ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 16 ทำไม...

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยาย y , นิยายดราม่า , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2561 01:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
16 ทำไม...
แบบอักษร

16 ทำไม...

     อา...

     “ทิน...”

     จะเอาไงดีวะ...

     “ทิน... ไอ้ทิน!”

     “หะ ห้ะ อะไร”

     “จะมาอะไรของมึงล่ะ อาจารย์ปล่อยแล้ว รีบเก็บของดิวะ”

     ผมสะดุ้งหันขวับไปมองรอบๆ เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังอยู่ในห้องเรียน ทำเอาผมรีบกวาดของบนโต๊ะใส่กระเป๋าสะพาย “เออๆ แปบๆ”

     “มึงเป็นไรป่าวเนี่ย วันนี้มึงดูไร้สมาธิมากเลยนะ”

     “ป่าวๆ แหะๆ” ผมส่ายหัวพลางยิ้มแหยะๆ

     แต่วันนี้ผมคงไม่มีสมาธิเลยจริงๆ นั่นแหละ

     ‘ไม่เป็นไร... ยังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ พี่จะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าทินจะยอมรับพี่’

     ถึงพี่เขาจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ แต่เขาก็บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาออกมาแล้ว แล้วผมต้องทำยังไงต่อไปล่ะ ผมควรจะทำตัวปกติหรือควรจะสุภาพมากกว่านี้ โอ้ยยยย นี่แหละที่ผมคิดมาทั้งวัน

     ติ้ง!

     ข้อความไลน์เด้งขึ้นฉุดผมจากภวังค์ความคิดหมกมุ่น ผมล้วงขึ้นมาดูข้อความก็...

[  yoThIN :              ทินพักแล้วใช่ไหม มากินข้าวด้วยกันนะ พี่จะรออยูที่โรงอาหาร  ]

     เผลออ้าปากเหวอโดยไม่รู้ตัว…

     เอาจริงดิ

     “เป็นไรของมึงเนี่ย หน้ามึงดูช็อกมากอ่ะ”

     “เอ่อ ป่าว แหะๆ”

     “ป่าวๆ ของมึงมันป่าวจริงหรือป่าวเหอะ ไม่ใช่ว่ามึงโกหกกูปิดบังกูอีกล่ะ ถ้ามึงโกหกกูอีกมึงกับกูตัดเพื่อนกันไปเลยนะ”

     อะ ไอ้พันมันขู่ผม ฮือออ T_T

     “ป่าว...” เสียงแผ่วเลยทีนี้ “คือ...”

     “คือ?” ดูมัน ยืนกอดอกคาดคั้นผม

     “คือกู มีเรื่องสมมุติ”

     “...สมมุติว่า?”

     “สมมุตินะ... ถ้าสมมุติว่ามึงรู้จักกับคนๆ นึง แล้วสมมุติว่ามึงกับเขาก็สนิทกันมากๆ เขาทั้งใจดีทั้งอบอุ่น คอยช่วยเหลือมึงตลอด และมึงทั้งรักและเคารพเขาเหมือนพี่ชาย แต่จู่ๆ วันหนึ่งเขาก็มาบอกว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะว่าชอบเราแล้วก็ขอคบเรา เป็นมึงมึงจะทำยังไงวะ”

     “...ถ้าจะสมมุติขนาดนี้กูขอชื่อเลยดีกว่า”

     “กะ กูไม่รู้ ชื่ออะไรล่ะ กูแค่สมมุติไง”

     “ไอ้สัส มึงแม่งสมมุติไม่เนียนไง กูให้ล้านเปอร์เซ็นเลยกับไอ้คำว่าสมมุติของมึงเนี่ยแม่งไม่ใช่เรื่องสมมุติหรอก เรื่องจริงของมึงนี่แหละ”

     “อะ...” พูดไม่ออกเลยครับ ทั้งโดนด่า โดนเหน็บ ไอ้พันปากจัดที่สุด T_T

     “เล่ามา”

     ผมเม้มปากทำใจกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะบรรยายเล่าสถานการณ์ที่เป็นกังวลอยู่ให้เพื่อนฟัง แน่นอนว่าพันมันตั้งใจฟังผมปรึกษาเป็นอย่างดีไม่มีพร่อง

     และคำแรกที่ได้ยินจากมันเลยก็คือ...

     “ก็คบไปเลยดิ”

     “ห้ะ!?”

     “เอ้า ทำไมอ่ะ พี่โยโครตดีขนาดนั้น เป็นกูกูก็ตกลงคบอ่ะ”

     “แต่มัน...”

