email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1

คำค้น : พ่ายรักซาตาน , นิยายรัก, รักโรแมนติก, ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2563 03:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1
แบบอักษร

:: บทที่ 1 :: 

สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อใบชานะคะ เป็นเด็กสาวเดินดินกินข้าวแกงธรรมดา มีชีวิตธรรมดา หน้าตาธรรมดา ทุกอย่างธรรมดาหมดยกเว้นอยู่อย่างเดียวที่ไม่ธรรมดาคือมีพี่ชายเป็นเทวดาค่ะ 

เขาชื่อแทน หรือพี่แทนที่ฉันเรียก 

“จัดการให้หน่อย” 

มาถึงเขาก็ยื่นเงินมาให้ตรงหน้าพันหนึ่ง ฉันมองเงินนั้น ก่อนเงยหน้ามองคนให้อีกที 

“เรื่อง?” ฉันถามสั้น ๆ 

“ผู้หญิง” 

ฉันถอนหายใจแรง ค้ำไม้ถูพื้น รับเงินมาถือ 

“นุ่มนวลหรือแตกหัก” 

“แล้วแต่” 

“ความเร็ว” 

“เร็วที่สุด รำคาญ ชอบโทรมาก่อกวน” พอเขาพูดจบก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้าน ฉันชะโงกหน้าเปิดม่านออกดู เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวเปรี้ยวน่าดูมายืนชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟอยู่หน้าบ้าน มือรัวกดกริ่งไม่เกรงใจใคร 

ฉันทำหน้าแหยง แหวกม่านกว้างขึ้นให้พี่เขาดู 

“คนนี้หรือเปล่า” 

พี่แทนพยักหน้า 

“ได้” ฉันรับปาก “เมื่อไหร่พี่จะเลิกทำตัวแบบนี้สักที ถ้าจะแก้ ต้องแก้ที่ตัวพี่ไม่ใช่ผู้หญิง” 

“ยุ่ง” 

“เอ้อ แช่งให้ติดเอดส์ตายเข้าสักวัน” 

“จะเอามาติดเธอเป็นคนแรก รีบ ๆ จัดการซะ” เขาบอกแค่นั้น หันหลังเดินเข้าห้องไป 

ฉันถอนหายใจเบา ๆ อิงไม้ถูพื้นกับกำแพง อุ้ยอ้าย น้องแมวแสนรักของฉันเดินมาพันรอบขา ฉันยิ้ม ก้มลูบหัวมันเบา ๆ 

“รำคาญเหรออุ้ยอ้าย รอก่อนนะ จะรีบไปจัดการให้เร็ว ๆ” ฉันเดินลงบันได ตรงไปยังหน้าบ้าน 

“พี่แทนอยู่ไหม” หล่อนถามด้วยน้ำเสียงกระชาก ๆ 

เธอ ฉันเป็นน้องไม่ได้เป็นคนใช้ ถึงจะแต่งตัวเหมือนก็เถอะ 

“อยู่ค่ะ แต่ไม่ว่าง” 

หญิงสาวยิ้มทันที “ฉันต้องการพบพี่แทน” 

ฉันยกนาฬิกามองทำท่าคิด 

“คงต้องรออีกหน่อยนะคะ เพราะเพิ่งเริ่มยกแรกไปเอง น่าจะสักสองสามชั่วโมง” 

หญิงสาวหน้าแดงก่ำ “หมายความว่ายังไง!” 

“ก็คุณแทนเพิ่งพาสาวเข้าห้องไป และเพิ่งได้ยินเสียงครางไปนิดเดียวเอง คงต้องรออีกพักใหญ่ ๆ น่ะค่ะ” 

หญิงสาวกรี๊ดแตก เดินปัดตูดจ้ำอ้าวหนีไปทันที 

“เฮ้อ เสร็จไปอีกหนึ่ง” ฉันยิ้มกริ่ม เดินกลับเข้าบ้าน 

“หิวข้าว” พ่อเจ้าประคุณที่เห็นเดินเข้าห้องไปเมื่อกี้ ออกมานั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่บนโซฟาแล้ว 

“ทำไว้ให้แล้ว อยู่บนโต๊ะกินข้าว ไปกินสิ” ฉันบอกแค่นั้น กำลังจะเดินไปถูบ้านต่อ 

“ฉันจะกินที่นี่” เขาพูดเสียงเย็น ทำหน้าเหมือนคนถ่ายไม่ออก 

“ไปกินที่โต๊ะสิ สะดวกกว่าที่นี่ตั้งเยอะ” 

