มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 12 :: จารุฬี

ชื่อตอน : บทที่ 12 :: จารุฬี

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 :: จารุฬี
แบบอักษร

ฌอนและผู้หญิงของเขาเดินเลี้ยวออกจากห้องโถงกลับไปฝั่งปีกขวาของคฤหาสน์ อลิสาไตร่ตรองแล้วว่าเธอควรคุยกับนักรบเรื่องเครื่องเพชรให้ชัดเจน ระบุไปเลยว่าเขาส่งให้เพราะเสน่ห์หา หรือเป็นของแทนใจ หรือว่าเป็นเงินใต้โต๊ะให้บิดาเธอกันแน่

ถ้าเขาให้เพราะเสน่หาแล้วทำไมเขาถึงได้เฉยชากับเธอนัก

ถ้าเขาให้เป็นเงินใต้โต๊ะติดสินบนแล้วทำไมต้องส่งช่อดอกไม้มาด้วย มิหนำซ้ำยังส่งให้หลังจากดินเนอร์ที่เขามาสาย นั่นคือคำขอโทษใช่หรือไม่

ขาเรียวสวยก้าวเดินฉับไว มือบางบีบแน่นจนขาวซีด อลิสากัดริมฝีปากอิ่มไว้ด้วยความประหม่า คิดทบทวนแล้วทบทวนอีก อลิสาสรุปได้ว่าจะตัดทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ออกจากชีวิต!!

ทางเดินของคฤหาสน์กว้างใหญ่โอ่อ่า อลิสาหันมองซ้ายขวาแล้วก็เจอแผ่นหลังคนทั้งสามอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ร่างบางรีบเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทัน

“อ๊ะ!!”

เท้าเล็กของอลิสาหยุดเดินทันทีเมื่อเห็นใบหน้าหล่อคมก้มลงจูบอเมเลียโดยไม่เกรงใจเหล่าสาวใช้และพ่อบ้านผู้ติดตามสักนิด

ขณะเดียวกันลอร่าซึ่งถูกกอดในอ้อมแขนแกร่งก็กำลังจูบต้นคอหนาของชายหนุ่มไปพลาง ชั่วอึดใจนั้นริมฝีปากของชายหนุ่มก็ผละออกจากอเมเลียมาจูบเอาใจลอร่าไม่ให้น้อยหน้ากัน

!!!!

อลิสาหมุนตัวหันหลังให้ภาพนั้นทันที

ใบหน้าเธอชาวาบ หัวใจเจ็บคล้ายกำลังถูกบีบคั้น น้ำตาคลอเบ้าได้ในเสี้ยววินาทีคล้ายกับว่ารอเตรียมพร้อมร้องไห้ได้ทุกเมื่อ

ไม่รู้ว่าทำไมต้องรู้สึกเจ็บแปลบที่อก มันไม่ได้เจ็บมาก แต่มันเจ็บคล้ายมีหนามเล็กๆ คอยทิ่มแทงตอกย้ำว่านักรบยังอยู่ตรงนั้น เขาฝังอยู่ในพื้นที่ส่วนลึกในใจเธอ และเขายังอยู่ในใจเธอมาตลอด...

อลิสาไม่อยากเรียกความรู้สึกที่มีต่อนักรบว่าเป็นรักแรกพบ ย้ำบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่ความประทับใจเท่านั้น เธอควรคิดได้ตั้งนานแล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นซาตาน

ใบหน้าเทพบุตรซ่อนซาตานแสนร้ายกาจไว้ข้างใน!!

มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มใส จมูกสวยสูดลมหายใจเข้าลึก นี่หรือความรู้สึกแอบชอบ การแอบชอบใครสักคนต้องเจ็บปวดเพียงนี้เลยหรือ

ใบหน้านวลค่อยๆ เงยขึ้น อัลวิสยืนอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก ไม่รู้ว่าอัลวิสมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้าสุนัขยืนนิ่งและจ้องไปยังหญิงชายสามคนนั้นเช่นกัน

ตาโปนโตของลูกสุนัขไม่ได้มองอลิสาสักนิด ร่างบางตัดสินใจก้มลงอุ้มอัลวิสไว้ในอ้อมแขน ริมฝีปากอิ่มก้มลงกระซิบชิดใบหูของลูกสุนัขด้วยเสียงสั่นระริก

“ทำไมล่ะอัลวิส...ทำไมอลิสรู้สึกว่าตัวเองเป็นของเล่นที่เขาซื้อมาแล้วไม่สนใจ อลิสถูกเขาโยนทิ้งตั้งแต่ยังไม่ได้เล่น ทำไมกันนะ ทำไมอลิสถึงวิ่งหนีสภาพไร้ค่าแบบนี้ไม่ได้สักที อลิสต้องการอะไรจากเขากันแน่ อลิสไม่เข้าใจตัวเองเลย”

สุนัขตัวน้อยได้แต่ถอนหายใจกับประโยคตัดพ้อของหญิงสาว

...คุณยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วผมจะไปรู้ได้อย่างไร...

“อลิสไม่ดีตรงไหน ทำไมเขาถึงไม่เคยมองอลิสเลย”

..ดีไม่มีที่ติ ถ้ายกเว้นเรื่องขี้แยและขี้บ่น...

“แล้วก็เครื่องเพชรนั่นด้วย ไม่ว่าเขาจะมอบให้ด้วยความเสน่หาหรือผลประโยชน์บ้าบออะไรก็ช่างเขาสิ ทำไมอลิสต้องสนใจด้วย ถ้าหมอนั่นอยากได้คืนก็ไปทวงคุณหญิงมากาเร็ตเองแล้วกัน!”

...พูดถึงบ่อยๆ คืออยากให้ทวงใช่ไหม....

“ตาบ้าเอ๊ย ทำไมต้องเอากุหลาบมาให้ด้วย รู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร”

...ผมไม่รู้หรอกอลิส เลขาผมเป็นคนจัดการ หมอนั่นบอกว่าผมผิดที่ไปสาย ก็ควรหาอะไรไปขอโทษคุณบ้าง...

“เขาจะชวนดินเนอร์บนดาดฟ้าเพื่ออะไรก็ช่าง! ต่อจากนี้จะไม่ไปด้วยแล้ว! อยากกินมากนักก็ไปชวนคนอื่นสิ!! ได้กฎหมายเข้าสภาไปแล้วนี่นา! พอใจแล้วใช่ไหม! ไม่สนใจกันก็ได้ใช่ไหม!”

... เห็นทีต้องเพิ่มข้อเสียที่ปากไม่ตรงกับใจให้เธออีกสักข้อ...

“อลิสจะไม่สนใจหมอนั่นแล้ว!! พอกันที!! ไม่ยุ่งด้วยแล้ว!!”

...รู้แล้วครับว่าน้อยใจ คนอะไรขี้น้อยใจชะมัด...


ยมโลก นรกภูมิ

ผู้เป็นอาจารย์จ้องมองลูกสุนัขด้วยความฉงน ร่างสูงใหญ่น่ายำเกรงเดินกลับไปดูอ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกรอบ ยมทูตมากประสบการณ์ใช้ญาณจ้องมองภาพในอ่างน้ำ เพียงไม่นานดวงตาสีแดงก็เปิดกว้าง

“เจ้าคิญชสูร!!! แล้วเหตุใดจึงมีวิญญาณของมนุษย์มาอาศัยร่างกายของเจ้าสุนัขตัวนี้!!!”

ยมทูตหนุ่มวัยกำลังซนรีบวิ่งมาดูอ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์ทันที “ข้าไม่รู้นะอาจารย์!!!”

