facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่8 ว้าวุ่นในหัวใจ (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่8 ว้าวุ่นในหัวใจ (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.2k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 19:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่8 ว้าวุ่นในหัวใจ (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่8 ว้าวุ่นในหัวใจ 

 

“ฟิวส์!!” เสียงเรียกที่ดังมาแต่ไกลทำให้ผมตั้งหันไปมอง...รวมถึงคนอื่นที่อยู่รอบๆ ก็หันไปเช่นกัน 

“ครับ??” 

“ไปเร็ว! คนไข้ฉุกเฉิน!!” 

 

พวกเราพากันวิ่งมาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พอเปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไปกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งไปหมดก็ลอยมาให้ได้กลิ่นทันที คนเจ็บมากมายที่นอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวด พวกทีมแพทย์ก็เร่งช่วยรักษากันอย่างเต็มที่ 

 

“นี่มันอะไรครับเนี่ย??!” 

“อุบัติเหตุนะ…..พวกเขาบอกมาแค่นี้” ประโยคหลังพี่วิเวียร์พูดออกมาเบาๆ เหมือนตั้งใจให้ผมได้ยินแค่คนเดียวเท่านั้น 

 

ผมไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปช่วยดูอาการให้คนไข้ที่อยู่ไกลมือที่สุดทันที....พี่วิเวียร์เองก็ไม่ต่างกัน แอบเห็นพี่ซาฟ่าวิ่งเข้าห้องผ่าตัดด้านในไปหลังไวๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างวุ่นวายไปกับหน้าที่ของตัวเอง ผมเองก็เช่นกันวิ่งดูอาการให้วุ่นไปหมด 

 

“หมอ...แขน...แขนผม” ผมมองแขนข้างหนึ่งของเขาที่มันหายไป... 

“ไม่เป็นไรนะครับ...ใจเย็นๆ …คุณพยาบาลช่วยห้ามเลือดให้ผมที...เสร็จแล้วเรียกผม” ผมสั่งคุณพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะวิ่งไปหาคนไข้อีกคน 

 

จนเวลาล่วงเลยไป...ผมทิ้งตัวลงบนเตียงผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน...เหนื่อยจัง...ได้แต่คิดแบบนั้นในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป...ผมรู้ดีว่าทุกคนที่นี่ก็คงไม่ต่างจากผมหรอก...คนไข้ที่สามารถย้ายไปที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลได้แล้วค่อยๆ ถูกเข็นออกไป... 

 

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” พี่หมอคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ นั่งลงที่เตียงฝั่งตรงข้ามกับผม 

“นั้นสิ...ทำไมพวกชุดดำถึงได้บาดเจ็บมาเยอะขนาดนี้...แถมเจ็บหนักด้วย” 

“จริงค่ะคุณหมอ...คนไข้ที่อยู่ในห้องผ่าตัดก็ยังไม่ออกมาเลย...ผ่านไปตั้งเกือบ 4 ชั่วโมงแล้วไม่รู้หมอใหญ่กับหมอซาฟ่าจะเป็นยังไง” 

“นั้นสิ” 

 

พี่วิเวียร์พูดขึ้นมาเบาๆ สายตามองเข้าไปในห้องผ่าตัดที่ยังขึ้นไฟแดงแสดงให้เห็นว่าการผ่าตัดยังไม่สิ้นสุดลง พี่วิเวียร์คงเป็นห่วงพี่ซาฟ่านั่นแหละ ก็รายนั้นพึ่งเข้าผ่าตัดไปตลอดช่วงเช้าแล้ว ออกมายังไม่ทันพักหายเหนื่อยก็ต้องมาผ่าตัดคนไข้คนนี้อีก...ดีหน่อยที่คราวนี้แค่เป็นผู้ช่วยให้หมอใหญ่ 

 

“พี่วิเวียร์ครับ...เราไปพักกันเถอะนะ” 

 

ผมว่าผมควรจะพาพี่วิเวียร์ออกไปจากตรงนี้ดีกว่า....พี่วิเวียร์หันมาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่พวกเราจะพากันออกจากห้องฉุกเฉินแยกย้ายกันไป คุณหมอบางคนที่ออกเวรแล้วก็คงจะกลับหอพักเลย ส่วนผมที่จะออกเวรตอน 6 โมงเย็นเพราะต้องราวด์วอร์ดก่อนถึงจะออกเวรได้ ก็คงต้องไปล้างตัวที่ห้องพักผ่อนที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้นั่นแหละ 

 

“...เอ่อ...ฟิวส์ไปก่อนเลย...พี่ขอ...” 

