facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter13.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.6k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 12:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter13.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

IF  YOU  EVER LEAVE ME

(Chapter13.)

   เชนใช้เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนดึกทุกคืนเพราะเขาต้องรับน้อง ทางด้านพระอาทิตย์เองก็ยุ่งเรื่องงานจนไม่มีเวลา ทว่าวันนี้จู่ๆ ก็โทรมาบอกเชนว่ารออยู่ด้านหน้าคณะแล้ว เชนดูแปลกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้รีบร้อนกว่าปกติแต่อย่างใด

   “ทำไมออกมาช้า” พระอาทิตย์ถามเสียงเรียบเมื่อเห็นเชนเดินแยกกับเพื่อนเพื่อมาขึ้นรถ

   “กำลังซ่อมน้อง แล้วทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมารับ” เชนพูดขึ้นเสียงเหนื่อยๆ

   “ก็เพิ่งประชุมเสร็จ” พระอาทิตย์พูดขึ้น มือหนาโอบเอวคอดของเชนที่นั่งอยู่ข้างกัน

   “อืม” เชนรับคำในลำคอ

   “กินอะไรหรือยัง” พระอาทิตย์ถามออกมา มือหนาลูบหน้าท้องแบนราบนอกเสื้อนักศึกษาของเชนไปมาอย่างเพลินมือ

   “กินแล้ว” เชนจับมือหนาแล้วเบี่ยงตัวให้ออกห่าง พระอาทิตย์ยกมือขึ้นใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมของเชนอย่างเบามือ

   “ถ้าอย่างนั้นก็กลับคอนโดเลยแล้วกัน ออกรถแจ็ค”

        พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงนิ่ง เขาคิดถึงร่างบางตรงหน้ามากขึ้นทุกวัน ใบหน้าคมก้มลงซบไหล่ของเชนช้าๆ ซึ่งเชนไม่ได้ว่าอะไรกระทั่ง        พระอาทิตย์ซบไหล่บางหลับไป มือบางจับแขนแกร่งแล้วเขย่าเบาๆ เมื่อแจ็คขับรถเข้าจอดที่คอนโดของเชน

   “ตื่นสิถึงแล้ว” เชนกระซิบบอก

   “อืม” พระอาทิตย์ขานรับในลำคอ แต่วงแขนหนากอดกระชับเอวคอดแน่นขึ้น จนเชนต้องก้มลงมองคนที่กอดรัดเขาไว้จากด้านหลัง

   “เหนื่อยหรือไง” เชนถามเสียงนิ่ง

   “ขออยู่แบบนี้สักพัก” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงทุ้มกอดร่างบางนิ่งไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวว่าเชนจะหายไปไหน

   “แล้วกินอะไรมาหรือยัง” เชนถามเสียงเรียบ

   “ยัง” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงอู้อี้ ใบหน้าคมซุกอยู่ที่ไหล่ด้านหลังของเชน

   “แล้วทำไมถึงไม่กิน” เชนเอี้ยวตัวเพื่อหันกลับมามองคนตัวโต

   “รอกินพร้อมมึง” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงเบามากแต่เชนก็ได้ยินชัดเจน คำพูดที่แสนจะธรรมดาแต่กลับทำให้หัวใจของเชนสั่นไหวไม่น้อยเลย

   “…” เชนนิ่งไป

   พระอาทิตย์ค่อยๆ คลายอ้อมแขนของตัวเองออก มือหนาประคองใบหน้าสวยแล้วมองนิ่งๆ เชนทำท่าจะหันหนีแต่กลับถูกร่างแกร่งบีบปลายคางเบาๆ เพื่อไม่ให้เลี่ยงหนีได้

   “วันพรุ่งนี้กูจะให้เอกมารับมึงแทนแจ็ค” พระอาทิตย์พูดขึ้นเพราะปกติแจ็คจะเป็นคนคอยรับส่งเชนตลอด

   “ทำไม” เชนถามออกมา

   “มีปัญหารึไง” พระอาทิตย์ถามขึ้นเสียงเข้ม

   “เปล่า กูมีปัญหาไม่ได้ใช่ไหม” เชนกระชากเสียงหงุดหงิดใส่ แจ็คเห็นท่าจะไม่ดีจึงพูดแทรกขึ้น

