แต่พยักหน้าอย่างจำนน

อลิสากัดฟันกรอด “แสดงว่าการรับเครื่องเพชรตอนนั้นก็คือสิ่งยืนยันว่าคุณหญิงยกฉันให้เขาแล้วใช่ไหม”

“ใช่จ้ะ”

อลิสาอ้าปากค้างกับสัญญาบีบบังคับจนเธอหมดทางออก ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ จมูกเล็กสูดหายใจเร็วเพื่อเรียกสติ หญิงสาวหันไปทางทนาย “แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะคะ”

“คุณอลิสไม่มีทางเลือกแล้วนะครับ” ริชาร์ดเดินเข้ามาพูดเสียงเรียบ อลิสามองชายหนุ่มด้วยความผิดหวัง

“มีสิ! ฉันจะเรียกร้องสิทธิมนุษยชน! ” อลิสาจ้องมองแต่ละคนด้วยแววตาน้อยใจปนโกรธเคือง เธอรู้สึกเหมือนโดนรุมบังคับข่มเหง

ริชาร์ดมองเธอด้วยแววตาจริงจัง “คุณอลิสคิดดูดีๆ นะครับ คฤหาสน์ราเมอเรสเป็นที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าคุณอาเรซไม่หวังดีกับคุณ ผมคงไม่มายืนตรงนี้”

“ฉันไม่มีวันยอมถูกขังในบ้านหลังนั้นหรอกนะคะ”

“คุณอลิสาต้องไตร่ตรองให้รอบคอบกว่านี้นะครับ การที่คุณบอกว่าจะเรียกร้องสิทธิทำให้มันเป็นเรื่องราวใหญ่โต ผมเกรงว่ามันอาจจะส่งผลโดยตรงต่อท่านรัฐมนตรี และการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นาน” ทนายหนุ่มรีบแก้ความเข้าใจผิด

เขามองท่าทีเริ่มคล้อยตามของอลิสาแล้วแอบยิ้มในใจจากนั้นจึงพูดต่อ “ที่สำคัญคือคุณอลิสาไม่ได้ถูกขังครับ คุณยังสามารถเข้าออกคฤหาสน์ราเมอเรสได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ คุณอาเรซเพียงแค่เสนอที่พักอาศัยให้เท่านั้น”

“ที่พัก? ” เสียงหวานเจือด้วยความหวาดระแวง

“ครับ คิดซะว่าไปพักโรงแรมก็ได้ คุณมีอิสระเต็มที่”

อลิสาส่ายหน้าไม่ไว้ใจ “ฉันอยากคุยกับคุณอาเรซ”

ทนายหนุ่มส่ายหน้าตอบ “ไม่ได้ครับ คุณอาเรซไปต่างประเทศ ยังไม่มีกำหนดการกลับอเมริกา ผมเองก็ไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน”

หญิงสาวขมวดคิ้ว ตาบ้านั่นจะจ้างเธอไปเฝ้าบ้านหรืออย่างไร


///ครั้งหน้าเจอกันกรกฏาคมจริงๆแล้วนะคะ 5555

ความคิดเห็น