“จะกลับไปเหรอครับ” 

“อือ...พี่เป็นห่วง เพื่อเขาไม่ไหว พี่จะได้เข้าแทน” 

“...จะเอาแบบนั้นเหรอครับ” 

“จ๊ะ...” พี่วิเวียร์พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะวิ่งกลับไปทางเดิมที่พวกเราพึ่งจะเดินออกมา 

 

ใจจริงผมก็อยากจะเข้าไปช่วยนะ...แต่ว่าเด็กใหม่แบบผมไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการผ่าตัดใดๆ ทั้งสิ้นหากหมอใหญ่ไม่ได้สั่ง แล้วยิ่งผมมาทำงานใช้ทุนแล้วด้วย คงหมดสิทธิ์เข้าห้องผ่าตัดเลยนั่นแหละ....ก็ไม่เข้าใจกดข้อนี้เหมือนกัน...อาจจะเพื่อความปลอดภัยละมั้งผมว่า.. 

 

หรือกลัวเด็กใช้ทุนอย่างผมจะไปทำใครตายก็ไม่รู้-*- 

 

อ้าว! ประตูห้องเอกสารของคนไข้ทำไมถึงเปิดอยู่ละ??  

 

ถึงมันจะไม่ได้เปิดกว้าง แต่ก็พอจะเห็นว่ามันเปิดอยู่...คงเพราะเมื่อกี้พวกพยาบาลยุ่งๆ แน่เลย คงจะรีบจนลืมล็อกประตูละมั้งเนี่ย... 

 

“ทางนี้เรียบร้อยดีครับนาย” มือที่กำลังจะดันประตูห้องนั้นปิดชะงักไป...ถ้าจำไม่ผิดนี่มันเสียงคุณแฟรงค์ไม่ใช่หรือไงนะ?? 

“พวกมันปลอดภัยดีแล้วครับนาย ทีมแพทย์ช่วยรักษาให้แล้ว” เสียงคุณแฟรงค์ยังคงพูดต่อ...แต่ผมไม่ค่อยได้ยินเท่าไร..เลยต้องเขยิบเข้าไปนิดหน่อย 

 

สอดรู้สอดเห็นจังเลยเว้ยไอ้ฟิวส์! 

 

กึก! 

 

“ทำอะไรครับคุณหมอ” ชะงักเลยครับ...ยังไม่ทันทีผมจะได้แอบฟังต่อ...คุณแฟรงค์ที่รู้ตัวหรือยังไงก็ไม่รู้ เพราะจู่ๆ ก็เดินมากระชากประตูเปิด...แล้วอะไรละ...ก็คือผมยังยืนเด๋ออยู่ที่เดิมไง... 

 

ไอ้เอ๋อฟิวส์!! จะเสือกเรื่องเขาดันทำให้เขารู้อีก-*- 

 

“อ..เอ่อ...ผมเห็นประตูมันเปิดก็เลยจะมาปิดครับ...ไม่ได้จะแอบฟังเลยนะครับ” อือฮืออ! อยากจะตีปากตัวเอง พูดไปแบบนี้เขาไม่รู้เลยไอ้ฟิวส์- - 

“เหรอครับ” เขาพูดนิ่งๆ แต่ผมรู้ได้ทันทีว่าเขารู้ว่าผมมาแอบฟัง 

“…ข...ขอโทษครับ” ผมได้แต่ก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด...รู้ตัวว่าที่ตัวเองทำมันไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ว่าพอมาคิดๆ ว่าคุณบอร์ดี้การ์ดอาจเป็นหนึ่งในคนเจ็บ มันก็อดที่จะอยากรู้ไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...หรือบ้างที่ผมอาจจะคิดมากไปเองเพราะก็ไม่เห็นเขาในห้องฉุกเฉินเลย...เอ๊ะ!! แล้วในห้องผ่าตัดล่ะ!! 

“ผมไม่รู้ว่าคุณได้ยินอะไรไปบ้าง แต่ช่วยอย่าเอาไปบอกใครนะครับหมอ...ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย” พูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป.. 

