email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 6

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2561 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6
แบบอักษร

และตลอดเวลาที่นั่งอยู่ด้วยกัน พี่แทนพยายามชวนแนนคุยตลอด จนฉันต้องหาจังหวะลากพี่เขาออกไปคุยกันข้างนอก

“พี่คิดจะทำอะไร”

“ทำอะไร”

“อย่ามาทำรุ่มร่ามกับเพื่อนชานะ แนนเขาเป็นคนดี เป็นคนบริสุทธิ์”

“ทีเธอยังยุ่งกับเพื่อนฉันเลย ทั้ง ๆ ที่ฉันห้ามแล้ว”

“มันคนละประเด็นกัน ชาคบกับพี่อิฐเพราะจริงใจไม่ได้หวังฟันแล้วทิ้งแบบพี่”

“คนนี้ฉันอาจจริงจังก็ได้”

“รอให้ฟ้าถล่มก่อนเถอะ พี่ถึงคิดจะจริงจังกับใคร”

“อย่ามาดูถูก!”

“งั้นพี่ก็ต้องเลิกดูถูกชาเหมือนกัน” ฉันแหงนหน้าคอตั้งเถียง

“ฉันจะจีบใครมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“แต่คนคนนั้นต้องไม่ใช่แนน”

“ถ้าอยากปกป้องนักก็ทำไป แต่ทำให้ได้ละกัน”

ฉันมองพี่แทนด้วยแววตาแค้นเคือง พอกลับถึงโต๊ะ ฉันตามประกบเขาแจ

“ตอนแรกคิดว่าพี่แทนจะเย็นชากว่านี้ซะอีก ตัวจริงน่ารักมากเลย”

“บางทีชาเขาก็มองพี่ในแง่ร้ายเกินไป” หัวข้อสนทนาเริ่มวกกลับมาที่การนินทาฉัน ฉันไม่โทษเพื่อนหรอกเพราะรู้ว่าแนนตามเล่ห์เหลี่ยมของพี่ชายไม่ทัน

“เอ้า ของโปรดพี่” ฉันแกล้งตักไอศกรีมคำโตไปจ่อไว้ใกล้ปาก ยิ้มหวานสำทับบังคับให้กิน ฉันรู้ว่าพี่ไม่ชอบ แต่ต่อหน้าเหยื่อพี่มักทำตัวเชื่องเสมอ

เขามองอึ้ง ๆ ฉันแกล้งยิ้มหวานมากกว่าเดิม ทำตาเชื่อม ๆ บังคับให้กิน พี่แทนทำท่าอึกอัก คงแทบอ้วก แต่ก็รับเข้าปากโดยดี ตามติดด้วยกาแฟเข้ม ๆ เพื่อล้างปาก ฉันหัวเราะหึ ๆ อยู่ในใจ

ได้ยินเสียงมือถือดังเบา ๆ ฉันหยิบมากดรับ

“อยู่ไหนครับ พี่มารับแล้ว”

ฉันตาโต “ขอโทษค่ะ! ชาลืมไปเลยว่านัดพี่ไว้ ตอนนี้ชาอยู่ร้านไอศกรีมฟูลลี่เลิฟกับเพื่อน”

“น่าน้อยใจจัง ถูกลืม”

“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ มาด้วยกันไหม เดี๋ยวชาเลี้ยงโทษฐานลืมนัด”

“เปลี่ยนเป็นพี่เลี้ยงชากับเพื่อนแทนได้ไหม”

“จริง ๆ มื้อนี้เพื่อนชาเขารับเลี้ยงไปแล้วล่ะค่ะ”

“งั้นพี่ขอเป็นเจ้ามืออีกทอด”

ฉันหัวเราะ “ได้ค่ะ”

“ใครอ่ะชา” แนนถามทันทีที่ฉันกดวางสาย

“พี่อิฐ จะมาทานด้วย”