“ถ้าไม่ทำตาม จะบอกแม่ว่าเธอไปเที่ยวกับผู้ชาย” 

ฉันเบรกเท้าลงกึก หันขวับไปมอง 

“ชาไม่เคยควงใคร” 

“แล้วคิดว่าแม่จะเชื่อใคร” 

ฉันเม้มปากแน่น เจ็บจี๊ดที่กลางอก กระบอกตาร้อนผ่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ จริง ๆ ฉันเป็นคนเข้มแข็งนะ แต่อะไรที่เกี่ยวกับครอบครัวฉันมักจะอ่อนแอเสมอ ฉันกำมือแน่น กัดฟันอย่างอดทน จำต้องเปลี่ยนทิศทางเดินไปหยิบข้าวมาไว้ในห้องรับแขกให้พี่มันแทน พอเรียบร้อยก็เดินขึ้นห้องไป 

ตอนนี้ฉันอยู่มอปลายปีสุดท้ายแล้ว พูดให้หรูไปงั้นแหละ เอาตรง ๆ ก็คือมอหกนั่นเอง เพิ่งเปิดเทอมมาได้แค่เดือนกว่า ๆ แต่เชื่อกันหรือเปล่าว่าพี่ชายสุดประเสริฐของฉันควงหญิงมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบคน 

โอ้แม่เจ้า 

ท่านเอาเวลาใดไปจีบหญิงกันแน่ 

เหอะ ไม่เห็นมีอะไรดีเลย ก็แค่… 

รวย 

ก็บ้านเราเป็นคนมีฐานะอะนะ แต่เจ็บใจคุณพ่อสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่เราสองคนเป็นพี่น้องกัน แต่ดันยกสมบัติให้พี่แทนทั้งหมด รวมถึงกิจการของทางบ้าน ที่พอพวกเราเรียนจบก็ต้องไปรับช่วงต่ออีกที พี่แทนได้เป็นประธาน แต่ฉันดันได้เป็นแค่พนักงานเดินเอกสารเท่านั้น ดูซิ ถ้าไม่คิดว่าคุณพ่อลำเอียง แล้วจะว่ายังไง 

เงินเดือนพี่แทนก็ได้เยอะกว่า ได้เดือนหนึ่งสามหมื่น ฉันน่ะเหรอ หึ พูดแล้วก็เจ็บใจ แม่บอกว่าฉันเป็นผู้หญิง ไม่ต้องใช้เยอะหรอก ได้ไปเยอะ เดี๋ยวก็เอาไปช็อปปิ้งทำตัวเสียผู้เสียคน หรือไม่ก็เอาไปเปให้ผู้ชายหมด (เหมือนน้องสาวต่างแม่ของแม่นั่นแหละ) 

พี่แทนได้สามหมื่น คิดว่าฉันจะได้เท่าไหร่ 

หมื่นหนึ่ง? 

โอ้ หรูไป 

พนักงานกินเงินเดือนยังไม่ได้ขนาดนี้เลย 

ฉันได้สามพันบาท 

ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ พี่ชายได้สามหมื่น แต่ฉันได้มาแค่สามพันเท่านั้น ฉันเคยถามแม่นะว่าทำไมได้น้อยกว่าพี่ชายเยอะขนาดนี้ แล้วแม่ก็ให้เหตุผลมาว่าเพราะฉันเป็นผู้หญิง ให้เยอะ เดี๋ยวก็บ้าช็อปบ้าแต่งตัว แค่นี้แหละ 

เฮ้อ! อย่าให้ฉันเกิดมาเป็นผู้ชายบ้างก็แล้วกัน 

เพราะความที่ฉันได้เงินน้อย เลยทำให้ฉันค่อนข้างเป็นคนงก ถามว่าจริง ๆ พอใช้ไหม เอาตามตรงเลยนะ 

ไม่พอหรอก ผู้หญิงใช้จ่ายเยอะจะตาย ไหนจะค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เกี่ยวกับที่โรงเรียนอีก มันเป็นค่าใช้จ่ายจุกจิกที่ฉันต้องควักเนื้อออกเองเหมือนกัน เพราะขอแม่ทีไร โดนด่าว่าหลอกแม่เอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่นทุกที 