“...คุณบอร์ดี้การ์ดล่ะครับ! เขาคงไม่ได้บาดเจ็บอะไรใช่ไหม” 

“เอาไว้เขากลับมาแล้วหมอดูเองดีกว่าครับ ผมขอตัว” 

 

ผมคิดว่าคุณบอร์ดี้การ์ดคงต้องอยู่กับนายของเขาคนนั้นแน่ แล้วทำไมคุณแฟรงค์ถึงกลับมาแล้วละ แล้วเขาอยู่ที่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่านะ 

 

...กังวลจัง 

 

#โทมัส 

 

วันนี้ผมได้รับรายงานว่ามีพวกเด็กใหม่ที่คิดจะมาหากินในพื้นที่ของผม มาทำตัวเป็นเจ้าของพื้นที่เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากคนในเขตพื้นที่การดูแลของผม...ก็คงต้องออกไปจัดการพวกเด็กใหม่นั้นสักหน่อย...แต่ถ้าพวกมันพูดไม่รู้เรื่องอันนั้นก็ค่อยว่ากันล่ะนะ 

 

บึ้ม!!! 

 

ผมหันกลับไปมองรถยนต์ของลูกน้องที่ขับตามมาด้านหลังทันทีที่เสียงดังลั่นนั้นเกิดขึ้น เปลวไฟมากมายโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!! 

 

“ขับต่อไป!!” แฟรงค์มันพูดสั่งลูกน้องของมันผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ติดอยู่ที่ข้างหู 

 

หึ...ไอ้พวกเด็กอมมือพวกนั้นคงรู้ว่าผมจะต้องมาจัดการกับพวกมันแน่ ก็เลยเตรียมของไว้ต้อนรับผมเสียดิบดี แต่ขอโทษ...ผมยังไม่ถึงที่ตายว่ะ...ลูกน้องของผมที่ติดตามมาข้างหลัง 2-3 คันเลยต้องมารับของขวัญจากพวกมันแทน 

 

“แฟรงค์ มึงพาพวกที่บาดเจ็บกลับไป แล้วส่งคนตามมาสมทบกับกู...จะโชว์เด็กมันสักหน่อยว่าผู้ใหญ่เขาเล่นกันยังไง” ผมกระตุกยิ้มมุมปาก สั่งให้ลูกน้องมันจอดรถเพื่อให้ไอ้แฟรงค์ลงไปจัดการตามที่ผมสั่ง 

“แต่นายครับ...” 

“ทำตามที่กูสั่ง ช่วยพวกมันให้ถึงที่สุด...ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย จะสภาพแบบไหนก็พากลับไป...กลับไปในที่ของเรา” 

 

พวกมันรู้กันดีทุกคนครับว่าทำงานให้ผมมันอันตรายแค่ไหน เสี่ยงตายแค่ไหน สิ่งที่ผมตอบแทนให้พวกมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ....ถ้าถามว่าผมรู้สึกยังไงกับการที่ต้องมาเห็นลูกน้องของตัวเอง ตายบางเจ็บบางต่อหน้าต่อตา ผมคงพูดได้แค่ว่ามันชินและชาไปหมดแล้ว...เสียใจไหม ก็คงตอบไม่ได้...มันเป็นความรู้สึกผิดเสียมากกว่าที่พาพวกเขามาตาย...หึ...เรียกตัวเองว่านาย...แต่สุดท้ายก็ดูแลใครไม่เคยได้..กี่รายแล้วที่ต้องตายเพื่อปกป้องผม 

 

“นายครับ...” แฟรงค์มันส่งปืนประจำตัวของมันเองส่งมาให้ผม ก่อนจะก้มหัวให้แล้วลงจากรถ วิ่งกลับไปตรงที่เกิดเหตุ 

 

ผมมองจนไอ้เเฟรงค์มันวิ่งไปถึงตรงที่เกิดเหตุ ลูกน้องส่วนหนึ่งก็วิ่งตามมันไป ส่วนผมตรงมาที่โกดังร้างทางชานเมืองซึ่งเป็นที่ ที่พวกเด็กอมมือนั้นใช้เป็นฐานของพวกมัน... 

 

“สกปรกเสียจริง...เก็บกวาดซะ” 

. 

. 

. 

