เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามของไรท์นะคะ คอมเมนต์จากรีดดเดอร์คือกำลังใจของไรท์นะคะ เรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรี 6 ชั่วโมงค่ะ แล้วหลังจากนั้นจะติดเหรียญนะคะ

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

​“ผมไม่แต่ง ยังไงผมก็ไม่แต่ง” คชินทร์ลุกขึ้นโวยวายท่ามกลางการพูดคุยของผู้หลักผู้ใหญ่ หม่อมราชวงศ์อภิรดีส่งสายตาเชิงตำหนิหลานคนกลางจนกระทั่งเจ้าตัวต้องยอมนั่งลงอย่างเสียไม่ได้

“เอาเป็นว่าฤกษ์ยามเดี๋ยวย่าจะนำไปให้พระท่านดูอีกที” หญิงชราในวัยเจ็ดสิบห้าปีปรายตามองเด็กในปกครองที่นั่งก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดจาสักคำ นางถอนหายใจน้อยๆ แล้วจึงเอื้อมมือเหี่ยวย่นไปจับมือเล็กๆ นั่นไว้

“ครับ คุณแม่ว่าอย่างไรผมก็ว่าตามนั้น” คุณชายอัฐเดชพยักหน้าเชิงตกลงกับสิ่งที่คุณย่าของตนพูด

“คุณย่าจะให้ผมคว้าแม่นี่มาเป็นเมียเนี่ยนะ อย่างผมหาได้ดีกว่านี้เยอะ” เขาแค่นเสียงเย้ยหยันก่อนจะปรายตามองว่าที่ภรรยาที่นั่งอยู่ทางด้านขวา

“หนูเทียนไม่ดียังไง ยายของหนูเทียนก็รับใช้ย่ามาตั้งแต่สมัยก่อน อีกอย่างแม่ของหนูเทียนเองย่าก็เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย ถ้าหากพ่อแกไม่ทำแม่แกท้องก่อน ฉันก็จะให้ตบแต่งกับพ่อแกนั่นแหละ แต่ดันมามีเรื่องเสียก่อน แล้วอีกอย่างที่ย่าเป็นห่วงก็แกนี่แหละตาคิน ที่ลอยไปก็ลอยมา ไม่มีหลักมีฐานกับเขาเสียที อายุก็จะเข้าเลขสามแล้วควรจะมีครอบครัวได้เสียที” หม่อมราชวงศ์หญิงร่ายยาวมาเป็นพืดจนหลานทำหน้าเมื่อยใส่

“แล้วย่าจะมายัดเยียดให้ผมเพราะชวดรุ่นพ่อเนี่ยนะ มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย” เขาลุกขึ้นโวยวาย

“ตาคินแกทำไมถึงได้ไร้มารยาทแบบนี้ นั่งลงเดี๋ยวนี้!”

“พ่อก็พูดได้ดิ พ่อรอดตัวไปแล้วนี่ ไม่ได้รักไม่ได้ชอบกันแล้วจะให้แต่งงานกันได้ยังไงครับ”

“อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง”

“นี่มันยุคสมัยไหนแล้วครับ ยังจะจับคลุมถุงชนอีกเหรอ”

“เทียนว่าอย่าบังคับจิตใจคุณคินเลยค่ะ” หญิงสาวที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมาบ้าง

“พูดเป็นด้วยเหรอ คิดว่าเป็นใบ้” เขาทำเสียงเยาะใส่ “รู้ตัวก็ดีแล้วว่าบังคับใจฉัน จะได้เลิกขอร้องให้คุณย่าบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอเสียที”

“หนูเทียน อย่าไปฟังตาคินเขาพูดมากเลย รายนี้เขาก็ปากก็ร้ายไปอย่างนั้นแหละ” คุณชายอัฐเดชพูดปลอบ เมื่อเห็นว่าที่ลูกสะใภ้หน้าเสีย

“พ่อ” เขาเอ่ยอย่างอ่อนใจ ทั้งบิดาและคุณย่าของเขาต่างเห็นดีเห็นงามกับผู้หญิงคนนี้ไปเสียหมด “ไม่ต้องมาเล่นละครต่อหน้าทุกคน เธอมันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีปัญญาหาผัวเอง”

“เทียนขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสองและชายหนุ่มก่อนจะลุกจากโซฟาเดินค้อมตัวเลี่ยงออกไป

“ไปได้ก็ดี ไม่อยากจะเห็นน้ำหน้า”

“กำหนดยังคงตามเดิม ตาคินเองก็เตรียมตัวไประหว่างรอฤกษ์ยาม” หญิงชราพูดน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ยังไงแกก็ต้องแต่งอยู่ดี ปฏิเสธไปก็แค่ลมปาก”

