email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น : บทที่ 4

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2561 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

“แม่คิดถึงแทนจัง” แม่ลงจากรถมากอดพี่แทนทันที ในขณะที่ฉันทำได้แค่ยืนสวัสดีอยู่ข้าง ๆ ใจอยากเดินเข้าไปกอดท่านบ้าง แต่แม่ไม่เคยให้ฉันทำแบบนั้นหรอก

**“ของอยู่ในรถ เอาไปจัดการซะ” แม่หันมาสั่งแค่นั้น แล้วปล่อยให้ พี่ประคองเข้าบ้าน

ฉันปวดแปลบไปทั่วทั้งอก พยายามกลั้นบางสิ่งไม่ให้มันไหล ฉันยิ้มอ่อน เปิดรถหิ้วถุงของฝากเข้าไปภายใน แม่นั่งอยู่บนโซฟาจับหน้าจับตาพี่แทนใหญ่

ฉันอยากได้สัมผัสใกล้ชิดแบบนั้นบ้าง

“เอาน่า อย่างน้อยแม่ก็มา” ฉันยิ้ม แม้ตอนนี้น้ำตาจะร่วงเหมาะแหมะแล้วก็ตาม

“อย่าร้องน่าชา เธอน่าจะชินได้แล้วนะ” ฉันรีบเช็ดน้ำตา จัดของลงจาน เดินเอาไปวางไว้บนโต๊ะ ทิ้งตัวลงนั่งไม่ห่าง หวังว่าแม่จะพูดคุยถามไถ่อะไรบ้าง แต่แม่ไม่พูดกับฉันสักคำ พูดแต่กับพี่เท่านั้น

ฉันได้แต่ยิ้มบาง ลุกเดินไปทำความสะอาดห้องครัวแทน บางทีแม่อาจจะมีความสุขที่ไม่มีฉันอยู่ใกล้ ๆ ก็ได้

“ชา” ได้ยินเสียงแม่เรียกเบา ๆ ฉันยิ้มรีบหันไปหา

“เฝ้าบ้านดี ๆ ล่ะ จะพาตาแทนไปเที่ยว”

“คะ ค่ะ” ฉันตอบรับเสียงหงอย แม่ไม่เคยชวนฉันไปเที่ยวด้วยเลย และไม่เคยพาฉันไปเที่ยวด้วย ที่สำคัญ ไม่เคยแทนตัวเองว่าแม่เลยสักครั้ง

ทันทีที่รถวิ่งลับไป ฉันก็กลับมาทิ้งตัวลงนั่งยังตำแหน่งที่พี่ชายนั่งเมื่อกี้ ลูบมือตรงตำแหน่งที่แม่นั่งอยู่ หลับตาคิดว่าแม่กำลังกอดด้วยความรัก

“เอาน่าชา แม่อยากให้แกเป็นแม่บ้านแม่เรือนเท่านั้นเอง” ฉันยิ้ม ลุกเดินขึ้นห้องไป

แม่มาค้างด้วยหนึ่งคืน ซึ่งพี่กลายร่างเป็นลูกที่ดีอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนทันที

“แม่รักลูกนะ” ได้ยินเสียงแม่บอกรักพี่อีกครั้ง ส่วนฉัน ตั้งแต่จำความได้ ยังไม่เคยได้ยินคำนั้นเลยสักครั้ง

“แม่ทานนมก่อนนอนนะคะ” ฉันถือแก้วนมไปยื่นให้ ถึงยังไง ฉันก็อยากดูแลท่านให้ดี เพื่อให้ท่านมีความสุข แม่รับไปถือไว้

“อ้าว แล้วของตาแทนล่ะ ทำไมไม่ดูแลพี่ดี ๆ แค่นี้ก็ไม่มีหัวคิด” แม่สรรเสริญ ฉันยิ้ม

เอาน่าใบชา แม่กำลังให้พร

“พอดีผมไม่ชอบดื่มนมจากแก้วน่ะครับ ชอบดื่มจากเต้ามากกว่า เสียดายแต่นมแม่หมดอายุไปนานแล้ว”

“ตาแทนนี่ล่ะก็ ทะลึ่งจริง” แม่ตีแขนพี่แทนดังเพี้ยะ หัวเราะร่วน “นี่ ได้ข่าวมาว่าเราน่ะเจ้าชู้มากเลยนี่”

