facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 9 หมอนข้าง?? (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 หมอนข้าง?? (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 63.5k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 หมอนข้าง?? (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 9 หมอนข้าง?? 

 

เมื่อเช้านี้มันยังไงกันเนี่ย? 

 

เมื่อคืนเขานอนบนเตียงไม่ใช่หรือไง....แล้วทำไมเมื่อเช้าถึงมานอนให้ผมกอดได้ล่ะ....เอ่อ...พวกคุณฟังไม่ผิดหรอก...ผมเองเนี่ยแหละที่เป็นคนนอนกอดคุณบอร์ดี้การ์ดเอาไว้...แถมตอนเขาจะลุกก็ไม่ยอมให้เขาลุกอีก...ก็ผมพึ่งตื่นไง มันก็เลยเบลอๆ อะ!! 

 

“เป็นไรนะฟิวส์ หน้ายุ่งเชียว?” 

“คิดอะไรเพลินๆ นะครับ” ผมได้แต่หัวเราะกลบเกลือบกลับไป  

 

ก็จะให้บอกได้ยังไงละว่ากำลังคิดเรื่องที่ตัวเองนอนกอดผู้ชายอยู่นะ-*- 

 

“ต้องเพลินขนาดไหนกันเนี่ย หน้าถึงได้ยุ่งขนาดนั้น” 

 

พี่วิเวียร์พูดออกมาอย่างรู้ทัน ถึงจะไม่รู้ว่าผมกำลังคิดเรื่องอะไร แต่ก็คงพอจะรู้ว่าที่ผมอ้างออกไปมันไม่จริงนั่นแหละ... 

 

“ช่างเถอะๆ ไปๆ ทำงานๆ Go” 

 

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งๆ ของตัวเองออกไป ก่อนจะเดินตามพี่วิเวียร์ออกจากห้องไป...พวกเราตรงมาที่ชั้นพักฟื้นผู้ป่วยเพื่อที่จะราวด์วอร์ดในช่วงเช้า...ซึ่งเป็นหน้าที่ของผมและพี่วิเวียร์  ที่นี่พวกหมอไม่ได้มีหน้าที่ประจำครับ ทุกคนจะต้องทำงานตามคำสั่งที่หมอใหญ่สั่งมาในแต่ละวัน อย่างวันนี้ผมก็ต้องราวด์วอร์ดจนถึง 10 โมงแล้วก็พักจนถึงบ่ายแล้วก็ไปอยู่ประจำที่ห้องรักษาทั่วไป เพื่อรักษาทั่วไปให้กับคนไข้ที่มารักษาโรคต่างๆ 

 

เอ้อ! ผมพึ่งจะรู้อีกเรื่องหนึ่งว่าที่นี่เปิดให้คนนอกเข้ามารักษาด้วย คนนอกที่ผมหมายถึงก็คือชาวบ้าน หรือคนธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่นี้นะครับ เหมือนว่าจะเป็นโครงการใหม่ของท่านคนนั้น...เพราะโรงพยาบาลที่ใกล้ๆ ก็อยู่ห่างออกไปเกือบ 10 กิโล แต่การจะเข้ามารักษาที่นี้ได้จะมีเป็นรอบๆ ซึ่งคนนอกจะเข้าได้เป็นเวรตามที่เขาจัดเท่านั้น แต่เท่าที่ผมดูตารางเวลาแล้ว คนนอกก็เข้าได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง 4 โมงเย็น แต่ถ้าฉุกเฉินจะสามารถติดต่อเบอร์ฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลให้ออกไปรับได้ทุกเวลา 

 

ผมเดินราวด์วอร์ดตามห้องพักคนไข้จนเสร็จ เสร็จเร็วกว่าเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะแบ่งราวด์กันคนละครึ่งกับพิ่เวียร์ พอราวด์วอร์ดเสร็จก็มานั่งทำสรุปอาการคนไข้ที่ห้องพักพวกหมอก่อนจะเอาไปส่งให้หมอใหญ่ที่ห้องทำงานประจำของท่าน แล้วมานั่งมึนๆ อยู่ที่สวนหลังตึกโรงพยาบาลพร้อมกับแก้วชาเขียวในมือที่พึ่งไปซื้อมาจากโรงอาหารเมื่อกี้นี้ 

 

ผมนั่งลงพิงหลังลงกับพนักพิง ก่อนจะวางแก้วชาเขียงลงบนที่วางข้างๆ ตัว บิดตัวไปมาไล่อาการปวดนิดๆ บริเวณตอนคอของตัวเอง 

 