     “แต่ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ ว่าคนอย่างพี่โยจะชอบผู้ชาย พี่เขาป๊อบมากอ่ะ และก็โครตสุภาพบุรุษอบอุ่นขนาดนั้น”

     “นั่นสิ...”

     “เห้ย กูไม่ได้หมายถึงแย่ๆ นะ กูแค่แปลกใจว่าพี่โยชอบไม้ป่าเดียวกัน”

     “แต่มันก็แปลกอยู่ดี...” ถึงจะไม่คิดว่าพี่โยชอบผู้ชาย แต่พี่โยธินเป็นคนดีมากจนผมอดนึกไม่ได้ว่าผมได้พี่ชายเพิ่มมาอีกคน ในขณะที่ผมก็ไม่ได้ตอบแทนเขาไปมากกว่านั้นเลย ผมถึงได้คิดว่าทำไมเขาถึงชอบคนอย่างผมไปได้...

     “ไอ้ทิน เชื่อกูเถอะ ถ้ามึงไม่คิดมากในทุกๆ เรื่อง มึงจะมีความสุขมาก”

     “…”

     “กูเชื่อว่าพี่โยธินจะทำให้มึงมีความสุขกว่าคนอื่นๆ ที่ผ่านมา”

     “ไอ้พัน...”

     “แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมึงละนะ แต่กูแนะนำว่าให้คบ เชื่อกู” มันทำหน้าจริงจังมากจนผมอดขำออกมาเบาๆ ไม่ได้

     มันทำให้รู้ว่ามันเป็นห่วงผมมากนี่เอง

     ถึงเวลานี้คนค่อนข้างจะพลุกพล่านเพราะเป็นเวลาพักก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่โยไม่เด่นเลยสักนิด มองหาแปบเดียวก็เจอพี่เขาหันมาเรียกหาซะแล้ว

     “ทิน!”

     อา... ยังไงก็ไม่พร้อมอยู่ดี...

     “หวัดดีพี่ นึกไงถึงมากินข้าวกับพวกผมเนี่ย”

     “ก็.. เพื่อนพี่มันทิ้งกันไปหมดเลย ปล่อยให้พี่กินข้าวคนเดียว”

     “อ๋อออ ก็เลยอยากอยู่กับทิน เอ้ย! อยากกินข้าวกับทินใช่ม้า”

     ผมเขม่นไอ้เพื่อนตัวดีขี้แซะข้างๆ แต่พอหันมาเห็นรอยยิ้มแกมขำที่ส่งมาของพี่รหัสแล้ว ทำเอาผมไม่กล้าเอ่ยปากด่ามันเลย...

     “คนเริ่มว่างแล้วล่ะ ทินกับพันไปซื้อข้าวก่อนไป เดี๋ยวพี่เฝ้าโต๊ะให้”

     “โอเคพี่ ไปมึง กูหิว” ว่าจบก็ลากตัวผมไปทันทีที่รับปาก

     ผมเลือกไม่ถูกเลยว่าจะซื้อร้านไหนดีของตึกบริหาร ผมไม่มีร้านประจำหรอก เพราะผมไม่ได้กินที่นี่บ่อยนัก แล้วผมกับพันก็แยกร้านกัน ผมเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะว่าไม่มีคนนี่แหละ จะได้รีบกลับโต๊ะเปลี่ยนคนเฝ้า

     กลับโต๊ะพี่โยก็มองชามก๋วยเตี๋ยวของผมอย่างสนใจ

     “ของทินน่ากินดีแหะ พี่ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมั้งดีกว่า” ว่าจบรุ่นพี่ก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเวรเฝ้าอย่างยิ้มแย้ม

     ผมว่าพี่โยทำตัวกับผมปกตินะ ปกติ... แต่ผมรู้สึกไม่ปกติเลย พอรู้ความรู้สึกที่แท้จริงแล้ว เหมือนกับว่ามันเปลี่ยนไปจากเดิมยังไงอย่างนั้น

     เคร้ง เคร้ง!

     ผมที่หมกมุ่นพลางก้มซู้ดเส้นบะหมี่อยู่ พอเหลือบสายตาขึ้นก็เห็นจานข้าวราดแกงตรงหน้าผม 2 จาน...

     อึก! พรวด!

     “พี่ฟ้า!?”

     “เออ กูเอง ตกใจอะไรวะ?”

     ตกใจดิวะพี่ อยู่ๆ ก็โผล่มาโรงอาหารบริหารนะเห้ย

     “พี่แม่ง บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวตอนเย็นผมไปหา จะมาทำไมไม่รู้”

     “ก็กูอยากมาหามึง คิดถึง จบไหม”

     “อะ... เออ จบ!”

