email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 7

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2561 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7
แบบอักษร

ฉันยืนตาโต จ้องมองภาพในนิตยสารที่มีพี่แทนยืนเท่อยู่หน้าปก นี่พี่เขายอมเป็นนายแบบแล้วเหรอเนี่ย ฉันล้วงหยิบเงินมาจ่ายทันที รีบกลับมานั่งเปิดดูที่ห้อง

ว้าว ฉบับนี้ลงเยอะเลย มีบทสัมภาษณ์พิเศษด้วย

“ได้ข่าวว่าคุณปฏิเสธแมวมองไปหลายคน แล้วทำไมถึงได้ตัดสินใจมาถ่ายแบบครั้งนี้ได้ล่ะครับ”

“อยากลองหาเงินด้วยตัวเองดู ขอเงินพ่อแม่ใช้มาเยอะแล้ว”

เป็นบทสัมภาษณ์ที่ทำให้เรตติ้งพุ่งกระฉูดได้อีก

เฮ้อ ค่าตัวคงหูฉี่

ฉันยิ้ม หยิบกรรไกรมาตัดเก็บบทสัมภาษณ์และภาพพี่แทนลงแฟ้ม ฉันเปิดดูทุกครั้งที่มีโอกาส ภูมิใจที่มีพี่ชายเท่ ๆ แบบนี้

วันนี้วันอาทิตย์ พวกเราถูกเรียกตัวกลับบ้านตั้งแต่เที่ยง ฉันดีใจมากเพราะวันนี้เป็นวันเกิดฉัน ฉันหวังแค่ว่า แม่จะจำได้และแอบจัดงานให้

“ตาแทน แม่คิดถึงจัง” แม่เข้ามากอดพี่แทนแน่น ส่วนฉันทำได้แค่ยืนหวัดดีท่านอยู่ห่าง ๆ ฉันกับพี่ไม่ได้มาพร้อมกันหรอก ฉันมารถเมล์แต่ออกก่อนเลยมาถึงพร้อมกัน

หลังจากทักทายท่านทั้งสอง แม่ก็ให้ฉันเข้าไปช่วยงานในครัว ฉันลุ้นตลอดเวลาว่าจะมีใครจำได้ไหม

แต่ความหวังก็เป็นเพียงแค่ความหวัง พ่อเพิ่งเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ เลยอยากเลี้ยงฉลองกันนิดหน่อย ที่เรียกฉันมาเพราะฉันทำอาหารอร่อย และท่านก็เชิญแขกเหรื่อมากันเยอะ

วันเกิดตัวเอง แต่ต้องมานั่งทำอาหารให้คนอื่นทาน ฉันยืนทำอาหารไปเงียบ ๆ พร้อมแม่บ้านอีกสองคน

“คุณชาฝีมือดีเหมือนเดิมเลยนะคะ” ป้าแหววชมหลังชิมอาหารที่ฉันทำเสร็จ

“ขอบคุณค่ะป้าแหวว”

“คุณชา นี่ค่ะ ของขวัญวันเกิด สุขสันต์วันเกิดนะคะ” ป้าแหววหยิบกล่องของขวัญมายื่นให้ ฉันดีใจจนน้ำตาร่วง

“อย่าร้องไห้ซิคะ”

“ขอบคุณค่ะ ป้าแหววกับพี่หวานไม่เคยลืมวันเกิดชาเลย”

“คุณชาเป็นคนดี รับรองสวรรค์ต้องเห็นใจแน่ ๆ อดทนไว้นะลูก”

ฉันเพียงยิ้มให้ป้าแหววไปบางเบาเท่านั้น

ฉันหิ้วกล่องของขวัญกลับบ้านด้วยความปิติ จะเที่ยงคืนแล้วไม่มีรถเมล์หรอก ฉันต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านคนเดียว

พอเข้าบ้านก็เห็นรถพี่แทนจอดอยู่ก่อนแล้ว เจ้าของคงหลับไปนานแล้ว ฉันเดินเข้าครัว หยิบเค้กก้อนเล็ก ๆ ที่เคยซื้อเก็บไว้มาจุดเทียนวางไว้บนโต๊ะในสวน

“สุขสันต์วันเกิดนะใบชา สาวขึ้นอีกปีแล้ว ขอให้ปีนี้ มีแต่ความสุข มีแต่รอยยิ้ม แล้วก็ขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้ชาได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ขอบคุณพี่ชายที่เกิดมาเป็นพี่ชายของชาด้วย” แล้วฉันก็เป่าเทียนก้อนเท่าฝ่ามือนั้นเบา ๆ