“คิดทบทวนเสียก่อนว่าเจ้าพาวิญญาณตนใดติดตัวมาด้วยในคราวที่ไปรับลูกสุนัขตัวนี้หรือไม่”

คิญชสูรค่อยๆ นึกย้อนกลับไป “หลังจากไปช่วยเจ้ากาฬสูรแล้วข้าก็รีบไปทำงานที่ได้รับคำสั่ง ตอนนั้นกายทิพย์ของข้าหนักมาก ข้านึกว่าหนักเพราะพลังบุญกุศลมากล้นที่ข้าช่วยเหลือกาฬสูร ไม่คิดว่าหนักเพราะวิญญาณติดตัวมา”

ยมทูตสูงวัยตวัดสายตามองอย่างคาดโทษ “เจ้าจงไปจัดการเรื่องนี้เสียให้เรียบร้อย เอาวิญญาณเจ้าหนุ่มคนนี้ไปใส่ร่างเดิม นี่ก็ผ่านไปหลายเพลาแล้ว หากเทียบกับโลกมนุษย์ก็คงหลายแรมเดือน”

คิญชสูรหน้าซีดทันที “ร่างเดิมอะไรกันขอรับอาจารย์ เหตุเรือบินตกทำให้มนุษย์ร่างสลายหมดแล้ว”

ผู้เฒ่าอยากจับเจ้าศิษย์ไม่เอาไหนมาตีก้นเสียจริง “ตอนข้าสอนเจ้าไม่ตั้งใจเล่าเรียน ต่อจากนี้ก็ท่องจำให้ขึ้นใจเสีย ข้าจะกล่าวอีกรอบ”

“ขอรับอาจารย์”

“หากยังไม่ถึงฆาต ร่างเดิมของมนุษย์จะไม่มีทางสูญสลาย หากไร้สิ้นแขนขาเหลือแค่เพียงลมหายใจก็ถือว่ายังมีชีวิต”

ยมทูตหนุ่มสงสัย “แสดงว่าเจ้าหนุ่มนามนักรบตนนี้ก็ถึงฆาตแล้วสิขอรับ”

“ยังหรอก เจ้าจงใช้วิชาตาทิพย์ที่ข้าสอนไปตามหาร่างจริงของชายผู้นี้ซะ”

คิญชสูรเริ่มนึกย้อนคาถาตาทิพย์ที่ตนจำได้บางครั้ง ท่องเพี้ยนบ้างบางที ทำไมยามอาจารย์สอนถึงไม่รู้จักจำหนอ

ยมทูตมากประสบการณ์กล่าวเตือน “ห้ามมักง่ายจับวิญญาณนายนักรบใส่ร่างของผู้อื่นล่ะ เจ้าอย่าทำให้มันวุ่นวายไปมากกว่านี้เลยคิญชสูร แค่นี้โทษของเจ้าก็มากล้นจนข้าทำโทษไม่ไหวเสียแล้ว”

คิญชสูรได้แต่ยิ้มเจื่อน “ข้าไม่คิดน้อยเพียงนั้นหรอกอาจารย์”

ผู้เป็นอาจารย์กล่าวเพิ่ม “โทษที่เจ้าปล่อยให้วิญญาณความจำเสื่อมเร่ร่อนในโลกมนุษย์นานหลายแรมเดือนข้าก็ยังลงโทษไม่หมด เหตุใดเจ้าจึงหาเรื่องมาสมทบเพิ่มโทษได้ว่องไวเพียงนี้!!! เจ้าศิษย์ไม่เอาไหน”



โลกมนุษย์ (สหรัฐอเมริกา)

อลิสาเดินลงจากรถตู้สีดำขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ราเมอเรส หญิงสาวส่งยิ้มให้คนขับรถและกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ เธอไม่ได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาจากชายหน้าขรึมแต่เขาก็พยักหน้า

ขาเรียวก้าวเดินไปยังอพาร์ตเม้นต์ อลิสาปล่อยอัลวิสลงพื้นคอนกรีตแล้วจับสายจูงไว้แน่นไม่ให้อัลวิสเดินนำเธอไปไกลนัก แขนกลมกลึงอีกข้างกอดสมุดวาดรูปในมือเป็นภาพชินตา