     อะไรวะ ไอ้บทสนทนาระหว่างแฟนมันง่ายอย่างนี้เลยหรอวะ เดี๋ยวงอนเดี๋ยวหาย ทำไมกูหมั่นไส้...

     เคร้ง!

     มัวแต่สนใจคู่รักตรงหน้า เกือบลืมไปเลยว่ายังมีพี่โยธินที่ผมกำลังคิดมากอยู่ร่วมโต๊ะด้วย

     “นี่... ใครหรอ” มาถึงก็กะพริบสงสัย

     “อ๋อ พี่ฟ้าคราม เอ่อ... รุ่นพี่ที่คณะ— โอ้ย! เจ็บนะเว้ย!”

     “พูดใหม่ ดีๆ”

     อ้าว มันทะเลาะกันอีกแล้ว

     “ชิ...นี่แฟนผมครับ” มันพูดเสียงเบาๆ พลางก้มหน้าก้มตาเหมือนมันเขินยังไงอย่างนั้น ฮะๆ

     “โธ่ พี่ก็ว่าทำไมอ้ำอึ้ง แค่แฟนเอง พี่ไม่ถือสักหน่อย จริงไหม”

     “เออ จริงแหะ ฮ่าๆๆ” อยู่ๆ มันก็หัวเราะกับพี่โยด้วยบทสนทนาโดยเพียงแค่สองคน?

      “กูโยธิน อยู่บริหาร ปี 2 เป็นพี่รหัสน้องทินด้วย”

     “แค่พี่รหัสเองหรอพี่โย”

     “นั่นสินะ แค่พี่รหัสเองหรอน้า”

     เอาเข้าไป พอสองคนนี้สื่อความนัยได้ก็พากันเล่นไม่หยุดเลยนะ มันน่าเตะทั้งเพื่อนทั้งพี่รหัสไหมเนี่ย...

     “พวกมึงเล่นอะไรกันเนี่ย” ผมที่ก้มหน้าหลบคำแซวเผลอมองคำถามพี่ฟ้า

     “ป้าววว เนอะพี่โยเนอะ”

     “ใช่ๆ”

     “ตอบกู” ผมสะดุ้งกับ 2 พยางค์ที่ทั้งแข็งและนิ่งเฉียบสุดๆ

     รู้สึกได้ถึงความโหดที่พี่ฟ้าคุมไอ้พันได้อยู่หมัดเลย

     “โหย พี่แม่ง ไม่เข้าใจไงวะว่ากำลังเป็นพ่อสื่อให้พี่โยกับไอ้ทินมันอยู่”

     สัสครับ... ชัดเจนเกินไปไหม

     “กับ.. ไอ้ทิน?”

     “เออ พี่โยเขาจีบไอ้ทินอยู่ พี่แม่งรู้ตัวช้าว่ะ”

     “ไอ้พัน...” มึงก็หยุดได้แล้วมั้งงงงงง

     “อ้อ แล้วไป”

     แล้วไปอะไรวะ เหมือนไม่ตกใจนะพี่อ่ะ เหมือนแค่หวงไอ้พันมันใช่ไหมเนี่ยยยย

     “เออ เห็นมึงแล้วนึกได้ ไม่เห็นมึงไปหาพวกกูที่ตึกวิศวะเลยว่ะ” ผมที่ก้มหน้าอาลัยอยู่เกือบสำลักเส้นก๋วยเตี๋ยว

     “เอ่อ.. ผมมีธุระ”

     “อะไรวะ ธุระมึงจะทุกวันเลยไง? มึงรู้ไหมไอ้เคนกับไอ้แฝดบ่นถึงมึงแทบทุกวัน”

     แหะๆ แค่พี่เคน กับพี่แฝดสินะ...

     “แล้วทำไมต้องไปตลอดล่ะ มันก็ยุ่งๆ แทบไม่มีเวลาไปหรอก” ไอ้พันช่วยหาข้อแก้ตัวให้ แต่เกือบพ้น...

     “งั้นเย็นนี้มึงก็มาพร้อมไอ้พันเลยดิ มาแปบๆ แล้วค่อยไปก็ได้”

     “เอ่อ... คือผม...” ตื้อเลยข้ออ้างของผม จะบอกว่าไปทำธุระเลยมันจะเนียนป่าววะ...