เสียงมือถือดังขึ้น ฉันหยิบขึ้นมาดู แนนนั่นเอง

“กลับมารึยัง ตกลงที่บ้านจัดงานวันเกิดให้ใช่ไหม” แนนถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แนนโทรมาอวยพรตั้งแต่เช้าแล้ว

“เปล่าหรอก”

แนนเงียบเสียงไป

“แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่”

“นั่งฉลองวันเกิด”

“กับใคร”

“คนเดียว”

ปลายสายเงียบไปอีก ฉันยิ้มเหงา แหงนหน้าขึ้นมองพระจันทร์

“แนนไปหาได้ไหม ไปฉลองด้วยกัน”

“อย่าเลย จะตีหนึ่งแล้วนะ”

“เอาน่า แค่วันเดียวเอง พรุ่งนี้เราค่อยตื่นไปโรงเรียนพร้อมกัน แนน อยากมอบวันพิเศษให้ใบชาบ้าง น่านะ”

ฉันตอบตกลงในที่สุด แอบดีใจอยู่เหมือนกันที่จะได้ฉลองวันเกิดกับเขาบ้าง

“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้”

ฉันสะดุ้งโหยงหันไปมอง

“เอ่อ… คิดว่าหลับไปแล้วซะอีก”

พี่แทนมองเค้กก้อนเล็ก ๆ ตรงหน้า

“ทำอะไร”

“ฉลองวันเกิด”

“ของใคร”

“ของชา” ฉันบอกพร้อมรอยยิ้มเหงา

“ทำไมไม่บอกแม่กับฉันวันนี้”

“อย่าเลย ไม่อยากให้แม่เสียบรรยากาศ กลัวโดนด่าด้วย” ฉันหยิบกล่องของขวัญที่ป้าแหววกับพี่หวานให้มาถือ

“ใครให้”

“ป้าแหววกับพี่หวาน ให้ทุกปี ปีนี้คิดว่าลืมซะอีก” ฉันบอกยิ้ม ๆ แกะของขวัญออกช้า ๆ ของที่อยู่ภายในเป็นเพียงตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ ฉันฉีกยิ้มกว้าง กอดมันแนบอกแน่น

“ดีใจอย่างกับไม่เคยได้มันมาก่อน”

“ได้ทุกปีแหละ แกให้ทุกปี ตั้งแต่มาทำงานด้วย”

“คนอื่นไม่มีใครให้บ้างรึไง”

“ไม่มี”

“เพื่อน ๆ ล่ะ”

“ไม่มี”

พี่แทนมองอึ้ง ๆ

“ทำไม หยิ่งขนาดคบคนไม่เป็นเลยรึไง”

ฉันถอนหายใจเบา ๆ

“ชาไม่อยากมีปัญหา กลัวแม่จะว่าเอาน่ะ ยกเว้นแนนที่เป็นเด็กเรียนเลยกล้าคบ แม่คงไม่ว่า”

พี่แทนมองฉันนิ่ง ๆ

“เดี๋ยวแนนจะมาฉลองวันเกิดด้วย จะไม่ให้เสียงดังรบกวนพี่ละกัน”

“ฉลองยังไง”

“ไม่รู้สิ คงแค่กินน้ำผลไม้กับขนมนมเนยล่ะมั้ง ไม่เคยฉลองเลยไม่รู้”

พี่แทนไม่พูดอะไรต่อ ไม่นานแนนก็โผล่ แนนให้พี่สาวมาส่ง

“สวัสดีค่ะพี่แทน” แนนทักทาย “แนนขอนอนด้วยนะ ดึกแล้ว”

ฉันพยักหน้า แนนยื่นของขวัญให้

“สุขสันต์วันเกิดนะ”

“ขอบใจนะ” ฉันรับมาถือไว้ “ขอแกะเลยได้ไหม” ฉันขอ แนนพยักหน้า ฉันแกะออกดูทันที ข้างในเป็นเครื่องปริ้นรูปถ่าย

“นี่มันแพงนะแนน”

“จริง ๆ ไม่ใช่ของแนนคนเดี๋ยวหรอก ไปอ้อนพวกพี่ ๆ เลยได้ไอ้นี่มา”