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว โกดักร้างมอดไหม้เป็นจุณภายในพริบตา ใครที่สามารถวิ่งออกจากโกดังมาได้ก็จะโดนคนของโทมัสที่ดักรออยู่ข้างนอกจัดการจนไม่เหลือ… 

 

โทมัสก้าวขาลงจากรถยนต์คันหรูมาเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย โชคดีของเขาที่ ที่ตรงนี้อยู่ห่างจากชุมชนมา เลยไม่มีใครเข้ามายุ่งวุ่นวาย 

 

“เรียบร้อยเเล้วครับนาย” 

 

พอไฟหมอดผมจึงเดินเข้ามาในซากที่ไหม้ไฟจนดำเป็นต่อตะโกด้วยตัวเอง 

 

ปึก!! เสียงไม้ที่ฟาดลงบนเเผ่นหลังของโทมัสจนเจ้าตัวถึงกับเซนิดๆ 

 

ปัง!! โทมัสสะบัดมือที่กำปืนประจำตัวของลูกน้องคนสนิทของตัวเองไปทางด้านหลัง ก่อนจะกดยิงออกไปทันที กระสุนหนึ่งนัดวิ่งเเล่นเข้าที่กลางหน้าผากนั้นทันที ร่างของอีกฝ่ายร่วงลงพื้นอย่างเเรง โทมัสเดินเข้าไปใกล้ๆ 

 

ปังๆ!! 

 

เสียงกระสุนอีกนับสิบนัดสาดเข้าใส่ใบหน้าของไอ้เด็กเวรที่กล้าลอบทำร้ายเขาจนไม่เหลือบเค้าโครงหน้าเดิมเลย 

 

“สกปรกเสียจริงไอ้พวกหมาลอบกัด!!” 

 

 

# ฟิวส์ 

 

พอกลับขึ้นมาที่หอพักผมก็เดินหายเข้ามาในห้องน้ำทันที...เปิดน้ำให้ไหลผ่านตั้งแต่หัวลงมาหวังแค่ว่ามันจะทำให้ความว้าวุ่นในใจของผมหายไปบ้าง...แต่เหมือนจะไม่ได้ช่วยเท่าไรเลย สุดท้ายเลยต้องออกมาสูดอากาศที่ระเบียงแทน ปล่อยให้สายลมมันช่วยพัดความวุ่นวายในใจออกไปบ้าง 

 

เฮ้อออ! 

 

“เครียดมากเหรอ” พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นพี่หมอซาฟ่าที่พึ่งจะเปิดประตูห้องพักของตัวเองออกมา 

“ไม่ได้เครียดหรอกครับ...แค่รู้สึก...วุ่นวายใจ” 

“เรื่องคนไข้วันนี้หรือเปล่า...เล่นเอาเหนื่อยเลยจริงไหม” พี่ซาฟ่าเดินมาหยุดยืนข้างๆ ผม ยกมือเช็ดผมตัวเองที่เปียกน้ำอยู่ 

“ก็ไม่เชิงครับ....เอ่อพี่ซาฟ่าผมถามอะไรหน่อยสิครับ” 

“ว่ามาสิ” 

“...คนที่พี่ผ่าตัดให้วันนี้ใช่คุณบอร์ดี้การ์ดไหมครับ” ผมถามออกไป พอเห็นพี่หมอทำหน้ามึนๆ ก็พูดเร่งเข้าไปอีก 

“ว่าไงครับ..ใช่หรือเปล่า” 

“คุณบอร์ดี้การ์ด??” 

“ใช่ครับ...ตกลงว่าใช่ไหมครับ” 

“โธ่! ฟิวส์ แล้วไอ้คุณบอร์ดี้การ์ดของฟิวส์เนี่ยมันใครล่ะ พวกชุดดำมีตั้งกี่คนกัน..ชื่อล่ะ เขาชื่ออะไร?” 

“เอ่อ..ผมไม่รู้...คนที่หน้าฝรั่งๆ ตัวสูงๆ ดูดุๆ แต่ก็โคตรใจดี..มีหนวดแต่ก็ดูเท่ มีเสน่ห์มากเลยครับ” 

“หึหึ...นี่คุณบอร์ดี้การ์ดหรือผู้ชายในฝันกันแน่เนี่ยฟิวส์” 

“..ผมจริงจังนะครับพี่ซาฟ่า” ผมเบะปากใส่พี่เขาไปทีหนึ่ง พอเห็น ผมทำหน้าแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ ยกมือขยี้หัวผมเล่นซะงั้น....จะฟ้องพี่วิเวียร์!! 

