facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่7 ความรู้สึกที่แตกต่าง (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่7 ความรู้สึกที่แตกต่าง (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 64.1k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2562 13:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7 ความรู้สึกที่แตกต่าง (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่7 ความรู้สึกที่แตกต่าง 

 

“...จะกลับก็ให้ไอ้พวกข้างหน้าไปส่ง อย่าเดินไปเอง” 

 

ผมพูดบอกออกไป ไม่สิ จะเรียกว่าบอกก็ไม่ถูกหมด เรียกว่าสั่งน่าจะฟังเข้าทีกว่า....ถึงสะพานไม้ที่ใช้เดินเข้ามาจะสูงกว่าพื้นป่ามาก เเต่ก็ไม่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายที่ผมเอามาปล่อยไว้เป็นอาหารของเสือที่เลี้ยงเอาไว้จะมีตัวไหนที่เป็นอันตรายต่อเด็กคนนี้บ้าง ในป่าจำลองนี้นอกจากเสือที่เขาเลี้ยงเเล้วก็ยังมีสัตว์อื่นอยู่ เพราะเขาจำลองพื้นป่ามาไว้ที่นี่ บางครั้งเขาก็จะปล่อยให้เสือของเขาได้ออกล่าเหยื่อเอง เพื่อให้มันได้ใช้ชีวิตในแบบที่มันควรจะเป็น 

 

“จะให้ผมอยู่ที่นี่ต่อได้งั้นเหรอ!! ” เด็กนี้ทำท่าทางดีใจ ตาเป็นประกายเชียวนะ ไอ้ท่าทางแบบนี้เนี่ยแหละที่ทำให้ผมอดจะขำออกมาไม่ได้ 

“ใช่...แต่เดี๋ยวให้พวกเจ้าหน้าที่มันมาอยู่เป็นเพื่อน..ยังไงเสือก็เป็นนักล่า” 

“แต่ว่าผมเกรงใจพวกเขา...นี่ไง..ผมเล่นกับมันได้แล้วนี่ไง” 

“ตัวแค่นี้.ถ้ามันจะกินเธอเข้าไปคำเดียวก็หมด..อย่าดื้อทำตามที่บอก” พอผมพูดออกไปแบบนั้น เจ้าเด็กตรงหน้าก็ทำหน้างอทันที ก่อนจะก้มหน้าลงไปหลบสายตาของผมที่มองจ้องอยู่ 

 

แต่ที่ผมต้องบังคับแบบนั้นผมมีเหตุผลนะ...ถึงเมื่อกี้แอลม่อนมันจะยอมให้เล่น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าที่มันยอมเพราะผมยังอยู่หรือเปล่า...สัตว์ยังไงมันก็เป็นสัตว์ ถึงจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยมนุษย์แต่มันก็มีสัญชาตญาณของมัน แล้วดูเจ้าเด็กนี้สิ ตัวก็แค่นี้ ผอมบางจนแทบจะเห็นกระดูก โดนแอลม่อนมันตะปบที่เดี๋ยวก็คงหักไปทั้งร่าง 

 

“ข...เข้าใจแล้วครับ” 

 

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ พอเห็นว่าอีกฝ่ายยอมเข้าใจที่ผมสั่ง ก็เดินออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้เด็กนั้นเล่นต่อไป ผมออกมาสั่งงานลูกน้องที่ยืนรอกันอยู่ ให้พวกมันอยู่ที่นี่สัก 2-3 คน เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น และก็ให้พวกมันไปตามเจ้าหน้าที่ออกมาช่วยดูด้วย 

 

“…นายดูแลหมอฟิวส์ดีจังนะครับ” ไอ้แฟรงค์ลูกน้องคนสนิทของผมพูดขึ้นมา แต่น้ำเสียงโคตรจะล้อเลียนกูเลย...นี่กูเจ้านายมันไหมเนี่ย-*-! 