“แต้งค์น้า” ฉันกอดเพื่อนแน่น แนนยิ้ม แล้วเราก็เดินไปหยิบน้ำผลไม้กับขนมมานั่งกินกัน โดยมีพี่แทนนั่งมองอยู่เงียบ ๆ แล้วพี่เขาก็เดินขึ้นห้อง ในขณะที่ฉันก็อยู่คุยกับแนนจนถึงตีสองก็พากันเข้านอน

ฉันกับแนนตื่นไปโรงเรียนด้วยกันตามปกติ พอเลิกเรียนก็กลับบ้าน พี่นั่งเอกเขนกอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ฉันเดินเลยขึ้นห้องไป

ฉันชะงักอยู่หน้าประตู เพราะบนเตียงที่เคยโล่งโจ้ง ตอนนี้มีกล่องของขวัญวางไว้อยู่ ฉันรีบเดินเข้าไปดูทันที

“มาได้ไง” ฉันลองเขย่าดูนิด ๆ แกะออกดู ตาโต เพราะข้างในเป็นโน้ตบุ๊กของMacขนาด 14 นิ้ว ของใหม่ซะด้วย

ใครให้?

ถ้าคนที่เข้าห้องฉันได้ก็มีแค่…

“พี่แทน!”

ฉันรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที

“พี่แทน ที่อยู่ในห้อง ของพี่ใช่ไหม”

“อะไร”

“ของขวัญ”

พี่แทนยักไหล่

“แค่ของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ เลยทำบุญทำทานไป”

ฉันยิ้มแป้น

“ขอบคุณค่ะ ชาจะดูแลอย่างดีเลย”

พี่แทนทำหน้าอึกอัก ฉันยิ้ม วิ่งกลับขึ้นห้องไปอีกรอบ หยิบโน้ตบุ๊กมานั่งลูบไล้เบา ๆ

“ชาสัญญาว่าจะเก็บไว้อย่างดีเลย”

เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้พี่ชายเหมือนเคย แอบแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นคนตัวสูงตื่นแต่เช้าลงมานั่งรอที่โต๊ะกินข้าวแล้ว ฉันไม่ได้ทัก แต่เดินไปหยิบน้ำผักและผลไม้รวมมารินใส่แก้ววางไว้ให้ เขามองกลับด้วยสีหน้าอ่านยาก ซึ่งฉันจะตีความเอาเองว่า ‘ยุ่งไรด้วย ไม่ได้ขอ’

ถึงพี่จะไม่ชอบฉันยังไง แต่ฉันก็อยากดูแลพี่ชายให้ดีที่สุดอยู่ดี ในช่วงเวลาที่ฉันสามารถทำได้ เพราะอนาคตพี่คงต้องดูแลตัวเอง หรือไม่ก็ให้พวก สาว ๆ มาดูแลให้

แอบเสียใจนิดหน่อยที่ไม่สามารถดูแลแม่ได้ แต่แม่คงมีความสุขมากกว่าในเวลาที่ไม่มีฉันอยู่ใกล้ ๆ

อาหารที่ฉันทำส่วนใหญ่จะเป็นของโปรดของพี่ทั้งนั้น ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปจะได้ไม่เบื่อ ฉันจดรายการอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้ลงบนตารางข้างตู้เย็น

“ไอ้นี่คืออะไร”

ฉันสะดุ้งโหยงหันไปมอง มายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่

“ตารางอาหารประจำวันของพี่นั่นแหละ อยากเพิ่มหรือลดอะไรก็บอก เมนูเดิมตลอด กลัวพี่เบื่อเหมือนกัน”

พี่เขามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้านิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร เดินกลับไปนั่งอ่านหนังสือต่อ พอทำอาหารเสร็จฉันก็มานั่งกินอาหารร่วมกับพี่แทน ฉันชอบช่วงเวลาแบบนี้นะ ให้ความรู้สึกเป็นครอบครัวดี

ตื่นเช้าได้ขนาดนี้สงสัยมีนัดกับสาวแน่ ๆ

พอพี่อิ่ม ฉันก็ส่งนมให้ตบท้าย เก็บจานชามไปล้าง เดินออกจากบ้าน ระหว่างทางเห็นรถพี่ขับผ่านเลยไป ฉันยิ้ม

“จะมีสักวันไหมน้า ที่ชาจะได้นั่งเคียงข้างไปกับพี่เนี่ย”