พี่แทนหน้าหงิกทันที ไม่นานพี่อิฐก็โผล่ ทำหน้าแปลกใจที่เห็นเพื่อนตัวเองมานั่งอยู่ด้วย

“มาได้ไง” พี่อิฐถาม ฉันลุกไปนั่งข้างแนน ปล่อยให้พี่อิฐนั่งข้างเพื่อนตัวเองไป

“บังเอิญผ่านมา” พี่แทนตอบแค่นั้น ทำหน้าบอกบุญไม่รับตามเดิม

ฉันแนะนำให้เพื่อนกับพี่อิฐรู้จักกัน พี่อิฐสั่งไอศกรีมมากินด้วยถ้วยหนึ่ง เล็ก ๆ รสช็อกโกแลตชิพ

“ชาชอบกินรสอะไร”

“สตรอว์เบอรี่ค่ะ”

“อืม พี่จะได้จำไว้”

ฉันยิ้มเขินไปกับดวงตาหวาน ๆ นั้น สงสัยไอศกรีมจะทำให้ดวงตาคนกินหวานขึ้น พี่แทนหน้าหงิกยิ่งกว่าเดิม หันไปทางแนน

“แนนเอาอะไรเพิ่มอีกไหม”

“อ้วนนะแนน” ฉันสกัดดาวรุ่ง แนนรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที

“ขอบคุณค่ะพี่แทน แต่แนนพอแล้ว”

เรานั่งคุยกันต่อ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นฉันนั่งคุยกับพี่อิฐมากกว่า แล้วก็ชวนแนนคุยด้วยเพื่อไม่ให้พี่แทนมีโอกาสได้คุยกับแนนมากเกินไป

เห็นว่าเย็นมากแล้ว พวกเราเลยยกโขยงกันไปหาข้าวเย็นกิน พี่อิฐเป็นเจ้ามือทั้งหมด ก่อนพากันแยกย้าย พี่อิฐอาสาจะไปส่งฉันเหมือนเดิมแต่พี่แทนดักทางไว้

“ชาต้องไปทำงานบ้านฉันวันนี้”

ฉันไม่ตอบโต้อะไร ดีแล้วที่พี่แทนอาสาแบบนี้ เพราะถ้าพี่อิฐไปส่งฉัน นั่นหมายถึงพี่แทนต้องไปส่งแนนแน่ ๆ ซึ่งฉันคงไม่ยอม พี่แทนคงกลัวฉันจะล่อลวงพี่อิฐไปทำอะไรลับหลังแน่ ๆ

“ป่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งขึ้นแท็กซี่” ฉันบอกแนน

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่ไปส่งแนนให้เอง” พี่อิฐอาสา ฉันยิ้มดีใจ

“ขอบคุณค่ะพี่อิฐ ฝากเพื่อนชาด้วยนะ” พี่อิฐยิ้มแก้มบาน ฉันเดินไปส่งแนนกับพี่อิฐที่รถ พอพี่อิฐขับจากไปฉันก็เดินตามพี่แทนไปที่รถบ้าง

ยังไม่ทันที่มือฉันจะได้สัมผัสกับประตูรถ พี่แทนก็สตาร์ทเครื่อง ขับเคลื่อนหนีไปทันที  

ฉันยิ้มใส่ตัวเอง หวังอะไรชา ก็รู้ ๆ นิสัยพี่มันอยู่

ฉันเดินไปขึ้นรถเมล์เหมือนเดิม ไม่นานก็กลับถึงบ้าน พี่คงกลับมาถึงก่อนนานแล้ว ฉันเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำ ลงมาทำความสะอาดบ้านต่อ ทำทุกอย่างเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นวันนี้ หลังจากนั้นก็กลับขึ้นห้องไปนั่งทำโปสการ์ดต่อ

“หึ เอาใจผู้ชายเก่งดีนี่ เคยทำบ่อยล่ะสิ”

ฉันสะดุ้งโหยงหันไปมอง

“พี่แทน”

เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ดีนะ ไม่ได้นั่งทำภาพพี่เขาอยู่

“เข้ามาได้ไง”

“ก็ไม่ไง เคาะแล้ว แต่ไม่ได้ยินเอง” เคาะตอนไหน ไม่เห็นได้ยิน

พี่แทนมองไปรอบ ๆ ห้อง ไม่ต้องมองมากหรอก เพราะไม่มีอะไรให้มอง ทั้งห้องมีเพียงเตียงขนาดคนเดียวนอนด้านซ้ายติดกำแพง หน้าต่างแบบบานเดียวเล็ก ๆ โต๊ะเล็ก ๆ ไว้อ่านหนังสือ ไม่มีตู้เสื้อผ้าเพราะมันคงใหญ่ไป มีแค่ชั้นพลาสติกใส่เสื้อผ้าแบบลิ้นชักสี่ชั้นราคาสองร้อยสี่สิบเก้าบาทอยู่ปลายเตียง

“ขอโทษ คงตั้งใจทำงานมากไปหน่อย”

“งานอะไร”

“ออกแบบโปสการ์ดขาย”

พี่แทนมองโปสการ์ดที่ฉันกำลังทำอยู่

“ขายไปทำไม”

ฉันถอนหายใจเบา ๆ หันไปมอง ยิ้มเหงาให้นิดหนึ่ง

“พี่คงลืมไปแล้วมั้ง ว่าชาได้เงินเดือนละสามพันไม่ใช่สามหมื่นแบบพี่ แค่ซื้อกับข้าวเข้าบ้านก็หมดแล้ว” ข้อนี้พี่คงไม่รู้ เพราะนอกจากค่าน้ำค่าไฟแล้ว ที่เหลือแม่ให้ฉันเป็นคนดูแลเองทั้งหมด พี่แทนหน้าเปลี่ยนสี

“ฉันคิดว่าบ้านใหญ่เป็นคนออกซะอีก”

“ตอนแรกก็บ้านใหญ่นั่นแหละ แต่แม่บอกให้ชาดูแลเรื่องนี้แทน เลยไม่อยากเถียงอะไรมาก”

พี่แทนมองหน้าฉันอึ้ง ๆ

“ได้เงินเท่าไหร่กันพวกนี้”

“สิบยี่สิบบาท แล้วแต่ความยากง่ายของงาน” ฉันบอกก่อนหันกลับไปเขียนโปสการ์ดต่อ สักพักพี่แทนก็ก้มหน้าลงมาแทบชิด ฉันรีบเอียงหน้าหนี

“ฝีมือห่วยชะมัด”

“ก็มือสมัครเล่น แต่ห่วยยังไงก็มีคนซื้อละกัน”

“ตาต่ำน่ะสิ”

“คงงั้น” ฉันไม่สนใจคำด่าว่าพวกนั้น

“ห้องแคบแค่นี้ อยู่ไปได้ไง”

“คิดอะไรมาก มีที่ซุกหัวนอนก็ดีแค่ไหนแล้ว” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงขมขื่นนิด ๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ พี่ไม่เคยเข้ามาข้างในแบบนี้หรอก

พอออกแบบเสร็จ ฉันก็หันไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ทำไมไม่ขอเงินแม่เพิ่ม”

ฉันยิ้มเพียงนิด

“ไม่อยากให้แม่ด่าว่าดูแลตัวเองไม่ได้ หรือเอาเงินไปปรนเปรอผู้ชายหมดน่ะ”

“มันจะไปพอใช้อะไรแค่สามพัน”

“ไม่พอไง ถึงต้องทำงานเพื่อหาเงินเพิ่ม”