“ผู้ชายก็มีบ้างแหละครับ แต่ผมไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรอก” พี่แสดงความหล่อเทพออกมา

“อืม แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ แม่เชื่อว่าแทนฉลาดพอที่จะควบคุมตัวเองได้”

“ขอบคุณครับ แม่รีบเข้านอนดีกว่า ผิวจะได้สวย ๆ” พี่แทนออเซาะหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่

ฉันเองก็อยากหอมแก้มแม่แบบนั้นบ้างเหมือนกัน

แต่คงไม่มีทาง

หรือคิดอีกแง่ ลูกผู้หญิงไม่ควรทำ ต้องให้สิทธิ์ลูกชายเท่านั้น

อืม คงงั้นแหละ

พอส่งแม่เข้านอนเสร็จ พี่ก็เดินกลับไปที่โซฟา พาดขาไว้บนโต๊ะ

“นวดขาให้หน่อย เมื่อย” พอลับตาแม่ เขาก็ปีศาจดี ๆ นี่เอง

“ชาง่วง”

“รีบ ๆ ทำ ไม่งั้นจะฟ้องแม่ว่าเธออ่อยเพื่อนฉันในครัว”

ฉันเบรกขาตัวเองลงกึก จริง ๆ ก็อยากจะเถียง แต่ถ้าพี่พูด แม่ต้องเชื่อแน่ ๆ และฉันก็ยังไม่อยากให้แม่ด่าด้วย

ฉันทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นแล้วนวดขาให้ สักพักพี่ก็ขยับนอนคว่ำให้ฉันนวดหลังต่อ

ฉันนวดไปเรื่อย ๆ จ้องมองเพียงแผ่นหลังกว้าง วันนี้ฉันอดทนมาตลอด ได้ยินเสียงกรนเบา ๆ พี่คงหลับไปแล้ว และน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ค่อย ๆ ไหลรินลงมา

ฉันไม่ได้อยากอ่อนแอ แต่เวลาที่แม่อยู่ใกล้ ๆ ฉันเข้มแข็งไม่ได้จริง ๆ ฉันอยากให้แม่รัก อยากให้แม่กอด อยากเก่งให้ได้สักครึ่งของพี่บ้าง ฉันร้องไห้เงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น ก่อนลุกไปล้างหน้า แล้วปลุกพี่แทนขึ้นนอน

แล้วคืนนั้นฉันนอนหลับฝันไป ฝันไปว่าแม่กอดแน่น และพี่แทนกำลังลูบหัวฉันเบา ๆ ฉันยิ้มอย่างมีความสุข และหวังแค่ว่าในชีวิตจริง ฉันจะมีรอยยิ้มที่มีความสุขแบบนั้นบ้าง

ฉันตื่นแต่เช้า แต่งตัวในชุดนักเรียนเรียบร้อย เพราะอยากให้แม่พอใจ ลงไปหุงหาอาหาร เตรียมมื้อเช้าให้พร้อม วันนี้เป็นของโปรดพี่แทนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นของแม่

และตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน แม่แทบจะป้อนพี่แทนตลอด ในขณะที่ฉันได้แค่นั่งกินไปเงียบ ๆ

“กลับดี ๆ นะครับแม่” พี่หอมแก้มแม่เบา ๆ ฉันทำได้แค่ก้มหน้าสวัสดี แม่หันมามองเหวี่ยง ๆ

“ทำตัวดี ๆ ล่ะ อย่าให้เสียมาถึงฉัน”

ฉันพยักหน้ารับคำ พี่แทนเปิดประตูให้ แม่ขึ้นไปนั่ง ล่ำลาพี่อีกนิดหน่อย ก่อนรถยนต์คันนั้นจะค่อย ๆ ขับเคลื่อนออกไป

“อิจฉา?” พี่แทนพูดขึ้นมาลอย ๆ ฉันหันไปเชิดหน้าใส่

“ทำไมต้องอิจฉา”

“หึ ก็แม่รักฉันมากกว่า”

ถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะ แต่ฉันจะไม่ยอมให้เขาได้ภาคภูมิเด็ดขาด

