email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2561 16:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

ทันทีที่เปิดประตูรั้วเข้ามา ก็เห็นใครบางคนยืนกอดอกพิงประตูบ้านมอง

“หึ ไม่สนใจงานบ้านงานเรือน ออกไปเที่ยวแรด ๆ กับผู้ชายอีกล่ะสิ แม่รู้คงผิดหวังแย่”

“ชาไม่ได้ไปแรดที่ไหน แค่ไปกินข้าวกับดูหนังเท่านั้น” ฉันตอบแค่นั้น เดินสวนพี่แทนเข้าไป แต่พี่มันรั้งข้อมือไว้

“อย่ามาทำตัวงี่เง่านะ เป็นผู้หญิงอยู่แต่บ้านไปนั่นแหละดีแล้ว เที่ยวเอาร่างกายไปให้เขาฟัน มันจะมีศักดิ์ศรีไหม”

“คนที่ชอบฟันคนอื่นทิ้งไม่เลือกหน้าอย่างพี่ไม่มีสิทธิ์พูดหรอก ปล่อย จะขึ้นไปพักผ่อน”

“หึ ใช้งานหนักมากรึไง”

ฉันถอนหายใจเบา ๆ “กินข้าวรึยัง” แล้วเสถามไปเรื่องอื่น

“อย่ามานอกเรื่อง!”

“อยากกินอะไร เมื่อวานซื้อของสดมาเพิ่ม อยากกินอะไรทำได้หมด ยกเว้นอาหารฝรั่ง”

“ใบชา!!”

“โอเค รอชาเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว จะลงมาทำให้กิน” ฉันตัดบทแค่นั้น เดินลิ่ว ๆ ขึ้นห้องไป

ฉันวางข้าวของลงบนเตียง เหลือบมองถุงอะไรบางอย่างที่พี่อิฐให้มาก่อนลงจากรถ ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร ฉันหยิบถุงนั้นมาเปิดดูทันที 

เป็นเสื้อค่ะ เสื้อยืดแขนยาวแบบคลุมข้อมือ คอกว้างโชว์ไหล่ เสื้อตัวนี้ฉันเห็นในหุ่นก่อนเดินเข้าห้องน้ำ เมียงมองอยู่พักเพราะเห็นว่ามันน่ารักดี แต่ไม่คิดจะซื้อหรอกเพราะราคาแพง ไม่คิดว่าพี่อิฐจะแอบซื้อมาให้ ฉันยิ้มนิด ๆ คงซื้อตอนฉันเข้าห้องน้ำแน่ ๆ

ฉันพลิกป้ายราคาดู

โอ้โห แพงจัง!

รู้สึกเกรงใจขึ้นมาทันที แต่เอาเถอะ เขาอุตส่าห์ซื้อให้ ฉันดึงป้ายราคาออก ถอดชุดนักเรียนสวมเสื้อตัวนั้นทันที หมุนซ้ายหมุนขวามองตัวเองในกระจก

น่ารักดีแฮะ เหมือนสาวญี่ปุ่นเลย แต่แอบเซ็กซี่ไปนิดเพราะโชว์ไหล่ แม่เห็นคงด่าเช็ด

แต่ไม่เป็นไรหรอก แม่คงไม่มาเห็น

ฉันเดินไปรื้อหากางเกงใส่ มีแต่กางเกงวอร์มกับขายาวสไตล์ผู้ชายเท่านั้น ไม่มีตัวไหนเข้ากันเลย เอาไงดี

ฉันนิ่งคิด ก่อนนึกได้ว่าแนนเคยให้เสื้อผ้ามาถุงหนึ่ง ตั้งแต่ได้มายังไม่เคยเปิดดูเลยเพราะกลัวแม่เห็น

จริง ๆ แนนเป็นเด็กเนิร์ด ไม่ชอบแต่งตัวหรอก แต่มีพี่สาวชอบแต่งตัวมาก เสื้อผ้าเลยเยอะ แบ่งบางส่วนมาให้เพราะเห็นว่าเสื้อผ้าฉันมีน้อย