“ผมไม่แต่ง ถ้าบังคับมากๆ ผมจะคว้าเอาผู้หญิงข้างทางมาทำเมียจริงๆ ด้วย!” เขาโต้ตอบบิดาและคุณย่าอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยกมือไหว้แบบขอไปทีแล้วก็เดินจากไป

“เฮ้อ ฉันละเหนื่อยใจจริงๆ ทำไมถึงได้โมโหร้ายถึงขนาดนี้นะ” นางเอ่ยด้วยความปลงและถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดวงตาฝ้าฟางมองบุตรชายอย่างอ่อนใจยามที่นึกถึงอดีต

คุณชายอัฐเดชแต่งงานตอนที่อายุยังน้อยนักเพราะดันไปทำขวัญฤดีแฟนสาวของตนเองตั้งท้องขึ้นมา ในช่วงข้าวใหม่ปลามันบุตรชายและลูกสะใภ้ก็ดูรักกันดีปานจะกลืนกิน ยังไม่ทันที่หลานคนแรกจะอายุได้ขวบเต็ม ขวัญฤดีก็ตั้งท้องลูกอีกคน ท้องนี้หญิงสาวอารมณ์แปรปรวนนักจึงทำให้มีปากเสียงกันกับบุตรชายบ่อย อีกทั้งคุณชายอัฐเดชเองก็ยังเป็นวัยรุ่นยังห่วงเที่ยวแสงสีตามประสา

บ่อยครั้งที่ขวัญฤดีทำลายข้าวของและลงไม้ลงมือกับสามี อารมณ์เหล่านี้จึงถูกถ่ายทอดให้กับคชินทร์โดยไม่ได้ตั้งใจ หลานคนกลางเติบโตขึ้นมาเช่นเด็กปกติคนอื่นทั่วไป แต่ต่างตรงที่โมโหง่ายและอารมณ์ร้ายจนบางทีไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และจบด้วยการลงไม้ลงมือและสร้างบาดแผลให้ผู้อื่นและตัวเองเช่นกัน

“เดี๋ยวผมไปคุยกับลูกเอง กราบขอโทษแทนตาคินด้วยที่เสียมารยาทกับคุณแม่ครับ” เสียงของบุตรชายปลุกให้นางหลุดออกจากภวังค์ในอดีต

“ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกันรายนั้นอารมณ์ร้ายเหลือเกิน เธอต้องค่อยๆ พูดล่ะไม่อย่างนั้นจะเตลิดกันไปพอดี”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมลาล่ะครับ ฝากขอโทษหนูเทียนด้วยนะครับ” หนุ่มใหญ่พนมมือไหว้หญิงย่าและขอตัวกลับไปเกลี้ยกล่อมบุตรชายก่อน

คชินทร์ไม่ใช่คนหัวดื้อแต่เกลียดการถูกบังคับจิตใจเป็นที่สุด เมื่อถูกบังคับชายหนุ่มจะแสดงอาการให้เห็นโดยทันที แต่เรื่องนี้หนุ่มใหญ่เองก็เห็นด้วยกับมารดาของตนเพราะธิฌาธรนั้นเป็นเด็กเรียบร้อยและมารยาทดี อีกทั้งยังหน้าตาสะสวยไม่เป็นรองใคร หากได้มาเป็นคู่ครองของเจ้าคชินทร์ก็คงจะดีไม่น้อย

ตนนั้นอยากให้บุตรชายมีครอบครัวที่สมบูรณ์และพร้อมหน้าพร้อมตากัน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาทำให้ตนนั้นรู้ว่าการเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงลูกชายทั้งสามคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่มันก็ทำให้สามารถเปิดใจคุยกับลูกได้ทุกเรื่อง ไม่ว่ามันจะเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยก็สามารถเปิดใจคุยกันได้ แต่ตนนั้นก็รู้ว่าข้างในลึกๆ ของบุตรชายทั้งสามนั้นต้องการเติมเต็มความรักส่วนที่ขาดหายไป แม้ทั้งสามจะไปมาหาสู่กับมารดาได้แต่ทางขวัญฤดีก็แต่งงานมีครอบครัวใหม่แล้ว หากไปหากันบ่อยๆ ก็คงจะดูไม่ดีนัก

หนุ่มใหญ่ก้าวขึ้นรถและหลับตานิ่งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยามที่นึกถึงตอนที่ต้องไปคุยกับเจ้าลูกชายจอมอารมณ์ร้อน เพราะดูจากการระเบิดอารมณ์เมื่อครู่แล้วน่าจะยากที่จะโน้มน้าวใจจริงๆ