“ไม่เห็นจะเดือดร้อนเลย ยังไงแม่ก็เป็นแม่ ขอแค่แม่มีความสุข จะกอดฉันหรือกอดพี่ก็มีค่าเท่ากัน” ฉันบอกแค่นั้น หันหลังเดินจากไป ก่อนจะโดนแขวะอะไรเอาอีก

ฉันยังไม่พร้อมที่จะอ่อนแอตอนนี้

ฉันถือกระเป๋านักเรียน เดินออกจากบ้านหวังไปขึ้นรถเมล์ ได้ยินเสียงบีบแตรยาว พอหันไปมองก็เห็นรถคันหนึ่งขับปาดหน้าไป มันจะไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ หากพื้นตรงหน้าจะไม่มีแอ่งน้ำสกปรกขังอยู่ แล้วน้ำพวกนั้นก็กระเซ็นมาใส่จนเลอะไปทั่วทั้งตัว ฉันอ้าปากค้าง มองตามรถคันนั้นไปจนสุดสายตา

คันที่เพิ่งขับออกจากบ้านหลังเดียวกับฉัน

“พี่แทน” ฉันกำหมัดแน่น จำต้องเดินเข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกรอบ

เจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฉันได้แต่ยิ้มให้กับโชคชะตา อีกแค่ปีเดียว เท่านั้น พอเรียนจบ ฉันก็จะได้เป็นอิสระแล้ว ออกไปอยู่คนเดียว หาทุนเรียนมหา’ ลัย ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ทำให้แม่ภูมิใจ อยากให้แม่ลูบหัว

อยากให้แม่รัก

“แนน ช่วงนี้จะเพลา ๆ เรื่องภาพลงหน่อยนะ พอดีพี่แทนเริ่มจับได้แล้ว” ฉันบอกเพื่อนเสียงหงอย

“เป็นไรหรือเปล่า”

ฉันส่ายหน้าไปมา ยิ้มหงอย ๆ เหมือนเดิม

“ไม่มีอะไรหรอก ไปนั่งทำโปสการ์ดขายกันดีกว่า” ฉันชวน แล้วเราสองคนก็นัดกันไปนั่งทำโปสการ์ดที่ร้านพี่อุ้ม แกเป็นลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงเป็นมือกระจายสินค้าให้ด้วย

“นี่ มีลูกค้าออเดอร์ภาพหวิวอีกแล้ว แค่เปลือยแผ่นหลังก็พอ ใบละหมื่น”

ฉันตาโตทันที “หมื่นเลยเหรอพี่”

“ใช่ เพราะเท่าที่ดู ด้านหน้าเรามีเยอะแล้ว แต่ด้านหลังไม่มีเลย”

ก็จริง

“ได้ งั้นชาจะลองดู” คงต้องวางแผนให้รัดกุมกว่าเดิม เพราะพี่เริ่มจับได้แล้ว

ฉันนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ตรงหน้ามีขนมขบเคี้ยวและผลไม้วางอยู่ พี่ชายเดินหน้าหล่อเข้ามา กลิ่นเหล้าลอยคลุ้ง

สงสัยเพิ่งไปล่าสาว ๆ มา

“เหม็น” ฉันย่นจมูกปัดมือไปมาใส่คนที่กำลังจะเดินผ่านไป พี่แทนหยุดกึก ขยับเข้ามาใกล้ เป่าลมใส่หน้า ฉันผงะถอยหนี พี่แทนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ หัวเราะหึ ๆ

“เหม็นกลิ่นหมาเน่า”

“อาราย สาว ๆ ออกจะชอบ”

“สาว ๆ โลว์คลาสน่ะสิ”

“คนไร้เสน่ห์เรื่องผู้ชายอย่างเธอจะไปรู้อะไร”

ฉันเลิกคิ้วสูง “ก็ไหนว่าฉันร่าน”

พี่แทนหน้าตึง ก่อนยิ้มเยาะ

“ก็เธอเป็นคนบอกเองไม่ใช่รึไง ว่าไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นจับมือ จูบหรือ…” พี่แทนขยับเข้ามาใกล้จนฉันต้องเอนตัวไปด้านหลัง

“ทะ ทำไมจะไม่เคย ทั้งจูบทั้งจับมือ ฉันทำมาหมดแล้ว จูบแบบ ดีพคิสด้วย” ฉันเชิดหน้า พี่แทนเลิกคิ้วสูง