ฉันเลยใช้วิธีทำงานพิเศษเอา รับจ้างทำงานจิปาถะน่ะ ทั้งทำความสะอาด ทำการบ้าน งานอะไรฉันทำหมด ขอให้ได้เงิน 

แต่งานสุจริตทั้งหมดนะ ถึงฉันจะได้เงินเดือนน้อย แต่เชื่อกันหรือเปล่า ตอนนี้ฉันมีเงินเก็บจะแสนแล้ว 

เงินฉันไม่พอ ขอพ่อแม่ไม่เคยให้ แต่ถ้าพี่ชายเงินขาดมือเมื่อไหร่ พ่อกับแม่จะรีบโอนให้ทันที 

ลำเอียงไหมล่ะ แต่ก็นั่นแหละ ฉันให้เหตุผลกับตัวเองว่าเพราะพี่เป็นพี่คนโต อีกหน่อยต้องมาดูแลรับผิดชอบธุรกิจของครอบครัว ต้องถูกเอาอกเอาใจมากเป็นพิเศษ ส่วนฉัน แม่มักบอกประจำว่าโง่ ไม่อยากให้ทำงานที่บริษัทเท่าไหร่ ซึ่งฉันว่าก็ดีนะ 

เพราะถ้าได้ทำงานที่บริษัทจริง คงได้เป็นทาสพี่แทนตลอดไปแน่ ๆ ซึ่งฉันวางแผนไว้แล้วว่าจะเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ แล้วทำธุรกิจของตัวเอง 

แพล่มซะยาว ยังไม่จบค่ะ นอกจากความรวยแล้ว พี่ฉันยังหล่ออีกต่างหาก ไม่ใช่หล่อแบบธรรมดา แต่เป็นพวกหล่อลาก หล่อเทพ หล่อจนดาราชั้นนำยังชิดซ้าย 

อันนี้เป็นเชื้อที่ได้มาจากคุณพ่อโดยตรงค่ะ ถ่ายทอดมาให้พี่แทนคนเดียว ในขณะที่คุณแม่ก็สวยเอาการ แต่ดันงกไม่แบ่งมาให้ฉันบ้าง ฉันเลยกลายเป็นลูกสาวที่หน้าตาจืดชืดที่สุด 

จริง ๆ ฉันเองก็อยากแต่งตัวนะ แต่แต่งทีไรโดนแม่ด่าว่าแรดบ้าง เป็นผู้หญิงสำส่อนเตรียมล่าผู้ชายบ้าง บอกตามตรงไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแม่ต้องว่าฉันแรง ๆ แบบนี้ ทั้งที่ฉันก็ออกจะรักนวลสงวนตัว ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม วันไหนแต่งตัวดีหน่อยก็โดนด่า ฉันเลยกลายเป็นเด็กที่จะแต่งตัวแนวทอมบอยซะส่วนใหญ่ เสื้อยืดกางเกงตัวโคร่ง รองเท้าผ้าใบ 

เฮ้อ!! ลิปติกมีรสชาติเป็นไงยังไม่เคยสัมผัสเล้ย 

กระโปรง นอกจากกระโปรงนักเรียนแล้ว อย่างอื่นอย่าหวัง ทั้งตู้กางเกงตลอด และที่น่าสงสารมากไปกว่านั้น 

มันเป็นเสื้อผ้าของพี่ฉันเอง เพราะแม่ห้ามไม่ให้ฉันใช้เงินฟุ่มเฟือยซื้อเสื้อผ้าใส่ เลยชอบโยนเสื้อผ้าสมัยพี่ชายยังเด็กมาให้ ฉันก็ใส่ ๆ อ่ะนะ ประหยัดดี (ไม่ได้งกเน้อ แต่ตามใจแม่เท่านั้น) 

เพราะความหล่อบาดจิตบาดใจ ไปไหนจึงมีแต่สาว ๆ ตอมกันให้หึ่งเหมือนแมลงวันตอมขี้ ในขณะที่ฉัน… 

กระซิก กระซิก ไร้คนเคียงโดยสิ้นเชิง ดีหน่อยที่มีเพื่อนที่แสนดีที่พอจะเข้าใจฉัน 

เจ้าอุ้ยอ้ายน้องแมวสุดน่ารักนั่นเอง 

เพราะความที่พี่แทนหล่อจัด ๆ เวลาไปไหนมาไหน จึงไม่ชอบให้ฉันไปด้วย เดี๋ยวความขี้เหร่จะกระเด็นใส่ 