ใบหน้าสวยยามนี้ดูเรียบเฉยแต่เจือไปด้วยความเศร้าหมอง รอยยิ้มหวานล้ำที่มักพกติดตัวตลอดนั้นหายไปสิ้นหลังจากได้เห็นภาพหญิงชายโอบกอดกันเต็มตา

ภาพนักรบและผู้หญิงร่างสูงโปร่งในอ้อมแขนแกร่งนั้นยังวนอยู่ในสมองอลิสาซ้ำไปมา เธอไม่สามารถสลัดภาพนั้นออกไปได้ ร่างอรชรสมส่วนเดินขึ้นบันไดโดยไม่รับรู้ว่าเดินผ่านผู้ใดบ้าง แต่ถึงแม้จะเป็นใครก็ไม่มีอารมณ์ทักทายทั้งนั้น

“โฮ่ง!!! โฮ่ง!!! โฮ่ง!!!”

เสียงเห่าแข็งขันของอัลวิสเรียกความสนใจจากอลิสา ปกติแล้วอัลวิสจะไม่เห่าพร่ำเพรื่อเด็ดขาด สุนัขตัวนี้เรียกได้ว่าเห่าน้อยและสงวนท่าทียิ่งนัก

“มาแล้วเหรอ แม่ตัวดี!!” จารุฬีเดินเข้ามาใกล้ สาวไทยร่างผอมมาดักเจออลิสาได้นานเกือบสิบนาทีและกำลังจะหมดความอดทน จารุฬียิ้มร้ายกาจเมื่อเห็น ‘ผู้หญิงที่ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน’ เป็นนามที่ใช้ตราหน้าอลิสา

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ” อลิสาบอกเสียงติดรำคาญ

“แต่ฉันมี!”

อลิสามองใบหน้าคมแบบไทยแท้ของหญิงผู้บุกรุก ตาสีเทาคู่สวยมองผ่านไหล่จารุฬีไปยังหญิงไทยอีกคน หญิงแปลกหน้าทั้งสองคนตั้งท่าเกลียดชังคล้ายพวกอันธพาลเด็กวัยรุ่นเสียสติในละครไทยที่อลิสาเคยดูไม่ผิดเพี้ยน

“โฮ่ง!!”

เจ้าสุนัขตัวน้อยทั้งขู่และเห่าไล่ นักรบรับรู้จากความถี่เสียงพูดแสบหูว่าจารุฬีไม่ได้มาดี และยังมีกลิ่นยากล่อมประสาทบางชนิดที่เขารู้จักนั้นส่งกลิ่นลอยฟุ้งรอบตัว

ซึ่งนั่นหมายความว่าจารุฬีอาจทำอะไรก็ได้โดยขาดสติและไม่คาดคิดซึ่งมีผลจากยาเสพติดเป็นตัวกระตุ้น!!

“เลิกเห่าเถอะอัลวิส ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” อลิสารีบเอ่ยปลอบใจลูกสุนัขที่ไม่ชอบคนแปลกหน้าเป็นทุนเดิม

“ฉันบอกแล้วไงว่าให้แกเลิกยุ่งกับนนท์!!” จารุฬีก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวและแฝงไปด้วยความพยาบาท

อลิสาผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ “ฉันกับคุณนนท์เป็นแค่เพื่อนกัน!! ไม่มีอะไรทั้งนั้น!!”