ฟากคนอารมณ์ร้อนที่พรวดพราดออกมาทันทีที่คว้ารถได้ก็รีบบึ่งออกไปด้วยความเร็วเพื่อดับอารมณ์ร้อนในใจ เขาเกลียดการบังคับที่สุดแต่การบังคับให้เขาแต่งงานนั้นมันเป็นการบังคับที่เลวร้ายที่สุด! เขาเกลียดการมีครอบครัว เขาไม่อยากมีครอบครัว อยากมีความสัมพันธ์โดยไม่ต้องผูกมัด ไม่ต้องการติดอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง และเขาเองก็เคยพูดกับบิดาไปแล้วว่าชีวิตนี้เขาจะไม่แต่งงานมีลูกมีครอบครัว แต่แล้ววันนี้ท่านกับคุณย่ากลับกลายเป็นมาบังคับให้เขาทำในสิ่งที่เขาเคยปฏิเสธ

มือหนาทุบพวงมาลัยรถด้วยความหงุดหงิด ยามที่นึกถึงหน้าผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งหงุดหงิด ใบหน้าที่ทำราวกับว่ารู้สึกผิดแต่เขารู้ว่าความจริงมันไม่ใช่เลย หล่อนสวมหน้ากากทำเป็นคนเรียบร้อย แสนดีให้ผู้ใหญ่ตายใจ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเขาจะยอมมาตกลงแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะคุยกันสักคำด้วยซ้ำ

บ่อยครั้งที่เขาแวะมาเยี่ยมคุณย่าเขาก็จะพบหล่อนอยู่ที่บ้านนั้นเสมอ เขาสังเกตเห็นว่าหล่อนจะชอบแอบลอบมองเขาอยู่เสมอ แต่เขาไม่อยากจะสนใจจึงมองข้ามไปเสมอ บางทีก็เห็นหล่อนยืนจู๋จี๋กับผู้ชายบ้านตรงข้ามกัน ทำไมหล่อนถึงไม่ไปแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นล่ะ มาบังคับคนที่ไม่อยากจะแต่งอย่างเขาทำไม เมื่อยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ความเร็วของรถคันหรูก็ยุ่งพุ่งแรงขึ้นไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จุดหมาย



เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่เจ้าของเร่งจนดังกระหึ่มไกลออกไปแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาจากห้องนอนของตนเอง ดวงตาคู่โศกก้มมองของขวัญในมือที่ตั้งใจจะมอบให้อย่างเสียดาย เธอได้ยินว่าคชินทร์มีปัญหาเรื่องไม่สบายบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยที่เรียนไฮสคูลอยู่ที่อเมริกา จึงตั้งใจเลือกซื้อเตาต้มน้ำมันหอมระเหยและน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปเปอร์มิ้นต์ที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้

แต่เมื่อเห็นท่าทีจงเกลียดจงชัง อีกทั้งสายตาที่มองมาด้วยความสมเพชและรังเกียจ ความคิดที่จะมอบเจ้าสิ่งนี้ให้ก็ต้องถูกพับเก็บลงโดยอัตโนมัติ เพราะดีไม่ดีเขาอาจจะเขวี้ยงมันทิ้งต่อหน้าเธอเลยในทันที

“มายืนทำอะไรตรงนี้ลูก แล้วคุณหญิงท่านเรียกไปทำอะไรหรือ” เสียงนุ่มของมารดาร้องถามจากทางด้านหลัง ทำเอาบุตรสาวสะดุ้งเล็กน้อยและรีบซ่อนของในมือ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่” แล้วก็พานเปลี่ยนเรื่องไปเสีย “มื้อเย็นวันนี้มีอะไรให้ทานบ้างคะ”

“แม่ว่าจะทำน้ำพริกกะปิกับผักต้ม แล้วก็แกงฟักทองใส่หมู เห็นพ่อเขาบ่นอยากกินมาหลายวันแล้ว” นางพูดจบก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงไป แต่บุตรสาวร้องถามเสียก่อน

“แม่จะไปไหนคะ”

“ไปหาคุณหญิงท่านน่ะ เห็นพ่อเขาบอกว่าน้าเพียงมาตามสักพักแล้ว แต่แม่เพิ่งกลับมาจากตลาด”

“เหรอคะ” หญิงสาวทำพยักหน้าเชิงรับรู้และขอตัวกลับเข้าห้องเช่นเดิม ธิฌาธรยืนพิงประตูใจเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะรู้ว่าคุณหญิงท่านต้องเรียกมารดาเธอไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องเมื่อครู่แน่นอน

ครอบครัวของธิฌาธรอยู่เคียงคู่รับใช้ตระกูลสิงหอินทรกุลมาตั้งแต่สมัยรุ่นยายของเธอ ตั้งแต่จำความได้เธอก็ถูกสั่งสอนให้จงรักภักดีกับครอบครัวคุณหญิงท่านมาโดยตลอด บ่อยครั้งที่เธอมักจะตามมารดาเข้าไปพบคุณหญิงด้วย จากที่เคยกระโดกกระเดกเป็นม้าดีดกะโหลกก็ได้รับความเป็นกุลสตรีขึ้นมาบ้าง