นอกจากจะหล่อลากไส้แล้ว พี่แทนยังหุ่นดีอีกต่างหาก 

อันนี้คงเพราะพี่เขาเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นทุกอย่าง ทั้งกีฬาในร่มและนอกร่ม ทำได้ดีหมด ดูได้จากกล้ามที่เพิ่มขึ้นทุกวันจนจะกลายเป็น อาโนว์ไปแล้ว (อันนี้เวอร์ไปค่ะ แหะ ๆ) แค่มีกล้ามเฉย ๆ และรอยจูบรอยข่วนที่มีประดับเนื้อตัวตลอดไม่เคยขาด ถ้าวันไหนไม่มี แปลว่าวันนั้น โลกคงกำลังถล่มทลายแน่ ๆ 

ซึ่งตั้งแต่พี่แทนขึ้นม.ปลายมา ยังไม่เคยเห็นว่าวันไหน รอยจะจางหายไปจากตัวสักที 

ส่วนฉันน่ะเหรอ อย่าให้พูดเลยค่ะ หน้าอกหน้าใจก็พอมี แต่ถูกทับให้บี้แบนด้วยเสื้อชั้นในมือสอง ซับในเก่า ๆ และเสื้อยืดตัวโคร่งของพี่ชาย 

หล่อรวย หุ่นดี แล้วมีอะไรอีก 

อ้อ อย่าคิดว่าพี่ฉันจะมีดีแค่หน้าตานะคะ พี่เขาหล่อและพ่วงความฉลาดเข้าไปด้วย 

ฉลาดไม่ฉลาดก็ถ้าพี่ต้องการทุนอะไรที่ไหนก็นั่งทางในจิ้มเอา ๆ ผ่านหมด สอบวิชาไหนได้คะแนนไม่เคยต่ำกว่า 95% จนบางทีฉันยังแอบคิดว่าพี่ชายฉันต้องฮั้วกับครูอาจารย์แน่ 

หรือไม่… 

ครูคนนั้นต้องเสร็จพี่แทนไปแล้วแน่ ๆ (ยกเว้นผู้ชาย = =) 

ส่วนฉันน่ะเหรอ 

เฮ้อ! 

แค่ผ่านก็หืดขึ้นคอ 

ไม่แปลกใจที่จะโดนแม่ด่า โดนพ่อประณาม และโดนพี่ดูถูก ฉันขยันน้า แต่เป็นพวกอ่านหนังสือช้า (แต่พี่แทนอ่านเร็ว) ไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาเท่าไหร่ (ในขณะที่พี่แทน อ่านแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เข้าใจหมดแล้ว) เรื่องเก็งข้อสอบไม่ต้องไปพูดถึง ไม่เคยถูก แต่กับพี่ บอกตัวไหน ออกตัวนั้น (นี่แหละ ฉันถึงได้บอกว่าพี่แทนต้องฮั้วกับอาจารย์แน่ ๆ) 

พี่เขามีเพื่อนเยอะ ทั้งหญิงและชาย ในขณะที่ฉันมีเพียงตัวเดียว 

ฟังไม่ผิดค่ะ ตัวเดียวจริง ๆ คบคนไม่ได้หรอก โดนแม่เพ่งเล็ง 

เป็นคนดีไหม พากันเที่ยวหรือเปล่า จะพากันกลับดึกกลับดื่นอะไรมากมายเยอะแยะตาแป๊ะไก่ ฉันเลยไม่คบกับคน แล้วหันมาคบกับแมวแทน 

ถึงรูปร่างภายนอกมันจะเหมือนหมาขนาดไหน แต่มันก็คือแมวค่ะ ไม่รู้ฉันเลี้ยงมันอีท่าไหน ถึงได้อ้วนตุ๊ต๊ะแถมยังมีใบหน้าเหี้ยมโหดขนาดนี้ 

มันชื่ออุ้ยอ้าย (เก็บได้ระหว่างทางกลับจากโรงเรียน) เป็นแมวที่เกิดมาเพื่อกินแล้วก็นอน เป็นที่ปรึกษาที่ดี เวลาฉันเสียใจมา ร้องไห้มา หรือมีเรื่องเครียด ๆ ก็มีอุ้ยอ้ายนี่แหละ ที่คอยรับฟังฉันเสมอ 

มีแมวเป็นเพื่อนดีกว่ามีพี่เป็นหมา (เดือนสิบสอง) 

