facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่5 ผู้มีพระคุณ...บุญคุณต้องทดเเทน (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่5 ผู้มีพระคุณ...บุญคุณต้องทดเเทน (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 64.9k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5 ผู้มีพระคุณ...บุญคุณต้องทดเเทน (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่5 ผู้มีพระคุณ...บุญคุณต้องทดเเทน

 

ผมเเทบจะสติเเตก ไม่รู้ว่าตอนนี้ต้องทำอะไรบ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิธีทำคลอดมันเหมือนกับเวลาทำคลอดให้คนหรือเปล่า....เเต่พอเห็นสายตาดุดันนั้นสั่นไหว  ดูเหมือนมันจะไม่ไหวเเล้ว ผมก็ใจหายวาบ เลยจำเป็นต้องตัดสินใจค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ๆมันช้าๆ

 

 

กรร!!

 

 

"เด็กดีๆ ใจเย็นนะ" ผมพยายามเเสดงออกให้ชัดเจนที่สุดว่าผมตั้งใจจะเป็นมิตรกับมันไม่ได้มาทำร้ายมันเเต่อย่างใด

 

 

กรร!!

 

 

"ขอฉันดูเธอหน่อยได้ไหม ไม่อย่างนั้นทั้งเธอทั้งลูกจะเป็นอันตรายนะ"ผมนั่งยองๆลงใกล้ๆ ยื่นมือเข้าไปหาเจ้าตัวโตช้าๆ ยื่นเข้าไปด้วยมือสั่นๆเเบบนั้นเเหละ ตาก็มองจ้องไปที่มัน...

 

 

เเต่เหมือนมันจะไม่ยอมให้ผมจับ เเล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาใส่เเต่ก็ทำไม่ได้คงเพราะร่างกายที่เเทบจะไม่ไหวของมันเลยทำได้เพียงส่งเสียงขู่เป็นการเตือนผมเท่านั้น...เอาไงดีโว๊ย!!

 

 

"นี่! จะกัดก็กัด เเต่ขอทำคลอดให้ก่อนได้ไหม เจ็บอยู่ไม่ใช่หรือไง อยากตายทั้งเเม่ทั้งลูกหรือไงห้ะ!!"ผมมองจ้องไปที่ตาคมนั้น ในเมื่อใจดีด้วยเเล้วไม่สำเร็จก็ต้องใช่วิธีนี่เเหละ

 

 

ฟังรู้เรื่องไหม ไม่สนใจเเล้ว พูดไปด้วยภาษาไทยเลยนั้นเเหละ...อย่ามาดื้อนะเจ้าตัวโต เดี๋ยวก็ตายทั้งเเม่ทั้งลูกหรอก!!

 

 

กรร!!

 

 

"เอาไง! ถ้าเธอยังขู่เเละไม่ยอมเชื่อฉันดีๆ ฉันจะกลับไปนอนเเล้วนะ"ผมพูดทำท่าจะลุกขึ้น

 

 

สำเร็จ! ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเขายอมหรือว่าเเค่ไม่ไหวเเล้ว ถึงได้ล้มตัวลงนอนนิ่งๆเเบบนั้น เเต่ผมขอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขายอมให้ผมทำคลอดให้เเล้วกัน...หมดไปเเล้วหนึ่งปัญหา...

 

 

...ตอนนี้ก็เหลือเเค่...ทำยังไงให้เจ้าตัวเล็กออกมา

 

 

"ยากเลยอันนี้"ผมพูดพึมพำออกมาเบาๆ เขยิบเข้าไปใกล้เเม่เสืออีกหน่อย มันทำเเค่เหลือบตามามองผมเท่านั้น เเต่ไม่ได้ทำท่าจะจู่โจมหรือว่าจะทำร้าย

 

 

เอาละ! มาเริ่มกันเลย...ผมมองสำรวจตรงบริเวณปากทางของช่องคลอด ก็เห็นว่ามันพร้อมเเล้วมีน้ำคร่ำไหลออกมามากมาย เเต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ออกมา....มันต้องทำให้กลับหัวเหมือนมนุษย์ไหมนะ??  เเต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่ผมจะมาสงสัยอะไรเเล้ว  ผมค่อยๆเอื้อมมือทั้งสองข้างของตัวเองไปที่หน้าห้องของเเม่เสือ ก่อนจะกดลงเบาๆ

 

 

สองตัวหรือเปล่านะ??