ฉันเทเสื้อผ้าทั้งหมดลงพื้น เลือกหยิบเฉพาะกางเกงขึ้นดู ตัวนี้น่ารักดี น่าจะเข้ากับเสื้อ ฉันลองใส่ดู

โอ้โห เหมาะเหม็ง ถึงจะสั้นไปหน่อยก็เถอะ  

เอาน่า ใส่อยู่บ้าน ไม่เป็นไรหรอก ฉันหยิบมือถือมากดถ่าย ส่ง sms ไปให้พี่อิฐ

‘ขอบคุณสำหรับชุดนะคะ ตอนแรกว่าจะไม่ใส่ แต่กลัวบูด’

พี่อิฐตอบกลับมาทันที

‘ขอบคุณครับ ชาใส่แล้วน่ารักมาก’’

แหม มาชมกันได้ เขินนะเนี่ย

ฉันวางมือถือลง เดินออกจากห้อง เข้าครัวไป

อืม เข้าใจแล้วว่าทำไมบางคนถึงได้ชอบใส่กางเกงขาสั้นกันนัก เพราะใส่แล้วสบายเนื้อสบายตัวแบบนี้นี่เอง ฉันฮัมเพลง หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม เสียบปลั๊กอุ่นข้าว เปิดตู้เย็นหยิบของออกมาเตรียมไว้เพื่อทำไข่เจียวหมูสับ

ทำอย่างเดียวก็พอ

ฉันเปิดแก๊ส เทน้ำมันใส่กระทะ พอร้อนได้ที่ก็เทไข่ใส่ลงไป

“อ๊ะ!!”

น้ำมันกระเด็นมาถูกแว่น ดีนะที่ใส่แว่น ไม่งั้นคงเข้าตาแน่ ๆ ฉันรีบถอดออกวางไว้ข้าง ๆ พลิกไข่ไปอีกด้าน พอสุกก็ตักใส่จานวางไว้ใกล้ ๆ แว่น ปิดแก๊ส เอากระทะไปล้าง

“หึ เดี๋ยวนี้หัดแต่งตัวยั่วผู้ชายแล้วรึไง”

ฉันสะดุ้งเฮือกหันไปมอง เผลอปัดจานไข่ที่วางไว้ตกพื้น หนำซ้ำยังกวาดเอาแว่นที่วางไว้ข้างกันตกด้วย ฉันรีบยกเท้าหนีด้วยความตกใจก่อนเหยียบลงไปอีกครั้ง

“แกรก!!” เสียงนั้นทำเอาฉันกรี๊ดลั่น รีบดีดตัวหนี

แต่ช้าไปแล้ว…

แว่นนั้นแตกกระจาย ฉันรีบก้มไปหยิบขึ้นมาดู

“โธ่ แว่นฉัน” ฉันเบะหน้าทำท่าจะร้องไห้

ไม่ใช่สิ…

แล้วไข่เจียวพี่แทนล่ะ ฉันก้มมองพื้นอีกรอบ ไข่เจียวพี่แทนนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น   

“โธ่! ไข่เจียวพี่แทน!!” อุตส่าห์ทำ ฉันถอนหายใจแรง ลุกหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาด หันไปมองคนตัวสูง  

“รอก่อนนะ จะรีบทำให้ใหม่” ฉันหันไปลงมือทำอีกรอบ รู้สึกเหมือน ๆ กำลังถูกมอง ฉันหันไปมองพี่อีกที

“มีอะไร อยากกินอะไรก็บอกสิ ยืนมองแบบนี้จะรู้ไหม”

พี่เปลี่ยนสีหน้า ทำท่าอึกอัก

“อยากกินอะไร” ฉันถามอีกรอบ ตอกไข่ลงถ้วย สับหมูปรุงเครื่องแล้วทอดอีกรอบ กลิ่นไข่เจียวหอมคลุ้ง พอมันเหลืองกรอบได้ที่ก็ตักใส่จานวางไว้บนโต๊ะ พี่แทนยังไม่ขยับไปไหน ฉันหันไปมองอีกที 

“อยากได้อะไรเพิ่มไหม”

เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง ๆ จนฉันรู้สึกแปลก ๆ หรือว่ามีอะไรติดหน้า ฉันลองจับ ๆ ดู

อ๋อ หน้าโล่งเพราะไม่มีแว่นนี่เอง แปลกนักรึไง 

“มองมาก เดี๋ยวความขี้เหร่ก็กระเด็นใส่หรอก”

ข้าวดีดพอดี ฉันหันไปตักข้าวใส่จานวางไว้บนโต๊ะ เตรียมน้ำเตรียมท่า

“ตามสบายนะ เดี๋ยวดึก ๆ จะลงมาล้าง” ฉันเก็บของเข้าที่ ถอดผ้ากันเปื้อนแขวน กำลังจะเดินกลับห้องแต่พี่แทนเกี่ยวเอวไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ฉันเงยหน้ามองงง ๆ

“มีอะไร”

เขายังจ้องหน้าฉันอยู่

“พี่แทน” ฉันเตือน

“อยากกินหมูทอด”

ฉันหน้าหงิก “แล้วเมื่อกี้ก็ไม่บอก” ฉันดันตัวออก หยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ เปิดตู้เย็นหยิบหมูออกมาหั่นปรุงรส

“ไปซื้อชุดนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ไม่ได้ซื้อเอง พี่อิฐซื้อให้”

พี่แทนหน้าหงิกทันที

“หึ ให้ผู้ชายซื้อเสื้อผ้าให้ รู้ความหมายหรือเปล่าว่าเขาซื้อให้เพราะอะไร”

“ไม่รู้ แค่อยากซื้อให้มั้ง”

“เพราะเขาต้องการถอดชุดนั้นด้วยตัวเองต่างหาก”

ฉันถอนหายใจแรง ทำหน้าหน่าย เทน้ำมันใส่กระทะ

“อย่าเอาบรรทัดฐานความคิดตัวเองไปปรักปรำคนอื่น คงไม่มีใครคิดแต่เรื่องใต้สะดือแบบพี่หรอก” ฉันใช้ตะหลิวเขี่ยหมูในถ้วยลงกระทะ

“หึ พูดเหมือนรู้จักผู้ชายดี ผ่านมากี่คนแล้วล่ะ”

อยากเอาตะหลิวแนบหน้าจริง ๆ 

“เรื่องของชา” ฉันตอบแบบไม่ใสใจ เกลี่ยหมูให้กระจายออกจากกัน   

“จะบอกแม่”

ฉันถอนหายใจแรงอีกรอบ

“พี่นี่นอกจากจะเจ้าชู้แล้วยังขี้ฟ้องอีกนะ แต่ก่อนจะฟ้องอะไรช่วยสืบจากศพว่าเรื่องไหนจริงไม่จริงสักนิด”

หมูสุกพอดี ฉันปิดแก๊ส ตักหมูใส่จาน ล้างกระทะ เก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง หันไปมองคนที่ยืนหน้าบูดเป็นตูดอยู่  

“ชาเบื่อเหมือนกันกับคำขู่พวกนี้ จริงก็โดนด่า ไม่จริงก็โดนด่า จน      ขี้เกียจจะแก้ตัวแล้ว ถ้าพี่กับแม่จะมองว่าชาแย่ยังไงก็มองไปเถอะ ชาไม่เถียงแล้ว” ฉันยิ้มให้นิดหนึ่ง กำลังจะเดินจากไป แต่หยุดขาไว้ หันเสี้ยวหน้าไปมอง

“แต่อีกไม่นานหรอก ชาจะออกไปจากชีวิตพี่กับแม่แล้ว” พูดเองก็เจ็บเอง เดินไม่ทันไรก็ถูกคว้าแขนไว้อีกรอบ

ช่วงนี้โดนจับบ่อยจังวุ้ย

“จะไปไหน ไปอยู่กับใคร ไอ้อิฐรึไง หึ มันขอแล้วเหรอ หรือว่าจะหนีตามผู้ชายไป”