พี่แทนเงียบไปพัก

“ทำอะไรบ้าง” ก่อนถามต่อ

ฉันถอนหายใจเบา ๆ อีกรอบ แล้วจะรู้ไปทำไมเนี่ย

“รับทำการบ้านบ้าง ล้างรถ ทำความสะอาดบ้าน ทำของชำร่วย มีงานอีเว้นท์ก็ไป ทำโปสการ์ดขาย ขายพวกกิ๊ฟช๊อปบ้าง สอนการบ้านเด็ก ดูแลเด็กอ่อน ดูแลคนแก่ จริง ๆ ใครจ้างให้ทำอะไรก็ทำได้หมดแหละ” ฉันเว้นไว้นิด ไม่ได้บอกว่าแอบถ่ายรูปพี่ไปขายด้วย ขืนบอกไปคงโดนเตะ  

“ทำคนเดียวหมดเลยเหรอ”

ฉันพยักหน้า จะมาสอบสวนอะไรเนี่ย

“แล้วคอมนี่ใครซื้อให้ ไอ้อิฐล่ะสิ”

ฉันถอนหายใจแรง

“เก็บเงินซื้อเอา” ได้จากค่าถ่ายภาพพี่นั่นแหละ

“เครื่องละเท่าไหร่”

“มือสอง ห้าพันกว่า ๆ” ของพี่เป็นแมค ราคาร่วมแสนได้ แค่พี่บอกว่าอยากได้ แม่ก็รีบประเคนมาให้แล้ว ส่วนฉันน่ะเหรอ อย่าบอกว่าอยากได้อะไรเชียว จะโดนด่ามากกว่า แล้วเขาก็หันหลังเดินออกไป

ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นั่งทำงานต่อจนถึงห้าทุ่มถึงได้ลงไปข้างล่างเพื่อหานมกิน เห็นพี่นั่งเอกเขนกถือแก้วเหล้าเขย่าเบา ๆ อยู่บนโซฟา ฉันไม่ได้สนใจเดินไปหยิบนมดื่ม ก่อนเดินกลับห้อง

“เดี๋ยว” พี่แทนเบรกไว้ ฉันหันไปมอง

“ไม่รู้สึกแย่บ้างรึไง”

“เรื่อง?”

“กับทุกเรื่อง”

ฉันยิ้ม “ถ้าคิดว่ามันแย่มันก็แย่ ถ้าคิดว่ามันไม่แย่ก็ไม่แย่ ชาคิดจนเลิกคิดแล้วเพราะยังไงก็ต้องอยู่กับมัน จนกว่าจะถึงเวลา…”

“เวลาอะไร!” พี่แทนกระชากเสียงถาม ฉันไม่ได้ตอบ เดินกลับขึ้นห้องไป

วันนี้ฉันส่งเมสเสจไปบอกพี่แทนว่าจะกลับดึก เพราะต้องมาช่วยพี่โจอี้ล้างรถที่อู่ ได้คันละสองร้อย ถือว่าเยอะอยู่

ฉันใส่ชุดหมีสีเหลืองคัสตาร์ด ขัด ๆ ถู ๆ ไปทั่วทั้งคัน รถพวกนี้เป็นรถแข่งแลนลี่ ออกต่างจังหวัดกันแทบทุกเดือน พอกลับมาทีฉันก็เปรมที พี่โจอี้ชอบจ้างฉันเพราะฉันล้างได้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม

ฉันถือคติ ทำอะไรก็ต้องทำให้เต็มที่ งานจะได้มีมาไม่ขาดสาย วันนี้มีรถยี่สิบคัน แบ่งกันคนละสิบคัน รวมทิปด้วยก็น่าจะได้เฉียด ๆ สามพัน เหนื่อย แต่ไม่ท้อ

ได้ยินเสียงริงโทนดังเบา ๆ ฉันกดรับทั้งที่ยังขัดล้อรถอยู่

“ไปอ่อยผู้ชายอยู่ที่ไหน”

“อ่อยนักแข่งอยู่ที่อู่ซอย 10 นี่แหละ”

“หึ คงได้หลายตังเลยล่ะสิ”