สรุปที่บ่นมาตั้งนานเนี่ยคือ ทำไมชีวิตฉันมันถึงได้น้ำเน่าขนาดนี้นะ 

พี่ชายหล่อ ตัวเองขี้เหร่ 

พี่ชายเรียนเก่ง ตัวเองเรียนแย่ T^T 

พี่ชายเป็นที่รักของพ่อแม่ ส่วนฉัน… (อย่าไปพูดถึงเลย บาปเปล่า ๆ) 

พี่ชายที่มีเสน่ห์ ในขณะที่ฉัน คนแทบมองไม่เห็นหัว 

เฮ้อ! ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ซะหน่อย จนหลาย ๆ คนพากันบอกว่า พี่ชายเป็นเทวดา น้องสาวเป็นข้าทาส แต่ถ้าพวกคุณ ๆ มารู้ธาตุแท้ของพี่ฉัน พวกคุณอาจถอนคำพูดก็ได้ 

โอเค จบการรายงานข่าวเพียงเท่านี้ กลับมาในห้องนอนฉันต่อ ในห้องเล็ก ๆ ที่เคยเป็นห้องเก็บของมาก่อน ตอนนี้มันได้กลายมาเป็นห้องนอนสุดแสนเพอร์เฟ็คของฉัน 

บ้านนี้มีสามห้องนอนหนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องรับแขกและหนึ่งห้องเก็บของ แต่ทำไมฉันได้ห้องเก็บของก็เพราะพ่อกับแม่จะเก็บห้องหนึ่งเอาไว้เป็นห้องที่เวลาพวกท่านมาเยี่ยม พวกท่านสามารถนอนได้เลยโดยไม่ปะปนกับคนอื่น ส่วนอีกห้องเป็นห้องรับแขกบ้านแขกเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เพื่อน ๆ พี่แทนทั้งนั้นแหละ 

ฉันเลยต้องมาใช้ห้องนี้ไปโดยปริยาย 

อย่า อย่าคิดว่าชีวิตฉันอาภัพนะ เพราะฉันคิดมาเยอะจนเลิกคิดแล้ว ตอนนี้ฉันมีความสุขดี 

ฉันกลับมานั่งเปิดบัญชีดูหลังทำความสะอาดห้องและจานชามที่ พี่กินทิ้งไว้เสร็จแล้ว 

กว่าจะจบม.ปลาย ฉันคงได้เงินอีกเยอะ อยากไปเช่าหออยู่ จะได้ไม่เบียดเบียนพ่อแม่ 

“เอาละไอ้ชา สู้ ๆ” ตอนนี้ฉันต้องขยันกว่าเดิม เพราะอยากได้ทุนเรียนมหา’ ลัย อยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจว่าฉันก็สามารถทำได้เหมือนกัน 

แต่… 

ครอก… 

รู้ตัวอีกที ฉันก็มานั่งเลียน้ำลายต่างน้ำแล้ว 

ทำไมนะ เห็นหนังสือเป็นต้องหลับทุกที แล้วอย่างนี้จะขอทุนได้ไหม 

ไม่ได้ ๆ ฉันรีบออกจากห้องหวังไปหากาแฟมาง้างตา ก้าวลงบันไดไปได้แค่ขั้นเดียวก็ต้องชะงักหยุดอยู่ที่เดิมมองใครบางคนที่นั่งเท่อยู่บนโซฟากลางห้อง 

ฉันเองก็อยากได้ที่นั่งตรงนั้นเหมือนกัน (ถ้าพี่แทนอยู่ พี่แกห้ามฉันนั่งค่ะ) 

ฉันยิ้ม ถึงพี่ชายจะนิสัยแย่ขนาดไหน แต่เขาก็เป็นพี่ชายที่ฉันภูมิใจอยู่ดี 

ฉันเลยตัดสินใจ หยิบหนังสือมานั่งอ่านตรงนั้นแหละ เพราะพี่เป็นยาแก้ง่วงได้ดียิ่งกว่ากาแฟซะอีก มีพี่อยู่แล้วทำให้มีแรงฮึดในการเอาชนะเพิ่มขึ้น 

“นี่!!” 