     “เดี๋ยวทินต้องไปกับกูอ่ะ คงไปไม่ได้หรอก” เสียงข้างๆ ช่วยให้เหตุผล ผมหันกลับไปสนับสนุนทันที

     “ครับ วันนี้ผมคงไปไม่ได้”

     “เออๆ ว่างๆ มึงก็แวะมาบ้างนะ” ผมโล่งอก พยักหน้ายืนยัน ทั้งที่ไม่มีเหตุผลให้ไปแล้วแท้ๆ

     “ทำหน้าที่ดีนะพี่เนี่ย”

     “ก็นะ พี่ต้องทำคะแนนสักหน่อย เผื่อคนข้างๆ จะได้ตัดสินใจเร็ว”

     “ขนาดนี้ยังต้องคิดอะไรอีกว้า ตกลงไปเล้ยยย”

     “ไอ้พันนนนน”

     เมื่อไหร่มึงจะเลิกแซะกูววววววว

     [  yoThIN :         รอแปบนะ พี่กำลังเลิกแล้ว  ]

     ผมนั่งอ่านข้อความจากพี่รหัสที่สัญญาว่าวันนี้จะไปร้านหนังสือด้วยกัน พลางถอนหายใจเบาๆ เมื่อดูเวลาบนหน้าจอ

     นี่มันก็เกือบเย็นแล้วนะ แล้วผมก็เลิกคลาสมาชั่วโมงนึงได้แล้วล่ะ วันนี้พันก็ไปค้างบ้านพี่ฟ้าด้วย

     มานั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ตรงสวน บวกกับเสียงเพลงที่แล่นผ่านหูฟัง ทำให้รู้สึกสงบและทบทวนอะไรบางอย่าง

     ยอมรอเป็นชั่วโมงเพื่อรอพี่รหัสพาไปร้านหนังสือ...

     ‘พี่ชอบทิน... พี่อยากคบกับทิน ทินจะคบกับพี่ได้ไหม!’

     พี่รหัส... ที่ขอคบกับผม

     ‘ก็คบไปเลยดิ’

     ถ้าผมเลือกที่จะไม่คิดมากกับอะไรกระจุกกระจิก แล้วลองเปิดใจให้กับความพยายามความเอาใจใส่ของพี่โยธินแล้วละก็ ผมคงจะมีความสุขมากกว่าเมื่อก่อนแน่ๆ

     เมื่อก่อนอะไรนั่น... มันไม่มีความหมายแล้ว

     ผมคงต้องเปลี่ยนได้แล้วจริงๆ

     ก้มลงมองโทรศัพท์ที่สั่นในมือ มีการแจ้งเตือนแบตเตอรี่ที่เหลือน้อย ผมปิดแอพเพลงเพื่อประหยัดแบตเอาไว้ แต่ก่อนที่จะถอดหูฟังออก ผมได้ยินเสียงที่ใกล้เข้ามา

     และถึงแม้ผมกำลังก้มลงอยู่ ผมกลับเห็นเท้าคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าผม

     เวลา... มันได้หยุดนิ่งลง เมื่อผมเงยหน้าขึ้น

     นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย มันไม่เคยเลือนราง แต่ผมก็ไม่อยากนึกถึง

     ในเมื่อเขาไม่ต้องการผมแล้ว ผมควรจะลืมให้มากกว่านี้

     ผมทำได้เพียงแค่ก้มหน้า ทำราวกับไม่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาคงต้องการแบบนี้ เขาคงแค่บังเอิญผ่านมา ผมก็ทำตามที่เขาสั่งไว้ก็พอ

     ขอแค่... รีบๆ ไปสักที

     “มึงจะคบกับมันหรอ”

     ..เอ๊ะ?

     “...”

     “มึงชอบคนอย่างนั้นน่ะหรอ”

     “...”

     “มาดคุณชายอย่างนั้น มึงไม่เลี่ยนหรอวะ”

     ทำไม...

     “อย่าเมินกู กูรู้ว่ามึงได้ยิน!”

     ฟึบ!

     กลั้นเสียงเอาไว้ แล้วหลับตารับความเจ็บที่ใบหู เมื่อหูฟังที่ใส่อำพรางไว้ถูกกระชากออกอย่างรุนแรง

     ทำไมล่ะ...

     ผมทนที่จะอยู่ต่อไม่ไหว ลุกขึ้นจะเดินหนีไปจากตรงนี้ แต่ยังมีคนนิสัยเสียที่ยังรั้งผมเอาไว้

     “มึงตอบกูดิวะทิน! มึงอย่าหนีกู!”

     “...อึก”

     “ตอบกูดิวะ!”

     ทำไมวะ...

     ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแย่ๆ ใส่ผม ทำไมมาตะคอก มาประชดใส่ผม อย่างกับผมไปทำอะไรผิดมา ทั้งที่ผมทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง ไม่ไปหา ไม่ไปยุ่ง ไม่ไปแตะต้องเขา ไม่พูดคุยถึงเขา ผมไม่เคยขัดคำสั่งเขาสักอย่าง

     แล้วพี่จะมาบอกให้ผมตอบ ไม่ให้ผมหนีไป ทั้งที่พี่เป็นคนไล่ผมไปเอง พี่เป็นคนต้องการให้มันเป็นแบบนี้เองไม่ใช่หรอวะ?