“ออกเวรแล้วเหรอครับ” ผมหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะคลี่ยิ้มทักทายเขาออกมาหน่อยๆ 

“เวลาพักนะครับ กว่าจะออกเวรก็โน่น 5 โมงเย็น” ผมบอกยิ้มๆ เขยิบที่ให้คุณแฟรงค์นั่งลงตรงที่วางข้างๆ มีเพียงแก้วชาเขียวของผมวางขั้นอยู่ 

“ว่าแต่...คุณแฟรงค์มีอะไรหรือเปล่าครับ??” ผมถามออกไป มองอีกฝ่ายที่ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด 

“แค่อยากรู้ว่าคุณหมอชอบห้องสไตล์ไหนครับ” 

“ห้อง??” 

“ครับ...ถามดูนะครับจะได้เป็นแนวทาง...” 

“เอ่อ คุณแฟรงค์จะแต่งห้องตัวเองใช่ไหมล่ะ...ถ้าเป็นผมเหรอ…คงจะเป็นห้องโทนสีขาวสบายตา...ต้องจดด้วยเหรอครับ?” ผมมองอีกฝ่ายงงๆ คุณแฟรงค์ไม่ได้ตอบอะไรแค่พยักหน้ารับ แล้วตั้งใจจดสิ่งที่ผมพูดออกไปอย่างจริงจัง 

“....ต่อเลยครับ” พอเห็นผมไม่พูดต่อ คุณแฟรงค์ก็เงยหน้าขึ้นมาพูด แล้วทำหน้าตั้งตารอสิ่งที่ผมจะพูดจนอดขำออกมาไม่ได้...คือทำหน้าโคตรตั้งใจเลยอะ 

“ก็เป็นห้องโทนสีขาว...ดูสะอาดแล้วก็สบายตา มีต้นไม้เขียวๆ ปลูกเอาไว้ในห้องก็ดีนะครับสดชื่นดี...อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจอะไรพวกนั้นมากหรอกครับ แค่นอนได้ก็พอแล้วเลยไม่ค่อยมีสไตล์ที่ชอบ ปกติตอนอยู่ไทยก็นอนกลางมุ้งกับน้องชายอยู่กลางบ้านนั่นแหละครับ” 

 

พอพูดถึงเมื่อก่อนก็อดยิ้มไม่ได้ บ้านของผมมันก็เป็นแค่บ้านไม้เล็กๆ ธรรมดาๆ เนี่ยแหละครับ ชั้นบนมี 1ห้องน้ำ 1 ห้องนอนซึ่งก็เป็นห้องนอนของยาย ส่วนผมกับหลงเราจะนอนกันอยู่กลางบ้านหน้าทีวีเลย แบบขึ้นบันไดเลี้ยวเข้าประตูบ้านมาก็จะเจอที่นอนของพวกเรา แต่เวลากลางวันจะถูกพับเก็บเอาไว้ข้างๆ ฝาบ้าน ข้างล่างก็เป็นใต้ถุนสูง มีครัวเล็ก แล้วก็แคร่ไม้เก่าๆ 1 หลังที่ใช่ประโยชน์ได้สารพัด ทั้งนั่งกินข้าว นอนกลางวัน หรือใช่นั่งพูดคุยกันเวลาพักให้หายเหนื่อยก็ยังได้ สำหรับผมถึงบ้านหลังนั้นจะเล็กยังไง แต่ก็เป็นบ้านที่ผมใช้ซุกหัวนอนตั้งแต่เกิด ถึงจะเล็กจะโทรมยังไง แต่สำหรับผมมันอบอุ่นมาก...มากจนผมคิดว่าหายที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว 

 

“งั้นขอแค่ให้มัน ขาวๆ เรียบๆ แล้วก็มีต้นไม้สินะครับ” คุณแฟรงค์พูดยิ้มๆ 

“เอ่อ...ครับ...ก็แค่นั่นแหละ...แต่ผมว่า ถ้าคุณแฟรงค์จะจัดห้องตัวเองจริงๆ เอาแบบที่คุณแฟรงค์ชอบดีกว่าไหมครับ” 

“…..” 

“..คือ...ผมก็ไม่ได้จะว่าอะไรถ้าคุณแฟรงค์จะเอาแบบที่ผมบอก แต่ว่า...ห้องนั้นเป็น ห้องของคุณแฟรงค์นะครับ ผมว่าเจ้าของชอบแบบไหนก็น่าจะตกแต่งแบบนั้น...คือ...ปลูกเรือนก็ตามใจผู้อยู่อะไรแบบนั้นนะครับ” 

“...ครับผมก็คิดเเบบนั้น" 

. 

. 

. 

พอผมทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่ผมจะได้กลับไปนอนพักที่ห้องของตัวเองสักที...ดีนะเนี่ยที่เมื่อกลางวันซื้อข้าวติดไว้แล้วเลยไม่ต้องแวะไปที่โรงอาหารอีก....เพราะฉะนั้นผมจึงสามารถตรงไปที่หอพักได้เลย กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่ตัวเองพักก่อนจะค่อยๆ เดินชมนกชมไม้มาที่ห้องของตัวเอง ไขกุญแจแกร๊กๆ ! ก่อนจะเปิดเข้าไป... 

 

...อือ...วันนี้ห้องโล่งจัง 

 

...เดี๋ยวๆ ...นี่มันโล่งเกินไปหรือเปล่า...หนังสือในชั้น? ต้นไม้? หายไปไหนเนี่ย??! 

 

ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขยี้ตาขอตัวเองแรงๆ เพื่อว่าจะทำงานหนักจนเบลอไป...แต่แมร่งก็เหมือนเดิมไง...นี่มันอะไรเนี่ย!! จะว่าผมเบลอจนเข้าผิดห้อง หรือมาผิดชั้นก็คงไม่น่าใช่...มันจะเป็นไปได้ไง ถ้าผิดชั้นผิดห้องจริงจะไขเข้าห้องมาได้ยังไงละ! 

 

“พี่ซาฟ่า!” ผมรีบวิ่งมาเคาะห้องข้างๆ ทันที ปากก็ตะโกนเรียกชื่อเจ้าของห้องไปด้วย มือก็เคาะรัวๆ ที่ประตูห้องจนมันสั่นสะเทือนไปหมด 

“ใจเย็นๆ” พี่ซาฟ่าจับมือของผมไว้ ก่อนจะดันให้ผมห่างออกมาจากประตูห้องของเขา พี่แกทำหน้าเหมือนผมจะไปเคาะจนประตูห้องของเขาจะพังยังงั้นแหละ 

“ของผมหายหมดเลยอะ” ผมรีบโวยวายออกไปทันที อีกฝ่ายกับทำหน้างงๆ กลับมาซะงั้นแหละ 

“นี่ยังไม่รู้เรื่องเหรอเนี่ย??” เรื่อง? เรื่องอะไรครับ?? 

“ครับ?” ผมได้แต่ทำหน้าเหวอๆ กลับไป เรื่องอะไรละที่ผมต้องไปรู้กับเขาด้วยไหมเนี่ย!! 

 

ที่รู้ตอนนี้คือของผมหายไง!!! 

 

“ก็ท่านสั่งให้ฟิวส์ย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบนสุดไง รางวัลอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ พี่ก็ไม่ได้ตั้งใจฟังตอนเขาพูดหรอก” 

“ทำไมผมไม่รู้เรื่องเลยอะ” 

“พี่ก็พึ่งรู้ตอนเขามาขนของฟิวส์เมื่อบ่ายๆ เนี่ยแหละ” พี่ซาฟ่าพูด ยกมือปิดปากตัวเองที่อ้าปากหาว วันนี้พี่ซาฟ่าไม่ได้ขึ้นเวร แถมวันนี้ก็ไม่ได้มีเคสฉุกเฉินอะไรด้วย คงได้นอนสบายๆ ทั้งวันเลยสิ 

 

“หา??” 

“ชั้นสุดท้ายนะ ลองขึ้นไปดูสิ” 

“หา?? ” 

“ไม่ต้องหาแล้ว ขึ้นไปดูเองเลยไป พี่จะเข้าไปนอนแล้ว พรุ่งนี้มีเคสแต่เช้า” อีกฝ่ายพูด ยกมือดันหลังผมให้ขยับไปทางลิฟต์ และพยักหน้าให้ผมก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป 

 

ผมได้แต่มึนงงไปหมด ก่อนจะตัดสินใจเดินไปกดลิฟต์ ยกมือเกาหัวตัวเองงงๆ จนลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นบนสุด ผมมองอย่างอึ้งๆ มองไปรอบๆ ตัวอย่างโคตรจะตื่นเต้น...ชั้นนี้มันเป็นชั้นดาดฟ้าครับ พอออกจากลิฟต์มาก็จะเป็นพื้นที่โล่งๆ มีหลังคาไม้ระแนงไว้กั้นแสงแดด มีสวนขนาดเล็กกับมุมนั่งเล่นอยู่ตรงหน้าลิฟต์พอดี 

 

ผมยืนมองรอบตัวนิ่งๆ ปล่อยสายลมพัดมาโดนตัวเบาๆ ตรงหน้าของผมคือบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ถูกยกขึ้นมาวางไว้ที่ชั้นดาดฟ้าทั้งหลัง มันเป็นบ้านขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป เป็นบ้านโทนสีขาว ตัดกับสีของต้นไม้มากมายที่สวน ซึ่งพอมองรวมๆ แล้วมันดูร่มรื่นมากๆ .... 