“หึหึ พี่ไม่แกล้งแล้ว...หน้าฝรั่งๆ มันก็เยอะนะฟิวส์...คุณแฟรงค์หรือเปล่าที่ฟิวส์พูดถึง” 

“ไม่ๆ ผมรู้จักคุณแฟรงค์..เขาเป็นหัวหน้าคุณแฟรงค์อีกทีครับ..พี่หมอได้ผ่าตัดเขาหรือเปล่า” 

“เดี๋ยวนะฟิวส์พี่ว่าฟิวส์เข้าใจอะไรผิดแล้วละ...หัวหน้าคุณแฟรงค์ก็ทะ....” 

 

ก๊อกๆ! ผมละสายตาจากพี่ซาฟ่าไปมองที่ประตูห้องของตัวเองอย่างงงๆ ใครมาเคาะกัน? ... 

 

“เอ่อ..เมื่อกี้พี่ว่ายังไงนะครับ” 

“พี่บอกว่า...” 

 

ก๊อกๆ!! 

 

“พี่ว่าฟิวส์ไปเปิดก่อนเถอะ...เอาไว้คุยวันหลังก็ได้ ยังไงพี่ก็อยู่ห้องข้างๆ ฟิวส์อยู่ดี” 

“....แบบนั้นก็ได้ครับ...” 

“งั้นพี่ไปนอนก่อน วันนี้โคตรเหนื่อย” 

“ครับ” 

 

ก๊อกๆ!! 

 

เสียงเคาะประตูห้องของผมยังคงดังอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนมันจะดังขึ้นด้วย ผมรับรู้ถึงอารมณ์ของคนที่กำลังเคาะประตูได้เลยละว่าอารมณ์เขาเริ่มจะไม่ดีแล้ว 

 

แอ๊ด! 

 

“ช้า!!” เสียงเหวี่ยงๆ ที่แสดงให้เห็น ถึงอารมณ์หงุดหงิดแบบสุดๆ ดังขึ้นมา ทำเอาผมหน้าเหว๋อไปเลย 

 

....อะไรอะ?? 

 

“เอ่อ...” 

“ถามว่าทำไมช้า!” พอเห็นว่าผมยังอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ อีกฝ่ายก็กดเสียงต่ำลง ตาดุๆ นั้นมองจ้องผมอย่างกับจะกินหัวยังงั้นแหละ 

“คุยกับพี่หมอข้างห้องอยู่ครับ...แล้วคุณ...หายไปไหนมา” อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ดันให้ผมถอยหลังไป ก่อนที่ขาเรียวยาวสมส่วนนั้นจะก้าวเข้ามาผ่านในห้องของผม...ตาคมกวาดมองไปรอบห้องอย่างสำรวจก่อนจะหันมามองหน้าผมตรงๆ 

“ไหน?!” 

“อะไรครับ?” 

“ก็ไอ้เวรที่เธอคุยด้วยไง” 

“เขาก็อยู่ห้องเขาสิ..คุณนั่นแหละเข้ามาในห้องผมทำไมเนี่ย...เอ่อ..เเล้วเมื่อกลางวัน พวกที่โดนหามมาส่งโรงพยาบาล ไม่เกี่ยวกับคุณใช่ไหมครับ..คุณไม่ได้ไปทำงานรวมกับพวกนั้นใช่ไหม” 

“...เเล้วถ้าฉันบอกว่าฉันก็อยู่กับพวกมัน..ตอนนั้นละ” 

“...เเล้วคุณเป็นอะไรไหม!!” 

 

ผมเเแทบจะถลาเข้าไปหาอีกฝ่าย มองสำรวจร่างกายกำยำนั้นไปด้วย..ไหนละ เข้าเจ็บตรงไหน?? ...เเต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เเต่เขากับทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนของผม เเล้วค่อยๆ ถอดเสื้อออกช้าๆ 

 

“ท..ทำอะไรเนี่ย!!!” 

“ก็จะให้ดูไง...จะโวยวายทำไม?” เขามองหน้าผมนิ่งๆ ...ก่อนที่ใบหน้านั้นจะเผยรอยยิ้มร้ายๆ ออกมา 

“หรือเธอคิดว่าฉันจะทำอะไร” 

“บ้า!! เปล่าคิดอะไรทั้งนั้นเเหละ...ไหนละเเผลไม่เห็นจะมะ...เฮ้ย!!!” 