ฉันยิ้ม

“ไม่ได้ไปอยู่กับใครทั้งนั้น ชีวิตชา ชาจัดการเองได้” ฉันสลัดมือออก เดินกลับห้องไป

ฉันกลับมานั่งทำโปสการ์ดต่อจนถึงห้าทุ่ม ปิดคอมลงไปชั้นล่างเพื่อล้างจานที่พี่กินไว้ แปลกใจนิดหน่อยที่บนโต๊ะกินข้าวว่างเปล่า จานชามถูกล้างเรียบร้อย ฉันมองขึ้นไปยังห้องพี่ชายที่ถูกปิดสนิท

พี่แทนล้างจานเอง สงสัยวันนี้ฝนจะตก

แล้วฝนก็ตกลงมาจริง ๆ

ฉันนั่งมองสายฝนที่กำลังโปรยปรายจากทางหน้าต่าง แสงไฟสะท้อนเม็ดฝนแลดูแพรวพราวราวกับเพชร ฉันลุกหยิบกล้องมากดถ่ายอย่างอดใจไม่ไหว ก่อนวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อหาภาพสวย ๆ ต่อ

ในสวนจะมีเสาหินประดับตุ๊กตาดินปั้นไว้ ภายในมีหลอดไฟให้แสงสว่างแบบกันน้ำอยู่ อยากถ่ายภาพนั้นมาก ฉันคว้าร่มเดินดุ่ย ๆ ออกไปทันที ไม่ต้องกลัวว่ากล้องจะเปียก เพราะเป็นแบบกันน้ำ

ฉันกดถ่ายไปเรื่อย ๆ จากมุมหนึ่งไปอีกมุม สักพักร่มเริ่มเกะกะ ฉันโยนทิ้งแล้วถ่ายมันทั้งเปียก ๆ นั่นแหละ

อยากได้ภาพตุ๊กตาริมหน้าต่างท่ามกลางสายฝนแฮะ

ห้องฉันไม่มีตุ๊กตาตัวใหญ่ ๆ เลย แต่ห้องพี่มี ฉันเงยหน้ามองหน้าต่างห้องพี่ ไฟยังเปิดอยู่แปลว่าพี่ยังไม่หลับ

เอาไงดี ไม่อยากรบกวนเลย แต่ก็อยากได้ภาพ

เงินนะเงิน

ฉันตัดสินใจเดินเร็วไปเคาะห้อง สักพักพี่แทนก็เปิดให้ มองฉันอึ้ง ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ขอยืมตุ๊กตากับหน้าต่างหน่อย”

พี่แทนมองงง ๆ ฉันไม่รอให้เขาปฏิเสธ แทรกตัวเข้าไป หยิบตุ๊กตาหมีไปวางไว้บนขอบหน้าต่าง กดถ่ายอย่างรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนมุมมองอีกนิดให้ภาพดูเศร้า ๆ หยิบตุ๊กตาหมีอีกตัวไปวางไว้เคียงกัน กดถ่ายอีกรอบ พอเสร็จก็เอาตุ๊กตาไปคืน หันไปมองเจ้าของห้องที่มองฉันอยู่ 

“ขอโทษที่ทำให้ห้องเปียก จะรีบมาทำความสะอาดให้” กำลังจะก้าวออกจากห้อง แต่พี่แทนรั้งไว้จนฉันเซไปปะทะอกแกร่ง ฉันเงยหน้ามอง พี่เขาไม่พูดอะไร ได้แต่จ้องหน้านิ่ง ๆ เท่านั้น

“มีอะไรหรือเปล่า”

สายตาแบบนั้นทำเอาฉันรู้สึกอึดอัดยังไงพิกล

“พี่แทน”

“ทำไมตัวเปียก”

“ไปตากฝนถ่ายรูปมา ปล่อย” ฉันดึงตัวออกเบา ๆ เดินกลับเข้าห้อง เปลี่ยนเป็นชุดสไตล์เดิม คว้าไม้ถูพื้นกลับไปทำความสะอาดห้องให้