“ใครเนอะ ตาต่ำมาจูบเธอเนี่ย ยั่วอีท่าไหนเขาถึงได้หน้ามืดตามัวทำ แต่จะว่าไปแล้วผู้ชายบางคน แค่คลำไม่มีหางก็เอาแล้วนี่”

“เหมือนพี่ไง” ฉันตอกกลับทันที พี่แทนหน้าตึง

“ฉันเลือกเฉพาะคนมีระดับ”

“ระดับล่าง ๆ น่ะสิ สำส่อนก็คือสำส่อน” ฉันลุกพรวดขึ้นยืน “ฉันจะบอกให้นะ ว่าคนที่จูบฉันน่ะ หน้าตาดีเอามาก ๆ ทั้งหล่อทั้งรวย”

เขาเลิกคิ้วสูง

“ตาต่ำขนาดนั้นเชียว บอกหน่อยซิ ไปยั่วเขาอีท่าไหน”

“ไม่ได้ยั่ว เขากระชากฉันไปจูบเองต่างหาก” พูดแล้วก็เดินหนี แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกคว้าข้อมือไว้

“จะบอกแม่ แม่เคยห้ามไม่ให้เธอร่านนี่”

“ฉันไม่ได้ร่าน แต่ถูกบังคับจูบต่างหาก” ฉันรีบสลัดมือทิ้ง กำลังจะเดินหนี แต่นึกอะไรออก ย้อนกลับไปเอาน้ำในแก้วมาสาดใส่พี่แทนจนเปียก

“ยัยบ้า!! ทำอะไรของเธอ”

“ไม่มีอะไร แค่อยากทำ ระวังนะ น้ำนั่นนะ ฉันเพิ่งคายน้ำลายทิ้ง เอามือคน ๆ ด้วย”

เขารีบถอดเสื้อออก เดินขึ้นบันไดไป ฉันคว้ากล้องที่ซ่อนไว้มากดถ่ายทันที ยิ้มกริ่มพอใจ

“เอาสิ ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่ พี่ว่าฉัน ฉันก็จะเอาคืนบ้าง”

วันนี้ฉันมาทำธุระแถว ๆ ร้านพี่อุ้ม คือจริง ๆ ก็เอาพวกโปสการ์ดที่ทำไว้มาให้พี่อุ้มช่วย ๆ ดูผลงานนั่นแหละ

“ใบชา”

ได้ยินเสียงใครบางคนเรียก ฉันหยุดเท้าลงกึก หันไปมอง ก่อนฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“พี่อิฐ” พี่อิฐเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา หล่อจนคนมองเหลียวหลัง เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

“ใบชาจริง ๆ ด้วย พี่อยู่ร้านซีดี เห็นชาเดินผ่าน ไม่แน่ใจเลยลองเรียกดู”

ฉันยิ้มรับ พี่อิฐมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มองกันแบบนี้ มีเขินนะเนี่ย

“ไม่คิดว่าชาจะยังเรียนอยู่”

“ค่ะ ชาเรียนอยู่มอหก” ส่วนโรงเรียนอะไรนั้นคงไม่จำเป็นต้องบอก เพราะตราโรงเรียนโชว์หราอยู่กลางอกกับกระเป๋านักเรียน พี่อิฐยิ้มราวกับเทวดา

“แล้วชามาทำอะไรอยู่แถวนี้”

“ธุระเรื่องงานพิเศษค่ะ”

“เสร็จรึยัง ถ้าไม่มีนัดที่ไหนต่อ ไปทานข้าวกับพี่นะ”

โอ้บุดดา เทวดาชวน ฉันพยักหน้ารับอย่างรักษาท่าที แล้วเราสองคนก็มานั่งทานอาหารกันอยู่ในร้านอาหารแถว ๆ ร้านพี่อุ้มนั่นแหละ

อยากกรี๊ดดัง ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เดทกับผู้ชาย

“ชาทำงานที่บ้านแทนวันไหนบ้าง”

ทุกวันแหละค่ะ

“ก็ตอนที่ว่าง เขาไม่ได้บังคับ”

“ดีจัง ทำเป็นอิสระใช่ไหม ไปทำคอนโดพี่บ้างสิ พี่เพิ่งย้ายมาอยู่คนเดียว กำลังหาแม่บ้านอยู่เลย”

“ทำไมไม่จ้างแม่บ้านที่คอนโดล่ะคะ น่าจะสะดวกกว่า”

“สะดวกกว่าก็จริง...” พี่อิฐหยุดนิ่งไปพัก ทำหน้าเขิน ๆ “แต่พี่อยากให้ชาไปทำมากกว่า”

กริ้วววว ยัยชาโดนจีบวุ้ย

หรือเปล่า?