 

“มาแล้วเหรอครับ...นี่ครับกุญแจบ้าน” คุณแฟรงค์ที่เดินเข้ามาทักผมที่ยังคงยืนนิ่งมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า 

“นี่มันอะไรครับ...ทำไมผมถึงได้ย้ายมาอยู่ที่นี่?” 

“ไม่ชอบเหรอครับ...คุณหมออยากได้แบบไหนบอกผมเลยครับจะให้คนจัดการให้ทันที” 

“ไม่ใช่ครับ! ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” 

“แล้วคุณหมอหมายถึง?” 

“เอ่อ ทำไมผมต้องได้ห้องใหม่เหรอครับ” ผมกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ ตัว เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังติดตั้งอะไรสักอย่างกันอยู่ที่สวน...มองๆ แล้วน่าจะเพิ่มไฟให้อยู่ละมั้ง 

“นายตอบแทนที่คุณช่วยทำคลอดให้คุณแอลม่อน จนคุณเมล่อนคุณเมย์เปิ้ลออกมาได้อย่างปลอดภัยนะครับ” 

“แต่ว่า..” 

“ขาดเหลืออะไรแจ้งผมได้เลยนะครับ..ผมขอตัวก่อน...ตรงนั้นนะเรียบร้อยไหม เอาให้มั่นใจนะว่าไม่มีตรงไหนบกพร่องอะไร ทีมไฟเอาให้มั่นใจนะว่าเวลากลางคืนจะไม่มีตรงไหนที่เป็นจุดอับสายตาจนคุณหมอมองไม่เห็น” คุณแฟรงค์ชิงหนีไปสั่งงาน เช็คงานลูกน้องของเขาต่อทิ้งให้ผมยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม 

 

 

# โทมัส 

 

“ผมติดกล้องไว้รอบๆ บ้านตามที่นายสั่งแล้วครับ” 

“ดี แล้วต่อสัญญาณส่งภาพมาที่คอมในห้องทำงานฉันเลย” 

“ได้ครับนาย...ส่วนนี้กุญแจบ้าน อีกดอกตามที่นายสั่งครับ” 

“แล้วเรื่องที่ฉันให้หาคนที่ไว้ใจได้ ส่งมันขึ้นไปค่อยดูแลความสะอาดทุกๆ วันล่ะได้หรือยัง” 

“ได้แล้วครับนาย...แต่ว่าคุณหมอเธอไม่เอาครับ เธอบอกจะจัดการเรื่องนั้นเอง” 

“งั้นก็ตามใจเจ้าตัวเขา...แกไปได้แล้ว” 

“ครับนาย” 

 

ผมทิ้งตัวลงพิงเก้าอี้ในห้องทำงานของตัวเอง ฟิวส์ถูกสั่งย้ายขึ้นไปอยู่ห้องชั้นบนสุดของหอพักแล้วด้วยฝีมือของผมเอง ปกติจะให้เป็นห้องพักเวลามีแพทย์จากที่อื่นมาดูงานเพราะสามารถมองเห็นวิวรอบๆ ได้เด็กนั้นจะได้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวด้วย...แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เหตุผลอีกอย่างคือ...ผมไม่ค่อยโอเคเท่าไรที่เจ้าตัวขาวไปยืนพูดคุยกับไอ้หมอหน้าไหนสักคนจนมาเปิดประตูห้องให้ผมช้า...เห็นเเล้วหงุดหงิด เลยให้ย้ายขึ้นมาอยู่ชั้นบนแบบนี้จะได้ไม่ต้องพูดคุยกับเพื่อนข้างห้องที่ไหนในเวลากลางคืนอีก! 

