มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 13 :: เซียร์กีย์

ชื่อตอน : บทที่ 13 :: เซียร์กีย์

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 :: เซียร์กีย์
แบบอักษร

Talk :: เดือนกรกฎาคมเร็วจังเลยนะคะ 5555 พรุ่งนี้ค่อยกลับไปเดือนมิถุนาอีกทีแล้วกัน หุหุ ความจริงก็คือช่วงนี้ไม่เข้าแลปค่ะ อาจารย์กลับบ้านต่างจังหวัด ไรต์ก็เลยว่าง วี๊วววว คิดถึงรีดเดอร์มว๊าก!!!

บทที่ 13 เซียร์กีย์

“ผมมาดี คุณสบายใจได้”

ชายร่างปราดเปรียวราวกับนักกีฬายกมือสองข้างว่างเปล่าแสดงความจริงใจ แต่อลิสายังคงมองริชาร์ดด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อบนโซฟาในห้องนอนของตัวเอง

“คุณเป็นใคร” เสียงหวานสั่นระริก มือน้อยกำหมัดแน่นคล้ายกำลังเรียกสติกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่เข้าทาง

ชายผู้เป็นสายลับเดินออกห่างจากหญิงสาวให้มากที่สุด “ผมชื่อ ริชาร์ด เป็นคนของตระกูลราเมอเรส”

“....” อลิสาขมวดคิ้ว จ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด หญิงสาวคาดเดาว่าผู้ชายคนนี้อาจเป็นหนึ่งในคนขับรถของพิชญ์จิรา ช่างโชคดีจริงๆ ที่ริชาร์ดยังไม่รีบกลับไปเสียก่อน

“คุณเชื่อใจผมได้”

ริชาร์ดมาทันเวลาแล้วจัดการหญิงชายใจร้ายพวกนั้นจนเจ็บหนัก ถ้าอลิสาไม่เอ่ยปากห้าม นายริชาร์ดคนนี้คงลงมือฆ่าพวกของจารุฬีแน่ “ขอบคุณมากนะคะ ฝากขอบคุณคุณพีชด้วย ฉันจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้แน่นอน”

“ได้ครับ แล้วผมจะบอกคุณพีชให้” ถึงไม่เข้าใจคำพูดอลิสาแต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่พูดมาก

ริชาร์ด เหลือบมองใบหน้าสวยหวานที่ฉาบไปด้วยคราบน้ำตา ไม่เข้าใจเลยว่าอลิสาวานให้ไปขอบคุณพิชญ์จิราทำไม ในเมื่อเขาได้รับคำสั่งจากนักรบให้ติดตามดูเธอมานาน

คอยติดตามเธอห่างๆ คอยสังเกตเรื่องราวรอบตัวอลิสาและท่านรัฐมนตรี รวมถึงคุณหญิงมากาเร็ต หากนักรบไม่เอ่ยถาม ริชาร์ดก็ไม่ต้องรายงาน และมันเป็นแบบนี้มาตลอดสองปี

จำได้ว่านักรบเคยเอ่ยถามครั้งเดียวว่าอลิสามีชายที่ชอบพอกันอยู่หรือไม่ ซึ่งริชาร์ดให้คำตอบว่าไม่มี จากนั้นนักรบก็พูดเพียงว่า ....ถ้ามีแล้วบอกด้วย

ช่างเป็นงานแสนสบายและแสนน่าเบื่อในคราวเดียวกัน และนี่เป็นครั้งแรกที่อลิสามีอันตรายถึงชีวิตจนริชาร์ดต้องเปิดเผยตัวตนออกมา

“คุณเห็นลูกหมาของฉันไหมคะ” อลิสาถามเสียงแผ่ว

ริชาร์ดยืนตรงและใช้มือไพล่หลังราวกับทหารก่อนตอบ “ผู้หญิงคนนั้นอุ้มไปด้วยครับ”

“ไม่นะ!!! ” อลิสาร้องไห้อีกรอบหลังได้ยินคำตอบที่บาดหัวใจ แววตาแค้นเคืองของจารุฬีบ่งบอกว่าหล่อนต้องเอาความแค้นทั้งหมดไปลงที่อัลวิสแน่นอน! ...ป่านนี้อัลวิสจะเป็นอย่างไรบ้าง

“ผมว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย ทางที่ดีคุณควรกลับไปบ้านท่านรัฐมนตรี”