 

 

พอจับไปที่ท้องก็รู้สึกว่าด้านในมันมีก้อนนู่นๆอะไรอยู่ คงจะเป็นลูกเสือหรือเปล่า....ถ้าเป็นมนุษย์ในส่วนที่พวกมันอยู่นี่คือด้านบนของมดลูก...ทำไมถึงยังไม่เคลื่อนไปตรงปากมดลูกกันอีก...คงต้องช่วยเเล้วละ ไม่งั้นไม่ทันเเน่!

 

 

ผมกดมือลงไปที่หน้าท้องของเเม่เสือเบาๆ ค่อยๆกดไล่ก้อนพวกนั้นที่คิดว่าน่าจะเป็นลูกเสือให้เคลื่อนตัวไปทางปากมดลูก....ค่อยๆนวดค่อยๆคลึง ช่วยเเม่เสือไปด้วย

 

 

"เด็กดี...ช่วยฉันหน่อยสิ...ออกเเรงหน่อยนะ"ผมพูดบอกมันเบาๆ ลูบมือลงที่ขนนุ่มๆนั้นอย่างปลอบประโลม ถ้าให้เดามันคงจะท้องเเรก เพราะดูมันจะไม่รู้วิธีอะไรเลย...หรือเพราะถูกเลี้ยงอยู่ในนี้เเทนที่จะอยู่ตามธรรมชาติของมันอันนี้ผมก็ไม่รู้ เเละไม่คิดจะยุ่งเรื่องนั้นด้วย...สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคือพยายามอยู่ที่นี้ ทำงานให้คบ 1 ปี เเล้วกลับไทย

 

 

กรร! มันส่งเสียงออกมาเหมือนจะขู่ เเต่ผมว่ามันกำลังออกเเรงเบ่งเสียมากกว่า

 

 

"อีกทีนะ...ค่อยๆ เดี๋ยวฉันจะช่วยอีกเเรงนะ"ผมพยายามจับช่วงจังหวะที่เเม่เสือเบ่ง เเล้วค่อยๆดันตัวเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องตามจังหวะที่เเม่เสือเบ่ง

 

 

พรวด!!

 

 

ออกมาเเล้ว!! เจ้าตัวน้อยออกมาเเล้ว....

 

 

พอตัวเเรกออกมาไม่นานอีกตัวก็ตามออกมาติดๆ ผมมองภาพตรงหน้าเเล้วก็อดยิ้มไม่ได้  เเม่เสือเอง พอเห็นลูกตัวน้อยๆของมัน ก็ใช้ลิ้นเลียไปตามตัวของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง เหมือนพยายามจะช่วยกระตุ้นให้เจ้าตัวเล็กทั้ง 2 ได้สติ

 

 

อือ! เหมือนภาพตรงหน้ามันเลือนลางหรือเปล่านะ....จริง..ด้..ว...ยย

 

 

ตุบ!

 

 

ทันทีที่ร่างของฟิวส์ล่วงลงสู่พื้น ชายชุดดำที่ยืนลุ้นกันตัวโก่งอยู่เเถวนั้น ก็ตกใจกันไปหมด ต่างพากันจะเข้าไปดึงฟิวส์ออกมาจากเเม่เสือ เพราะกลัวว่าเเม่เสือจะทำร้ายเขา  เเต่พอจะเข้าไปเท่านั้นเเหละ...

 

 

โฮก!!

 

 

เเม่เสือขู่คำรามออกมาทันที ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำอีกด้วย

.

.

.

#โทมัส

 

 

(วันที่ฟิวส์มาถึงที่สาขาเล็กวันเเรก)

 

 

“นายครับ...หมอใหญ่มาขอพบครับ”

 

“ให้เข้ามา”

 

“ครับ”

 

 

ไม่นานหัวหน้าทีมเเพทย์ก็เดินเข้ามาให้ห้องทำงานของผม ซึ่งอยู่ที่ตัวบ้านใหญ่ภายในเขตบ้านของผม ถ้าไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไรในส่วนนี้ ก็ไม่มีสิทธิเข้ามา  การจะเข้ามาในพื้นที่ส่วนที่เป็นที่พักอาศัยของผมได้จะต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น…

 

 

“มีอะไร”

 

“วันนี้หมอคนใหม่มารายงานตัวครับท่าน...นี่เอกสารการรายงานตัวครับ”

 

 

ผมรับเอกสารนั้นมาเปิดดู...นายพากร  เดชากร  อายุ 25 ปี...ห่างกับผมเป็นรอบเลย...เรียนจบด้วยเกรด 3.88…จะมาทำงานใช้ทุนให้ผมเป็นเวลา 1 ปี...ผมเลือกอ่านเเต่ข้อมูลที่คิดว่าตัวเองต้องรู้ ก่อนจะวางเเฟ้มเอกสารนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าไป

 

 

“ก็ดีนี้”

 

“ครับ...ทางสาขาใหญ่ เห็นว่าทางนี้คนมีน้อยเลยส่งเด็กใหม่มา”

 

“เเล้ว?”