 

ผมขยับตัวนิดหน่อยปลดเนกไทและถอดเสื้อสูทรของตัวเองออกโยนไว้แถวๆ นั้น เดี๋ยวก็มีคนมาเก็บให้ เดินออกจากห้องทำงานมา เป้าหมายนะเหรอ....ก็เจ้าเด็กพูดมากคนนั้นไง...อยากจะเห็น หน้าจังว่าจะทำหน้ายังไง...หึหึ 

 

ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ ทันทีที่มาถึงชั้นที่เป็นที่หมาย ผมก้าวขาออกมาจากลิฟต์ตัวนั้นช้าๆ ...ก่อนจะเห็นใครสักคนนั่งทำหน้าอมทุกวิญญาณออกจากร่างอยู่ตรงหน้า… 

 

“คุณบอร์ดี้การ์ด!!!” เจ้าตัวขาวรีบถลาเข้ามาหาผมด้วยใบหน้าร้อนรน...เขย่าแขนผมแรงๆ ทำท่าเหมือนเด็กจะฟ้องว่าโดนแกล้งยังไงยังงั้น 

“อะไรๆ ..ใจเย็น ฉันเจ็บไหล่อยู่นะ” 

“อ๊ะ! ผมขอโทษ...เจ็บมากไหม...ไป...ไปนั่งก่อนๆ” เจ้าตัวขาวพาผมมานั่งลงตรงที่หน้าข้างๆ บ้าน ผมกวาดสายตามองสำรวจความเรียบร้อยทั้งหมด....ต้องถือว่าพวกลูกน้องของผมทำได้ดีมากๆ ...น่าจะเป็น สไตล์ที่เจ้าเด็กนี้ชอบเลยละมั้ง 

“มีเรื่องอะไร” 

“คุณไปบอกเขาให้หน่อยสิ...ว่าผมขอกลับไปอยู่ห้องเก่า!!” อีกฝ่ายหันมามองสบตาผมด้วยใบหน้ายุ่งๆ เหมือนมีเรื่องกวนใจ 

“ทำไม...ไม่ถูกใจ?” 

“ใครว่า...ผมโคตรจะชอบเลยตั้งหาก” ...ถูกใจแล้วมานั่งทำหน้ายุ่งทำไมเนี่ยเจ้าเด็กประหลาดนี้-*- 

“ชอบแล้วจะย้ายกลับไปห้องนั้นทำไม..หรือห้องนั้นมีอะไรดี” คิ้วผมกระตุกนิดหน่อย...พอเผลอคิดว่าที่เจ้าตัวขาวนี้อยากย้ายกลับไปเพราะไอ้หมอที่อยู่ข้างห้องนั้น 

“ไม่เกี่ยวกับมีอะไรดีสักหน่อย..แค่นี้มันมากเกินไป....ผมรับไม่ได้หรอก..คุณแฟรงค์บอกว่า เขาตอบแทนที่ผมทำคลอดให้เสือของเขา...ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ผมควรทำไม่ได้หวังอะไรตอบแทนทั้งนั้น..คือผม...” 

“เอาเถอะน่า...ผู้ใหญ่ให้ก็รับๆ ไว้...เอางี้สิ เธอก็ตั้งใจทำงานตอบแทนก็จบแล้ว...” 

“แต่ว่า...” 

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น ไม่มีใครขัดคำสั่งได้หรอก” 

“....” เจ้าตัวขาวก้มหน้าลงไป 

 

ดูไม่เป็นตัวเองสุดๆ 

 

“งั้นก็ไปบอกเขาด้วยตัวเองไหม...” 

“ไม่เอาหรอก!!” ผมแทบจะหลุดขำออกมา เมื่อจู่ๆ เจ้าตัวขาวนี้ก็เงยหน้าขึ้นมา ทำหน้าตื่นๆ ใส่ผม...นี่ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าคนที่คุยอยู่เนี่ยแหละ...คือคนที่สั่งทุกอย่าง...หึหึ 

“อย่าคิดมากเลย...คิดซะว่า แค่ปีเดียวที่ต้องอยู่ที่นี่ก็ได้” 

 

ปีเดียวงั้นเหรอ...พอได้รู้จักเจ้าเด็กตัวขาวนี้แบบนี้แล้ว ก็รู้สึกว่ามันเร็วเกินไปหรือเปล่านะ ถือนี้จะพึ่งผ่านไปแค่สามเดือนนิดๆ แต่ว่ามันก็ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเร็วไปอยู่ดี....หรือจะเปลี่ยนกำหนดการเป็นซัก 5 ปี หรือ 10 ปี ดีละ...หึ..ถ้าทำแบบนั้นเจ้าเด็กนี้คงหงุดหงิดน่าดู..เพราะแค่นี้ก็คงคิดถึงประเทศไทยจะแยกแล้วมั้ง 

. 

. 

. 

