facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 10 เจ้าตัวขาวขี้เซา (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 เจ้าตัวขาวขี้เซา (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.4k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 17:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 เจ้าตัวขาวขี้เซา (✔️)
แบบอักษร

 

ตอนที่ 10 เจ้าตัวขาวขี้เซา 

 

หลังจากเสร็จงานตอนเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว ผมก็ต้องรอเวลานิดหน่อยจนออกเวร จากนั้นก็รีบตรงดิ่งกลับมาที่บ้านพักของตัวเองทันที...ตรงดิ่งแบบชนิดที่ว่าใครเรียกก็ไม่หือไม่อืออะไรกับเขาเลย 

 

จัดการกดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นบนสุด แล้วล้วงมือหยิบกุญแจบ้านพักออกมา ถอดรองเท้าเอาไปวางไว้ที่ชั้นวาง แล้วเดินตรงเข้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวในห้องนอนก่อนจะหายตัวไปในห้องน้ำทันที...ผมถอดเสื้อผ้าของตัวเองที่ใส่อยู่ออกรีบๆ ก่อนจะพุ่งตัวไปอยู่ใต้ฝักบัวอาบน้ำเปิดให้น้ำไหลผ่านตัวลงไปจนเปียกชุ่ม หันไปหยิบครีมอาบน้ำที่ใช่ประจำออกมาแล้วละเลงไปทั่วๆ ตัว ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด หยิบผ้าขนหนูมาพันเอวเอาไว้ก่อนจะเดินมาหยุดที่อ่างล้างหน้าใกล้ๆ ล้างหน้าล้างตาด้วยโฟมล้างหน้ายี่ห้อประจำที่ใช้มาตั้งเป็นวัยรุ่นใหม่ๆ ล้างเสร็จก็ทาครีมนิดหน่อยแล้วค่อยเดินออกมาแต่งตัว ประแป้งทาแป้งจนกลิ่นหอมฟุ้งไปหมด 

 

....สบายตัวจัง^^ 

 

พอผมทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็เดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาที่ห้องนั่งเล่น หยิบมือถืออกมาตอบไลน์ของหลงที่ทักมาหาเมื่อกลางวันไปพลางๆ ตอนนี้ผมอยู่ในชุดสบายๆ เสื้อยืดพอดีตัวอาจจะใหญ่กว่าตัวนิดๆ สีฟ้า กับกางเกงผ้าสีขาวยาวเหนือเข่ามาหน่อย...คุยไลน์กับหลงไปด้วยเหลือบมองประตูบ้านไปด้วย... 

 

เวลาผ่านไปไม่นานร่างสูงที่แสนคุ้นเคยก็เดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านพักของผม และเพราะประตูมันเป็นกระจกใสเลยทำให้เรามองเห็นกัน ผมยิ้มให้อีกฝ่ายผ่านประตูบ้านที่เป็นกระจกใส ก่อนที่จะลุกไปเปิดประตูให้คุณบอร์ดี้การ์ดแล้วยิ้มให้อีกครั้ง 

 

“ไปเลยไหม” เขาที่ตอนนี้ใส่เสื้อยืดสีดำขนาดพอดีตัวบวกกับกางเกงสเล็คสีดำพับตรงด้านล่างขึ้นมาจนเผยข้อเท้านิดๆ 

“ค...ครับ” เขาแต่งแค่นี้ก็ดูดีแล้ว ต่างกับผมลิบลับ-*- 

 

เราเข้ามาในลิฟต์เพื่อที่จะลงมาที่ชั้นล่างของตึก ตลอดทางผมมักจะเหลือบไปมองร่างสูงข้างๆ บ่อยๆ ก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ทำแบบนั้น... 

 

“รออยู่นี้แหละ เดี๋ยวไปเอารถมารับ” 

“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบาๆ 

 

พอเราเดินออกมาถึงหน้าตึก เขาก็บอกให้ผมยืนรออยู่ที่ชั้นล่างตรงสวนที่เป็นห้องนั่งเล่นก่อน ส่วนตัวคุณบอร์ดี้การ์ดเองเดินแยกออกไปทางด้านหลังของตึกหอพัก ซึ่งเป็นโรงจอดรถ ผมเลยเดินเลี่ยงเข้ามายืนรอด้านในเพราะไม่อยากขวางทางใคร 

 

“กำลังจะไปไหนหรือไง” ผมหันไปตามเสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง 

“...หมอใหญ่...” ผมก้มหัวทักทายเขา... 

