ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

014...วันๆของครอบครัวซาตานมันก็อย่างนี้แหละนะ

ชื่อตอน : 014...วันๆของครอบครัวซาตานมันก็อย่างนี้แหละนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2561 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
014...วันๆของครอบครัวซาตานมันก็อย่างนี้แหละนะ
แบบอักษร

“ไงน้องชาย..ท่านพ่อให้มาตามตัวกลับบ้านแน่ะ”

เพียงคำพูดประโยคเดียวในตอนนั้นทุกอย่างก็วุ่นวายไปหมดจนแทบไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ทั้งเรื่องที่ชิเอมิอัญเชิญบุตรแห่งซาตานออกมา ทั้งเรื่องที่รินและฝาแฝดอย่างยูกิโอะอาจจะเป็นบุตรแห่งซาตานเหมือนกันโดยตีความเอาจากคำพูดของเขา

..สุดท้ายแล้วผลสรุปของเหตุการณ์นี้ก็คือทั้งเขา ริน และยูกิโอะต่างก็โดนเมมฟิสโต้เรียกให้ไปพบที่ห้องผู้อำนวยการของเซย์จูจิ

ในตอนแรกทั้งรินและยูกิโอะต่างก็มีท่าทีระแวงเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อได้เมมฟิสโต้คอยช่วยอธิบายว่าเขาไม่ใช่ซาตานและเป็นหนึ่งในบุตรแห่งซาตานที่มีเปลวเพลิงสีฟ้าเหมือนกับรินทั้งสองคนก็ดูจะเริ่มไว้ใจเขามากขึ้น

แต่ถึงยังไงสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องโดนกักบริเวณให้ไปอยู่ที่หอพักเดียวกันกับรินและยูกิโอะอยู่ดี โดยที่มีชูร่า..หญิงสาวอกสะบึ้มมาเป็นผู้ดูแลพ่วงด้วยคนคุมความประพฤติที่มีสิทธิ์ฟันเขาทิ้งได้ทันทีถ้าหากมีการเล่นตุกติกอะไรในการลากรินกลับเกเฮนน่าไปให้ซาตาน

อ่า..บางทีก็ออกจะโหดไปหน่อยล่ะนะ

เรื่องของคามินทุกอย่างถูกเก็บเป็นความลับ..ข่าวเรื่องที่ว่ามีคนอัญเชิญบุตรแห่งซาตานออกมาในชั้นเรียนเอ็กซ์โซซิสต์ถูกปิดเงียบเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้จะไม่พอใจนักแต่ไม่ว่าใครก็ทำอะไรไม่ได้

ข่าวนี้ไม่ไปถึงหูพวกวาติกัน

อาจารย์ไม่พูด..นักเรียนก็เงียบ

ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติได้ภายในไม่กี่วันแม้ว่าจะแอบมีการระแวงชิเอมิจนแทบไม่มีใครเข้าไปพูดคุยกับเธอเลยก็ตามยกเว้นรินและยูกิโอะที่ยังคงมีชีวิตอย่างปกติสุขแม้ทุกคนจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่าพวกเขาเป็นบุตรแห่งซาตานจริงอย่างที่คามินพูดรึเปล่า

จนกระทั่งเวลาผ่านไปซักพักพวกเขาก็เริ่มที่จะปรับตัวเข้าหากันได้อีกครั้ง

“เฮ้ย!? อย่ามาแย่งหมูทอดของฉันนะคามิน!!”รินโวยลั่นเมื่อเขากินข้าวเช้าอยู่ดีๆพี่ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามก็ดันเอาตะเกียบมาคีบหมูทอดชิ้นใหญ่ที่เขากะว่าจะเก็บเอาไว้กินเป็นอย่างสุดท้ายไปได้หน้าตาเฉยพร้อมรอยยิ้มบางที่ถูกส่งมาให้อย่างเคย ซึ่งตอนนี้เขารู้สึกว่ารอยยิ้มนั่นมันช่างดูขัดหูขัดตาเหลือเกิน

“ก็ฉันเสียดายนี่นนา นึกว่าจะไม่กินซะอีก..งั่ม”ว่าแล้วคามินก็งับหมูทอดชิ้นนั้นไปทันทีท่ามกลางสีหน้าที่เหมือนกับว่าโลกจะล่มสลายของรินโดยที่มียูกิโอะนั่งมองพี่ชายทั้งสองคนที่เริ่มจะตีกันแย่งของกินอีกครั้งอย่างเหนื่อยใจ

“เฮ้อ..ทำไมคนรอบตัวเราถึงได้มีแต่พวกแบบนี้กันนะ”ยูกิโอะได้แต่พึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบาท่ามกลางศึกครั้งใหม่ของทั้งสองที่เปลี่ยนจากแย่งหมูทอดมาเป็นแย่งไข่ม้วนกันแทนด้วยความปลงตกกับชีวิต