 

“เอ่อ...ผมหมายถึง..จะให้เขาเข้ามาทำความเครพไหมครับ”หัวหน้าพูดออกมาเสียงสั่นๆ..

 

“ไม่ต้อง...พรุ่งนี้ค่อยให้เริ่มงาน..หาพี่เลี้ยงให้คนหนึ่ง เเล้วให้พี่เลี้ยงพาไปห้องพัก...บอกด้วยว่าอะไรที่ทำได้อะไรทำไม่ได้”

 

“ครับท่าน”

 

 

พอไอ้หัวหน้าหมอนั้นออกไป  ผมก้มลงมองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะนึกขำออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนนั้น...นี้มันผ่านไปกี่ปีเเล้วนะ...6 หรือ 7 ปีกัน

.

.

.

เมื่อ 7 ปีก่อน

 

ผมถูกพ่อโทรเรียกให้กลับมาที่ไทยด่วน...เพราะอะไรนะเหรอ...เพราะนายหญิงเเห่งอพอลโล่ฉายเดียวกลับไทยนะสิ...หนีมาไทยคนเดียวไม่พอ ยังเเอบมาเครื่องบินสาธารณะอีก คนติดตามสักคนก็ไม่มี...กว่าพ่อของผมจะรู้ว่าเเม่เเอบหนีกลับมาไทย คุณนายก็ขึ้นเครื่องออกนอกประเทศมาเเล้ว

 

 

“เเล้วทำไมไม่ให้ไอ้น้องชายตัวดีมารับละครับ”

 

//เเม่เเกเขาจะไปเยี่ยมเเล้วก็ไปเซอร์ไพร์น้องเเกนั้นเเหละ...ไปรับเเม่เเกหน่อยเเล้วกัน..ฉันเสร็จงานเเล้วจะรีบตามไป//

 

เเล้วท่านก็วางไป...สิ่งเดียวที่ผมทำได้ก็คือ รีบบินไปประเทศไทยให้เร็วที่สุด ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเเม่ผมคิดอะไร...ทั้งๆที่เป็นถึงผู้หญิงที่มีอำนาจเหนือสุดของผู้หญิงทุกคนในตระกูลอพอลโล่เพราะเป็นภรรยาพ่อผม...ทั้งๆที่ท่านก็รู้ว่าท่านเป็นที่จับตาของคนทุกคน ทั้งพวกหวังดี เเละพวกศัตรู เเต่ก็ยังจะไม่สนไม่กลัวอะไรทั้งนั้น นั่งเครื่องบินสาธารณะกลับไทยมาคนเดียวซะได้-*-

 

 

“ไงครับคุณนายอัญชัน...นั่งเครื่องมาคนเดียวสนุกหรือเปล่า”

 

 

ผมทักท่านขึ้นมาทันทีที่เจอหน้ากัน….ท่านมองผมเหมือนตกใจก่อนจะยิ้มออกมา...เป็นรอยยิ้มที่ผมชอบมา มันเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของท่าน รอยยิ้มหวานๆ ดูจริงใจเเละใจดี

 

 

“มาได้ยังไงเนี่ย...”

 

“ผมต้องถามเเม่มากกว่าว่ามาได้ยังไงครับ...ทำไมไม่รอพ่อ..หรือไม่ก็ให้คนตามมาด้วยสิ...มาคนเดียวเเบบนี้มันอันตรายนะ”

 

“...ก็เเม่อยากจะมาเจอน้องเเกนิได้ข่าวว่าจะเเต่งงานด้วย...เนี่ยก็กะว่าเยี่ยมน้องเสร็จจะเลยไปเยี่ยมลูกที่โน้นด้วย...อีกอย่างมาคนเดียวก็ไม่เห็นมันเกิดอะไร”

 

“โธ่! ตอนนี้มันยังไม่เกิดเเต่หลังจากนี้ละครับ”

 

“น่าๆ...ไหนๆก็มาถึงเเล้วเราไปเยี่ยมน้องกันเถอะ”

 

 

ผมเชื่อเขาเลยครับ...เนี่ยเเหละครับผู้หญิงที่มัดใจนายใหญ่ได้...ผมพาท่านออกจากสนามบินเเล้วมุ่งหน้าไปที่บ้านของไรอันซึ่งเป็นสาขาที่สามของตระกูลอพอลโล่

 

 

“จอดๆ..จอดก่อน!”