“..ปกติ!! ” ผมพูดตอบออกไป  

“เหรอครับ” 

“เออ” ผมพูดตอบออกไป ก่อนจะรีบเดินนำมันมา เดี๋ยวแมร่งหาเรื่องมาพูดอีก 

 

กับเด็กนั้นจะว่ารู้สึกพิเศษอะไรด้วยก็เปล่าเหรอ...แค่รู้สึกถูกชะตา แล้วให้ความรู้สึกต่างจากคนอื่นๆ ดี..ดูมึนๆ งงๆ และที่สำคัญพูดมากพูดเก่งแล้วก็ชอบคิดเองเออเองไปเสียหมด...ผมไม่ได้รู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดอะไรที่เด็กนั้นคิดว่าผมเป็นบอดี้การ์ดหรอกนะ....ถึงจะแอบคิดบ้างว่าถ้าเด็กนั้นรู้ตัวจริงของผมแล้ว...ยังจะกล้าแสดงท่าทางแบบนี้ออกมาให้เห็นหรือเปล่า 

 

พอคิดแบบนั้นแล้ว...มันก็...ขอให้เด็กนั้นคิดว่าผมเป็นเพียงบอดี้การ์ดแบบนี้ ต่อไปอีกหน่อยแล้วกัน 

 

ผมเข้ามาเซ็นเอกสารที่บริษัทที่เป็นธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ก็แค่ทำเกี่ยวกับเพชรๆ พลอยๆ อะไรพวกนั้น เป็นบริษัทที่ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับของส่วนตระกูลที่ครอบครัวทำ...ไอ้ไรอันน้องชายตัวดีของผมมันก็มีบริษัทของมันเองที่ไทยเหมือนกัน...แต่ในส่วนที่เป็นธุรกิจของตระกูลตอนนี้พ่อของผมดูแลอยู่ พอเสร็จที่บริษัทแล้วก็ไม่ลืมที่จะเลยเข้ามาที่โรงพยาบาลในเครือของอพอลโล่หรือจะเรียกว่าเป็นโรงพยาบาลของตระกูลผมก็ได้ 

 

“ทางเราไม่รู้ก่อนว่าท่านจะมา เลยไม่ได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้ครับ” พวกที่ทำงานอยู่ที่นี่พอเห็นผมก็รีบวิ่งเข้ามาเสนอหน้ากันหมด 

“ทำตัวตามสบาย” 

 

ผมไม่ได้ยืนรอให้พวกมันมาเลียแข้งเลียขาอะไร เดินตรงมาที่ลิฟต์ส่วนตัวของตัวเอง ที่สามารถขึ้นไปได้เพียงชั้นบนสุดของโรงพยาบาลแห่งนี้เท่านั้น... 

 

“น่ารำคาญเสียจริง” ผมสบถออกไป....ไอ้พวกเวรพวกนั้นมันก็แค่ต้องการประจบจะเอาโน่นเอานี่ตามที่มันต้องการ ทำไมผมจะดูไม่ออก..หึ..หาคนที่จริงใจอยากเสียจริงสังคมสมัยนี้ 

 

....ไม่สิ...มีอยู่คนหนึ่ง? 

 

พอกลับมาถึง ที่แรกที่ผมไปก็คือตรงส่วนที่ผมเอาเด็กไปปล่อยเอาไว้ แต่ป่านนี้แล้วจะกลับไปแล้วหรือเปล่านะ...เพราะนี้ก็ผ่านไปเกือบจะ 6 ชั่วโมงแล้ว..ผมออกไปตั้งแต่ 5 โมงเช้า คงจะกลับไปนอนตีพุงอยู่บนห้องพักของตัวเองแล้วนั่นแหละ 

 

“เด็กนั้นล่ะ?” 

“ยังเล่นอยู่กับคุณแอลม่อนและลูกๆ อยู่ด้านในอยู่เลยครับ” 

“ยังอยู่?” 