เจ้าตัวขาวพาผมเดินชมบ้านหลังใหม่ของตัวเอง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็กำลังเดินสำรวจบ้านหลังใหม่ของตัวเองไปด้วยในตัวนั่นแหละ...ถ้าให้ผมเดานะตั้งแต่ขึ้นมานี่ก็คงยังไม่ได้เข้ามาสำรวจบ้านเลยละมั้ง มัวแต่กังวลอะไรอยู่นั้น...ตอนนี้ก็ยังไม่หายกังวลหรอกผมว่า...ไม่รู้จะขี้เกรงใจไปไหน- - 

 

“เตียงเล็กจัง” พอมาถึงห้องสุดท้ายผมก็พูดขึ้นเบาๆ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะได้ยิน 

“นี่เล็กเหรอครับ ผมนอนคนเดียวนะ เนี่ยโคตรใหญ่เลย” 

“เล็ก” 

“เล็กยังไงอะ??” 

“เล็กเกินไปที่จะนอนสองคนไง” 

 

นี่ก็อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมให้เด็กนี้ย้ายมาห้องนี้ เพราะห้องเก่ามันเตียงเดียวและก็เล็กมากๆ นอนคนเดียวยังลำบากเลย นี่ขนาดเตียงคู่ ผมยังคิดว่าเล็กอยู่ดีนั่นแหละ...หรือจะย้ายเจ้าเด็กนี้ไปอยู่ที่บ้านใหญ่ดีนะ? 

 

...ถ้าทำแบบนั้น..คงจะยิ่งกังวลมากกว่านี้แน่ 

 

“คุณจะนอนที่นี้อีกเหรอ?!” เจ้าตัวขาวทำหน้าเหวอๆ 

“ถือว่าฉลองห้องใหม่แล้วกัน...หรือเธอจะคิดว่าฉันเป็นหมอนข้างแบบเมื่อคืนก็ไม่ว่าเหรอนะ..” 

“หมอนข้าง?? ...ใครมันจะไปคิดแบบนั้นกัน!!” 

 

พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนวานแล้ว ก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะเจ้าตัวขาวต้องมานอนหนาวอยู่ที่พื้นกับผ้าห่มพื้นบางๆ 1 ผืนไง พอผมลงไปนอนด้วยก็คงจะหนาวเลยรับเขยิบตัวเข้ามาซุกอกผมเพื่อหาไออุ่น แล้วเราก็นอนกันแบบนั้นจนเช้า...ตื่นมาพอผมจะขยับตัวลุกขึ้นก็ไม่ยอม เจ้าตัวขาวนี่ยิ่งเขยิบตัวซุกผมใหญ่เลย...หึหึ 

. 

. 

. 

ผมมองคนตัวเล็กยิ้มๆ ใบหน้าที่หลับสตินี้มันน่าเอ็นดูจนอดที่จะยกมือขึ้นไปเกลี่ยที่แก้มใสๆ นั้นไม่ได้ เจ้าตัวขาวเหมือนจะรำคาญนิดหน่อยที่ผมก่อกวน พลิกตัวหันหน้าไปอีกทาง...ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ ทิ้งตัวลงนอนที่หมอนใบเดียวกับอีกฝ่ายดึงรั้งเจ้าตัวขาวเข้ามากอดเอาไว้แล้วหลับตาลงช้า....กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เคยทำให้ผมเผลอหลับไปรอยเข้ามาให้ได้กลิ่นอีกครั้ง ผมสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบเฉพาะตัวนั้นเข้ามาจนเต็มปอดก่อนจะค่อยๆ เขยิบตัวเข้าไปกดริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ที่หลังคอขาว...ซุกหน้าอยู่แถวนั้นให้กลิ่นหอมๆ นั้นปะทะจมูกอยู่แบบนั้น....ก่อนจะหลับตามเจ้าตัวขาวไป... 

 

# ฟิวส์ 

 

ผมตื่นมาตอนเช้าก็ไม่เจอคุณบอร์ดี้การ์ดแล้ว...แต่ที่นอนข้างๆ ยังอุ่นๆอยู่ คุณบอร์ดี้การ์ดก็คงพึ่งจะลุกไปได้ไม่นานนั่นแหละ...วันนี้ผมขึ้นเวรตอน 10 โมง ตอนนี้พึ่งจะแปดโมงกว่าๆ เลยยังมีเวลาเหลืออีกมาก 

 

ผมขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดผ้าม่านให้แสงส่องเข้ามาที่ด้านในห้องนอน ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป เพื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดทำงานของตัวเอง...เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเรียบๆ สะอาดตา กางเกงสเล็คสีน้ำตาลอ่อน เดินมาทาครีมนิดๆ หน่อยๆ จัดทรงผมตัวเองแบบลวกๆ แต่ก็ไม่ได้ลวกมาจนดูไม่เรียบร้อย เสร็จแล้วก็เดินมาหยิบเสื้อกาวน์หมอที่ถือติดมือมาเพื่อซักเมื่อวาน แต่เพราะเกิดเรื่องก่อนเลยไม่ได้ซักเลย-*- 

 

“ตื่นแล้วเหรอ?” 