“ไม่...” อลิสาส่ายหน้าทันที ตาสีเทาเพ่งมองชายหนุ่มล่ำสันฉายแววสงสัย ริชาร์ดรู้ได้อย่างไรว่าเธอเคยอาศัยในบ้านท่านรัฐมนตรี ในเมื่ออลิสาไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้กับพิชญ์จิราเลยสักครั้ง

“คุณจะพักที่ไหนครับ ผมจะไปส่ง ถ้ายืนยันจะอยู่ที่นี่ผมคงต้องขอเฝ้าหน้าห้อง” ชายหนุ่มบอกเสียงหนักแน่นราวกับถูกฝึกมาด้วยระเบียบเคร่งครัด

อลิสารู้สึกว่าเธอช่างเป็นภาระให้พิชญ์จิราเหลือเกิน ตระกูลราเมอเรสมีคนรับใช้มากมายพร้อมทำงานอย่างแข็งขัน แต่อลิสาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับพวกเขาสักนิด เธอเป็นเพียงช่างตัดเสื้อในงานเลี้ยงเท่านั้น ไม่คู่ควรในการรับน้ำใจยิ่งใหญ่แบบนี้ หญิงสาวได้แต่บอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอเป็นคนนอก

“ฉันจะไปนอนบ้านเพื่อนสนิท เชิญคุณกลับไปหาคุณพีชเถอะ แค่นี้ฉันก็รบกวนมากแล้ว” อลิสาฝืนยิ้ม

ริชาร์ดกำลังจะเอ่ยว่าเขาไม่ได้ขึ้นตรงต่อพิชญ์จิรา แต่เขาก็ลังเล “ผมจะไปส่ง”

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ไม่มีคุณกับคุณพีชฉันคงแย่”

ริชาร์ดถอนหายใจ อลิสาคงไม่รู้ว่าเจ้านายของเขาคือใครเป็นแน่ เห็นแก่ความอดทนของเจ้านายหนุ่มตลอดสองปีที่ผ่านมา จึงเอ่ยพูดเพื่อให้อลิสามองนักรบในแง่ดี หวังว่าอาการปั้นหน้าเย็นชาใส่กันของทั้งสองคนจะได้คลี่คลายลงเสียบ้าง

“ผมแค่ทำตามคำสั่งคุณอาเรซครับ เก็บคำขอบคุณไว้บอกเขาเองเถอะ”

“คุณพูดว่าอะไรนะคะ? ”

บ้านจูเลีย

อลิสามาถึงบ้านเพื่อนสนิทในยามดึก ทางด้านริชาร์ดเองก็แยกตัวกลับไปแต่โดยดี และสัญญาว่าจะมาพบในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเพื่อพาหญิงสาวไปอพาร์ทเม้นต์ด้วยตัวเอง

ร่างบางนอนกระสับกระส่ายคิดเรื่องนักรบไม่ตก ทำไมเขาต้องส่งคนมาช่วยเหลือเธอ ในเมื่ออ้อมแขนเขาก็มีผู้หญิงอีกมากมายเป็นตัวเลือก

ทางด้านริชาร์ดเองก็ไม่พูดอะไรเพิ่มเติมจากนั้น ถึงอลิสาคะยั้นคะยอให้เขาพูดแต่ริชาร์ดก็ไม่ปริปากแม้เพียงครึ่งคำ อลิสาคิดวนไปมาทั้งคืนจนเผลอหลับไปจนเกือบรุ่งสางของวันใหม่

ร่างงามตื่นทั้งๆ ที่ยังอ่อนเพลีย มือบางคว้าโทรศัพท์สั่งงานลูกจ้างที่ร้านตัดชุด แต่มันไม่สามารถใช้งานได้เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นเธอลืมนำออกมาชาร์ตแบตเตอรี่ พอจัดการชาร์จไฟฟ้าเปิดเครื่องแล้วก็พบว่ามีเบอร์พยายามติดต่อเธอทั้งคืน ซึ่งโทรจากบ้านพักคนชราของมารดา

หญิงสาวใจกระวนกระวาย ...บ้านพักคนชราโทรมาทำไม?