“ครับ...หลังจากที่นายออกไป...ตอน 11 โมงครึ่งคุณหมอออกมาเข้าห้องน้ำ 1 ครั้ง ตอนเที่ยงออกไปทานอาหาร  ผมเลยให้คนตามไป 2 คน กลับเข้ามาตอนบ่าย ซื้อของกินมาฝากพวกผมด้วยครับ จากนั้นออกมาเข้าห้องน้ำอีกทีตอน 15 นาฬิกาครับนาย” 

“แกไปพักได้แล้ว ขอบใจมาก...นั้นเหรอขนมที่ว่า” ผมมองไปที่ถูกขนมร้านดังที่เปิดขายอยู่ในโรงอาหาร 

“ครับนาย” มันยื่นถุงนั้นมาให้ผมอย่างรู้หน้าที่  ผมหยิบขนมที่ยังเหลืออยู่หนึ่งชึ้นขึ้นมายึดใส่ปากตัวเอง  เหลือบตาไปมองขวางพวกมันนิดหน่อย... 

 

เหลือไว้ชิ้นเดียวเนี่ยนะไอ้พวกเวร-*- 

 

ผมเดินตรงไปที่ทุ่งกว้างด้านหลังอาคารชั้นเดียวนี้ทันที...ทุ่งหญ้าสีเขียวที่อยู่ติดกับลำธารมีน้ำเย็นๆ ไหลผ่านเป็นสถานที่ ที่ค่อนข้างเหมาะแก่พวกเสือ เพราะพวกมันชอบเล่นน้ำ และก็นอนเกลือกกลิ้งบนพื้นหญ้านิ่มๆ ...แต่ตอนนี้ผมคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนอย่างเราๆ ด้วย... 

 

...หึ...เจ้าเด็กขี้เซาเอ๊ย..ทั้งเสือทั้งคนเลย 

 

เจ้าเด็กนั้นนอนหลับอุตุอยู่บนพื้นหญ้านิ่มๆ ได้ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่บังแดดให้ มีเจ้าเมล่อนนอนอยู่ที่หน้าท้องและเจ้าเมย์เปิ้ลนอนหงายท้องแผ่อยู่ข้างๆ ผมเดินเข้าไปใกล้ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวเลย...หึหึ 

 

...สบายเสียจริงนะ 

 

พอแอลม่อนเห็นว่าผมมา มันก็ลุกขึ้นเดินออกมาจากใต้ตอนไม้ที่มันนอนอยู่เมื่อกี้ เดินเข้ามาหาผมเอาหัวใหญ่ๆ ของมันมาถูไถคลอเคลียผมไม่ห่าง 

 

“อ้อนเก่งเหลือเกินนะเรา” ผมล้มตัวลงนั่งดึงตัวของแอลม่อนมันเข้ามากอดรัดเอาไว้แรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ปากใหญ่ๆ นั้นอ้าออกงับลงบนแขนของผมอย่างหยอกล้อ 

“...กลับมาแล้วเหรอครับ” เสียงงัวเงียๆ ของเด็กขี้เซาดังขึ้นมา เด็กนั้นลุกขึ้นมานั่งมองผมแล้ว แต่เหมือนจะยังไม่ตื่นดี 

“รอฉันหรือไง?” 

“ครับ...ผมคิดว่าคุณต้องมาดูผมที่นี้แน่..ก็เลยไม่อยากให้คุณมาเสียเที่ยว” 

“ไม่ใช่ว่าอยากอยู่เล่นกับพวกมันนานๆ หรือไง” ผมพูดออกไปอย่างรู้ทัน เด็กนั้นกัดปากอวบอิ่มที่มันมีสีแดงอย่างเป็นธรรมชาติของตัวเอง เมื่อผมรู้ทัน ก่อนจะตอบออกมาด้วยเสียงอ้อมแอ้มๆ ... 

“อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง” 

 

ฮ...ฮา...ฮาๆ ...ฮา 

 

ผมหัวเราะร่าออกมาทันทีอย่างห้ามไม่ได้....ดูออกง่ายเสียงจริงนะเจ้าเด็กนี่ พอเห็นผมหัวเราะแบบนั้นอีกฝ่ายก็ได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ แล้วก้มลงไปฟัดจมูกลงที่พุงโตๆ ของเจ้าเมล่อน.... 