“..ผมไปทำงานก่อนนะครับ พี่เองก็รีบกินข้าวแล้วอย่าไปเรียนสายด้วยล่ะ ส่วนคามิน ถ้าคุณชูร่าตื่นแล้วก็อยู่เล่นกับเธอไปอย่าออกไปเดินเล่นที่ไหนนะครับ”ยูกิโอะพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเสียงบ่นพึมพำของทั้งสองที่ดังไล่หลังไปซึ่งเจ้าตัวเองก็รับกันไปแบบไม่สะทกสะท้าน

“เจ้าไฝสี่ตาเอ๊ย!!”

“นี่ฉันไม่ใช่หมานะจะได้มาสั่งให้อยู่เฉยๆรอเจ้าของกลับบ้านน่ะ”

..แต่ถึงจะบ่นกันไปอย่างนั้นสุดท้ายแล้วพวกเขาก็หันมากลับมาสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้าตามเดิมอยู่ดี

ศึกครั้งนี้เดิมพันด้วยปลาย่าง!!




ฉ่า ฉ่า..ซู่!!

ในเย็นวันนั้นเสียงของเนื้อไก่ชุบแป้งทอดที่ถูกหย่อนลงไปในกระทะดังก้องไปทั่วห้องครัวในหอพักขนาดใหญ่ที่ตอนนี้มีเพียงสามพี่น้องครอบครัวซาตาน และหนึ่งเอ็กซ์โซซิสต์สาวที่นั่งรอกินอยู่ที่โต๊ะกินข้าวด้วยท่าทางเกียจคร้าน

“ฮ้าว..เมื่อไหร่จะทำเสร็จกันล่ะริน? ฉันหิวแล้วนา”ชูร่าพูดไปหาวไปพลางยกเท้าขึ้นไปวางบนโต๊ะท่ามกลางสายตาเหนื่อยใจของยูกิโอะ และคามินที่ยังคงนั่งท้าวคางมองยิ้มๆไม่พูดอะไร

ซ่า..ฉ่า ฉ่า

“อีกเดี๋ยวน่าชูร่า ถ้าเบื่อมากก็ไปนั่งเล่นไพ่กับคามินก่อนไป..เห็นว่าวันนี้แพ้มาทั้งวันเลยนี่”รินตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจพลางพลิกไก่ชุบแป้งทอดในกระทะอีกครั้งในขณะที่ชูร่าลุกขึ้นมาตบโต๊ะโวยลั่น

ปัง!!

“อย่ามาพูดว่าแพ้นะเจ้าเด็กบ้านี่!! เจ้าซาตานนี่มันโกงต่างหากล่ะ!!”ชูร่าโวยเสียงดังลั่นแล้วหยิบสำรับไพ่ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งเก็บไปก่อนที่รินและยูกิโอะจะกลับมาได้ไม่นาน

“มาแข่งกัน..ใครแพ้ต้องทำตามคำสั่งของคนชนะ!!”สิ้นคำท้าทายนั้นคามินก็ยิ้มบางออกมาพลางตอบรับ

“ตกลง..คนแพ้ต้องทำตามของคนชนะ”

...

...

“สเตรท (straight)”

“แค่ฟลุ๊คน่า!! รอบต่อไปฉันชนะแน่!!”

“ฟูลเฮาส์ (Full House)”

“หนอย..อีกรอบ!!”

“โฟร์การ์ด (Four of a Kind)”

“นี่แกโกงกันใช่มั้ยห๊ะ!? มาต่ออีกรอบ!!”

“สเตรทฟรัช (Straight Flush)”

“อีกรอบนึง!! ตานี้ฉันชนะแน่!!”

“รอยัลสเตรทฟรัช (Royal Straight Flush)”

“โว้ย!! ไม่เล่นมันแล้ว!!”

...

...

สุดท้ายแล้วชูร่าก็ยอมแพ้ไปโดยที่ไม่ได้ชนะเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งช่วงที่ชูร่าประกาศยอมแพ้ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่รินยกอาหารออกมาจากห้องครัวพอดีจนทำให้เธอเลิกสนใจผลแพ้ชนะแล้วเปลี่ยนเป็นนั่งมองอาหารที่ค่อยๆถูกยกมาทีละจานแทนโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปช่วยเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกันกับคามินที่นั่งเก็บไพ่ที่ถูกโยนทิ้งกันไปคนละทางอย่างเงียบๆ

จนเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารพร้อมกัน

“ทานล่ะนะคร้าบ!!”

“ทานล่ะนะ!!”