ฉันกลับมาทิ้งตัวลงนอน ล้วงหยิบสมุดบัญชีใต้เตียงขึ้นมาเปิดดู

หึ ๆ เก่งเหมือนกันน้า ทำได้เยอะแล้ว ตั้งสองแสนแน่ะ ฉันนอนมองเงินในบัญชียิ้ม ๆ ก่อนซ่อนมันไว้ที่เดิม ดับไฟลง 

“อีกไม่นานก็จะไม่อยู่ให้แม่กับพี่รำคาญแล้ว” ฉันยิ้มแล้วเข้าสู่ภวังค์หลับใหลไป

อืม เช้านี้ คงเป็นเช้าที่สดชื่นที่สุดสำหรับฉัน ฉันคว้ากระเป๋าเรียน กล้องและกระเป๋าโน้ตบุ๊กเดินลิ่ว ๆ ลงมาข้างล่าง มุ่งตรงเข้าครัว หวังทำอาหารให้พี่กิน เลิกคิ้วแปลกใจที่เห็นใครบางคนมานั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา วันนี้พี่มีเรียนเช้าก็จริง แต่ไม่เคยเห็นตื่นเช้าแบบนี้มาก่อน ฉันไม่สนใจ วางกระเป๋าไว้ เดินเข้าไปทำอาหาร

“ทำไมไม่ใส่แว่น มีแค่อันเดียวรึไง” พี่แทนเดินเข้ามาถาม ฉันหันไปมอง

ยุ่งอะไรด้วยเนี่ย

“มีหลายอัน แต่ขี้เกียจใส่แล้ว”

“ทำไม สายตาสั้นไม่ใช่รึไง”

“เปล่า”

“แล้วใส่ทำไม”

ฉันไม่ตอบคำถาม ทำกับข้าวไปเงียบ ๆ จนเสร็จ ปกติฉันจะรีบกินก่อนแล้วเก็บไว้ให้พี่ทาน แต่วันนี้คงต้องกินด้วยกัน ฉันนั่งกินไปเงียบ ๆ ไม่มองหน้าใครอีกคนที่นั่งมองฉันอยู่

ไม่รู้หรอกนะ ว่าพี่มองเพื่อจ้องจับผิดอะไรอีก ฉันรีบกิน พออิ่มก็ยกจานไปล้าง พี่แทนกินเสร็จพอดี ฉันรับมาล้างด้วย เช็ดมือ คว้ากระเป๋าเดินออกจากบ้านไป

ฉันเดินไปตามทางเพื่อขึ้นรถเมล์ ได้ยินเสียงแตรดังขึ้น ฉันหันไปมอง เลิกคิ้วแปลกใจเพราะเป็นรถของพี่แทน ฉันเดินเข้าไปใกล้ ก้มมองกระจกที่กำลังลดลง

“มีอะไร”

พี่เขาทำท่าอึดอัดเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ก่อนเลื่อนกระจกขึ้นขับไปโดยไม่พูดไม่จา

“อะไรของเขา” ฉันมองงง ๆ ยังไม่ทันได้ก้าวเดินก็มีเสียงมือถือดังขึ้น ฉันล้วงหยิบมาดูเบอร์

พี่อิฐ ฉันรีบกดรับทันที

“ออกจากบ้านหรือยังครับ”

“ค่ะ กำลังจะถึงป้ายรถเมล์แล้ว”

“ยืนรออยู่ตรงนั้นแหละ พี่จะไปรับ”

ฉันเลิกคิ้วสูง ยังไม่ทันได้พูดอะไรพี่อิฐก็กดตัดสาย ฉันยืนรอ สักพักรถพี่อิฐก็ขับมาจอดตรงหน้า เขาก้าวลงจากรถเข้ามาใกล้

“จำเกือบไม่ได้แน่ะ”

“ทำไมคะ” ฉันถามด้วยความสงสัย พี่อิฐยิ้ม

“พอไม่ใส่แว่นแล้วน่ารักขึ้นเป็นกอง”

ฉันแก้มร้อนผ่าว

“น่ารักน่าเริกอะไรกันเล่า พี่อิฐคงเบลอ”