 

....อือ...นานเท่าไหนกันนะที่ผมไม่ได้หัวเราะออกมาด้วยอารมณ์แบบนี้?? 

. 

. 

. 

โทมัสและฟิวส์นั่งเล่นกับพวกลูกเสือกันต่อ บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาทั้งสองดูอบอุ่นจนลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านนอกยังรู้สึกได้...แฟรงค์มองเจ้านายของตัวเองก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา...นานเท่าไรกันนะที่เขาไม่เห็นเจ้านายของเขามีความสุขขนาดนี้...หนึ่งปี...หนึ่งเดือน...หรือตั้งแต่ที่นายของเขาขึ้นรับตำแหน่งนายใหญ่แห่งอพอลโล่สาขากลางกัน...ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ประมาณ 7 ปีได้แล้วหรือเปล่านะ?? 

. 

. 

. 

จนเกือบจะ 6 โมงเย็นนั่นแหละ โทมัสถึงได้พาฟิวส์ออกมา เพราะเจ้าตัวน้อยทั้ง 2 เล่นมาทั้งวันแล้ว และอีกอย่างแอลม่อนพึ่งจะคลอดลูกออกมาได้ไม่นาน มันน่าจะยังเห่อลูกของตัวเองอยู่บ้าง...ยิ่งพวกเสือเป็นนักล่าเวลากลางคืนแล้วด้วย...โทมัสเองยังคิดว่าเขาเองก็อาจจะเอาแอลม่อนไม่อยู่ถ้ามันพยศขึ้นมา... 

 

“ส่งผมตรงนี้ก็ได้ครับคุณบอดี้การ์ด...วันนี้ผมกวนคุณมามากแล้ว” 

“แล้วเธอจะไปไหน?” ผมถามออกไป เพราะเจ้าเด็กนี้ให้ผมมาส่งเขาที่หน้าตึกโรงพยาบาลไม่ใช่หอพัก 

“ผมยังไม่ได้ซื้อมื้อเย็นไว้นะครับ ว่าจะไปกินข้าวที่โรงอาหารก่อนแล้วค่อยกลับห้อง…” 

“...เอ่อ...ไปกินด้วยกันไหมครับ...เดี๋ยวผมเลี้ยงเองถือว่าตอบแทนที่คุณพาผมไปเล่นกับเด็กๆ ไง...นะครับ...นะ” ผมมองเด็กนั้นอึ้งๆ ดวงตากลมโตที่มองผมอย่างอ้อนๆ กะพริบตาปริบๆ เหมือนจะให้ผมเห็นใจ ปากอวบอิ่มก็ช่วยเพิ่มความน่าสงสารเข้าไปอีก....หึ...น่ารักเป็นบ้า 

 

....น่ารัก...เดี๋ยวนะ...นี่ผมมองว่าเจ้าเด็กนี้น่ารักงั้นเหรอ? ...หึ...ก็ไม่เถียงหรอกเพราะเด็กนี้น่ารักจริงๆ ตัวสูงๆ แต่ก็ยังเตี้ยกว่าผมมาก ผิวขาวๆ ตากลมโต ปากแดงๆ ...นี่ถ้าเป็นผู้หญิงคงมีหนุ่มๆ ตามจีบมากมาย...หรือไอ้ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็มีหนุ่มๆ มาตามจีบกัน!! 

 

พอคิดแบบนั้นทำไมต้องหงุดหงิดแปลกๆ ด้วยวะ!! 