อลิสาต่อสายโทรกลับทันทีที่ตั้งสติได้ “สวัสดีค่ะ ฉันอลิสาลูกสาวของคุณสุนิสาค่ะ”

‘อ้าวคุณอลิส เมื่อคืนฉันพยายามติดต่อหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ก็เลยโทรไปที่บ้านท่านรัฐมนตรี’ ปลายสายตอบกลับ

“เกิดอะไรขึ้นกับแม่หรือเปล่าคะ” อลิสาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

‘คุณสุนิสามีภาวะติดเชื้อในปอดค่ะ ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ แต่ไม่มีญาติผู้ป่วยมายืนยันรับทราบ ทางคุณหญิงมากาเร็ตบอกว่าให้ปล่อยไว้ก่อน ดิฉันก็เลย....’

พนักงานบ้านพักคนชราเอ่ยเสียงแผ่ว อลิสาเข้าใจทันทีว่าแม่เลี้ยงใจร้ายคนนั้นอยากให้มารดาเธอตายจากโลกนี้เร็วๆ ต่างหาก!!

“แล้วคุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ ต้องผ่าตัดภายในวันไหน” เสียงหวานถามด้วยความโกรธเคืองแม่เลี้ยง

‘ภายในสามวันค่ะ ไม่อย่างนั้นอาการจะแย่มากกว่านี้’

อลิสายังพอใจชื้นขึ้นมาบ้าง “ทำเรื่องผ่าตัดเลยค่ะ วันนี้ฉันจะรีบเข้าไปเซ็นต์เอกสารให้”

ปลายสายอึกอัก ‘ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายผ่าตัดค่ะ เงินส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในงบดูแลที่ทำสัญญาไว้นะคะ’

หญิงสาวชะงัก เธอลืมเรื่องเงินไปเสียสนิท “ฉันจ่ายเองค่ะ จ่ายวันไหนคะ”

‘หลังผ่าตัดเสร็จค่ะ ต้องรอดูค่ายาและค่าอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ ด้วย’

“ประมาณได้ไหมคะว่าสักเท่าไหร่”

ปลายสายเองก็ไม่แน่ใจและบอกตัวเลขค่าใช้จ่ายคร่าวๆ อลิสาพยักหน้าก่อนจะวางโทรศัพท์อย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างบางทรุดลงนั่งบนพื้นพรมนุ่ม ใบหน้านวลซบลงกับฝ่ามือเล็กอย่างจนใจ

ไม่รู้ว่าจะหาเงินก้อนใหญ่มาจากไหน อีกทั้งไม่อยากแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือจากท่านรัฐมนตรีและแม่เลี้ยงใจร้าย รู้ทั้งรู้ว่าคนบ้านนั้นแทบจะปล่อยให้มารดาเธอตายอยู่รอมร่อ

คิดขึ้นมาได้ว่ายังมีเงินหมุนเวียนของร้านตัดชุด ซึ่งเป็นเงินเอาไว้สำรองจ่ายค่าผ้าและเครื่องประดับ แต่เงินนั่นก็ไม่ได้มากมายนักที่จะเบิกมาใช้ได้

จริงสิ...

เธอกำลังจะได้เงินจากออเดอร์เสื้อผ้าร้อยชุดของพิชญ์จิรา!!! อลิสาลองคำนวณจำนวนเงินคร่าวๆ ก็คิดว่าเพียงพอจ่ายค่าผ่าตัดของแม่ได้ แต่จะได้รับจำนวนเงินนั้นก็ต่อเมื่อตัดชุดเสร็จ ซึ่งเธออาจต้องขอเบิกจากพิชญ์จิราก่อน ถึงแม้ไม่ได้ทั้งหมดแต่ได้บางส่วนก็คงพอประคับประคองค่าใช้จ่าย

มือเล็กเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มาอีกครั้งเพื่อโทรหาพิชญ์จิรา รอไม่นานเสียงหวานก็ตอบกลับ ‘สวัสดีค่ะคุณอลิส’

“สวัสดีค่ะคุณพีช คือฉันมีเรื่องรบกวนค่ะ”

‘ว่ามาเลยค่ะ’

อลิสาสูดลมหายใจเข้าลึก “คือ...คือว่า...ฉันอยากขอเบิกค่าตัดชุดล่วงหน้าได้ไหมคะ ทางร้านมีปัญหานิดหน่อย”