หึ ฝันไปเถอะใบชา

ฉันบอกตัวเองในใจ ได้ยินเสียงแตรรถดังเบา ๆ ฉันหันไปมอง ยิ้มทันทีที่รู้ว่าเป็นใคร

พี่อิฐสุดหล่อของฉันนี่เอง พี่อิฐจอดรถ ลงมาเปิดประตูให้

“ขึ้นรถได้แล้วครับเจ้าหญิง” สุภาพบุรุษเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ ฉันขึ้นไปนั่ง ยิ่งคบด้วยยิ่งรู้สึกสบายใจแฮะ

“ชา พี่อยากได้ของขวัญให้ใครบางคน เลิกเรียนแล้วชาไปช่วยพี่เลือกหน่อยได้ไหม”

“ได้ค่ะ” ฉันรับปาก

แล้วหลังเลิกเรียนพี่อิฐก็มารับไปเดินห้าง พามาหยุดอยู่ที่ร้านขายเครื่องเพชร ฉันนี่ตาวาวเลย ไม่รู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติจะมีโอกาสได้ใส่กับเขาไหม

“ช่วยพี่เลือกหน่อยสิ เอาแบบที่ชาชอบนั่นแหละ”

“อืม แล้วเขาอายุเท่าไหร่ ผู้หญิงผู้ชาย จะได้เลือกแบบได้ถูก”

“ผู้หญิง อายุและนิสัยเหมือนชาเลย ถึงบอกว่าเลือกแบบที่ชาชอบได้เลยไง”

ฉันยิ้ม เลือกขึ้นมาแบบหนึ่งที่คิดว่าสวยและราคาก็ไม่แพง

“ห่อให้ด้วยนะครับ” พี่อิฐบอกพนักงาน พอจ่ายเงินเสร็จ พี่อิฐก็พาไปเดินเล่นต่อ ดูหนังอีกเรื่อง ตบท้ายด้วยการไปแย่งกันกินหมูกระทะกันในร้านฮอตพอต

ไม่เกินสามทุ่ม พี่อิฐก็ขับรถมาส่งที่หน้าปากซอยเหมือนเดิม

“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ”

พี่อิฐยิ้ม หันไปหยิบกล่องของขวัญที่บอกจะซื้อไปให้ใครสักคนมายื่นให้ ฉันมองงง ๆ

“สุขสันต์วันเกิด ให้ช้าไปหน่อยอย่าว่ากันนะ แนนเพิ่งบอก”

โห สองคนนี้ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่

“ล้อชาเล่นหรือเปล่าคะ ของแพงขนาดนั้น ชาไม่เอาหรอก”

“ทำร้ายน้ำใจกันจัง” พี่อิฐทำหน้าหงอย

“ก็มันแพงนี่น่า”

“สำหรับชาน่ะใช่ แต่สำหรับพี่ถือว่าเป็นเงินเล็กน้อย รับไว้เถอะนะ” เขาทำหน้าอ้อน ๆ ฉันนิ่งคิด ก่อนพยักหน้ารับ

“ให้พี่เป็นคนใส่ให้ได้ไหม”

ฉันพยักหน้าอีกรอบ พี่อิฐดึงกล่องของขวัญไปแกะเอง ใส่ให้เบามือ

“สุขสันต์วันเกิดนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“วันหน้าพี่จะพาไปทำบุญ”

“ดีเลย อยากทำอยู่เหมือนกัน วันเกิดใส่แต่บาตรอย่างเดียว”

“อืม งั้นวันเสาร์นี้ละกัน”

ฉันยิ้มแป้น ก้าวขาลงจากรถ เดินเข้าซอย จับสร้อยที่คอมาตลอดทาง ก่อนรีบกระโดดเข้าข้างทางเพราะมีรถวิ่งมาเฉี่ยว ฉันหันไปมองถึงได้รู้ว่าเป็นใคร

พี่แทน

“อยากให้ตายขนาดนั้นไม่เหยียบกันไปเลยล่ะ” ฉันบ่นตามหลัง

“หึ ทำอะไรหัดเกรงใจชาวบ้านเขาบ้างนะ ผู้ชายเขาไม่เสียหายหรอก แต่ผู้หญิงน่ะถูกมองเสียหายได้ง่าย ๆ” พี่แทนต่อว่าทันทีที่ฉันเดินเข้าบ้าน

“ทำอะไร”

“ไปกอดกับผู้ชายในรถ ยังจะมาทำหน้าใสซื่ออีก”

“ชาว่าพี่เนี่ย นอกจากจะเจ้าชู้แล้วสายตายังไม่ดีอีกต่างหาก เป็นโรคคิดเองเออเองด้วย”

“ฉันเห็นมากับตา”

“นั่นแหละ ถึงได้บอกไงว่าสายตาไม่ดี ถ้าหมายถึงพี่อิฐล่ะก็ เขาซื้อของขวัญเป็นสร้อยคอให้ แล้วอาสาใส่ให้เฉย ๆ” ฉันบอกแค่นั้น ไม่รอให้เขาหาเรื่องต่อ เดินเลยจะขึ้นห้องแต่ถูกรั้งข้อมือไว้

“อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อนอกบ้านแบบนั้น มันจะเสียมาถึง วงศ์ตระกูล”

ฉันหลุบเปลือกตาลงต่ำ

“พี่คงลืมไปแล้วมั้งว่าชาไม่ได้ใช้นามสกุล ‘เทวาสถิต’ ถึงจะทำอะไรเสียหายไป รับรองได้ค่ะ ว่าไม่มีใครสาวมาถึงแน่ ๆ” ฉันบิดข้อมือออกเดินขึ้นห้องไป

ฉันเคยถามว่าทำไมฉันไม่ได้ใช้นามสกุลเทวาสถิต เหตุผลที่ได้ก็คือ แม่กลัวว่าถ้าวันใดวันหนึ่งฉันเกิดทำตัวเสีย ๆ หาย ๆ ขึ้นมา จะได้ไม่เสียไปถึง วงศ์ตระกูล และอีกอย่าง ท่านบอกว่าจะไปเดือดร้อนอะไร ก็ในเมื่อพอแต่งงาน ฉันก็ต้องเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของสามีอยู่ดี

เพราะงี้แหละ เลยไม่มีใครรู้ว่าฉันกับพี่เป็นพี่น้องกัน

ฉันกลับมานั่งทำงานต่อ มองไปยังโน้ตบุ๊กที่พี่ชายให้มา ลูบไล้มันเบา ๆ ด้วยความดีใจ

ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉันลุกไปเปิด พี่แทนเดินเข้ามา ตรงดิ่งไปหยิบโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นไว้

“พี่จะทำอะไร”

“เอาของของฉันคืน”

“แต่พี่ให้ชาแล้วนะ”

“ให้ได้ก็คืนได้ ได้ของจากคนอื่นแล้วนี่”

“พี่แทน!!” ฉันเรียกหวังเตือนสติ

“สายชาร์จอยู่ไหน เอาคืนมาด้วย”

“พี่แทน!!” ฉันเตือนสติอีกรอบ เขามองฉันกลับด้วยสายตานิ่ง ๆ บ่งบอกว่าเอาจริง ฉันกัดฟันแน่น จำต้องเดินไปหยิบสายชาร์จมายื่นคืนให้

“เอากล่องกับพวกกระดาษห่อด้วยไหมคะ”

“ไม่ต้อง ขยะ”

“หึ ไม่หรอก นั่นแหละของขวัญจากพี่สำหรับชาเลยล่ะ” ฉันกลืนน้ำลายลงคอ ยิ้มเยาะตัวเองที่หวังดีใจอะไรไปกับผู้ชายคนนี้

“แค่นี้ใช่ไหมคะ ชาจะได้ทำงานต่อ” ฉันเชิญเขาออกกลาย ๆ พยายามกลั้นบางสิ่งไม่ให้มันร่วงหล่น เขาหันหลังเดินออกไปพร้อมโน้ตบุ๊กเครื่องนั้น ฉันปิดประตูลง ล็อกกลอนแน่นหนา แล้วน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ค่อย ๆ พากันไหลร่วง ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ ก้มหยิบกล่องเปล่าและกระดาษห่อของขวัญขึ้นมาดู

เพราะตอนนี้สองสิ่งนี้กลายเป็นของขวัญสำหรับฉันไปแล้ว

“ไม่ได้นะใบชา เธอจะมายอมแพ้กับชีวิตแค่นี้ไม่ได้ สู้ ๆ” ฉันปาดน้ำตาออก กัดฟันฮึดสู้ เก็บของเข้าที่ แล้วนั่งทำงานต่อ


ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 

ความคิดเห็น