ทางหม่อมราชวงศ์หญิงเองก็เอ็นดูเด็กสาวไม่น้อย ทั้งหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักอีกทั้งมีตนเองนั้นมีแต่หลานชายจึงไม่ค่อยเข้าทางคุณหญิงย่าสักเท่าไหร่ พอมีเด็กผู้หญิงมาอ้อนและคอยหยิบจับช่วยนู่นนี่ก็พานรักไปโดยไม่รู้ตัว รู้อีกทีก็รักเหมือนลูกเหมือนหลานอีกคนไปเสียแล้ว

บุษบาค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหาคุณหญิงของนางอย่างนอบน้อม แต่หญิงชราเชื้อเชิญให้ขึ้นมานั่งเสมอกัน ใบหน้าเหี่ยวย่นดูเคร่งขรึมจนนางนึกหวั่นกลัว

“คุณหญิงมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ พอดีว่าบุษออกไปจ่ายตลาดข้างนอกมาค่ะ”

“ฉันแค่อยากขออนุญาตแม่บุษสักหน่อย ฉันเองก็รักยัยเทียนเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ”

“ค่ะ บุษทราบดี ที่ยัยเทียนมีทุกวันนี้เพราะคุณหญิงเมตตากรุณา” หล่อนพูดตามความจริง หากไม่ได้บารมีคุณหญิงท่านบุตรสาวของนางคงไม่ได้เรียนจบปริญญาตรีอย่างทุกวันนี้

“เรื่องนั้นฉันไม่ถือเป็นบุญคุณหรอก มันไม่ได้มากมายอะไร ฉันแค่อยากสู่ขอยัยเทียนมาเป็นหลานสะใภ้”

“อะไรนะคะ” เสียงของหญิงวัยกลางคนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “มะ หมายความว่ายังไงคะ”

“ฉันอยากให้ยัยเทียนแต่งงานกับตาคิน เธอเองก็น่าจะพอรู้ว่ายัยเทียนเองชอบตาคินมานาน”

“บุษเองก็พอทราบมาบ้างค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้”

“ฉันเองก็คงจะดีใจไม่น้อยหากได้หนูเทียนมาเป็นหลานสะใภ้ ฉันอยากสู่ขอหนูเทียนอย่างถูกต้องตามประเพณี”

“ค่ะ” มีหรือนางจะปฏิเสธผู้มีพระคุณได้ จึงได้แต่รับคำไว้

“เรื่องสินสอดทองหมั้น ฉันจะไม่ให้น้อยหน้าครอบครัวแม่บุษเลย ส่วนฤกษ์ยามฉันจะให้พระท่านดูให้” หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นในทันที

หลังจากจบประโยคนั้นหูของนางก็ดับและไม่ได้ยินอะไรที่คุณหญิงท่านพูดอีกต่อไป บุตรสาวคนเดียวของตนและสามีกำลังจะออกเรือนไปมีครอบครัวใหม่ ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่นางกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น ไอ้เรื่องความรู้สึกที่บุตรสาวมีต่อหลานชายของคุณหญิงเธอเองก็รู้ดี เพราะอาการและสีหน้ายามที่บุตรสาวของนางพบเจอคชินทร์ที่นี่มันแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด 

แต่นางเองไม่รู้สามารถล่วงรู้ความรู้สึกของชายหนุ่ม ว่ารักและชอบพอบุตรสาวนางหรือไม่ ฝ่ายนั้นไม่เคยแสดงท่าทีสนใจธิฌาธรมาก่อน และกิตติมาศัพท์ของชายหนุ่มเองก็ใช่ย่อย คชินทร์เองก็เจ้าชู้เป็นหนุ่มเจ้าสำราญพอสมควร ส่วนเรื่องอารมณ์ร้อนก็ไม่เป็นรองใคร ตนนั้นเคยเห็นชายหนุ่มแสดงฤทธิ์เดชก็หลายหน จึงไม่ค่อยสบายใจนักหากจะปล่อยให้บุตรสาวเพียงคนเดียวที่ประคบประหงมมานั้นไปอยู่กับคชินทร์ที่หล่อนไม่มีความมั่นใจในตัวชายหนุ่มแม้แต่น้อย



​เปิดบทนำแย้วววว เรื่องนี้อาจจะดราม่ามากกว่าชาวบ้านเขาเลยนะคะ (เตือนแล้วนะ ฮ่าาา) ยินดีต้อนรับนักอ่านทุกคนเลยนะคะ ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะคะ ส่วนใครที่ติดตามมาตั้งแต่เรื่องก่อนๆ เรื่องนี้ของไรท์รีดเดอร์ก็จะได้สาปแช่งพระเอกของเราอีกเช่นเคย 5555  อย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ  รักรีดเดอร์สุดพลังงงงง

​ฆีตา 16/06/2018

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว