facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 6 บอร์ดี้การ์ด?? (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 บอร์ดี้การ์ด?? (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 63.7k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2562 12:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 บอร์ดี้การ์ด?? (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่ 6  บอร์ดี้การ์ด?? 

“อื้ออ…”ร่างบางๆในชุดของผู้ป่วยค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างมึนงง  มีมือของคนบางคนช่วยพยุงด้วยอีกเเรง 

“ข..ขอบคุณครับ” 

“ดีขึ้นหรือยัง” 

 

....ภาษาไทย!!! 

 

ผมรีบหันไปมองอีกฝ่ายทันที...ไม่ผิดเเน่...ที่ผมได้ยินเมื่อกี้มันไม่ผิดเเน่...ภาษาไทย...คนๆนี้พูดภาษาไทย!!  ในห้องนี้ไม่มีใครอยู่เลย นอกจากผมเเละผู้ชายตรงหน้า 

 

“ระวัง...เดี๋ยวก็ตกลงมาพอดี”เขาพูดดุออกมาเมื่อเห็นว่าผมเซจนเกือบจะตกเตียงลงไปดีที่เขาช่วยจับเอาไว้ทัน 

 

ค..คุ้นหน้าจัง 

 

ผมมองคนที่ช่วยจับตัวผมเอาไว้อย่างใช้ความคิด รูปร่างสูง หน้าตาฝรั่งๆ ไม่เหมือนกับคนพื้นที่นี้...เเต่พูดภาษาไทยได้คล่องอย่างไม่น่าเชื่อ...ทำไมถึงคุ้นหน้าเขาจังนะ...เหมือนเคยเจอที่ไหน...เมื่อนานมาเเล้วเลย...นานมากๆเลยละมั้ง 

 

“อะไร?...มองเเบบนี้หมายความว่า?” 

“เอ่อ..ขอโทษครับ..ผมเเค่รู้สึกคุ้นหน้าเเปลกๆ...ผมคงจะเข้าใจผิดไปเองเเหละ...เเห๊ะๆ”ได้เเต่หัวเราะเเห้งๆกลับไป...นั้นสิเนอะ ผมจะไปเจอคนที่ดูดีเเบบนี้ได้ไงกัน-- 

“จำไม่ได้?” 

“....ครับ??”...ทำไมเขาถึงถามผมเเบบนั้น...หรือว่าเราเคยเจอกันจริงๆ?! 

“จำไม่ได้จริงๆหรือไงนายยา..ยาอะไรนะ...เอ่อ...ยาหม่อง” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกวนๆ ปนขำ 

 

ยาหม่อง….ยาหม่องอะไรวะ??! 

 

“คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ” 

“หึ...ไปทำอะไรไว้จำไม่ได้เลยหรือไง” 

“เเล้วผมไปทำอะไรล่ะ...คุณก็บอกมาสิ...เอ่อ...หรือจะเรื่องเมื่อคืน..เมื่อคืนผมไปทำคลอดมา...คลอดลูกเสืออะ..”เสือ...ใช่ เมื่อคืนผมไปทำคลอดเสือมา 

 

พลึบ! 

 

“จะทำอะไร”พอผมทำท่าจะลุกจากเตียง อีกฝ่ายก็จับเเขนผมดึงเอาไว้อย่างเเรง 

“เสือ! ผมจะไปดูเสือ...พวกมันเป็นยังไงบ้าง!!” 

“พวกมันสบายดี  สัตว์เเพทย์กำลังดูเเลอยู่ ตอนนี้เธอพักก่อนเถอะ ถึงเวลาเดี๋ยวจะพาไปดู” 

“จริงนะ!!” 

“เออ เดี๋ยวพาไป” 

“เอ่อ...เเล้วคุณเป็นใครเนี่ย เข้ามาในนี้ได้ยังไง!!” พอตั้งสติได้ก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังใส่ชุดคนไข้ของโรงพยาบาลเนี่ยเเหละ  เเล้วก็กำลังนอนอยู่ในห้องพักของโรงพยาบาลด้วย...เเต่หมอนี้เป็นใครล่ะ? ไม่ใช่ทีมเเพทย์ ไม่ใช่ผู้ช่วย.. 

 

...ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน...หรือเปล่านะ...ไม่มั่นใจเลย 

 

 

# โทมัส 

 

หลังจากที่เด็กนั้นมาอยู่ที่นี้ ผมก็ได้รับรายงานว่า เด็กนั้นทำทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร...แต่แล้วเรื่องเมื่อคืนก็เกิดขึ้น...เด็กนั้นทำคลอดเสืองั้นเหรอ...หึหึ....ชอบทำอะไรเกินตัวเสียจริง 

 

เมื่อคืนกว่าผมจะกลับมาถึงที่บ้านทุกอย่างก็จบไปแล้ว เด็กนั้นพอทำคลอดเสร็จก็เป็นลมล้มพับไป...พอไอ้พวกที่อยู่ตรงนั้นจะเข้าไปช่วยพยุงออกจากตรงนั้น แอลม่อนเสือที่ผมเลี้ยงเอาไว้มันก็ไม่ยอม...ทำท่าขู่จะพุ่งเข้ามากัดลูกน้องผมซะงั้น...พวกมันเลยต้องรอให้ผมกลับมาก่อนถึงจะพาเด็กนั้นออกมาจากตรงนั้นได้... 

 

“เอ่อ...เเล้วคุณเป็นใครเนี่ย เข้ามาในนี้ได้ยังไง!!” นี่จะไม่รู้จักหน้าคนที่ให้ทุนตัวเองสักหน่อยเหรอไอ้เด็กนี้-*-!! 

 

...แล้วดูสิครับ...ผมอุตส่าห์ช่วยออกมาแท้ๆ ยังจะมาทำว่าเราเป็นคนร้ายอะไรพวกนั้นอีก-*- 

 

ความจำสั้นหรือไงกันวะ….ก็พอเข้าใจว่าเคยเจอกันเมื่อ 7 ปีก่อน เเต่ไม่คิดว่าจะลืมกันง่ายขนาดนี้...ผมยังจำหน้าไอ้เด็กนี้ได้เลย จะบอกว่าผมหน้าเปลี่ยนงั้นเหรอ...ก็เเค่มีหนวดเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยป่ะวะ  เเต่มันจะบดบังความหล่อจนจำกันไม่ได้เลยหรือไง!! 

 

“นึกดีๆ” 

“ไม่นึก...บอกมาเลยว่าคุณเป็นใคร ไม่งั้นจะกดออดเรียกคนในโรงพยาบาลมาเเล้วนะ!” เออดี! เรียกมาจะได้รู้กันไปเลยว่าใครกันเเน่จะหน้าหงาย 

“นี่สมองเธอมีปัญหาหรือไง เรียนมากไปจนถึงกับความจำเลอะเลือนแล้วหรือไง ยังไม่ทันแก่” 

“ปากร้าย! ป...ปากหมา!! เป็นใครก็พูดมาสิ!” 

 

หึ  อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าเด็กนี่รู้ว่าผมเป็นใคร จะทำหน้ายังไงกันนะ... 

 

“เดี๋ยวนะๆ...หน้าแบบนี่...ปากแบบนี่มัน....คุณบอร์ดี้การ์ด!!!!” 

 

บอดี้การ์ด?  

 

นี่ยังคิดว่าผมคือบอดี้การ์ดอยู่อีกเหรอ...นี่ไม่คิดจะสืบหาหน้าตาคนให้ทุนตัวเองหน่อยหรือไงกันวะ!! 

 

“ใช่จริงๆด้วย คุณมาอยู่ที่นี่  แสดงว่าคุณหญิงคนนั้นก็อยู่ที่นี่นะสิ...หรือว่าคนที่ให้ทุนผมก็คือคุณหญิงคนนั้น...แต่เดี๋ยวสิ...คนให้ทุนผมเป็นผู้ชายนี่หนา...เอ่อ นึกออกแล้ว ต้องเป็นคุณหญิงที่บอกให้คุณโทมัส อพอลโล่ให้ทุนผมแน่เลย...ใช่ไหม”เด็กนั้นหันมาถามผมด้วยสายตาวิบวับเป็นประกาย เหมือนเด็กๆที่เจอของถูกใจ... 

 

แต่ไอ้นิสัยพูดน้ำไหลไฟดับนี้ไปได้มาจากไหนกัน-*- 

 

“แล้วคุณบอดี้การ์ดมาทำไรที่นี่อะ...ย้ายมาเป็นบอร์ดี้การ์ดท่านเหรอ...เอ่อ ผมนี่ก็ถามแปลกๆนะเนี่ย...คุณมาอยู่นี่มันก็ต้องใช่สิ” ทำไมพูดเก่งขนาดนี่นะ  ทั้งๆที่ไอ้พวกที่รายงาน ไม่เห็ฯพูดกันแบบนี้ 

“พูดมากเสียจริงนะ” 

“...ก...ก็ปกติมัน...ไม่ค่อยได้คุยกับใครนิ”เด็กนั้นทำหน้าบูดๆ สีหน้าหมองลงจนเห็นได้ชัด 

“ทำไม?” 

“ปกติคนที่นี่จะพูดภาษาถิ่น  น้อยคนที่พูดภาษาอังกฤษได้...แล้วยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ที่พูดภาษาไทยได้...นอกจากคุณมีใครอีกไหมครับ ที่พูดภาษาไทย” 

 

ตลกดี...ตื่นเต้นจนตาเป็นประกายเพราะได้พูดภาษาไทยเนี่ยนะ...แต่จะว่าไปตอนนั้นที่เจอกับเด็กนี่ครั้งแรก แม่ผมก็เป็นนี่น่า 

 

“แล้วคุณบอดี้การ์ดมาทำอะไรที่นี่” 

“จะเรียกแบบนั้น??” 

“ก็ใช่สิ...หรือว่าจะให้เรียกว่าอะไร” 

“ก็เรียกแบบที่คนอื่นเรียก..หรือไม่ก็..เรียกชื่อ” 

“แล้วคุณชื่ออะไร..ผมชื่อฟิวส์”เขาพูดแนะนำตัวออกมา ส่งยิ้มมาให้ผมจนตาแทบจะปิด...จะยิ้มอะไรขนาดนั้นกัน- - 

“...”ยังไม่ทันจะได้พูดตอบอะไรเจ้าเด็กนี้ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน 

“บอกไม่ได้เหรอ..ต้องใช่แน่ๆเลย ผมเห็นในหนัง พวกที่ทำงานแบบนี้ความลับเยอะจะตาย...งั้นต่อไปผมจะเรียกคุณว่าคุณบอดี้การ์ดแล้วกันเนอะ...คุณบอดี้การ์ด” 

 

นอกจากจะพูดมากพูดเก่งแล้ว ยังชอบคิดเองเออเองด้วยหรือไง-*- 

 

“...ตามใจ”เอาเถอะ  จะเรียกอะไรก็เรียกไป ไม่ได้สำคัญอะไรอยู่แล้ว  มันก็แค่ชื่อเรียก 

“แล้วผมจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไรอะ..เอ่อ...ไม่ค่อยชอบอยู่โรงพยาบาลอะ” 

“แต่เป็นหมอ??” 

“ก็ชอบช่วยเหลือคน แต่ไม่ได้ชอบป่วยเองนิ”หึหึ...เจ้าเด็กนี่...ถ้ารู้ว่าผมเป็นใครยังจะกล้ายู่ปากใส่แบบนี้อยู่ไหมเนี่ย 

“หมอมันบอกว่ารอให้ไอ้ถุงนี้หมดก็ออกไปได้แล้ว”ผมชี้มือไปที่ถุงน้ำเกลือที่แขวนอยู่ที่เสาข้างๆเตียงคนไข้ 

“อีกตั้งนาน!!” 

 

ว่าจบเจ้าเด็กนี้ก็ล้มตัวลงนอน  ทำหน้าตาเซ็งสุดๆจนผมอดขำไม่ได้...พอเห็นท่าทางของเจ้าเด็กนี้ก็คิดถึงแม่ขึ้นมาแล้วสิ...คนไทยนี้เป็นแบบนี่ทุกคนไหมนะ... 

 

 

#ฟิวส์ 

 

 

1 ชั่วโมงผ่านไป 

 

ผมนอนนิ่งๆ โคตรเบื่อโคตรเซ็งอยู่บนเตียงนอนคนป่วย...โคตรอย่างจะตะโกนออกไปว่า...ผมไม่ได้เป็นอะไร..หายแล้ว ปล่อยผมออกไป...อะไรพวกนั้นเลย แต่พวกเขาคงไม่เข้าใจ เลยได้แต่นอนมองหยดน้ำเกลือที่มันค่อยๆหยดลงมาช้าๆ....คุณหัวหน้าบอดี้การ์ดก็ออกไปแล้ว...ทิ้งผมให้นอนนิ่งเป็นผักเน่าอยู่บนเตียงคนเดียว..เมื่อกี้พี่วิเวียร์พึ่งเข้ามาเยี่ยม มาบอกว่าวันนี้ผมได้หยุดพัก 1 วัน แต่คุยได้แป๊บเดี๋ยวก็ต้องออกไปตรวจคนไข้ต่อ... 

 

แอ๊ด!! 

 

“....ไง...ยังมีชีวิตอยู่ไหม?” 

“พูดอะไรของคุณเนี่ยคุณบอดี้การ์ด ผมก็ต้องยังมีชีวิตอยู่สิ-*-” 

“...ดีขึ้นหรือยัง” 

“ผมหายแล้วต่างหาก…ไม่เชื่อดูนี่” ผมเด้งตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิให้เขาดู...เบ่งกล้ามแขนให้เข้าดูไปด้วยจะได้เชื่อว่าผมหายดีแล้ว 

“หึๆ...หายดีแล้วก็ลุกไปเปลี่ยนชุด..จะพาไปหาเด็กๆ” 

“เด็กๆ?”...เด็ก? เสือ? 

“หมายถึงพวกเสือหรือเปล่า...เจ้าตัวโตใช่ไหม!!” ผมนี้แทบจะถลาเข้าไปหาคุณหัวบอร์ดี้การ์ดอยู่แล้ว ดีนะติดเสาน้ำเกลือเสียก่อน 

“...ลุกไปเตรียมตัวสิ” 

“ครับ..ไปเดี๋ยวนี้แหละ^^” 

. 

. 

. 

พอผมจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรจนเรียบร้อย คุณบอดี้การ์ดก็พาผมมาขึ้นรถที่มีลักษณะคล้ายๆรถกอร์ฟ โดยมันนั่งได้แค่สองคน ซึ่งแน่นอนว่าเขาเป็นคนขับให้ผมนั่ง ขับมาตามทางเรื่อยๆมุ่งหน้าไปที่บ้านหลังใหญ่  มีพวกลูกน้องของคุณบอดี้การ์ดขับตามมาอีก  2- 3 คัน ซึ่งหนึ่งในพวกเขามีคุณแฟรงค์ด้วย ผมก็พึ่งจะรู้เมื่อกี้นี้เองว่าคุณแฟรงค์ทำงานเป็นลูกน้องคุณบอดี้การ์ดนี้อีกต่อหนึ่ง...ตอนแรกผมเข้าใจว่าคุณแฟรงค์เป็นลูกน้องคนสนิทของโทมัส อพอลโล่เสียอีก... 

 

“เขาไม่อยู่บ้านเหรอครับ”ผมหันไปถามคนข้างๆ ตอนที่พวกเราขับเข้ามาในเขตพื้นที่ของบ้านหลังใหญ่ แล้วขับอ้อมมาด้านข้างของตัวบ้าน 

“อยู่..ทำไมถึงคิดว่าไม่อยู่” 

“แล้วคุณบอดี้การ์ดไม่ต้องไปอยู่ใกล้ๆเขาเหรอ?” 

“...ก็นั่งอยู่นี่ไง”นั่งอยู่นี่??...หรือว่า!! 

“เพราะผมเหรอ...เพราะคุณต้องพาผมมาดูเสือใช่ไหมเลยไม่ได้ไปตามเขา...ต้องใช่แน่ๆ แล้วคุณจะโดนลงโทษไหม!! แย่แล้วๆ ผมทำคุณเดือดร้อนเหรอ!!!” 

“หยุดโวยวายสักนาที เธอจะขาดอากาศหายใจหรือไง-*-” อีกฝ่ายทำหน้าเอือมๆกับท่าทางของผม ก่อนจะเดินนำลงจากรถไปเมื่อพวกเรามาถึงที่หมาย 

“เปิดประตู”ร่างสูงเดินเข้าไปบอกนายประตูที่ทำหน้าที่ยืนเฝ้าประตูตู้กระจกขนาดใหญ่นี้อยู่ พวกนั้นก็ก้มหัวให้แล้วค่อยๆเปิดประตูออกให้ 

 

คุณบอดี้การ์ดหันมามองผมเหมือนจะให้เดินตามเขาไป  ผมเลยต้องรีบวิ่งตามเข้าไปติดๆ นี่ขนาดมาตอนเช้านะเนี่ย..ในนี้ยังให้ความรู้สึกไม่ต่างจากคืนนั้นเลย...เย็นๆ ชื้นๆ...พวกเราเดินมาตามสะพานไม้ที่ผมเคยเดินเมื่อคืน มีคุณบอดี้การ์ดเดินนำอยู่ข้างหน้า มีผมเดินตามเขาติดๆ และก็ลูกน้องของเขาที่ขับรถตามมานั้นแหละเดินตามหลังปิดท้ายมาอีกที...ตอนเดินผมลื่นขี้ตะไคร่นิดหน่อยจนเกือบจะล้ม ดีที่คุณแฟรงค์เดินตามหลังมาจึงช่วยดึงผมไว้ได้ทัน 

 

พวกเราไม่ได้เข้าไปในอาคารที่ผมช่วยทำคลอดลูกเสือเมื่อคืน  แต่เขาพาผมเดินอ้อมมาด้านหลังอาคารที่เป็นทุ่งกว้างๆ มีหญ้าสีเขียวขึ้น ดอกไม้ สวยๆเต็มไปหมด แถมยังอยู่ติดกับลำธารด้วย...อย่างสวย...นี่คุณโทมัสเขาหมดไปกับการสร้างที่นี่เท่าไรกันนะ...10 ล้าน...หรือเป็นร้อยๆกันนะ... 

 

“มัวทำอะไรอยู่”สติของผมถูกเรียกกับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำของคุณบอดี้การ์ด 

“เอ่อ..ขอโทษครับ” ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วรีบเดินเข้าไปหาเขา 

 

....เราเดินต่อกันมาอีกหน่อย...มีแค่ผมกับคุณบอดี้การ์ดเท่านั้น  ส่วนคนติดตามที่เหลือยืนอยู่ตรงข้างตัวอาคารชั้นเดียวนั้น  มีคุณแฟรงค์ยืนใกล้เข้ามาหน่อย 

 

คุณบอดี้การ์ดพาผมเดินมาจนเห็นแม่เสือที่นอนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญิงสีเขียว มีเจ้าตัวน้อยสองตัวนอนเล่นกันอยู่ใกล้ๆ แต่พวกมันยังดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรเลย 

 

“ตัวเล็กจัง!” 

“อยู่ข้างหลังฉันก่อน” เขากระซิบบอกเบาๆ  แล้วดันให้ผมไปหลบด้านหลังเขา 

“แอลม่อน!”เขาเรียกชื่อๆหนึ่งออกมา ดูเหมือนจะเป็นชื่อของแม่เสือตัวโตนั้น  เพราะทันทีที่เขาเรียก มันก็หันมามอง ก่อนจะค่อยๆลุกแล้วเดินเข้ามาหาพวกเราช้าๆ 

 

“เป็นยังไง...เจ็บมากหรือเปล่า” 

 

คุณบอดี้การ์ดพูดออกมา  ใช้มือลูบลงไปบนหัวของเจ้าตัวโตที่เอาหัวมาคลอเคลียกับตัวเขา ผมแอบเห็นสายตาที่เขาใช้มองเจ้าตัวโตนั้นนะ...โคตรอ่อนโยนอะ ปกติตาของเขาจะดูดุๆ ดูเจ้าเล่ห์ด้วยเหมือนมีแผนอะไรอยู่ตลอด...แต่ตาที่เขามองแม่เสือมันอบอุ่นมาก..และผมมั่นใจว่าไม่ได้ตาฟาดแน่ 

 

“ลองดูหน่อยไหม” 

“ด..ด..ได้...ได้เหรอ” 

“ไม่ลองจะรู้หรือไง…มาตรงนี้”เขากระชากแขนผมเบาๆให้ไปอยู่ด้านหน้าก่อนจะดันให้ผมเข้าไปใกล้ๆเจ้าตัวโตโดยมีคุณบอดี้การ์ดยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง 

“เรียกชื่อมัน...แล้วค่อยๆลูบลงไป...เอ้าลองดู” 

“อ...แอ...แอล...แอลม่อน”ผมลองทำตามที่เขาบอก แต่ยังไม่ทันที่มือจะถึงหัวเจ้าตัวโตเลย มันก็ขู่ออกมาเสียก่อน 

 

กรร! 

 

“อย่ากลัว...หายใจเขาลึกๆ ลองใหม่” เขาพูดบอกออกมาอีก ขยับตัวเข้ามาใกล้ผมจนหลังของผมชิดกับหน้าอกของเขา  มือเขาก็จับอยู่บนมือของผมแล้วค่อยๆจับมือของผมไปลูบลงบนหัวของเจ้าตัวโต 

 

“เรียกชื่อมันสิ” 

 

“แอ...แอลม่อน...แอลม่อน...เด็กดี...แอลม่อนเจ้าเด็กดี” 

 

ตึกตัก..ตึกตัก...ตึกตัก 

 

ผมใจเต็นแรงไปหมด..เต้นจนเหมือนมันจะออกมาเต้นอยู่นอกตัวอยู่แล้ว....ทั้งๆที่ก็ลูบหัวเจ้าตัวโตได้แล้วแท้ๆ ยังจะตื่นเต้นอะไรอยู่เนี่ย-*-!! 

 

พอเห็นว่าผมลูบหัวเจ้าตัวโตได้แล้วเขาเลยค่อยๆปล่อยมือออกไป  แต่ก็ยังยืนซ้อนหลังของผมอยู่เหมือนเดิมไม่ได้ขยับไปไหนทั้งนั้น...แต่เป็นผมเองเนี่ยแหละที่เป็นฝ่ายขยับขึ้นมาด้านหน้าแทน 

 

“ตัวแม่ชื่อแอลม่อน ลูกๆอีก 2 ตัวที่เธอทำคลอดให้เป็นตัวเมียทั้งคู่ ชื่อ เมล่อนกับ เมย์เปิ้ล” ผมพยักหน้ารับ มือก็ยังคงลูบไปมาอยู่บนหัวของแอลม่อนหรือเจ้าตัวโตที่ผมเคยเรียกนั้นแหละ 

 

พอลูบหัวเจ้าตัวโตนั้นไปสักพักก็ดูเหมือนว่ามันจะยอมให้ผมเข้ามาใกล้มันแล้ว  ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าผมแทบจะจับตัวมันได้ทั้งตัวแล้ว ยกเว้นที่หางเท่านั้น คุณบอดี้การ์ดบอกว่ามันยังไม่ไหวใจผม 100% เลยยังไม่ให้ไปยุ่งกับหางของมัน...แอลม่อนเป็นเสือสาวอายุประมาณ 2-3 ปี พึ่งเคยท้องเป็นครั้งแรกมันเลยไม่รู้ว่ามันต้องทำอะไรบ้าง 

 

“เวลาจับพวกมันอย่างทำยึกยักนะ จะจับก็จับเลย...ต้องจับเต็มแรง...นั้นคือวิธีการเล่นกับเสือ” 

“แล้วมันจะไม่เจ็บเหรอ??” ก็เวลาที่เราจับแรงๆ มันเจ็บนิ 

“ถ้าเธอจับมันเบาๆ มันจะรำคาญ หรืออาจคิดว่าเป็นพวกแมลงน่ารำคาญพวกนั้น” 

“อ่ออ...ต้องจับแรงๆ..แบบนี้!” ผมจับไปที่ข้อเท้าของมัน แอลม่อนเหลือบตามามองผม ก่อนจะเอาหัวไปถูคลอเคลียคุณบอดี้การ์ดต่อ 

 

ลืมบอกไปว่าตอนนี้พวกเราพากันมานั่งลงที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ลำธารกันแล้ว...ผมนี้สนุกใหญ่...ทั้งเล่นกับเจ้าตัวเล็กแล้วก็หันไปลูบๆ เจ้าตัวโตด้านหลังด้วย...ดีจังๆ  เคยคิดอยู่เหมือนกันเมื่อตอนเด็กๆว่า อย่างเลี้ยงอะไรที่มันตัวใหญ่ๆแบบนี้...เวลาเล่นจะได้เต็มที่ไม่ต้องค่อยกังวลกลัวมันเจ็บ...เมื่อก่อนผมเคยเลี้ยงแฮมเตอร์นะ มันน่ารักมาก แต่เพราะผมเล่นกับมันแรงไป พอวันต่อมามันก็ตาย หลังจากนั้นผมก็ไม่ขอให้ยายหาสัตว์อะไรมาให้เลี้ยงอีกเลย 

 

“ได้เวลาแล้วครับนาย”คุณแฟรงค์เดินเข้ามาหา มีหันมายิ้มให้ผมนิดๆด้วย 

 

…เฮ้ย! หมดเวลาแล้วเหรอ..แย่จัง ยังอยากเล่นกับพวกมันต่ออีกหน่อย 

 

“ฉันต้องไปทำงานก่อน” 

“ตามลูกคุณนายนะเหรอ...” 

“...จะกลับก็ให้ไอ้พวกข้างหน้าไปส่ง อย่าเดินไปเอง” 

“จะให้ผมอยู่ที่นี้ต่อได้งั้นเหรอ!!” 

“ใช่...แต่เดี๋ยวให้พวกเจ้าหน้าที่มันมาอยู่เป็นเพื่อน..ยังไงเสือก็เป็นนักล่า” 

“แต่ว่าผมเกรงใจพวกเขา...นี่ไง..ผมเล่นกับมันได้แล้วนี่ไง” 

“ตัวแค่นี้.ถ้ามันจะกินเธอเข้าไปคำเดียวก็หมด..อย่าดื้อทำตามที่บอก” 

“ข...เข้าใจแล้วครับ” ได้เเต่ก้มหน้าหลบสายตาดุๆนั้น อย่างทำอะไรไม่ได้... 

 

ชิ...ทำมาเป็นดุ...ที่เมื่อกี้ยังใจดีอยู่เลย!! 

มาเเล้วววว  วันนี้เอารูปหมอฟิวส์มาให้ดูกันด้วย....ฮื้อออ  นอกเรื่องเเป๊บ ไรท์จะบอกว่าไรท์ชอบผู้ชายคนนี้มากกก  บทจะหล่อก็หล่อจะน่ารักก็น่ารัก ดูดีมากกกกก 55555 

อะๆ เข้าเรื่องๆ คือมีช่วงหนึ่งที่หายไปก็ไม่มีอะไร เเค่ไรท์กำลังสอบ เเต่ว่าๆ ตอนนี้เสร็จทุกอย่างเเล้ว เกรอบ้างตัวก็ออกเเล้ว(เหี้ยมมาเลยด้วย) งื้อออ  เฟลนิดหน่อยทั้งๆที่ตั้งใจเรียน เเต่เอาเถอะ ช่างมันเเก้ไม่ได้เเล้วเอาไว้เทอมหน้าไรท์สู้ใหม่เเล้วกัน 

#สวัสดีปิดเทอมเราเจอกันเเล้วววววว  #1 เม้น 1 ไลค์  ล้านกำลังใจเลยนะ #ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านจ้าาาาาาาาาาา  #ตอนนี้นอกจากธัยวลัยเเล้ว ไรท์ยังมีบ้านหลังที่ 2 ด้วยนะ ไม่เเน่ใจว่าเอ่ยชื่อในนี้ได้ไหมเอาเป็นว่า...อะไรรีดๆเนี่ียเเหละ เว็บฟ้าๆ มีรือใบๆ ประมาณนั้น 55555 (เเต่ว่าในบ้านหลังนี้มีนิยายมากกว่าน่าาาาา) เพื่อจะไปติดตามกัน***ในเว็บนั้นตรวจคำผิดเเละเเก้เนื้อหาให้ถูกต้องเเล้ว(ไม่เเน่ใจว่าทั้งหมดไหม) 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น