“อืม สองสามพันได้มั้ง” แล้วพี่แทนก็วางสายไป ฉันจิ๊ปากใส่มือถือ

“มีอะไรหรือเปล่า” พี่โจอี้หันมาถาม พี่แกล้างรถอยู่เหมือนกัน

“ไม่มีอะไรค่ะพี่โจอี้ คุยกับพวกกบในกะลาน่ะ” พี่โจอี้มองงง ๆ ฉันไม่สนใจอธิบาย ตั้งหน้าตั้งตาล้างต่อไป ก่อนขยับมุดลงไปล้างใต้ท้องรถ

ได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาจอด เสียงล้อบดถนนดังเอี๊ยด ฉันหันไปมอง คนขับเปิดประตูก้าวลงมา เป็นคนที่ฉันรู้จักดีซะด้วย

พี่แทน

มาทำไม หรือว่าจะเอารถมาซ่อม พี่โจอี้วางมือทันทีเดินไปหา

“เชิญครับ ไม่ทราบต้องการให้เราดูแลเรื่องอะไรครับ”

“ทำอะไรกันอยู่”

“ตอนนี้ล้างรถครับ”

“รถแข่งเหรอ”

“ครับ”

“แล้วพวกนักแข่งล่ะ”

“อ้อ ไม่อยู่รอหรอกครับ เอารถมาส่งเสร็จก็กลับเลย พรุ่งนี้มารับ”

“แล้ว…” พี่แทนหยุดคำ หันมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นฉันหรอกเพราะหัวอยู่ใต้ท้องรถ

“เฮ้ย! ใบชา น้ำล้นแล้ว” มาเรียกกันทำไมเนี่ย ว่าจะอยู่เงียบ ๆ แล้วเชียว พี่แทนมองมาทางฉันทันที

“ปิดให้หน่อยดิเฮีย ขัดพุงเฮียนพอยู่” ฉันตะโกนออกไป

“คอยสักครู่นะครับ” พี่โจอี้บอกพี่แทน วิ่งไปปิดน้ำ ลากสายยางไปไว้ในอ่างพักอีกที ฉันไม่ได้สนใจออกไปทักทาย ขัดต่อไปเรื่อย ๆ พี่โจอี้วิ่งกลับมาเป็นเวลาเดียวกับที่ฉันขัดพุงเฮียนพเสร็จพอดี ฉันค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากใต้ท้องรถ ปาดคราบเปื้อนออกจากแก้ม มองคนที่มองฉันอยู่เหมือนกัน แต่เราก็ไม่คิดจะทักทายกันหรอก

“ขออภัยที่ต้องให้รอ แล้วตกลงคุณลูกค้าต้องการให้เราบริการเรื่องอะไรครับ” พี่โจอี้ถามต่อ  

“ล้างรถให้หน่อย”

“เอาไปเข้าศูนย์ไม่ดีกว่ารึไง” ฉันบอกแทรก

“นายให้พนักงานพูดกับลูกค้าแบบนี้รึไง”

“ขอโทษครับ ใบชาขอโทษลูกค้าเร็ว”

“ขอโทษค่ะ ชาแค่เป็นห่วง”

“เอาน่า ลูกค้าให้ความไว้วางใจก็ดีแล้ว ขอโทษจริง ๆ ครับ”

พี่แทนไม่พูดอะไร ยื่นกุญแจให้ พี่โจอี้รับมาถือแล้วโยนมาให้ฉันอีกที ตอนแรกก็ว่าจะให้พี่โจอี้ล้างเอง แต่รู้ว่าแกมีงานอื่นให้ต้องไปทำต่อ

“เชิญคุณลูกค้าตามสบายนะครับ หรือจะไปนั่งรอในห้องรับรองก็ได้”

พี่แทนพยักหน้ารับ พี่โจอี้เดินกลับไปล้างรถต่อ ส่วนฉันถือกุญแจเดินไปที่รถ

นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ได้สัมผัสกับกุญแจดอกนี้หรือแม้กระทั่งรถคันนี้ เพราะปกติพี่แทนไม่ยอมให้ฉันแตะหรอก

“ขับเป็นรึไง”