พิชญ์จิราเงียบไปราวกับกำลังใช้ความคิด ‘ได้สิคะ แต่น้ำเสียงคุณอลิสไม่ดีเลย มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ งานหนักเกินไปหรือเปล่า พีชเร่งงานหรือเปล่าคะ ถ้าตัดชุดไม่ทันก็บอกได้นะคะ’

อลิสารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่หญิงสาวมอบให้ ถึงแม้ไม่ได้สนิทชิดเชื้อแต่พิชญ์จิราก็แสดงความห่วงใยออกมาอย่างจริงใจ “ไม่มีอะไรค่ะ ตัดชุดทันแน่นอน ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วง”

ปลายสายไม่ได้ซักไซ้ต่อ “แล้วคุณอลิสจะเข้ามาเอาเช็คหรือว่าให้พีชเอาไปให้ที่ร้านคะ แต่เอ๊ะ บ้านพีชอยู่ไกล งั้นเดี๋ยวโอนออนไลน์แล้วกันนะคะ”

“คือวันนี้ฉันต้องเข้าไปเยี่ยมแม่ที่ชานเมืองค่ะ ต้องรบกวนโอนให้ด้วยแล้วนะคะ” อลิสายิ้มออก

‘คุณแม่ไม่สบายเหรอคะ’

“ค่ะ โรคคนแก่น่ะค่ะ”

‘คุณอลิสคะ ถ้ามีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายก็ให้บอกพีชนะคะ ถือซะว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน เราสองคนน่าจะเป็นเพื่อนกันได้ ดังนั้นพีชก็อยากช่วย’ พิชญ์จิราพูดด้วยความจริงใจ เพราะถูกชะตากับนิสัยและบุคลิกของอลิสาไม่น้อย

“ได้ยินแค่นี้ฉันก็ดีใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ”

อลิสาวางสายแล้วหันมองรูปหมาน้อยบนหน้าจอโทรศัพท์ ทำไมเวลาที่เธอต้องการกำลังใจแบบนี้อัลวิสถึงไม่อยู่ แล้วเธอจะกอดใครจนหลับไปด้วยกัน แล้วเธอจะคุยกับใครยามเหงา

ขอเพียงได้มองอัลวิส อลิสาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ออกมา ความนิ่งเฉยของเจ้าหมาน้อยทำให้ใจเธอสงบตามไปด้วย อัลวิสทำให้เธอรู้สึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ อัลวิสจะอยู่เคียงข้างเธอและแก้ไขเรื่องต่างๆ ไปด้วยกัน

.....อัลวิสอยู่ที่ไหน อลิสคิดถึงอัลวิสเหลือเกิน.....

สหพันธรัฐรัสเซีย

อัศวินเดินตามหลังเซียร์กีย์ลงมาห้องใต้ดิน ชายหนุ่มชาวรัสเซียร่างสูงคนนี้มีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ยอมยกยิ้มแม้เพียงน้อยนิด หนุ่มอเมริกันรับรู้ถึงไอเย็นแผ่ออกมาจากผนังห้องเพราะอากาศของรัสเซียยามนี้หนาวจับขั้วหัวใจ แต่ความเย็นของอากาศก็แพ้ให้กับไอเย็นของทายาทมาเฟียรัสเซียตรงหน้า

ว่ากันว่าคนรัสเซียยิ้มยาก ไม่ว่าจะคนธรรมดาหรือคนเย็นชาก็แทบแยกกันไม่ออก คนรัสเซียมองการยิ้มแย้มร่าเริงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ การหัวเราะคือการกระทำของคนโง่ ยิ้มขณะสนทนาคือการเสแสร้งไม่จริงใจ หากสนิทกันแล้วจึงจะรู้นิสัยที่แท้จริง

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักรบกับนายเซียร์กีย์คนนี้จึงเป็นเพื่อนสนิทกันได้

อย่างไรก็ตาม อัศวินไม่คิดอยากสนิทกับนายเซียร์กีย์คนนี้แม้แต่น้อย

“บอกให้คนของคุณทั้งหมดรอที่นี่” เซียร์กีย์หันมาบอกอัศวินด้วยภาษารัสเซีย

“ทำไม” อัศวินเข้าใจภาษา แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมบอดี้การ์ดถึงติดตามเข้าไปด้วยไม่ได้