“กำลังจะไปไหน” เขาพูดถามออกมาอีกครั้ง ยกมือจับลงที่ไหล่ของผมเบาๆ 

 

สายตาที่หมอใหญ่มองมาที่ผมมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ในใจอยากจะปัดมือที่เขาจับไหล่ผมออกแต่ก็ทำไม่ได้...ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้...แต่ผมไม่ชอบความรู้สึกนี่เลย..อยากไปจากตรงนี้เร็วๆ อะ 

 

“ฟิวส์” 

 

เสียงเรียกจากด้านนอกทำให้ผมหันไปมอง ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ผมใช้จังหวะที่หมอใหญ่มองตามสายตาของผมออกไปเอี่ยวไหล่ของตัวเองออกมาจากการจับของหมอใหญ่ ก่อนจะรีบขอตัวออกมาทันที 

 

“ผมต้องไปแล้ว ขอตัวนะครับ” พูดจบก็รีบชิงออกมาทันที ไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำว่าเขาไม่พอใจหรือเปล่า แต่ผมว่าที่ผมทำเมื่อกี้มันก็มีมารยาทอยู่นะ 

 

หลังจากที่ร่างสมส่วนของฟิวส์เดินออกจากตึกหอพักไป หมอใหญ่ที่ยืนมองอยู่แล้วก็ต้องชะงักไปทันที ร่างสูงที่เขารู้จักเป็นอย่างดี ถึงจะอยู่ในชุดสบายๆ แต่ก็ไม่ได้บดบังอะไรได้เลย เพียงมองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร 

 

“ท...ท่าน..หรือว่า” หมอใหญ่มองคนสองคนที่กำลังขึ้นรถกอล์ฟแล้วขับออกไป มุ่งตรงไปทางบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ใกล้จากที่นี่เท่าไรนัก 

“หึหึ...ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง” หมอใหญ่พูดออกมา พร้อมๆ กับความคิดในใจ 

. 

. 

. 

“ดูสิๆ มันกินใหญ่เลย” ผมหันไปโชว์เจ้าตัวอ้วนกลมในมือ ให้คุณบอดี้การ์ดดูเจ้าเมล่อนที่ตอนนี้ตัวอ้วนจนเหมือนลูกบอลเพราะกินเข้าไปเยอะ 

“ก็เธอให้มันกินไปตั้ง 2 ขวดแล้วไม่ใช่หรือไง” 

 

ผมได้แต่หัวเราะเบาๆ ก็จริงครับ เจ้าอ้วนเมล่อนกินนมเข้าไปตั้ง 2 ขวดใหญ่ๆ แล้วในขณะที่น้องของมันพึ่งจะกินเข้าไปยังไม่ถึงครึ่งขวดเลย 

 

“ก็มันกินเร็วนี้ครับ แถมเหมือนจะยังไม่อิ่มเลยด้วย” 

“ขวดนี้ขวดสุดท้ายนะ มันกินเยอะเกินไปแล้ว” คุณบอดี้การ์ดพูดสั่งออกมา ผมก็พยักหน้ารับแต่โดยดี 

 

พอเจ้าอ้วนเมล่อนกินนมในขวดหมด มันก็จะไปแย่งเจ้าเมย์เปิ้ลกินต่อ แต่คุณบอดี้การ์ดไม่ยอมให้มันแย่งครับ เลยเดินกลับมาหาผมเหมือนจะฟ้องยังไงยังงั้นเลย...ฉลาดจริงๆ เจ้าอ้วน 

 

“ฮา..ฮาๆ พอแล้วน่าเจ้าอ้วน แค่นี้แม่แกก็จะจำไม่ได้แล้วนะ นี่มันลูกเสือหรือลูกหมูเนี่ย” 

“หึหึ...เอาไปให้มันสิ เจ้านี้อิ่มแล้ว” คุณบอดี้การ์ดส่งขวดนมของเจ้าเมย์เปิ้ลมาให้ผมหลังจากที่เจ้าตัวเล็กนั้นอิ่มแล้ว ผมก็รับมาแล้วส่งให้เจ้าอ้วนเมล่อนทันที มันก็รีบเข้ามาดูดน้ำนมจากขวดทันที ทำเหมือนไม่ได้กินมาเสียนานเลยนะเจ้าอ้วนทั้งๆ ที่พึ่งกินไป 2 ขวดแท้ๆ 

 

ผมป้อนนมในขวดให้เจ้าเมล่อน สายตาก็มองไปที่เจ้าตัวเล็กอย่างเมย์เปิ้ลที่ตอนนี้มันกำลังวิ่งตามแสงเลเซอร์ที่คุณบอร์ดี้การ์ดใช้เล่นกับมันอยู่ ผมมองภาพตรงหน้ายิ้มๆ ใครจะไปคิดละครับว่าคนแบบเขาจะมีมุมน่ารักแบบนั้นได้... 

 

....นี้ผมชมผู้ชายตัวใหญ่ๆ นั้นว่าน่ารักเหรอ?? 