ฉันสะดุ้งเฮือก เลิ่กลั่กมองสิ่งรอบตัว 

อ้าว… 

มืดแล้วเหรอ หนังสือยังวางอยู่ที่เดิม และตัวเลขบนหัวกระดาษยังไม่ได้ขยับไปไหน มันไม่ใช่ความผิดฉันนะ กำลังนั่งอ่านอยู่ดี ๆ โดยมีพี่เป็นกาแฟ แต่พอดีสายเข้า พี่เขาเลยเดินออกไปคุยหน้าบ้าน 

รู้ตัวอีกที ก็ตอนที่พี่ใช้เท้ายันจนฉันล้มหัวโขกกำแพงนี่แหละ 

“ทำอะไร” 

“อ่านหนังสือน่ะสิ ถามอะไรแปลก ๆ” 

“พอดีไม่เห็นว่ามีคนที่ไหนกำลังนั่งอ่านหนังสือ เห็นแต่ควายกำลังนั่งหลับ” 

ฉึก!! 

เหมือนมีอะไรมาทิ่มอกแปลก ๆ ฉันรีบลุกยืนปัดก้น ทำท่าจะเดินเข้าห้อง แต่โดนฉุดไว้ก่อน 

“คืนนี้จะพาผู้หญิงเข้าบ้าน จัดห้องรับแขกให้ด้วย แนวโรแมนซ์เหมือนเดิม” 

ฉันแบมือไปตรงหน้า พี่แทนขมวดคิ้วมอง 

“แค่จัดห้อง” 

“ค่ากุหลาบ ค่าเทียน ค่าไวน์ และของตกแต่ง ของเก่าหมดแล้ว หรือจะใช้อันเดิมก็ได้นะ เขาคงไม่สังเกตเห็นหรอก” 

เป็นอีกหนทางการหารายได้ของฉันเองค่ะ เขาตัดความรำคาญโดยการยื่นเงินมาให้ 500 

หึ ๆ แต่ฉันไม่ได้ใช้เงินที่พี่เขาให้มาหรอก เพราะของทั้งหมด ฉันสำรองเอาไว้หมดแล้ว ใช้ของเก่า ๆ นั่นแหละ แต่ใช้ความฉลาด (ในงานศิลปะ) ทำให้มันดูเหมือนใหม่นิดหน่อย อย่างเทียนที่ใช้แล้วก็ตัดด้ายดำออก ลอกให้เหลือแต่ด้ายขาว ๆ แกะสลักตรงหัวนิด ๆ ให้ดูแปลกตา แม้ว่าจะสั้นลงแค่ไหน ก็ดูอาร์ตมากกว่า จนดูไม่ออกว่าเอาของเก่ามาใช้ 

ส่วนอาหารก็ใช้ของที่มีทำง่าย ๆ แต่เน้นจัดแต่งให้สวยงามจนดูเหมือนสั่งมาจากภัตตาคารสุดหรู ลงทุนซื้อจานชามดี ๆ มาใช้อีกนิด ข้าวของเครื่องใช้ก็วน ๆ เอา เขาจับไม่ได้หรอก ถึงฉันจะโง่เรื่องการเรียน แต่เรื่องหาเงินเข้ากระเป๋าล่ะก็ ฉันว่าฉันไม่หมดมุขง่าย ๆ แน่ 

แล้วคืนนั้น ฉันก็ต้องปิดประตูทำตัวให้เงียบที่สุด นอนฟังเสียงเพลงเพราะ ๆ ที่พี่แทนเปิดให้เป้าหมายฟัง ฉันเองก็อยากมีหนุ่ม ๆ มาขอเดทภายใต้แสงเทียนแบบนี้บ้างเหมือนกัน แต่ไม่ได้จบลงที่เตียงเหมือนพี่แทนนะ 

แล้วหลังจากนั้น ฉันก็นอนฟังเสียงครางของแม่พวกผู้หญิงไป ห้องหับมีก็ไม่ใช้ ชอบนอกสถานที่กันตลอด 

ผ่านพ้นไปอีกวันกับชีวิตอันแสนวุ่นวายของฉัน 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ค่ะ : ) นิยายชายหญิงเพียงเรื่องเดียวที่แต่งไว้ (ที่เหลือวายหมดเลย) ท้าทายความสามารถตัวเองดี อัพที่เด็กดีจบแล้ว เอามาหย่อนไว้ที่นี่อีกที่ ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ 

ใครอยากได้รวมเล่ม มี e-book ให้ดาวน์โหลดที่ Meb ค่ะ  (ลิงค์อยู่หน้าแรกสุด) 

ความคิดเห็น