 

“ทำไมครับ??”ผมหันไปถามผู้เป็นเเม่

 

“นั้นไง...ลงไปซื้อของกันเถอะ...เเม่อยากทำอาหารให้พวกลูกๆกินจะเเย่”

 

“เดี๋ยวค่อยให้พวกที่บ้านออกมาซื้อครับ…”

 

“เเม่อยากซื้อเอง...น่าๆ จะขี้กังวลไปไหนเนี่ยทั้งพ่อทั้งลูกเลย”

 

สุดท้ายก็ห้ามคุณนายท่านไม่ได้จริงๆ….ท่านเดินเลือกซื้อข้าวของอย่างสบายใจ...ต่างกับผมลิบลับ...ยิ่งช่วงนี้มีข่าวว่ามีพวกตัั้งตนเป็นใหญ่ คิดจะเเข็งข้อกับตระกูลเราเเล้วด้วย….

 

 

ปัง! ปัง!

 

 

ว๊าย!

 

 

เสียงปืนที่ดังสาดเข้ามา ทำให้ผมต้องรีบเข้าไปบังร่างของเเม่ผมเอาไว้ พาท่านเข้ามาหลบในทีที่ปลอดภัย ก่อนจะเอาตัวของตัวเองกันท่านเอาไว้อีกที…

 

 

“เเม่เป็นอะไรไหม”

 

“เจ็บขา...สงสัยขาพลิกเมื่อกี้”ท่านพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ….ไม่ได้มีท่าทีกลัวอะไรเลย...จริงๆเลยเเม่ผมเนี่ย...คงเพราะท่านเองก็เห็นเรื่องเเบบนี่มาบ่อยๆ ตั้งเเต่เมื่อก่อนเเล้วไง

 

“ทนไว้ก่อนนะครับ”

 

 

เสียงสาดกระสุนใส่กันยังดังอยู่ด้านหลังของผม...ผู้คนมากมายวิ่งหนีตายจากกระสุนจนวุ่นวายไปหมด...ไม่รู้หน้าไหนเป็นหน้าไหน  ลูกน้องของผมที่กระจายตัวอยู่รอบๆ ตอนนี้กำลังยิงปืนโต้ตอบกลับไอ้พวกรอบกัดนั้นไป ส่วนอีกส่วนก็รีบวิ่งเข้ามาเป็นเกาะป้องกันให้ผมกับเเม่อีกชั้น

 

 

“เป็นอะไรไหมครับนาย”ผมหันไปมองลูกน้องของตัวเองก่อนจะส่ายหัวให้พวกมัน เเล้วค่อยพยุงพาท่านเพื่ออกจากตรงนี้ไป

 

 

ผมอุ้มท่านขึ้นมาก่อนจะพาท่านออกมาจากซอกหลืบตรงนั้น...มีลูกน้องคุ้มกันด้านหลังให้อีกชั้น...พอออกมาจากตรงนั้นได้  ผมวางเเม่ลงบนม้าหินก่อนจะจับท่าทางให้ท่านนั่งดีๆ

 

 

“เเม่ไม่ได้เป็นอะไรหรอกน่า  ดูทำหน้าเข้า”

 

“ขาบวมขนาดนี้เนี่ยนะครับไม่เป็นอะไร…”

 

 

เเต่ยังไม่ทันทีผมจะได้พูดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา...พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาขาวสะอาดตา  ในมือถือข้าวของพะรุงพะรัง...เท่าที่ผมดูน่าจะเป็นพวกกับข้าวเสียมาก

 

 

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”เขาพูดเเล้วทำท่าจะเดินเข้ามา เเต่ลูกน้องของผมกันเอาไว้

 

“เอ่อ...ผมเรียนหมอครับถึงจะยังเป็นเเค่นักศึกษาอยู่...เเต่พอมีพื้นฐานการปฐมพยาบาลอยู่บ้าง...ให้ผมช่วยดูให้ไหมครับ”เขาพูดออกมาอีก ทั้งๆที่ยังโดยลูกน้องของผมกันเอาไว้นั้นเเหละ...พูดจบก็ยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร….รอยยิ้มนั้น..

 

 

...เหมือนของเเม่ผมเลย

 

 

“ให้เขาเข้ามาดูให้ฉัน”เเม่ผมพูดบอกออกมา  พวกลูกน้องหันมามองหน้าผม จนผมพยักหน้าให้พวกมันนั้นเเหละถึงยอมถอยออกไป

 

“เจ็บไหมครับ..หรือเเค่ปวดๆ”เด็กนั้นวางของที่ตัวเองถือมาลงบนโต๊ะใกล้ๆ ก่อนจะนั่งยองๆลงใกล้ๆกับผมตรงหน้าเเม่ของผม

 

“เเค่ปวดๆจ๊ะ”

 

“เเต่บวมมากเลยนะครับ...ผมมียานวดที่ซื้อให้ยายอยู่ เดี๋ยวผมลองนวดให้นะครับเพื่อจะดีขึ้น”เด็กนั้นพูดออกมายิ้มๆ ก่อนจะลุกไปหยิบกระปุกอะไรสักอย่างออกมา

 

“จะทำอะไร!!”ผมคว้าข้อมือของเด็กนั้นไว้ ก่อนที่เขาจะทันได้ป้ายอะไรลงบนตัวเเม่ของผม

 

“ผมก็เเค่จะทายาให้”

 

“ยาอะไร!!”

 

“ก็เเค่ยาหมองธรรมดาๆ...หรือคุณคิดว่ามันยาอะไร?!”

 

“โทมัส”เเม่ผมเรียกชื่อผมออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ เหมือนจะบอกให้ผมยอมให้เด็กนั้นทายาให้เเม่อะไรประมาณนั้น

 

“ยานี้มันดีนะครับ...ผมทาให้ยายบ่อยๆตอนนวดคลายปวดให้ท่าน..เเต่ถ้าพวกคุณกังวล...งั้นผมจะทาตัวเองให้ดูก่อนก็ได้ว่ามันไม่เป็นอันตราย”พูดจบ เด็กนั้นก็ทายาลงที่เเขนของตัวเอง

 

“ถ้ายามันมีอะไรผิดปกติผมคงโดนไปเเล้ว...ที่นี้จะยอมให้ผมทาให้คุณเขาได้หรือยังครับคุณบอร์ดี้การ์ด”

 

 

บอร์ดี้การ์ด??

 

 

เด็กนั้นคิดว่าผมเป็นบอร์ดี้การ์ดงั้นเหรอ...ให้ตาย-*-!!

 

 

“คุณนายคงจะขาพลิกเมื่อกี้สินะครับ….คุณนายคงตกใจเเย่เลย เเต่ไม่ต้องกังวลนะครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรเเล้ว...ผมได้ยินพวกในตลาดคุยกันว่าตำรวจเขาจับผู้ร้ายกัน...เเต่ไม่นึกว่าจะมายิงกันในที่ชุมชนเเบบนี้” จับผู้ร้ายงั้นเหรอ...ก็ดีเหมือนกันให้พวกเขาเข้าใจเเบบนั้นก็ดี...จะได้ไม่มีปัญหาตามมาที่หลังให้ต้องวุ่นวายกันอีก

 

 

เด็กนั้นพูดชวนเเม่ผมคุยไปเรื่อย..มือก็บีบๆนวดๆที่ข้อเท้าเเม่ผมไปด้วย  เเม่ผมเองก็ยิ้ม คุยกับเด็กนี้ไม่หยุด คงเพราะได้คุยเป็นภาษาไทยนั้นเเหละ….ก็ภาษาบ้านเกิดท่านนี้เนอะ...ตอนอยู่อิตาลีท่านต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น...พอมาเจอเด็กนี้ได้พูดเป็นภาษาไทยก็เลยคุยไม่หยุด

.

.

.

“ขอบคุณนะจ๊ะ...ฉันดีขึ้นเยอะเลย  เพราะหนูเเท้ๆ”

 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

 

“...นี้จ๊ะ...ถือเป็นสินน้ำใจจากฉันนะ” เเม่ผมหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายของท่านเเล้วส่งให้เด็กคนนั้นทั้งหมด

 

“ไม่เป็นไรครับ...ผมเเค่อยากช่วย ไม่ได้ต้องการค่าตอบเเทนอะไร...ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ”

 

“เวลาขนาดนี้เเล้วเหรอเนี่ย...ยายกับหลงรอเเย่เเล้ว”เด็กนั้นพูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบวิ่งเเยกตัวออกไปอย่างร้อนรน

 

“นิสัยดีจริงๆ”เเม่ของผมพูดขึ้นมายิ้มๆ มองตามเด็กนั้นที่กำลังวิ่งข้ามถนนกลับไปทางฝั่งตลาด

 

“โทมัส...เราตามเด็กนั้นไปเถอะ...เเม่ต้องตอบเเทนเด็กดีๆเเบบนี้นะ”

 

“...เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนั้นเอง...พ่อบอกให้รีบส่งตัวเเม่กลับอิตาลีด่วน..เพราะไม่รู้ว่าพวกไหนที่เล่นงานเราเมื่อกี้”

 

“เเต่เเม่ยัง…”

 

“ไม่มีเวลาเเล้วนะครับเเม่...ถ้าพ่อมาเองจะยุ่งไปกันใหญ่”

 

“ก็ได้ๆ เเต่ลูกต้องทำตามคำสั่งเเม่สองอย่าง...หนึ่ง ไม่ต้องบอกน้องเรื่องนี้ ทั้งเรื่องที่เเม่จะมาหาเเล้วก็เรื่องเมื่อกี้ด้วย น้องกำลังจะเเต่งงานเเม่ไม่อยากให้มีเรื่องกวนใจ”

 

“ยังไงไรอันมันก็ต้องรู้อยู่ดี”

 

“อย่างน้อยก็ให้รู้เเค่ว่ามีพวกคิดไม่ดีกับพวกเรา  อย่าให้น้องรู้ว่าเเม่มาหา...เดี๋ยวจะโทษตัวเองเปล่าๆ”

 

“ครับๆ เข้าใจเเล้ว...เเต่เอาจริงๆ ก็เเอบหมั่นไส้มันนิดหน่อยนะเนี่ย..เป็นน้องเเท้ๆเเต่งงานก่อนพี่ได้ไงวะ-*-”

 

“ก็เรายังชอบเล่นเป็นเสือไม่เลิกนิ...เเม่ก็รออยู่นะเมื่อไรจะพาตัวจริงมาเจอเเม่สักที”

 

“หึหึ...เอาไว้ก่อนเถอะครับ...เเล้วอีกเรื่องละครับ”

 

“ตามหาเด็กคนนั้นให้เเม่ที...เอาให้ละเอียดเลยนะ...เอ้ เมื่อกี้เหมือนว่าจะเรียนหมอด้วย...ลูกก็มีธุรกิจโรงพยาบาลนี้...ให้เขาไปทำงานกับลูกสิโทมัส...เเม่รู้เเล้วๆ ลูกต้องให้ทุนเขาเพื่อที่เขาจะได้ไปทำงานกับลูก...ถ้าเด็กคนนั้นได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลของลูกพอใช้ทุนออกมาเเล้ว...ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนเขาก็ต้องรับเด็กคนนั้นทั้งนั้นเเหละ”

 

“เรื่องนั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง...เเต่ตอนนี้เราต้องไปกันเเล้วครับ”

.

.

.

ปัจจุบัน

 

ในตอนนั้น ผมก็คิดนะว่าถ้าเด็กคนนั้นไม่ทำตัวให้เหมาะสมกับทุนที่ผมจะให้ ผมก็คงไม่ทำตามที่เเม่ผมบอกหรอก...หึหึ..เเต่ถ้าเรียนจบมาด้วยเกรดที่สูงขนาดนี้ ก็เหมาะกับทุนที่ให้ไป…

 

 

“โตไวเสียจริงนะ..เจ้าเด็กนี้”

 

เขาเจอกันเมื่อ 7 ปีก่อน โน้นนนนนนนน  เจอตั้งเเต่คุณหมอฟิวส์ของไรท์พึ่งจะอยู่ปี 1

อือฮือ ความอายุห่างกัน  55555   บอกเลยว่าไรท์ชอบ ผู้ใหญ่ หรือคนที่ดูโต อายุเยอะกว่าเรา จะเห็นได้ว่าจากที่เเต่งมาทั้ง 3 เรื่อง พระเอกอายุเยอะกว่านายเอกทุกเรื่องเลย....

#กินเด็กเป็นอมตะ แต่ กินคนแก่กว่าเป็นนิรันดร์นะจ้าาาาาาา

BY: ลั้น ลา

ความคิดเห็น