 

“หิวหรือยัง” เขาถามขึ้นมาหลังจากที่เราเล่นกับพวกเด็กๆ จนพอใจ 

“นิดหน่อยครับ” 

 

พอบอกไปเเบบนั้น คุณบอดี้การ์ดก็เลยพาผมมานั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหารเล็กๆ มีอาหาร 5-6 อย่างถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ...ผมมองอาหารตรงหน้ายิ้มๆ 

 

...อาหารไทยทั้งนั้นเลย^^ 

 

...พวกเรานั่งกินข้าวกันเงียบๆ ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน อาหารบนโต๊ะอร่อยไปเสียหมดเลยอะ....พอผมเห็นว่าอันไหนอร่อยก็จะตักให้คุณบอดี้การ์ดลองกินด้วย พอผมตักให้เขาก็กินเขาก็กินทันที...เรานั่งกินข้าวกันอยู่สักพักก็พากันกลับมาที่หอพัก... 

 

“เอ่อ...วันนี้ไม่นอนเหรอครับ” ผมร้องทักขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินตามผมออกมาจากลิฟต์ 

“อยากให้ฉันนอนด้วย?” เขาพูดออกมา สีหน้าโคตรเจ้าเล่ห์เลย คนๆนี้นิ!! 

“ก...ก็เห็นว่าปกติจะนอนนิ” ผมพูดพึมพำออกมาเบาๆ ลอบมองใบหน้าคมคายของเขา 

“พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานตั้งแต่เช้า ถ้านอนนี่เธออาจจะพลอยตื่นไปด้วย” 

“งั้นเหรอครับ” 

 

แล้วทำไมผมต้องรู้สึกเสียดายด้วยเนี่ย-*- 

 

“เข้าไปนอนได้แล้ว...ห่มผ้าเสียด้วย วันนี้ไม่มีฉันมาค่อยดึงผ้ามาห่มให้นะ” 

“ปกติผมก็ห่มเถอะ!!” 

“แน่ใจ” 

“แต่บางที่มันก็ร้อนอะ” 

“หึหึ ไปนอนได้แล้ว” 

“ครับ...เอ่อ...ฝันดีครับ” เขาพยักหน้ารับ 

 

ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดช้าๆ ผมยืนมองจนเห็นว่าลิฟต์มันกำลังลงไปชั้นด้านล่างเลยๆ จนเห็นว่ามันไปถึงชั้นหนึ่งแล้ว ผมถึงค่อยเดินเข้าด้านใน 

 

น่าแปลกนะครับที่วันนี้บ้านดูเงียบจัง ทั้งๆ ที่ปกติก็มีผมแค่คนเดียวที่อยู่ที่นี่...ไม่สิ....ปกติจะมีคุณบอดี้การ์ดมาอยู่เป็นเพื่อนนี้น่า...เพราะวันนี้เขาไม่ได้อยู่ด้วยสินะ ถึงได้เงียบแบบนี้...แปลกจังๆ ทำไมผมรู้สึกเหงาเหมือนตอนที่มาที่นี้วันแรกๆ อีกแล้วล่ะ ถ้าติดต่อคุณบอดี้การ์ดได้จะดีกว่านี้หรือเปล่านะ 

 

“เบอร์เมื่อคราวนั้นมันเบอร์คุณบอร์ดี้การ์ด...หรือเบอร์เขาคนนั้นกันนะ” ผมก้มมองมือถือในมือของตัวเองก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวที่อยู่ใกล้ๆ 

 

ตอนนี้เวลา 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว จะโทรไปหายายกับหลงที่ไทยก็คงไม่ได้เพราะที่โน่นคงจะ 4 ทุ่มแล้ว น่าจะนอนกันหมดแล้วละ...เบื่อจัง-*- 

. 

. 

. 

#โทมัส 

 

ตอนนี้ก็ตี 4 กว่าๆ แล้ว ผมลุกออกจากที่นอนของตัวเองเดินหายเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนจะออกมาเลือกใส่เสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า มีเสื้อผ้าเยอะเกินจนคิดว่าคงใส่ไม่หมด....วันนี้ผมต้องเดินทางไปเจรจาการค้าอัญมณีของผมที่สิงคโปร์ แล้วต้องออกเดินทางกันแต่เช้า เมื่อคืนเลยต้องจำใจกลับมานอนที่บ้านของตัวเองแทนที่จะนอนกับเจ้าตัวขาวนั้น 

 

“ยังเหลือเวลาไหม” 

“เหลืออีกครึ่งชั่วโมงครับ...นายจะแวะไปหาคุณหมอก่อนไหมครับ” แฟรงค์มันตอบในขณะที่เดินตามหลังผมลงมาด้านหน้าของตัวบ้านที่มีพวกลูกน้องของผมยืนรออยู่ก่อนแล้ว 

“ไปที่นั่นก่อน” ผมก้าวขาขึ้นมานั่งบนรถยนต์สไตล์ยุโรป ก่อนที่รถคันนี้จะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากตัวบ้านของผมพุ่งตรงมายังที่ ที่เจ้าตัวขาวอยู่ 

 

..... 