 

ผมมองไปที่รอยช้ำขนาดใหญ่นั้นอย่างอึ้งๆ รอยมันใหญ่มาก เเถมยังมีสีเเดงจนม่วงอีกตั้งหาก….ผมค่อยๆ ยกมือเเตะไปที่รอยนั้นเบาๆ อีกฝ่ายสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะเหลือบขึ้นมามองหน้าผม 

 

“ยาของยายเธอ...รักษาได้ไหม” 

“....น่าจะทำให้มันดีขึ้นได้หน่อยนั่นเเหละ…” เเต่เเผลมันช้ำมากเลย จะมีเลือดคลั่งอยู่หรือเปล่านะเนี่ย 

“เเล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้น” 

“ไปโดนอะไรมาอะ….รอยมันใหญ่มากเลยนะ...ผมว่าไปกดฉุกเฉินตามหมอใหญ่ไม่ดีกว่าเหรอ” ผมพูด มองหน้าเขาจริงจัง 

“ไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหรอกน่า...ทายาของเธอก็พอ” 

“เเต่ว่า…” 

“ช่างมันเถอะน่า...ก็เเค่หมามันลอบกัด” พอเห็นว่าผมไม่ยอมทำตามที่เขาบอก...อีกฝ่ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมามองหน้าผมจังๆ เเล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก เเต่ที่ฟังจากการถอนหายใจเมื่อกี้ก็พอเดาได้ว่ากำลังหงุดหงิดเเหละมั้ง 

“เเต่นี่มันรอยช้ำนะครับ ไม่ใช่รอยหมากัดสักหน่อย” ผมยู่หน้าบอกอีกฝ่าย ยักคิ้วกวนๆ ส่งไปให้ จนอีกฝ่ายมองจ้องผมเขม็งเลย…. 

“กวนหรือไง?” 

“ก็ไม่อยากให้เครียด…” 

“ทายาได้เเล้ว” 

“คร้าบๆ” 

 

ผมลุกไปหยิบยาหมองของยายมาเเล้วค่อยๆ ทาลงไปเบาๆ ที่บริเวณรอยฟกช้ำที่ช่วงหัวไหล่ด้านหลังของคุณบอร์ดี้การ์ด พอทาให้เสร็จก็เดินไปหยิบยาเเก้อักเสบที่มีติดห้องเอาไว้ให้เขาไปด้วย...อย่างน้อยก็ดักไว้หน่อย รอยใหญ่ขนาดนั้นมันต้องอักเสบเเน่ๆ ….เเต่จะว่าไป...พอผมเห็น ว่าคุณล็อกร์ดี้การ์ดอยู่ตรงหน้าเเบบนี้...ไอ้ความว้าวุ่นใจเมื่อกี้นี้มันก็หายไปหมดเลยอะ….ทำไมกันนะ?? 

 

“เรียบร้อยเเล้วใช่ไหม” เขาถามออกมาเบาๆ ละสายตาจากมือของผมขึ้นมามองสบตาผมเเทน 

“ครับ เรียบร้อยเเล้ว ทีนี้, ที่นี่ก็นอนพักผ่อนนะครับ ผมให้ยาเเก้อักเสบดักไว้เเล้วคืนนี้น่าจะไม่อักเสบมากคุณน่าจะทนไว้” 

“อือ…” 

“ทำอะไรนะครับ!!” ผมร้องทักออกไปเสียงดังลั่นห้อง...ก็ทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายถึงล้มตัวลงนอนบนที่นอนของผมละ เเล้วยังเอาผ้าห่มของผมไปห่มนอนสบายใจขนาดนั้น-*- 

“ก็นอนพักตามที่เธอบอกไง” 

“เเต่นี่ห้องผมนะ” 

“ก็ใช่” 

“เเล้วคุณ..ทำไม?” 

“ขี้เกียจจะลงไปเเล้ว นอนนี่เเหละ เธอก็มานอนได้เเล้ว...ปิดไฟๆ” เขาพูดพร้อมๆ กับเขยิบตัวให้ได้ท่าสบายๆ เเล้วหลับตาไป ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่เเบบนั้น….นี่มันอะไร... 

 

ฟิวส์งง….. 