     “...มันเรื่องของผม”

     “เรื่องของมึง? แล้วไอ้ที่มึงบอกว่าชอบกูล่ะ”

     ห้ะ?

     “ไหนมึงบอกว่าชอบกูไง แล้วทำไมมึงถึงไปคบกับมันล่ะ!”

     ผมชะงักตัวเอง หยุดการยื้อแขนออกจากการรั้ง แต่ถึงอย่างนั้น ทิฐิผมตอนนี้มันไม่ได้ลดลงเลย

     “ผมไม่เคยพูดว่าชอบคุณ”

     ผมไม่รู้ว่าเขาไปได้ยินมาจากไหน แต่มันไม่สำคัญแล้ว ในเมื่อเขาไม่ได้ชอบผม ผมก็ไม่จำเป็นต้องยอมรับ

     “และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะตอบคุณ ผมกับคุณไม่ได้สนิทกันแล้ว”

     ผมกระชากแขนออกในขณะที่เขาไม่โต้ตอบผม แต่เหมือนกับทำให้เขารู้ตัว

     เขาทำในสิ่งที่หยุดผมได้ เขากระชากตัวผมเข้าไปในอ้อมกอดแน่นๆ นั่น

     “ไม่ ไม่จริง กูไม่ยอม”

     “ปล่อย..”

     “กูไม่ยอม! กูไม่ให้มึงไป กูไม่ให้มึงเลิกชอบกู”

     “อึก ปล่อย.. พี่จะทำแบบนี้ทำไมวะ...” ไม่อยากเชื่อว่าแค่อ้อมกอดกับเสียงที่อ่อนจนเหมือนอ้อนวอนนั่น จะทำให้ทิฐิที่สูงลิบนั่นมันหายไปในพริบตา

     ทำไมวะ…

     “มึงอย่าไป ทิน”

     “ปล่อย ฮึก...”

     ทำไมผมถึงร้องไห้อีกครั้ง

     ฟึบ!

     “ถ้าเขาบอกให้ปล่อยก็ไม่ควรฝืนใจเขานะ”

     “พี่โย!” ผมถูกดึงตัวให้อยู่ข้างหลัง ถูกกันออกจากอ้อมกอดที่ผมไร้เรี่ยวแรงจะผลักออก

     “มันเรื่องของกูกับทิน มึงไม่เกี่ยว!”

     “โทษที แต่พอดีนี่แฟนกู กูต้องปกป้องแฟน” เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินพี่รหัสตัวเองพูดเสียงแข็ง จนผมกลับมากลั้นสะอื้นแล้วยึดแผ่นหลังนั่นเอาไว้

     “ไม่ใช่ ทินไม่ได้ชอบมึง”

     “แล้วไง ถึงทินจะเคยชอบมึง แต่มึงเป็นคนไล่ทินเองไม่ใช่หรอวะ”

     “อึก...”

     “ไล่ไปเองก็อย่ากลับมาทำให้เขาเสียใจอีก ต่อไปนี้กูจะดูแลทินเอง อย่ามาให้กูกับทินเห็นหน้าอีก” สิ้นประกาศิต พี่โยธินก็พาผมออกไปจากที่ตรงนี้

     โดยไม่มีแม้แต่เสียงหรือสัมผัสใดๆ มารั้งผมไว้อีกครั้ง...


2BeCon

Ps. ไรท์กลับมาแล้วโว้ยยยย หายไปร่วมครึ่งปีกับชีวิต #dek61 มีข่าวดีกับข่าวร้ายปนกันค่ะ สรุปเป็นข่าวปกติละกันนะคะ คือไรท์ได้ที่เรียนแล้วค่ะ เย้ แต่คนละคณะสาขา และคนละมหาลัยที่ต้องการค่ะ 555555555 แต่โอเคกับคณะที่ติดนะ มันเกี่ยวข้องกับที่เราชอบเหมือนกัน แนะนำทุกคนที่กำลังเข้ามหาลัยหรือยังไม่ม.6 นะคะ พยายามสอบกันให้ได้คะแนนดีๆ นะคะ คะแนนดีจะได้คณะมหาลัยที่เราต้องการค่ะ แม้ปีนี้มันจะแย่มากก็เถอะ ต้องสู้ค่ะ ระบบการศึกษาไทย 5555555555555

ความคิดเห็น