พี่อิฐหัวเราะ เปิดประตูรถให้

โห สุภาพบุรุษสุด ๆ ฉันยิ้ม ขึ้นไปนั่ง พี่อิฐกลับไปนั่งประจำที่ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงเรียน

“นั่งอยู่เฉย ๆ นะ” พี่อิฐสั่ง เปิดประตูก้าวลงจากรถ ฉันมองงง ๆ พี่อิฐเดินอ้อมมาเปิดประตูให้

“เชิญครับ” โอ้โห อะไรจะสุภาพบุรุษขนาดนั้น ฉันก้าวลงจากรถเขิน ๆ

“ขอบคุณค่ะ ชักอิจฉาคนที่จะมาเป็นแฟนพี่อิฐซะแล้ว ดูแลดีจริง ๆ”

พี่อิฐหัวเราะ

“ตอนเย็นว่างไหม”

“ทำไมคะ”

“พี่จะขอมารับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ”

“พี่เต็มใจ”

ฉันหน้าร้อนผ่าว พยักหน้ารับ ก้มสวัสดีหันหลังเดินเข้าตึกเรียนไป

“แหม ๆ ใครมาส่งน่ะ” แนนวิ่งเข้ามาทักทันที

“พี่อิฐ เพื่อนพี่แทน เจ้านายคนใหม่ชาเอง”

แนนเลิกคิ้วสูง

“พี่เขาให้ชาไปทำความสะอาดห้องที่คอนโดให้”

“ท่าทางเขาจะชอบชานะ”

“มั้ง” ฉันตอบแบบไม่แน่ใจ  

“แนนว่าชัวร์ วันนี้ชาน่ารักด้วย”

“ตรงไหน”

“ก็ตรงไม่ใส่แว่นไง”  

“พูดเป็นเล่น เรารีบเข้าห้องกันเถอะ”

วันนี้มีการบ้านให้ทำหลายวิชา ยิ่งเยอะยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงฉันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น

ช่วงหลัง ๆ แนนจะอยู่ช่วยตลอด แนนเป็นคนทำการบ้าน ส่วนฉันคัดลอก เพราะแนนปลอมลายมือไม่เป็น

“เรียบร้อย” ฉันวางการบ้านเล่มสุดท้ายลง ก่อนเอาไปยัดไว้ในเก๊ะของเพื่อน ๆ   

“ไปกินติมกัน” แนนชวน

“ชาอยากเก็บเงินง่า” แนนรู้ว่าฉันอยากเก็บเงินเพื่ออะไร

“แนนเลี้ยงน่า”

“ไม่เอา เดี๋ยวชาก็กลายเป็นเพื่อนจอมงกพอดี”

“ไม่หรอก แนนอยากมีเพื่อนกินจริง ๆ นี่นา กินคนเดียวไม่อร่อย” แนนทำหน้าหงอย ฉันจำต้องพยักหน้า แล้วเราสองคนก็พากันนั่งรถไปยังร้านไอศกรีมเจ้าอร่อย   

จริง ๆ ร้านนี้คนแน่นมาก ต้องรอคิวนาน แต่วันนี้มีที่ว่างเหลืออยู่ที่หนึ่ง เราสองคนรีบวิ่งไปจับจองทันที เป็นเก้าอี้แบบโซฟา นั่งสบาย เรานั่งกันคนละฝั่ง พนักงานเดินมายื่นเมนูให้ แต่แนนโบกมือปฏิเสธเพราะรู้สิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว เราสั่งแบบถ้วยใหญ่มานั่งกินด้วยกันสองคน

“อีกคำนะคะพี่แทน”

หูฉันกระดิกทันทีหันขวับไปมอง ตอนแรกคิดว่าเป็นใครสักคนที่มีชื่อเหมือนกัน แต่พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นพี่แทนจริง ๆ นั่งอยู่โต๊ะในสุด ข้างกันเป็นสาวสวยหุ่นน่าฟัด พี่แทนนั่งหน้าเรียบ แต่ฉันดูออกว่ากำลังอยู่ในโหมดรำคาญสุด ๆ

ฉันหันกลับมาที่เดิม ไม่รู้พี่เห็นฉันรึยัง เมื่อกี้ก็ไม่ได้สังเกต

“ย้ายร้านกันไหมแนน” 