“คุณบอร์ดี้การ์ด” ผมมองอีกฝ่าย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อมองไปที่ของที่อยู่ในมื้อของเขาถือมา 

 

จานขนมปังปิ้งแฮมมีไข่ดาวฟองโตๆ วางลงบนโต๊ะที่ห้องรับแขก บวกกับน้ำสดอีก 1 แก้ว คุณบอร์ดี้การ์ดพยักหน้าให้ผมนั่งลง ก่อนจะดันจานอาหารเช้าและแก้วนมมาตรงหน้าผม แล้วเดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะเดินกลับมาพร้อมขวดน้ำเปล่า 2 ขวดในมือ เขาส่งมาให้ผมขวดหนึ่ง ก่อนจะเปิดอีกขวดแล้วยกขึ้นกระดกดื่มเข้าไปทีเดียวจนเกือบหมด 

 

“ทำเองเหรอครับ?” ผมหันไปถามเขา...ก่อนจะค่อยๆ กัดขนมปังปิ้งเข้าปากไปพร้อมๆ กับแฮมแผ่นโตๆ ตักไข่ดาวตามเข้าไปอีกคำ 

“เปล่า...สั่งที่โรงอาหารมา” 

 

เขาตอบเบาๆ ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบไปพลางๆ ส่วนผมเองก็นั่งกินมื้อเช้าของตัวเองไปเงียบๆ เหลือบไปมองเขาเป็นครั้งคราว...ไม่รู้สิ...ถึงเขาจะไม่ได้ทำอาหารพวกนี้เอง...แต่ผมกับรู้สึกว่า...ดีจังเลยนะ ที่ตื่นขึ้นมาแล้วมีคนเตรียมอาหารไว้ให้แบบนี้...ถ้าผมมีครอบครัว...ก็อยากให้มันเป็นแบบนี้จัง^^ 

 

“กินเสร็จแล้ว...โทรไปเบอร์นี้ด้วยนะ” 

“เบอร์ใครเหรอครับ??” 

“โทรไปเถอะน่า...ฉันไปทำงานก่อน” เขาหันมาพูดแล้วลุกขึ้นถือแก้วเดินเข้าห้องครัวไป 

“เอาไว้แบบนั่นแหละครับ...เดี๋ยวผมล้างให้เอง คุณไปทำงานเถอะ” ผมรีบยัดขนมปังปิ้งคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะรีบหอบจานข้าวของตัวเองวิ่งตามเขาเข้ามาในครัว แล้วแย่งแก้วกาแฟของเขามาล้างเอง คุณบอร์ดี้การ์ดยืนมองผมอยู่แบบนั้นจนผมล้างเก็บทุกอย่างเรียบร้อย... 

“อย่าลืมโทรไปละ...ฉันไปทำงานก่อน…แล้วตอนเย็นจะแวะมารับไปหาเด็กๆ” 

“พวกเสือเหรอครับ” 

“ใช่...เลิกกี่โมงละ” 

“....เกือบ 1 ทุ่มครับ” ผมตอบกลับไปเสียงอ้อมแอ้ม...อุตส่าห์จะได้ไปหาเจ้าตัวโตกับลูกๆ แท้ๆ แต่ดันเลิกงานเย็นเสียได้...คราวที่แล้วคุณบอร์ดี้การ์ดก็บอกว่าเวลาเย็นๆ พวกเสือจะตื่นตัวคงไปเล่นไม่ได้แล้วแน่ๆ เลย 

“ทุ่มหนึ่งเหรอ...งั้นเล่นแค่เจ้าตัวเล็กๆ แล้วกัน คงให้เล่นกับแอลม่อนไม่ได้” 

“จริงเหรอครับ!! ผมยังไปเล่นพวกมันได้เหรอครับ" 

“อือ...เลิกแล้วก็กลับมารอที่นี่ อาบน้ำเปลี่ยนชุดรอไว้เลย เดี๋ยวจะมารับ” 

“ทำไมต้องอาบน้ำละครับ??” 

“กลิ่นเหงื่อมันปลุกอารมณ์ได้ดีนะ” เขาพูดออกมานิ่งๆ แล้วเดินออกไป...แต่ทำไมผมกับรู้สึกร้อนหน้าแปลกๆ ....พึ่งอาบน้ำแท้ๆ นะไอ้ฟิวส์!! 

. 

. 

. 