   “พอดีผมต้องไปทำธุระให้นายน่ะครับ เดี๋ยวผมบอกเรื่องตารางเรียนของคุณเชนกับเอกให้เองครับ คุณเชน” 

   แจ็คพูดรายงานอย่างรู้สึกเกรงใจแต่เขาก็ต้องทำ เพราะนานๆ ครั้งเจ้านายเขาจะได้มาเจอและพูดคุยกับเชนเรื่องทั่วไปแบบนี้บ้าง

   “อืม” เชนตอบรับในลำคอ ร่างบางนั่งกอดอกและหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถ

   “ช่วงนี้เรียนหนักหรือไง” พระอาทิตย์ถามขึ้น

   “นิดหน่อย” เชนตอบสั้นๆ

   “กินข้าวตรงเวลาหรือเปล่า” พระอาทิตย์จ้องมองเสี้ยวหน้าของเชนที่นั่งข้างกันไม่วางตา

   “ก็ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง” เชนพยายามตอบให้สั้นกระชับที่สุด

   “แล้วยาล่ะ” พระอาทิตย์ถามต่อ

   “ก็กินเวลามีอาการ” เชนเหลือบมองพระอาทิตย์ด้วยหางตาอย่างเซ็งๆ

   “ทำไมถึงไม่กินตามหมอสั่ง” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเข้ม

   “จะกินให้มันไปสะสมที่ตับใช่ไหม มึงไม่รู้หรือไงว่ากินยามากๆ มันไม่ดีน่ะ” เชนบอกเสียงนิ่ง ดวงตากลมจ้องมองคู่สนทนาอย่างนึกแปลกใจ

   “ไร้สาระ”

   บทสนทนาที่ดูห้วนกระด้างแบบมะนาวไม่มีน้ำของทั้งคู่จบลงด้วยเสียงฟึดฟัดของเชนอีกตามเคย

   “ปล่อย”

   เชนพูดขึ้นเสียงแข็ง มือบางพยายามแกะท่อนแขนแกร่งของ         พระอาทิตย์ออกจากเอวคอดของตัวเอง

   “หึ ทำไม” เขาถามและยกยิ้มมุมปากนิดๆ

   “อึดอัด” เชนพูดบอก

   “รีบไปอาบน้ำแล้วรีบนอนซะ” พระอาทิตย์พูดเสียงเรียบ

   “แล้วมึงจะไปไหน” เชนรีบถามกลับทันควัน

   “กลับเพนต์เฮาส์” พระอาทิตย์พูดออกมาอีก

    “ทำไม อย่าบอกนะว่ามึงแค่ไปรับกูจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาส่งที่คอนโดเนี่ยนะ” เชนถามกลับอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง

   “กูแค่อยากเห็นหน้ามึงเท่านั้น…ลงไปสิ” พระอาทิตย์พูดขึ้น

   “…”

   เชนนิ่งเงียบและก้าวลงจากรถไป สายตาของเชนมองทะลุกระจกรถยนต์คันหรูที่มีพระอาทิตย์นั่งอยู่ภายใน สิ่งที่พระอาทิตย์ทำตอนนี้ดูเป็นการเอาใจเขา หันมาทำดีด้วย แต่แค่นี้มันยังแค่เศษฝุ่นธุลีเท่านั้นเมื่อเทียบกับสิ่งที่พระอาทิตย์เคยทำไว้กับเขา…

   ตอนนี้ไททันกลับมาอยู่ที่บ้านและกลายเป็นพระอาทิตย์ที่ออกไปอยู่ข้างนอกแทน ส่วนเชนต้องเจอกับไททันเกือบทุกวันเพราะร่างสูงเป็นน้องรหัสของเขา

   “เป็นไง พี่ชายกูคงถึงใจมึงสินะ มึงถึงติดมันขนาดนี้”

   ไททันบังเอิญเจอกับเชนที่หน้าคอนโดและไม่วายพูดเหน็บแนม เมื่อตนขับรถสวนกับรถพี่ชายที่มาส่งเชน 

   “อย่าเสือก ไม่ใช่เรื่องของมึง” เชนหันไปเผชิญหน้ากับไททันอย่างไม่ลดละ

   “ปากเก่งแบบนี้ทำอย่างอื่นเก่งด้วยหรือเปล่า” ไททันสืบเท้ายาวเดินเข้าใกล้เชนจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับประตูบานใหญ่