“ไม่ทันแล้ว” แนนบุ้ยปากไปยังพนักงานที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมถ้วยไอศกรีม ฉันเม้มปากแน่น แนนคงเข้าใจว่าทำไม

ฉันลอบมองพี่ชายอีกครั้ง เขามองฉันอยู่เหมือนกัน ฉันหันกลับมาที่เดิมไม่สนใจคนด้านหลังอีก นั่งกินไปเงียบ ๆ

“อีกคำนะคะ” สาวนางออดอ้อนอีกรอบ เธอคิดผิดแล้วที่บังคับพี่เขาแบบนั้น เพราะรายนั้นโคตรจะไม่ชอบของหวานเลย

เสียงเมสเสจดังเบา ๆ ฉันล้วงหยิบขึ้นมอง เป็นข้อความจากพี่แทนนั่นแหละ ฉันกดเปิดอ่าน

‘สองพันเอาให้ขาด’

สั้น แต่ได้ใจความ ฉันถอนใจแรง วางช้อนลง แนนมองงง ๆ ฉันยื่นข้อความให้ดู แนนพยักหน้าเข้าใจ ฉันขยับลุกยืน ปรับสีหน้าใหม่

“อ้าว พี่แทนมาอู้อะไรอยู่แถวนี้คะ วันนี้มีนัดติวสอบให้พวกชานะ” ฉันเดินไปทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ กอดแขนแกร่งไว้ แกล้งเบียดหน้าอกกับต้นแขนพี่อย่างที่สาว ๆ ชอบทำ พี่คงไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะฉันโนไม่ตม

สาวนางมองฉันตาเขียว

“เธอเป็นใคร!”

“เป็น…” ฉันยิ้มยั่ว กอดแขนพี่แทนแน่นขึ้น ซบหัวกับไหล่กว้าง “คนสำคัญ…”

สาวนางอ้าปากค้าง ฉันฉุดพี่แทนลุกยืนทันที

“เรารีบไปกันดีกว่า แนนรออยู่ เอาบิลไปเคลียร์ด้วยเลย” ฉันคว้าบิลบนโต๊ะมาถือ “กลับเองได้ใช่ไหมคะ พรุ่งนี้เรามีสอบ พี่แทนคงไปส่งไม่ได้” ฉันยิ้มหวาน บังคับให้หล่อนกลับเอง

สองแขนฉันยังกอดพี่แทนแน่น หัวซบไม่ปล่อย ให้หล่อนไปคิดเอาเองว่าฉันเป็นอะไรกับพี่แทนกันแน่

“พี่แทน!” นางเรียกความสนใจ

“โทษที” พี่แทนตอบแค่นั้นไม่พูดอะไรอีก สาวนางดีดตัวลุกยืน คว้ากระเป๋าเดินตุปัดตุป่องออกไป พอพ้นสายตา ฉันคลายมือออก ยื่นบิลคืน แบมือขอเงิน 

“ไม่ได้พกเงินสดมา กลับไปเอาที่บ้านละกัน”

ฉันพยักหน้าเข้าใจ เดินกลับไปนั่งที่เดิม ไม่สนใจพี่มันอีก พี่แทนเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ แต่ฉันทำเป็นไม่เห็น แนนเงยหน้ามอง

“เอ่อ ชา” แนนคงอยากบอกให้รู้ว่าเขามายืนอยู่ข้าง ๆ แล้ว แต่ฉันทำเป็นไม่เห็นเหมือนเดิม

“เอ่อ พี่แทนนั่งก่อนซิคะ” แนนคงกลัวเสียมารยาท ขยับไปชิดด้านใน ฉันเงยหน้ามอง พี่แทนมองแนนด้วยสายตากรุ้มกริ่ม กำลังจะทิ้งตัวลงนั่ง ฉันคว้าแขนแกร่งไว้ ดึงมานั่งข้าง ๆ ทันที

งานนี้ขอปกป้องเพื่อนตัวเองก่อนละกัน



ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 


ความคิดเห็น