 

ผมได้เเต่ยืนมองอีกฝ่ายอย่างยอมรับชะตากรรมของตัวเอง...ห้องผมมันเป็นเตียงเดียวไง...เเล้วผู้ชายตัวโตๆ เเบบคุณบอร์ดี้การ์ดก็นอนไปคนเดียวก็เต็มเตียงเเล้ว...คืนนี้คนอย่างไอ้ฟิวส์ก็คงได้นอนที่พื้นเนี่ยเเหละ….เอาเถอะๆ เห็นว่ากำลังบาดเจ็บหรอกนะ...สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขานอนที่ห้อง ผมเดินไปล็อกประตูห้องพักของตัวเองเพราะเมื่อกี้ตกใจไปหน่อยเลยยังไม่ได้กดล็ิอกก่อนจะปิดไฟดวงใหญ่กลางห้องเเล้วเดินหายเข้ามาในห้องน้ำ จัดการล้างหน้าเเปรงฟันทาครีมจนเรียบร้อยก็เดินออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าห่มผืนบางๆ ที่มีอยู่ในตู้ออกมา เเล้วล้มตัวลงนอนบนพรมขนาดใหญ่ที่ปูอยู่ที่พื้นข้างๆ เตียงนอน อาศัยไออุ่นจากมันไปละกันเนอะคืนนี้-*- 

. 

. 

. 

เวลาผ่านไปร่างสูงใหญ่เเบบผู้ชายตะวันตกค่อยๆ ขยับตัวเเล้วลุกขึ้นนั่ง...สายตามองฝ่าความมืดไปจนทั่วห้องก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ก้อนอะไรสักอย่างที่ขยุกขยิกอยู่ข้างๆ เตียงนอน ซึ่งเขาเองก็พอจะรู้ว่ามันคืออะไร...ตอนเเรกก็เเค่ตั้งใจจะเเหย่อีกฝ่ายเล่น เเต่พอหัวถึงหมอนบวกกับกลิ่นอ่อนๆ เเบบเฉพาะตัวของคนตัวเล็กกว่าที่ติดอยู่กับหมอนหนุนนั้นมันช่วยให้เขารู้สึกสบายจนเผลอหลับไป… 

 

ร่างสูงเดินออกมาที่ระเบียงห้องพักของคนตัวเล็ก ล้วงหยิบมือถือออกมาก่อนจะกดโทรหาลูกน้องคนสนิทของตัวเอง...เหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาตีหนึ่งกว่าๆ เเต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร...รอสายเพียงไม่นานปลายสายก็กดรับ 

 

(“ครับนาย”) 

“ยังไม่นอนหรือไง” โทมัสพูดถามลูกน้องของตัวเองออกไป เเปลกใจนิดๆ ที่น้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่ได้เเสดงอารมณ์เเบบที่เขาต้องการออกมา ทั้งๆ ที่เวลาขนาดนี้เเล้ว 

(“ยังครับ...กำลังจัดการเก็บกวาดเรื่องวันนี้อยู่ครับ”) 

“ไว้ก่อนก็ได้” 

(“ใกล้จะเรียบร้อยเเล้วครับ...นายโทรมาถามเรื่องนี้เหรอครับ”) 

“เปล่า...ฉันมีงานจะให้เเกทำ” 

(“สั่งมาได้เลยครับ”) 

“ส่งคนมาทำความสะอาดห้องพักหมอชั้นบนสุดให้ที” 

(“ครับนาย”) 

 

หลังจากวางสายโทมัสก็เก็บมือถือของตนลงกระเป๋าเเล้วเดินกลับเข้ามาด้านใน ก้มลงหยิบหมอนเเละผ้าห่มบนเตียงมาถือเอาไว้ เเล้วเดินมาทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คนตัวเล็กกว่าที่พื้น เเละทันทีที่โทมัสนอนลงบนพื้นร่างเล็กก็ขยับเข้ามาหาเเล้วซุกตัวเข้าหาคนตัวโตกว่าเพื่อหาไออุ่นทันที โทมัสยกยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง….เเล้วหลับไป 

 

บอกก่อนเลยว่าไรท์ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ + เรื่องบู๋ๆ ก็ไม่ค่อยได้สักนิด....หากผิดพลาดตรงไหนให้อภัยเขาเถอะน่าาา 

เเล้วก็ๆ มีใครคิดเหมือนไรท์ไหมว่า  เดี๋ยวเเต่งออกมาตอนโคตรยาว  มันยาวเกินไปไหมอะ... 

#เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น