“ไม่ขัดเจ้าค่ะ แต่ค่าตัวแพงนะ”

“เท่าไหร่ก็จ่ายได้” หุ ๆ เทวดามีตังนี่เนอะ

“งั้น…” ฉันนิ่งคิด “ขอชาไปทำแค่วันเว้นวันนะคะ เพราะต้องทำที่บ้านพี่แทนเป็นหลัก ติดทำการบ้านและงานพิเศษอื่น ๆ ด้วย”

“ยังไงก็ได้ พี่คิดเป็นรายวัน วันไหนมาก็คิดเงิน ไม่มาก็ไม่ต้องคิด แต่อย่าให้พี่ถึงกับต้องนอนคลุกฝุ่นล่ะ”

“ไว้ใจชาได้”

“แล้วชาพักอยู่ที่ไหน ถ้าวันไหนไม่มีเรียนพี่จะได้ไปรับ”

“ง่า…ขอเก็บไว้เป็นความลับได้ไหมคะ กลัวโดนพี่อิฐดักฉุด” ฉันพูดทีเล่นทีจริง พี่อิฐเกาคางเบา ๆ

เฮ้ย จะฉุดกันจริงดิ!!

ฉันหัวเราะ แล้วเราสองคนก็นั่งคุยกันต่อจนกระทั่ง…

“มาล่าเหยื่อไกลจังนะ” น้ำเสียงแบบนี้ ฟังดูคุ้น ๆ แฮะ ฉันหันไปมอง

ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ชายปากหมาของฉันนั่นเอง

“พูดดี ๆ กับชาเขาหน่อย” พี่อิฐลุกขึ้นปกป้องทันที พี่แทนเลิกคิ้วสูง

“อื้อ ลีลาน่าจะดี ไอ้อิฐถึงได้ลุกขึ้นมาปกป้องแบบนี้”

“แทน!” พี่อิฐปรามเสียงเข้ม ฉันกำหมัดแน่น ไม่สนใจคนตัวสูง

“พี่อิฐจะให้ชาเริ่มงานวันไหนคะ”

“อาทิตย์หน้าก็ได้”

“งานอะไร!!” พี่แทนถาม แต่ฉันกับพี่อิฐไม่มีใครสนใจตอบ

“เพื่อนพี่มาแล้ว งั้นชาขอตัวกลับก่อนละกัน”

“กลับยังไง เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“รถเมล์ค่ะ แต่ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวชาจะไปทำธุระอย่างอื่นต่อ”

“ทำธุระหรือหากิ๊กเพิ่ม”

“ไอ้แทน!!” พี่อิฐปรามเสียงดังกว่าเดิม

ฉันไม่สนใจ ดันเก้าอี้ออก

“ขอบคุณที่เลี้ยงนะคะพี่อิฐ ชาขอตัวก่อน” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณ หันไปไหว้พี่แทนลวก ๆ ตามมารยาท

“บายค่ะ”

พี่แทนไม่สนใจรับไหว้ ทิ้งตัวลงนั่งตรงจุดที่ฉันลุก พี่อิฐมองตามด้วยความเป็นห่วง คงอยากตามมา แต่พี่แทนเรียกไว้ ฉันถอนหายใจแรง อุตส่าห์ได้อยู่กับเทวดาดันมีซาตานมาขวางซะได้

ฉันกลับบ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งทำการบ้านต่อจนเสร็จตามติดด้วยโปสการ์ด ได้ยินเสียงรถพี่วิ่งเข้ามาจอดภายในบ้าน ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นั่งทำไปเงียบ ๆ กระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูแรง

ฉันลุกขึ้นเดินเนือย ๆ ไปเปิด

“ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่ามายุ่งกับอิฐ มันเป็นคนดีเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะมายุ่งได้”