   “มึงอย่ามาวุ่นวายกับกูนะ ไททัน” เชนพูดขึ้นเสียงเรียบ เขาไม่มีแผนสำรองสำหรับไททัน อีกทั้งช่วงนี้ร่างสูงตรงหน้าชอบทำตัวแปลกๆ ใส่เขาเสมอ

   “หึ คิดว่ากูอยากจะวุ่นวายกับมึงนักหรือไง” ไททันพูดขึ้น เชนหรี่ตาขึ้นมองอย่างไม่ไว้ใจ

   “อย่าคิดว่ากูจะลืมเรื่องที่มึงทำกับกู” เชนพูดขึ้นเสียงแข็ง

   “กูก็ไม่ได้หวังให้มึงลืม” ไททันพูดเสียงจริงจัง มือหนาคว้ารวบสองมือของเชนและยกขึ้นเหนือหัว หน้าขาของไททันสอดแทรกเข้ากลางระหว่างขาของเชน

   “ปล่อย!!!” เชนพยายามดิ้นหนีสุดแรง

   “อื้อ” ริมฝีปากของไททันประกบลงบนริมฝีปากสวยได้รูปของเชนทันที ลิ้นหนาพยายามสอดแทรกเข้าไปภายในโพรงปากเล็ก

   เชนหันหน้าหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ มือหนาบีบปลายคางของเชนอย่างเบามือเพื่อเตือนให้ร่างบางเปิดปากออกรับลิ้นร้อนของเขา ลิ้นหนาแทรกไล้ไปตามร่องฟันซี่สวยของเชน โพรงปากอุ่นร้อนที่เปิดรับอย่างฝืนๆ ทำให้ไททันแอบยกยิ้มมุมปากและถอนจูบออกช้าๆ

   “ใช้ได้นี่” ไททันยิ้มเหยียด เขามองใบหน้าสวยที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง เชนผลักอกไททันทันออกเต็มแรง

   “อยากได้เท่าไร” ไททันถามออกมาเสียงเรียบ

   “อะไร” เชนขมวดคิ้วถามขึ้น

   “จะทำอะไร” เชนถามขึ้นเมื่อจู่ๆ ไททันก็เข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง

   “เลิกยุ่งกับมันแล้วมาอยู่กับกูซะ”  ไททันพูดขึ้น

   “มึงหมายถึงใคร” เชนถามออกมา

   “มึงก็รู้ว่ากูหมายถึงใคร” ไททันพูดบอกเสียงเรียบ     

   “แล้วทำไมกูต้องทำตามความต้องการของมึงล่ะ ไททัน” เชนเอียงหน้าและถามขึ้น

   “กูจะซื้อขาดมึงเองเชน” ไททันพูดเสียงหนักแน่น เชนยิ้มร้ายออกมาโดยไม่ให้ไททันเห็น

   “ได้สิ” เชนพูดขึ้น เขาหันกลับไปหาไททันและยกสองแขนขึ้นโอบไปรอบคอแกร่ง เขย่งจูบที่ปลายคางของร่างสูงและผละออกอย่างรวดเร็ว

   “พรุ่งนี้ไปเรียนพร้อมกู กูจะมารับที่นี่” ไททันบอก

   “อืม”

   เชนตอบรับในลำคอโดยไม่ได้หันกลับมองไททันเลยสักนิด ร่างบางเปิดประตูห้องแล้วปิดลง เขายืนพิงบานประตูภายในห้องตัวเองและนั่งลงกับพื้นช้าๆ

   “เฮ้อ เชน…นี่มึงต้องเปลืองตัวขนาดนี้เลยใช่ไหม”

   เชนถอนหายใจออกมาหนักๆ ตอนนี้เขาไม่มีแผนอะไรในหัวทั้งนั้น ร่างบางจ้องการแค่ทำให้สองคนพี่น้องเจ็บปวดก็เท่านั้นเอง…

   รุ่งเช้าไททันขับรถสปอร์ตคันหรูของเขาออกจากบ้านเพื่อไปรับเชนที่คอนโด

   “ตอนเย็นมารอกูที่นี่” ไททันพูดขึ้น

   “อืม” เชนตอบรับในลำคอ

   “เชน” ไททันเรียกเสียงพร่า เชนหันมองแต่ถูกไททันดึงตัวเขาให้เข้าใกล้และรั้งต้นคอเข้าหาใบหน้าหล่อเข้มทั้งๆ ที่เชนยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี ปากสีคล้ำบดจูบลงมาอีกครั้งจนเชนแทบหายใจไม่ทัน มือบางยกขึ้นตีที่ลำแขนแกร่ง