“มารยาสาไถย!! นนท์มาขอเลิกกับฉันเพราะแก!! นนท์เกลียดฉันเพราะแกไปออเซาะเขา!!” จารุฬีมองด้วยดวงตาโกรธจัด

อลิสาตั้งสติและไม่ถอยหนีอีกต่อไป “ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอเลิกกันเพราะอะไร และฉันไม่เคยออเซาะคุณนนท์ ถ้าเราคุยกันไม่รู้เรื่อง เธอก็ควรไปเรียกคุณนนท์มายืนยันตรงนี้ให้ได้ยินพร้อมกัน ฉันสามารถพูดได้ว่าฉันกับคุณนนท์เป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น”

จารุฬีเบ้ปากราวกับคำพูดของอลิสาไม่ได้กระเด็นเข้าไปในหูเธอสักนิด จารุฬีเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าถ้าเธอปล่อยมืออลิสาไป อลิสาก็ต้องพบเจอชนสิทธิ์ และชายคนที่จารุฬีหลงรักก็จะตามมาสานสัมพันธ์กับอลิสาเช่นเดิม

ถึงตอนนี้บอกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่นั่นสามารถพัฒนาได้ไม่ยากเพราะอลิสาไม่ใช่คนขี้เหร่แต่กลับสวยหยดย้อยเกินกว่าผู้ชายหน้าไหนจะห้ามใจคิดเป็นแค่เพื่อนได้

..คิดได้ดังนั้นจารุฬีก็รู้สึกอิจฉาใบหน้าสวยหวานของสาวลูกครึ่งขึ้นมา

จารุฬีหยิบมีดพกออกจากกระเป๋าเสื้อ กดเบาๆ ให้ใบมีดคมกริบเผยท้าแสงไฟ

“โฮ่ง!!” นักรบพยายามเห่าให้เสียงดังที่สุดและหวังว่าจะมีคนได้ยินบ้าง

“เธอจะทำอะไร...” อลิสาหวั่นใจด้วยท่าทีมัวเมาไม่ฟังเหตุผลของจารุฬี

จารุฬียิ้มมุมปาก “คิดว่าสวยมากนักหรือไง ฉันจะรอดูสิว่าถ้าแกเสียโฉมไปแล้วนนท์ยังจะหลงเสน่ห์แกเหมือนเดิมไหม”

“อย่านะ!!” อลิสาส่งเสียงห้าม ร่างบางของสาวลูกครึ่งหันหลังวิ่งหนี แต่ไม่ทันก้าววิ่ง อลิสาก็ต้องหยุดเพราะชายอเมริกันร่างสูงใหญ่สองคนเดินมากั้นหลังเธอไว้

ชายสองคนต่างยิ้มเหี้ยม อลิสารู้ทันทีว่าพวกเขามากับจารุฬีและเป็นพวกเดียวกัน ใบหน้างามล้ำยามนี้ซีดเผือดและหวาดกลัว ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง

“โฮ่ง!!”

ร่างน้อยของอัลวิสกระโดดใส่ชายร่างใหญ่ต่อสู้เพื่อปกป้องอลิสา หญิงสาวเห็นความพยายามของอัลวิสรู้ว่าเจ้าสุนัขต้องเจ็บมาก

“ไอ้หมาบ้าเอ๊ย!!”

ขาแข็งแกร่งของนักเลงที่จารุฬีจ้างมานั้นยกเตะร่างน้อยของอัลวิสใส่ผนังปูนอย่างแรง

อั๊ก!!

เสียงร่างกายของอัลวิสกระแทกและหล่นร่วงลงพื้น อลิสามองภาพนั้นราวกับเจียนจะขาดใจ

“อัลวิส!!” อลิสารีบถลาตัวเข้าไปอุ้มลูกหมาน้อยแต่ก็ถูกชายร่างใหญ่ผิวขาวแบบฝรั่งจับตัวไว้อย่างแน่นหนา

“กรรรรรร!”

นักรบกัดฟันกรอด เขาพยายามลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่เจ็บไปทั่วร่าง อลิสาน้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นเลือดไหลจากปากอัลวิส

“พอแล้วอัลวิส หนีไปซะ!!”

จารุฬียืนยิ้มคล้ายกับมองภาพแห่งความสนุกพลางเดินไปหิ้วปลอกคอของลูกสุนัขตัวน้อยขึ้นมาแล้วเดินไประเบียง อัลวิสเองก็พยายามดิ้นและหมายจะกัดมือจารุฬีแต่ก็ไม่สามารถทำได้ตามใจนึก

“โฮ่ง!!”