“แล้วไม่คิดว่าน้องสาวตัวเองจะเป็นคนดีบ้างเลยรึไง”

พี่แทนแสยะยิ้ม “เธอไม่คู่ควรกับอิฐ”

“ชาจะคบกับใครมันก็เรื่องของชา ชายังไม่เคยยุ่งเรื่องของพี่เลย”

“แรด ร่าน ทำให้แม่ผิดหวังตลอด”

ฉันมองตาพี่แทน ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายใน

“พี่จะว่ายังไงก็ช่าง แต่คนที่ฉันแคร์ที่สุดคือแม่ แม้ท่านจะมองไม่เห็นก็ตาม”

“เฮ้อ!”

ฉันถอนหายใจแรง เดินต็อกแต็กออกจากโรงเรียนไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ ยืนคอยอยู่นานสองนานรถเมล์สายที่ต้องการก็ไม่มาสักที จนมีรถคันหนึ่งวิ่งมาจอดอยู่ตรงหน้า ทุกสายตาเพ่งมองเป็นตาเดียว กระจกรถเลื่อนลงจนสุดก่อนคนขับจะโน้มหน้ามาเรียก

“ใบชา”

ฉันตาโตทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร

“พี่อิฐ”

“ขึ้นมาสิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธรถเมล์สายอื่นที่ขับตามมาติด ๆ ก็บีบแตรไล่เสียงดัง ฉันรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งทันทีพอ ๆ กับพี่อิฐที่ออกรถอย่างรวดเร็ว ฉันดึงสายเบลท์มาคาด หันไปมอง

“เกรงใจพี่อิฐแย่ ปล่อยชาลงป้ายหน้าก็ได้ค่ะ”

“พี่คงไม่ใจร้ายรับชามาจากป้ายหนึ่งเพื่อส่งลงอีกป้ายหนึ่งหรอกนะ” พี่อิฐหัวเราะ แต่ฉันเกรงใจจริง ๆ

“ไม่อยากนั่งรถไปกับพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ แต่ชาเกรงใจ”

พี่อิฐหันมายิ้ม “ถ้าชาเกรงใจจริง งั้นอนุญาตให้พี่ไปส่งนะ”

ฉันนิ่งคิด ให้ไปส่งแค่หน้าปากซอยก็ได้มั้ง

“ก็ได้ค่ะ”

นี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่า ที่ฉันได้นั่งรถหรูแบบนี้ จริง ๆ ที่บ้านมีรถหรูเยอะนะ ทั้งรถพ่อรถแม่แล้วก็รถของพี่ชาย แต่เชื่อกันหรือเปล่าว่าฉันไม่เคยมีโอกาสได้นั่งสักครั้ง เวลาจะไปไหนมาไหนแม่จะให้ฉันนั่งรถเมล์หรือรถแท็กซี่ตลอด

แต่คิดไปคิดมา แม่คงอยากฝึกให้ฉันเก่งและเอาตัวรอดในสังคมได้มากกว่า

ฉันซึมลงนิดหนึ่งที่คิดถึงเรื่องนี้

“อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ ทำให้พี่รู้สึกผิดที่บังคับชามาแบบนี้”

“เปล่าค่ะ ชาไม่ได้คิดเรื่องพี่อิฐ แต่คิดเรื่องอื่นอยู่”

“บอกพี่ได้ไหมว่าเรื่องอะไร” พี่อิฐมองหน้า “พี่พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ชาเสมอนะ”

ฉันแก้มร้อนผ่าว

“ขอบคุณค่ะ พี่อิฐใจดีจัง”

“พี่เต็มใจ” พี่อิฐนิ่งคิดนิดหนึ่ง

“เกี่ยวกับแทนด้วยหรือเปล่า”

ฉันชะงักไปนิด

“จริง ๆ พี่ก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวอะไรของชาหรอกนะ แต่พี่เห็นแทนมันไม่ค่อยให้เกียรติชาเลย ต่อให้เป็นลูกจ้างก็เถอะ ไม่ควรพูดหรือทำกิริยาแบบนั้น ชาเองก็ดูจะเกรง ๆ ไม่ต่อต้านหรือลาออก ชาคงไม่ลำบากเรื่องหางานใหม่หรอก แต่ทำไมถึงยังทำ ถามไอ้แทนมันก็ไม่ยอมตอบ”