ใบหน้าเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ยังคงราบเรียบเหมือนน้ำเสียงของเขา “สิ่งที่ผมจะคุยกับคุณเป็นความลับ มีคุณคนเดียวที่มีสิทธิ์รู้ จากนั้นก็ให้คุณตัดสินใจเองว่าจะเข้าไปค้นหาร่างพี่ชายของคุณต่อหรือเปล่า”

อัศวินหรี่ตามองเซียร์กีย์อย่างไม่ไว้ใจ เซียร์กีย์จึงพูดต่อ “ถ้าคุณไม่ยอมเข้าไปกับผมตามลำพัง ก็เชิญพวกคุณออกจากที่นี่ได้เลย ผมไม่อนุญาตให้เข้ามาบุกรุกในเขตพื้นที่ของผม”

“ใจเย็นๆ สิ” หนุ่มอเมริกันยอมยกธงขาว อัศวินก้าวตามเซียร์กีย์พลางยกมือห้ามไม่ให้บอดี้การ์ดและหน่วยพิเศษติดตามเข้าไป

ใบหน้าขาวจัดของหนุ่มเจ้าบ้านเริ่มฉายแววผ่อนคลาย เซียร์กีย์เอ่ยเสียงขรึม “ผมไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากคุณ”

คิ้วสีน้ำตาลของอัศวินขยับเข้าหากันแต่ฝีเท้าก็รีบก้าวตามทางเดินซับซ้อนของคฤหาสน์และตรงดิ่งเข้าไปห้องใต้ดิน

“อาเรซเป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณของผม ผมพยายามช่วยเขาเต็มที่”

เซียร์กีย์เดินมาถึงห้องนิรภัยขนาดใหญ่ จากนั้นก็ปลดล็อกเครื่องสแกนม่านตาแล้วเดินเข้าห้องลับ อัศวินยังคงแปลกใจกับท่าทีของหนุ่มรัสเซียแต่ก็รีบสาวเท้าตามเข้าไปก่อนที่ประตูจะปิดลง

!!!!!

เตียงแก้วขนาดใหญ่ตรงหน้าทำให้อัศวินอ้าปากค้าง ร่างของพี่ชายกำลังนอนราบท่ามกลางสายไฟและสายยางพันระโยงระยาง อัศวินจ้องร่างนั้นไม่ยอมกะพริบตาราวกับกลัวว่านักรบจะสลายไป

น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว ลำคอแห้งผากจนไม่สามารถพูดหรือกรีดร้องยินดีอะไรออกมาได้

เซียร์กีย์เดินมาตบไหล่อัศวิน “ยังจะไปค้นหาร่างพี่ชายในป่าอีกไหม”

อัศวินยิ้มทั้งน้ำตา “ทำไมพี่ไม่ส่งสัญญาณบอกความจริงผมบ้าง”

นักรบไม่ตอบคำถาม มือหนาดึงสายไฟที่แผ่นอกออกเพราะความรำคาญ “สองเดือนที่ผ่านมาไอ้หมอนั่นมันโทรหาแม่บ้างหรือเปล่า”

“ผมว่าไม่” อัศวินหน้าซีดเผือด น้ำตาหยุดไหลโดยฉับพลัน

“แล้วทำไมแกไม่บอกให้มันโทร!!! ”

“แต่ผมก็บอกแม่นะว่าพี่สบายดี” น้องชายยิ้มเจื่อน นักรบตรงหน้าคือพี่ชายตัวจริงล้านเปอร์เซ็นต์!

“โดนบ่นหูชาแน่ๆ แกรีบโทรหาแม่ให้ฉันตอนนี้เลย”

อัศวินรีบคว้าโทรศัพท์ในกางเกงออกมา เซียร์กีย์มองภาพพี่น้องวุ่นวายกับการต่ออินเทอร์เน็ตแล้วต้องหัวเราะลั่น “ฮ่าๆ ๆ ๆ นี่พวกแกจะไม่ถามไถ่เรื่องอื่นกันบ้างเหรอวะ”

“หุบปาก!! ” นักรบดุ



///เกาะกระแสบอลโลกที่รัสเซียค่ะ อิอิ จอมทัพฝากบอกว่า “พี่ๆ ช่วยป๋มเชียร์ทีมเยอรมันคว้าแชมป์ด้วยนะฮะ”

ปล.ไรต์อัพตอนพิเศษของพี่กริชแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านตามไปเด้อ ^^

ความคิดเห็น