นักรบโมโหตัวเองนัก ปลอกคอเล็กถูกรั้งขึ้นทำให้มันรัดคอปุกปุยแน่นจนเขาเกือบหายใจไม่ออก แต่กระนั้นก็ยังพยายามขัดขืนให้หลุดจากการเกาะกุมของผู้หญิงใจโหดเช่นจารุฬี

บ้าเอ๊ย!! ร่างหมาน้อยนี่ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง!!

จารุฬีเอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม “แกรักมันมากใช่ไหม หึ! ฉันจะโยนมันลงไปข้างล่าง ดูซิว่าแกจะเจ็บปวดแค่ไหน แกจะได้รับรู้ความรู้สึกของฉันบ้าง”

“อย่านะ!!!” อลิสาตะโกนสุดเสียงหวังให้ใครก็ได้ออกมาช่วยเธอที

ตุ๊บ!!!

จารุฬีโยนร่างเล็กของอัลวิสตกจากอพาร์ทเม้นต์พร้อมกับรอยยิ้มชัยชนะ

“อัลวิส!!! กรี๊ดดดดดดดดด”

อลิสากรีดร้องและพยายามดิ้นไปดูอัลวิสแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกจากแรงของชายร่างใหญ่ที่จับเธอไว้

จารุฬีเดินถือมีดเข้ามาใกล้ “ทีนี้ก็เป็นความเจ็บปวดของแกบ้าง”

“ช่วยด้วย!!!!” อลิสาร้องสุดเสียง

ขณะนี้เป็นเวลางานของผู้เช่าส่วนใหญ่ ดังนั้นคนในอพาร์ทเม้นต์ยังไม่กลับจากการทำงาน เจ้าของตึกก็ไม่ใส่ใจและไม่มีการรักษาความปลอดภัยอะไรทั้งนั้น เนื่องจากค่าเช่าห้องที่ถูกและทรุดโทรมทำให้สวัสดิการที่ตามมานั้นน้อยนิด

ซึ่งหมายถึงไม่มีใครมาช่วยอลิสาเลยสักคน!!

ชั้นล่างของตึกนั้นมีร่างลูกสุนัขนอนนิ่ง นักรบกระอักเลือดก้อนใหญ่ออกมา เขารู้สึกทรมานทั่วร่าง

ชายหนุ่มนึกย้อนคิด

ทำไมหนอ...

ทำไมไอ้ริชาร์ดมันถึงทำงานช้าถึงเพียงนี้!!

ยังไม่ทันที่นักรบจะคาดโทษลูกน้อง หูเจ้าสุนัขก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งขึ้นบันได นักรบเดาว่าเป็นสายลับของเขาที่จ้างไว้สอดส่องอลิสาแน่ๆ ไม่สิ...เอาไว้สอดส่องครอบครัวท่านรัฐมนตรีต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ฝีมือลูกน้องอดีตหน่วยซีลคนนี้สู้ผู้ชายสองคนกับผู้หญิงประสาทหลอนได้ไม่ยาก เขาไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว

นักรบนอนหายใจรวยริน ยามนี้ได้ยินเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลม แค่สายลมก็เพียงพอที่จะสร้างความวังเวงและน่ากลัวจับใจ

เลือดสีแดงเข้มไหลนองรอบกายจนกลิ่นคาวคละคลุ้ง เหงื่อกาฬของเขาแตกพรั่งพรู อวัยวะภายในไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป นักรบไม่เคยเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน

ไม่สิ... ตอนเครื่องบินตกก็เจ็บแบบนี้ ตอนรถชนก็เจ็บแบบนี้

เขาผ่านความตายมากี่ครั้งแล้ว มากพอที่จะไปเยือนยมโลกได้หรือยัง

ความคิดเห็น