ฉันยิ้ม “มันเป็นเรื่องบุญคุณที่ต้องทดแทนน่ะค่ะ”

“บอกลึกกว่านี้ได้ไหม”

“เอาไว้ให้พร้อมแล้วชาจะบอกนะคะ”

” ครับ พี่ขอโทษ ถ้ายุ่งมากไป”

“ไม่หรอกค่ะ พี่อิฐใจดีมาก”

“ชานี่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุเยอะเลยนะ”

ฉันอมลม “จะบอกว่าชาหน้าแก่ใช่ไหม”

พี่อิฐหัวเราะ

“เปล่า พี่ไม่ได้พูดถึงเรื่องหน้าตา แต่หมายถึงอารมณ์และความรู้สึกต่างหาก เหมือน ๆ ชาอยากโตเร็ว ๆ”

“ค่ะ ชาอยากโตเร็ว ๆ จริง ๆ ชาอยากเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่ลำบากพ่อแม่ อยากให้ท่านภูมิใจ… ถึงพวกท่านจะไม่เห็นก็เถอะ”

“พูดเหมือนน้อยใจเลยแฮะ”

“แหะ ๆ ก็มีบ้าง”

“หายากนะที่เด็กม.ปลายทำงานพิเศษ บอกเหตุผลที่แท้จริงหน่อยได้ไหมว่าทำไม เอ่อ…พี่ไม่ได้รังเกียจเรื่องฐานะนะ แต่อยากรู้จริง ๆ พี่อยู่มหา’ ลัยแล้ว ยังแบมือของเงินพ่อแม่อยู่เลย เห็นชาแล้วรู้สึกละอายใจ”

ฉันหัวเราะ “อย่างที่ชาเคยบอกนั่นแหละค่ะ ส่วนหนึ่งเพื่อเงิน อีกส่วนก็เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ”

พี่อิฐยิ้ม

“รีบกลับไหม”

“ทำไมคะ”

“พี่จะชวนชาเดทสักหน่อย”

ฉันเลิกคิ้วสูง

“กินข้าวกับพี่สักมื้อ แล้วพี่จะเลี้ยงหนังด้วย”

ฉันนิ่งคิด จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรทำต่ออยู่แล้ว ยกเว้นทำงานบ้าน ฉันพยักหน้ารับ แล้วพี่อิฐก็พาไปกินข้าวตามด้วยดูหนังแล้วก็ช็อปปิ้ง

“พี่อิฐพอเถอะ”

“ทำไมล่ะ หรือชาไม่อยากได้”

“ชาซื้อเองดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว”

“ไม่เป็นไร พี่ให้”

“แต่ชาไม่อยากรับ” ฉันตอบตรง ๆ

“ก็ได้ ขอโทษนะ พี่บังคับมากไปหรือเปล่า”

ฉันส่ายหัวไปมาจนหางม้าสะบัด

“ไม่หรอกค่ะ พี่อิฐใจดีมาก เทียบกับพี่ชายชาแล้ว เหมือนเทวดากับซาตาน”

พี่อิฐเปลี่ยนสีหน้านิดหนึ่ง

“แต่ผู้หญิงบางคนก็ชอบซาตานมากกว่าเทวดา”

“คงไม่ใช่ชา”

“หึ พี่ก็หวังให้เป็นงั้น ไม่งั้นเทวดาคงร้าวรานอีกรอบ”

ฉันหน้าร้อนผ่าวไปกับคำที่ได้ยิน

“ชาสายตาสั้นเท่าไหร่”

“ไม่สั้นหรอก”

“อ้าว แล้วใส่แว่นทำไม”

“แฟชั่น” ฉันกระแดะเสียงสูง พี่อิฐหัวเราะเสียงดัง

“งั้นพี่พาไปเลือกกรอบแว่นเก๋ ๆ”

“อย่าดีกว่าค่ะ”

“เอาน่า ไม่เอาก็ไม่เป็นไร พี่อยากไปดูแว่นกันแดดด้วย” แล้วเขาก็จูงมือฉันให้เดินตาม



ขอบคุณค่ะ : ) 

+++

ดาวน์โหลดฉบับอีบุ๊กอ่านได้ที่ Meb (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 


**


ความคิดเห็น