 

ที่ผ่านมา ผมก็มีคู่ขาไปเรื่อยได้ทั้งหญิงและชาย....ผมไม่สนเรื่องเพศอยู่แล้ว...มันก็แค่เซ็กส์คนเราจะได้กันต้องสนด้วยหรือไงว่าชายหรือหญิง..มันก็แค่ช่วยกันระบายความต้องการของกันและกันออกมา...พอเสร็จก็จบ...ยังแปลกใจที่ดันไปคิดว่าเจ้าเด็กนี้น่ารัก ทั้งๆ ที่ผ่านมาผมไม่เคยมองผู้หญิงหรือว่าผู้ชายคนไหนว่าสวยว่าน่ารักเลยสักครั้ง...แค่สนใจร่างกายของพวกเขาเท่านั้น เมื่อก่อนผมคิดว่า ไม่ว่าจะชายหรือหญิง...แมร่งก็เหมือนกันหมด...สุดท้ายก็มีหน้าที่แค่นอนให้ผมเอา ร้องครางปลุกอารมณ์ผมเท่านั้น...แต่เหมือนตอนนี้ความคิดของผมจะเปลี่ยนไปแล้วสิ...มันแตกต่างจากที่เคยเป็นมาตลอด 

 

....แค่กับเจ้าเด็กพูดมากนี้หรือเปล่านะ?! ไอ้ความรู้สึกนี่น่ะ!! 

 

“คุณบอดี้การ์ด...คุณบอดี้การ์ด!!!” 

 

สติของผมถูกดึงกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายหูที่ดังอยู่ใกล้ๆ บวกกับมือขาวๆ ที่โบกไปมาอยู่ตรงหน้าผม...เหมือนจะพยายามที่จะช่วยดึงสติผมกลับมา...ก็ช่วยได้อยู่หรอก...แมร่ง! ขาวฉิบหาย 

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ...จะเป็นลมเหรอ...ผมมียานะ...ก็ยาหมองยายนั่นแหละ..มันดีนะครับ รักษาได้ทุกอย่างเลย วิงเวียน ปวดเหมื่อย จะเป็นลม...ช่วยได้หมดเลยนะครับ” เด็กนั้นพูดยิ้มๆ แล้วทำท่าจะหยิบอะไรออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง 

“เอามาด้วยหรือไง” 

“ครับ...ผมขอยายมาด้วย..จะได้รู้สึกว่ามีท่านอยู่ใกล้ๆ ...เอ!! ..อยู่ไหนนะ...หรือว่าจะอยู่บนห้องกัน??” 

 

ผมยืนมองอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ออกมาเพราะหากระปุกยาอะไรนั้นไม่เจอ...เห็นล้วงกระเป๋าโน้นทีกระเป๋านี้ที...หน้าก็เริ่มเบะขึ้นเรื่อยๆ แล้วด้วยสิ 

 

“จะกินหรือเปล่า” ผมพูดถามออกไป เพื่อเบนความสนใจของเจ้าเด็กนี้ที่แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว นี่ถ้ามีน้ำตาคลอๆ หน่อยได้เลย 

“..เอ่อ...กินครับๆ ไปเถอะ...” 

 

“กินอะไรกันดีครับ” ฟิวส์พูดถามผมออกมาทันทีที่เราก้าวเท้าเข้ามาถึงด้านในของโรงอาหาร ดวงตากลมโตนั้นก็กวาดสายตามองหาร้านอาหารที่อยากจะกินไป 

 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 1 ทุ่มแล้ว คนก็เลยเยอะเป็นพิเศษเพราะว่าโรงอาหารใกล้จะปิดในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า พวกเขาหันมามองผมกับเจ้าเด็กนี้อย่างสนใจ ผมหันไปมองหน้าไอ้แฟรงค์มันนิดหน่อย มันก็พยักหน้ารับแล้วเดินแยกไปจัดการให้ผม...เพียงไม่นานสายตาที่เคยมองมาที่ผมก็หายไป ถึงจะมีแอบมองมาบ้างแต่ก็ไม่ได้ดูตั้งใจมองเหมือนในตอนแรก...ไอ้ผมมันไม่เท่าไรแต่เด็กเจ้าเด็กฟิวส์นี่จะอึดอัดเพราะมีคนมองเสียเปล่า 

 

ผมก็เข้าใจนะว่าทำไมถึงได้มองกันขนาดนั้น ก็เพราะพวกเขาคงตกใจและแปลกใจที่เห็นผมมากินข้าวที่โรงอาหารไง ปกติผมก็ไม่ได้เรื่องมากเรื่องการกินหรอก...แต่ก็ไม่เคยเข้ามานั่งกินในโรงอาหารแบบนี้... 