กำลังจะออกจากที่ซุกหัวนอนหลังใหม่แต่เพื่อไปทำงาน แต่นึกขึ้นมาได้ว่าคุณบอร์ดี้การ์ดให้ผมโทรไปหาใครสักคนเนี่ยแหละ...เลยล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ขึ้นมากดเบอร์ตามที่จดไว้ในกระดาษแล้วกดโทรออก.... 

 

//............// อีกฝ่ายกดรับสายแล้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

“เอ่อ...ฮัลโหล” 

//คุณหมอคนใหม่สินะ// น้ำเสียงเข้มๆ ที่ดังออกมาเป็นภาษาอังกฤษทำให้ผมชะงักไปนิด...เสียงคุ้นๆ อยู่เหมือนเคยได้ยิน...ตอนแรกนึกว่าเสียงคุณบอร์ดี้การ์ด แต่พอนึกดีๆ แล้วเสียงคนนี้ดูจริงจังและทรงพลังจนขนลุก 

//ได้ยินที่ฉันพูดไหม// 

//เอ่อ...ครับได้ยินครับ// ผมตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ 

//ฉันเอง โทมัส อพอลโล่// มือถือในมือแทบร่วง เขาเหรอ!! เขาคนนั้นอะนะ!! 

//เอ่อ ครับ...ท...ท่านมี...มีอะไร..ก...กับ...// 

//หึหึ...ชั้นแค่จะบอกว่า..ตั้งใจทำงานตอบแทนสิ่งที่ฉันมอบให้ แล้วก็ไม่ต้องคิดมากอะไรทั้งนั้น// 

//คือ...ผม...ขอบคุณครับ// 

//ตั้งใจทำงานละ...// 

 

อีกฝ่ายกดวางสายไป ผมได้แต่ยืนเด๋อๆ อยู่ที่หน้าบ้านพักของตัวเอง..เมื่อกี้....เมื่อกี้เรื่องจริงใช่ไหม...ตกใจหมดเลย...เกือบลืมหายใจแนะ!! 

 

เฮือกกกก 

 

ผมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงมานั่งแหมะอยู่กับพื้น....เมื่อกี้...แมร่ง...กดดันจนพูดไม่รู้เรื่องไปหมด...เขา...เขาคนนั้นที่เป็นเจ้านายคุณบอร์ดี้การ์ด... 

. 

. 

. 

มุมหนึ่งของบ้านหลังใหญ่ ชายร่างสูงกระตุกยิ้มกับภาพตรงหน้าที่แสดงผ่านจอภาพที่คอมพิวเตอร์ของเขา ชายหนุ่มตัวขาวสะอาดตาที่กำลังทรุดตัวนั่งหอบหายใจอยู่ที่พื้นหน้าบ้านพักของตัวเอง...ตกใจมากเลยหรือไงกันนะ...ทั้งๆ ที่เวลาคุยกับเขาตอนเป็นคุณบอร์ดี้การ์ดอะไรนั้นก็ดูปกติจนดูพูดมากแท้ๆ...แต่พอรู้ว่าเขาคือใครทำไมต้องเกร็งจนน่าแกล้งขนาดนั้น...มันน่านักเจ้าตัวขาว!! 

 

มาต่อกันยาวๆๆๆ 

ไรท์บอกเลยว่า นี่คือผู้ชายในฝันนน....ฉันรักเขา!! 

ฮาาาาาาา  คิดดูนะๆ  เราจะเหมือนคุณหนู เหมือนเจ้าหญิงขนาดไหนถ้ามีสามีเเบบนี้...เเต่ในเรื่องเขายังไม่ได้เป็นไรกันนะ  ยังดูเเลดีขนาดนี้ 555  อย่างได้ๆ ทำให้ทุกอย่างขนาดนี้ ขี้หึงขี้หวงหน่อยๆ 

อาหารเช้าก็หามาให้ ถึงอิเฮียมันจะสั่งมาจากโรงอาหารก็เถอะ เเต่ก็เเสดงให้เห็ฯถึงความใส่ใจเเละห่วงใยเป็นพิเศษไง...... 

# ตอนหน้าๆ!! เป็นตอนพิเศษไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาตอนหลักอะไร  เเต่ว่าคิดอย่างจะเเต่งขึ้นมาก็เลยเเต่ง 555 เป็นการพาทัวร์บ้านเจ้าตัวขาวนิดหน่อยเด้ออออ   ***ถามๆ!! ยังมีคำผิดเยอะอยู่ไหมอะ  พยายามตรวจเเล้วเด้อออออ*** 

รอติดตามน่าาาาาาาาาาาาาา 

BY:  ลั้น ลา 

ความคิดเห็น