ทันทีที่พูดจบโต๊ะอาหารก็เหมือนว่าจะกลายเป็นสนามรบขนาดหย่อมของเหล่าสัตว์ร้ายผู้หิวกระหาย(อาหาร) โดยมีชีวิต(อาหารแสนอร่อย)เป็นเดิมพัน

“อ๊ะ!! กุ้งเท็มปูระนั่นของฉันนะคามิน!!”รินโวยลั่นเมื่อของที่ตัวเองเล็งไว้โดนแย่งไปต่อหน้าต่อตา

“ก็ไม่ได้มีป้ายชื่อเขียนเอาไว้นี่ อ่ะ!!”ขณะที่คามินกำลังยิ้มบางลอยหน้าลอยตาตอบอยู่ก็กลายเป็นว่าของในมือดันโดนชูร่าแย่งไปซะแล้ว

“งั่ม!! อร่อยดีแฮะ”ว่าแล้วชูร่าก็หันไปแย่งปลาย่างจากยูกิโอะต่อทิ้งให้สองหนุ่มมองตามนิ่ง ก่อนที่จะหันไปทำสงครามกันต่อโดยที่มีชูร่าคอยเข้ามาแทรกแย่งของกันไปเป็นระยะๆ ท่ามกลางสายตาเหนื่อยหน่ายจากยูกิโอะที่เป็นคนที่โดนบ่อยที่สุดมองตามแล้วถอนหายใจ

“ขอผมอยู่อย่างสงบซักวันเถอะนะครับ..เฮ้อ”

และแล้วความวุ่นวายก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระกินกันเสร็จแล้วถึงแยกย้ายกันไปนอนโดยที่ปล่อยจาน ชาม ที่กินแล้วเอาไว้อย่างนั้นโดยไม่มีคนเก็บ

..ในตอนนั้นพวกเขาทั้ง 4 ไม่รู้เลยว่าในเช้าวันต่อมาจะได้เจอกับนรกของจริง




“เอิ่ม..นี่มันอะไรกันหว่า?”รินเป็นคนเปิดปากถามขึ้นมาคนแรกเมื่อเห็นชาม..ข้าวต้ม? จากนรกฝีมือเมมฟิสโต้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทั้ง 4 ชาม โดยมีคนทำยืนยิ้มระรื่นเหมือนภูมิใจซะเต็มประดากับอาหารหน้าตาประหลาดที่ตัวเองบอกว่าเป็นข้าวต้ม แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นสีแดงมีไอร้อนเดือดปุดๆออกมาตลอดเวลาราวกับคำเตือน

ประมาณว่าแค่มองก็รู้เลยว่า..ขืนกินไอ้นี่เข้าไปมีหวังได้ตั๋วฟรีเที่ยวนรกแบบไม่มีกำหนดกันแหงๆ

“ก็ข้าวต้มซุปเปอร์สเปเชี่ยลจากนรกโดยท่านเมมฟิสโต้เฟเรสคนนี้ยังไงล่ะครับ”ว่าแล้วก็ยิ้มหวานกดดันมาให้อีกครั้ง

“มาทานกันสิครับ”

“อ่ะ!! พอดีชิเอมิเรียกน่ะ ไปก่อนนะ”คามินที่เริ่มหาทางชิ่งคนแรกบอกเมมฟิสโต้อย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างทั้งร่างจะกลายเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าหายไปโดยไม่รอฟังคำตอบ ตามมาด้วยชูร่าที่ตื่นเต็มตาทันทีที่เห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติบนโต๊ะ

“ช่วงนี้ฉันไดเอทน่ะ”ว่าแล้วก็วิ่งไปอีกทางทิ้งสองพี่น้องไว้กับอาหารสยองโดยที่หาข้ออ้างหนีกันไม่ทัน และยังไม่ทันที่จะพูดอะไรเมมฟิสโต้ก็ตักข้าวต้มในชามยัดเข้าปากสองพี่น้องทันทีแบบไม่รอให้ค้าน ซึ่งเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าผลของมันคือการลงไปนอนชักน้ำลายฟูมปากของทั้งสองนั่นเอง

“อ้าว? อุตส่าห์ทำมาให้เพราะกะว่าจะเชื่อมสัมพันธ์กับน้องๆซะหน่อย..เล่นเป็นแบบนี้กันหมดแล้วผมจะทำยังไงกับอาหารนี่ดีล่ะครับ?”

“ฮุฮุฮุ..เอาไปให้อาไมม่อนดีมั้ยนะ?”ว่าแล้วเมมฟิสโต้ก็เดินหัวเราะออกไปโดยมีแบล็คกราวน์เป็นภาพสองพี่น้องที่นอนชักน้ำลายฟูมปากกันอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครเหลียวแล




อ่า..ขอให้ไปดีนะอาไมม่อน พวกเราจะไม่ลืมความเสียสละของนายเลย

ความคิดเห็น