 

“ลองอาหารไทยหน่อยไหมครับ ผมรับรองว่าอร่อย” ฟิวส์พูดกับผมยิ้มๆ หน้าตานี้แสดงออกมาชัดเจนว่าภูมิใจกับรสอาหารประเทศตัวเองแค่ไหน 

 

ที่นี้ก็ไม่เชิงเป็นโรงอาหารหรอก เพราะด้านในมันก็แยกกันเป็นร้านๆ ร้านใครร้านมัน...มีตรงส่วนที่เหมือนมินิมาร์ทอยู่ตรงทางเข้า ส่วนที่เหลือก็เป็นร้านอาหารร้านขนมปนๆ กันไป 

 

“เอาสิ” พอเห็นว่าผมยอมไปกินอาหารไทยเจ้าตัวก็เดินนำไปทางร้านอาหารไทยทันที 

“เอาเซตเล็กครับ” พวกเราเลือกนั่งโต๊ะที่อยู่หลบมุมหน่อย เป็นส่วนตัวดีด้วย...พอได้ที่นั่งแล้วก็สั่งอาหาร มีแค่ผมกับฟิวส์เท่านั้นที่เข้ามานั่งกิน ส่วนลูกน้องของผมที่เหลือรออยู่ด้านนอก 

 

ในร้านมีคนอยู่ไม่มาก คือพวกที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนพวกที่จะเข้ามาใหม่ถูกพวกลูกน้องของผมกั้นเอาไว้ไม่ให้เข้ามา พวกที่นั่งอยู่ก่อนก็รู้หน้าที่ครับ พวกเขารีบกินแล้วก็รีบออกกันไป เหลือนั่งกันอยู่แค่ไม่กี่โต๊ะเท่านั้น แต่เท่าที่มองเมื่อกี้พวกเขาก็กำลังรีบๆ กันอยู่ 

 

“ผมละโคตรแปลกใจ ทำไมที่นี้เขาดูแลลูกน้องดีจังครับ ที่พักที่กิน มีให้อย่างหรูเลย” ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เจ้าเด็กพูดมากนี้ก็ชวนคุยไม่หยุดเลย-*- 

“เพราะคนที่นี่พร้อมตายถวายชีวิตให้กับนายของพวกเขา...แล้วจะแปลกตรงไหนที่จะตอบแทนด้วยอะไรพวกนี้...” 

“.....” ผมมองคนตรงหน้าที่ทำหน้าทำตาแบบโคตรตลก เจ้าตัวทำหน้าเหมือนตั้งใจฟังที่ผมพูดมากจนน่าหยิก 

“นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่จะตอบแทนพวกเขา” 

“...เขาเป็นคนดีจังเลยน่า” เด็กนั้นพูดออกมาแล้วส่งยิ้มมาให้ผม...จนผมอดจะยิ้มตามไม่ได้ 

 

บทสนทนาของเราหยุดลงเมื่ออาหารที่สั่งมาเสิร์ฟ ทั้งผมทั้งเด็กนั้นต่างก็นั่งกินกันเงียบๆ มีบอกวิธีการกินให้ผมรู้นิดหน่อย บ้างที่ก็ตักมาให้ผมด้วย...พอกินเสร็จเขาก็อาสาจะเลี้ยงผม หึหึ...เอาเงินที่ได้ไปจากผมมาเลี้ยงเนี่ยนะ 

 

“เอ่อ...เครื่องเสียเหรอครับ..ทำไมยอดเงินเท่าเดิม” ฟิวส์พูดถามออกไป หันมามองหน้าผมแบบหน้าโคตรมึน...คงเพราะทางร้านไม่ได้หักเงินไปจากบัตรนั่นแหละ 

“…บริการพิเศษจากทางร้านครับ” เจ้าของร้านหันมามองหน้าผมก่อนจะพูดตอบออกมา 

“อ่อ...พวกโปรลูกค้าท่านที่ 100 ทานฟรีอย่างงั้นเหรอครับ!!” ไอ้ท่าทางตื่นเต้นนั้นมันอะไรกัน--? 