 

“พวกแกรออยู่ที่นี่ไม่ต้องตามขึ้นไป” 

“ครับนาย” 

 

ผมกดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นบนสุด รอไม่นานก็ขึ้นมาถึงด้านบน อากาศตอนนี้ค่อนข้างชื้น แต่ก็เย็นสบายดี ผมเดินมาหยุดที่หน้าประตูบ้านของเด็กนั้น...แค่แวะมาเห็นหน้านิดหน่อยก็ยังดี... 

 

แล้วทำไมมานอนตรงนี้? 

 

ผมมองผ่านประตูกระจกเข้ามาด้านในตัวบ้าน เห็นเจ้าตัวขาวนอนหลับซุกตัวอยู่ที่โซฟา พอเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก็เห็นว่ายังแต่งชุดเมื่อวานอยู่เลย นี่คงเผลอหลับไปละมั้ง...หึ...ผมทรุดตัวลงนั่งย่องๆ อยู่ตรงหน้าเจ้าตัวขาวที่กำลังหลับสบาย...ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวของอีกฝ่ายขึ้นมาอุ้มเอาไว้เบาๆ พาเดินเข้ามาในห้องนอนสีขาวสบายตา แล้วค่อยๆ วางอีกฝ่ายลงบนเตียงช้าๆ ... 

 

“พูดมากแล้วยังขี้เซาอีกนะเจ้าตัวขาว” ผมกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของคนตัวขาว จับผ้าขึ้นมาห่มให้อีกฝ่ายด้วย 

 

พอได้นอนสบายๆ บนเตียง เจ้าตัวขาวก็ดูจะหลับลึกเข้าไปอีก ซุกตัวลงกับที่นอนนุ่มๆ นั้นอย่างสบายใจ ผมยืนมองภาพตรงหน้านั้นก่อนจะรอบยิ้มออกมา... 

 

นี่ถ้าไม่มีงานก็คงจะนอนด้วยไปแล้ว 

. 

. 

. 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า กะพริบตาปริบๆ เพื่อให้สายตามันปรับโฟกัสเสียก่อน แล้วจึงค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่ง..บนเตียง?? อะไรหว่า?? ผมมาอยู่บนเตียงได้ยังไงอะ ก็เมื่อคืนผมว่าผมนอนที่โซฟาแล้วเผื่อหลับไป...เดี๋ยวนะๆ หรือว่าผมละเมอแล้วเดินมานอน มันจะเป็นไปได้เหรอ??? 

 

ที่ผมจำได้ก็คือ เมื่อคืนผมแยกกับคุณบอดี้การ์ดที่ลิฟต์ ผมยืนรอจนลิฟต์ลงไปถึงชั้นล่าง จากนั้นผมก็เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดูอะไรไป จากนั้นก็มานั่งโง่ๆ ทำตัวเลียนแบบหมอนอิง นั่งนิ่งๆ อยู่ที่โซฟา...แล้วก็...เผลอหลับไป 

 

แล้วมาอยู่นี้ได้ไง--?? 

 

แต่ยังไม่ทัน ที่ผมจะได้คำตอบผมก็ต้องสลัดหัวไล่ความมึนงงที่เกิดขึ้นออกไปก่อน เพราะวันนี้เข้าเวรตอน 8 โมง และตอนนี้มัน 6 โมงกว่าๆ แล้ว ผมเลยต้องรีบเด้งตัวลุกจากที่นอนแล้วตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำจนเสร็จสรรพก็ออกมาหาเสื้อผ้าใส่....ไม่มีเวลามากเท่าไร เลยต้องสุ่มๆ เลือกเสื้อผ้าออกมาจากตู้ แบบหยิบอะไรได้ก็ใส่อันนั้น เข้ากันหรือเปล่าก็ช่างมันแล้วกัน..... 

 

ผมเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง มองเห็นอะไรสักอย่างอยู่ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น พอเดินเข้าไปดูก็เห็นเป็นกล่องอาหารที่สามารถเก็บความร้อนได้ มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ วางอยู่ข้างๆ 

 

....ฉันทำอาหารไม่เป็น...เลยวานให้พวกแม่บ้านที่บ้านใหญ่ทำให้ เป็นอาหารไทยเธอน่าจะชอบ.... 

 

ขอโทษที่หายไปนานนนนนนน   มาเเล้วเด้ออออออ 

***อย่าลืมๆ อ่านจบแล้วอย่าลืมกดไลค์ คอมเม้นให้กำลังใจไรท์ในการปั่นตอนต่อไปหน่อยเร็ววว 

#เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น