“ทำงานที่อู่รถก็ต้องทำเป็นทุกอย่าง”

“ใครสอน”

“พี่โจอี้” ฉันขับรถเข้าประจำตำแหน่ง แล้วลงมือล้างทันที ห่างจากพี่โจอี้หน่อย ถึงไม่รู้ว่าเรากำลังคุยอะไรกันอยู่

“ได้คันละเท่าไหร่” พี่แทนยืนกอดอกถามต่อ

“ห้าสิบถึงสองร้อย แล้วแต่ขนาดของรถ”

“วันหนึ่งได้กี่คัน”

“แล้วแต่วัน บางทีก็สอง บางทีก็ยี่สิบ” ฟองกระเด็นใส่หน้าจนเกือบเข้าตา ฉันใช้แขนปาดออก ก่อนยืนตะลึงเพราะพี่แทนหยิบผ้าเช็ดหน้ามายื่นให้

“เช็ดซะ ตาบอดมาทำรถฉันเสียหมด”

ฉันชั่งใจ ก่อนรับมาเช็ดหน้าดี ๆ ยื่นคืนให้

“ทิ้งไปเลย สกปรก”

ฉันไม่ได้ทิ้งอย่างที่เขาบอกหรอก ยัดใส่กระเป๋าเสื้อ แอบดีใจหน่อย ๆ ที่พี่ทำแบบนี้ ถึงจะเพื่อรถก็เถอะ

“เดือน ๆ หนึ่งได้เงินเท่าไหร่ แล้วเอาไปทำอะไรหมด”

“เก็บ”

“เก็บทำไม” ทำไมพี่ถามคล้ายเจ้าหนูจำไมจัง ฉันหันไปเผชิญหน้า

“เพื่ออนาคตไง กะว่าถ้างวดนี้ขอทุนเรียนไม่ได้ก็ยังมีเงินเรียนมหา’ลัย   ดี ๆ ที่อยากเรียนได้” พี่แทนมองอึ้ง ๆ

“แค่เรียนมหา’ลัยดี ๆ ที่บ้านก็ส่งได้”

“ถ้าเป็นพี่คงไม่ยาก แต่สำหรับชา แม่คงไม่ส่งให้เรียนมหา’ลัยแพง ๆ แน่ ดีไม่ดีไม่ให้เรียนด้วยซ้ำ ชามีมหา’ลัยที่อยากเข้าอยู่ ซึ่งค่าเทอมมันค่อนข้างแพง กลัวแม่จะไม่ให้”

พี่แทนนิ่งไป เพิ่งรู้รึไง

“นั่นเพราะเธอมันโง่เองจนแม่ไม่อยากส่งเสียให้เปลืองเงินต่างหาก”  

ฉันยิ้ม

“คงงั้น เพราะงั้นถึงต้องลองขอทุนดูเพื่อพิสูจน์ตัวเองไง” แล้วฉันก็เงียบไป ล้างรถต่อไปเรื่อย ๆ กระทั่งเสร็จ ตลอดเวลาที่ล้างพี่แทนก็ยืนมองอยู่ตลอด

ไม่รู้จะมองไปทำไม

“เรียบร้อยค่ะ” ฉันเช็กความสะอาดครั้งสุดท้าย ยื่นกุญแจคืน “จ่ายเงินที่พี่โจอี้นะ ต้องไปล้างคันอื่นต่อ” แล้วฉันก็เดินจากไป

“โห ชานี่ฝีมือแน่นอนจริง ๆ” พี่โจอี้ชม ยื่นแบงค์ห้าร้อยมาให้

“ค่าอะไรคะ”

“ทิปจากลูกค้าคนเมื่อกี้”

ฉันเลิกคิ้วสูง

“เยอะนะ นี่แหละน้าคนเก่ง” พี่โจอี้ตบบ่าฉันเบา ๆ

ไม่รู้พี่แทนคิดอะไรอยู่ แต่ฉันอดดีใจไม่ได้จริง ๆ



ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 


ความคิดเห็น