“เอ่อ...แบบนั้นก็ได้ครับ” เจ้าของร้านหันมามองหน้าผมอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกมาแล้วส่งยิ้มมาให้ไอ้เด็กพูดมากของผม...เอ่อ...ข้างๆ ผม 

“ว้าว! ดีจังวันนี้มีแต่เรื่องดีๆ” ผมส่ายหัวให้กับความคิดบวกของเจ้าตัวขาวข้างๆ ก่อนจะเดินนำออกมาจากร้าน มีเจ้าเด็กตัวขาวที่รีบวิ่งตามออกมา ผมมาส่งเข้าที่ด้านหน้าของหอพักเท่านั้น แล้วขอตัวแยกออกมาทันที 

 

 

#ฟิวส์ 

 

“หายไปไหนนะ??” งื้อ!! เอามาแค่อันเดียวด้วย...หายไปไหนเนี่ย!!! 

 

ยาย!! ฟิวส์หายาหมองของยายไม่เจออะ ToT 

 

ผมยังคงรื้อห้องจนรกไปหมด จำไม่ได้ว่าตัวเองเอากระปุกยาหม่องที่ของยายบุญมา เอาไปไว้ที่ไหน...รื้อจนห้องมันรกจนไม่รู้ว่าจะรกยังไงแล้วแต่ก็ยังหาไม่เจอ.... 

 

“โว๊ย!! หายไปไหน...หายไปไหน!!!!” 

 

ก๊อกๆ ! ก๊อก! 

 

“ใครมาตอนนี้เนี่ย??” ผมเหลือบไปมองนาฬิกาที่ข้างฝาผนังห้อง ก็เห็นว่าตอนนี้มัน 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว...ตอนแรกก็จะเดินไปเปิดเลยแต่เห็น สภาพห้องตัวเองแล้วก็อายเขา เลยรีบๆ เก็บของให้มันเข้าที่เข้าทางก่อน 

 

ก๊อกๆ !! เสียงเคาะประตูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เร่งให้ผมต้องรีบเก็บให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถ 

 

“ครับๆ ...มาแล้วครับ” 

“นอนแล้วหรือไง?” ยังไม่ทันที่จะเปิดประตูเรียบร้อยเลย เสียงที่ผมโคตรจะคุ้นหูก็ทักขึ้นมา...จะเสียงใครละ ก็เสียงเขานั่นแหละ 

“คุณบอดี้การ์ด!!” พอเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าคุณบอดี้การ์ดยืนอยู่หน้าห้องของผม....แค่เขาคนเดียว...ลูกน้องที่ปกติจะตามเขามาไม่มีสักคน...ขนาดคุณแฟรงค์ก็ไม่มี 

“ทำอะไรอยู่ทำไมเปิดช้า? นอน?” 

“เปล่านอนสักหน่อย...ผมหาของอยู่ตั้งหาก...แล้วคุณมาทำไมอะ...ครับ??” เขาแบมือมาตรงหน้าผม 

“แบมือมา” 

“ครับ??” อะไรอะฟิวส์งง?? ...แต่ก็ยอมแบบมือออกไปแต่โดยดี คุณบอร์ดี้การ์ดเลยจับมือข้างนั้นของผมเอาไว้ 

“ถ้าสำคัญ..คราวหลังก็รักษาดีๆ” เขาพูดออกมาดุๆ แล้ววางอะไรสักอย่างลงบนมือของผม 

 

...กระปุกยาหม่องของยาย!! 

 

“คุณไปเจอมาจากไหนนะ ผมตามหาแทบแย่!” ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงออกไป แต่ผมดีใจมากที่เจอมันเลยแหละ 

“เจอที่ไหนมันไม่สำคัญ แค่เจอแล้วก็พอ...ดึกแล้วเข้าไปนอนซะ พรุ่งนี้ทำงานไม่ใช่หรือไง” 

“เอ่อ...ครับ...” 

“ครับก็เข้าไปนอนสิ” 

“…คุณก็เดินไปก่อนสิครับ” 

“เข้าไปนอน!” เขาพูดดุออกมาอีกจนผมสะดุ้ง 

“ก็ได้...ทำไมต้องเสียงดังด้วย” ผมแอบยู่ปากใส่ แต่เหมือนเขาจะเห็นเพราะผมแอบได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากเขา 

“หึหึ...ฝันดี” ผมชะงักไปนิด...ตอนที่กำลังจะปิดประตู อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ผมกับรู้สึกว่ามันชวนใจเต้นแรงแปลกๆ ....อ๊ายยย!! 

“ฝ..ฝันดีครับคุณบอดี้การ์ด” 

 

ปัง! 

 

พอปิดประตูล็อกห้องได้ผมก็แทบจะวิ่งสี่คูณร้อยไปทิ้งตัวลงบนเตียงเลย เกือบจะลื่นหัวฟาดพื้นด้วย....เอาหน้าปักลงไปกับที่นอนนิ่มๆ ของตัวเอง ด้วยใบหน้าที่เห่อร้อนจนเหมือนมีไฟลุก หัวใจก็เต้นแรงไปหมด อ๊ากกก! เป็นบ้าอะไรเนี่ย...หยุดเต้นแรงๆ แบบนี้นะ... 

 

“แล้วแบบนี้จะนอนหลับฝันดีตามที่คุณบอดี้การ์ดพูดได้ยังไงละไอ้บ้าฟิวส์เอ๊ย!!” 

. 

. 

. 

ก่อนหน้านั้น 

 

หลังจากที่โทมัสแยกกับฟิวส์ ก็ตรงกลับมาที่ทุ่งหญ้าทันที เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่พอเห็นหน้าของเจ้าเด็กนั้นที่แทบจะร้องไห้ออกมา มันเลยบังคับให้เขาต้องทำ 

 

“กระจายกำลังกันออกไป หาอะไรก็ได้ที่มันไม่ควรจะอยู่ตรงนี้!!” 

 

ทันทีที่เสียงสั่งของโทมัสดังขึ้น พวกลูกน้องที่ถูกเกณฑ์มาที่นี้ก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดทันที โทมัสเองก็เดินไปหาแถวๆ ที่นั่งเล่นกับฟิวส์เมื่อตอนกลางวันด้วย หาอยู่นานสองนานก็ยังไม่เจอ ด้วยเพราะมันเป็นพื้นหญ้าที่มีหญ้าขึ้นเต็มไปหมดและเพราะเป็นเวลากลางคืนแสงสว่างเลยไม่ค่อยมี มีเพียงแสงสว่างจากสปอตไลท์ที่ค่อยสาดไปสาดมา และจากไปฉายของพวกลูกน้องที่กระจายกันหาตามคำสั่งเท่านั้น จนกระทั่ง.... 

 

“พอ! พวกแกไปพักกันได้แล้ว” โทมัสลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับของที่กำลังตามหาในมือ กระปุกยาเล็กๆ ที่ดูไม่ต่างไปจากเมื่อ 7 ปีที่แล้วเท่าไร โทมัสยกยิ้มออกมานิดๆ ที่เห็นมัน 

มาเเล้วววววววว 

รอกันอยู่ใช่ไหมล่าาาาา   มาเเล้วน่ามาอ่านเร็วววว 

อ่านเเล้วก็อย่าลืมเม้นให้กันด้วยน่าาา   พูดคุยๆๆๆ   ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นจริงๆน่า  อ่านเเล้วยิ้มทุกทีเลย ไม่ว่าจะเป็นคำติ หรือ คำชม เราก็ชอบทั้งนั้นนนนนนน 

#พรุ่งนี้จะได้อัพหรือเปล่าก็ไม่รู้น่าา  ไรท์ต้องไปช่วยงานเเต่งญาติอะ...งานเเต่งที่ใดเป็ฯได้เเค่เเขกรับเชิญToT 

BY: ลั้น ลา​ 

ความคิดเห็น