   “อื้อ…อ๊ะ” เสียงครางห้ามในลำคอ เชนออกแรงผลักอกคนตรงหน้าเต็มแรง

   “ทำบ้าอะไรเนี่ย” เชนตะคอกออกมาเสียงแข็ง ไททันเหลือบมองคนที่อยู่นอกรถของเขาและยกยิ้มบางๆ

   “ไปเรียนสิ” ไททันก้าวขาสูงยาวลงจากด้านคนขับและเดินนำเชนไปออกก่อนเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจ

   “แม่ง!!!!”

   ร่างบางยกมือขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย เสียงมือถือของเชนดังขึ้นเขาเพียงแค่มองนิ่งๆ แล้วก็เอาใส่กลับเข้าไปในกางเกงตามเดิม


โรงพยาบาล

   “วันนี้คุณเชนไปเรียนกับคุณไททันครับ” เอกเข้ามารายงานเจ้านายตนเองแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เขาเพิ่งไปเจอมา

   “…” พระอาทิตย์นิ่งเงียบทำทีสนใจแค่เอกสารตรงหน้า ทั้งที่ในใจรู้สึกตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาพยักหน้ารับรู้ให้กับลูกน้อง เอกเป็นลูกน้องอีกคนที่ถูกส่งไปคอยเฝ้าตามเชนตอนที่อยู่ห่างจากเขา

   “วันนี้มีประชุมกับคุณลิลลี่ ช่วงเย็นมีทานข้าวกับเธอและคุณเจี๋ยครับ” แจ็คพูดถึงตารางของพระอาทิตย์ทันที

   “…” พระอาทิตย์หันไปมองลูกน้องตนเองช้าๆ

   “กาแฟสักแก้วไหมครับ” แจ็คถามขึ้น

   “อืม” พระอาทิตย์ตอบรับในลำคอ

   “ไปเฝ้าเชนไว้ แล้วมารายงานกูว่ามันทำอะไรบ้าง” 

   พระอาทิตย์สั่งเสียงเข้ม เอกรับคำสั่งและเดินออกจากห้อง แจ็คเอากาแฟมาเสิร์ฟถึงกับหลุดยิ้มออกมาบางๆ

   กรอด!!! 

   เสียงกัดฟันกรอดของพระอาทิตย์บ่งบอกถึงอารมณ์เจ้าตัวได้ดี ลูกน้องนำรูปของเชนที่อยู่กับไททันให้ดู หลายวันมานี้เขารับรู้เรื่องราวของน้องชายต่างแม่ของตนกับเชนตลอดไม่เว้นแต่ละวัน เขาเองก็ยุ่งเรื่องงานจนไม่มีเวลา พอมารู้อีกทีเชนกับไททันก็ไปไหนมาไหนด้วยกันราวกับสนิทสนมกันมานานเสียแล้ว

   “มึงอยากลองดีกับกูหรือไงเชน…” พระอาทิตย์พูดเสียงลอดไรฟัน เสียงมือถือเครื่องหรูของพระอาทิตย์ดังขึ้น

   “ครับป๋า” เขาตอบรับกับปลายสาย

   “เรื่องอะไรครับ…ได้ครับ” พระอาทิตย์วางสายพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักๆ…

   พระอาทิตย์กลับมาทานข้าวที่บ้านตามที่ได้นัดกับผู้เป็นพ่อไว้ แต่เขาไม่คิดว่าจะมาเจอเชนที่นี่หลังจากไม่ได้เจอกันหลายวัน ซึ่งเชนเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาอีก

   “กูต้องการให้มึงเลิกยุ่งกับมัน” ไททันพูดขึ้น ควันบุหรี่ถูกพ่นลอยฟุ้งไปทั่ว

   “หึ ทำไม” พระอาทิตย์พ่นเสียงผ่านลำคอ

   “ไม่ทำไม แค่ตอนนี้กูโคตรติดใจเสียงครางของมันเลยว่ะ”

    ไททันจุดประกายอารมณ์ของพี่ชายต่างมารดาของตนเองได้สำเร็จ พระอาทิตย์กัดฟันกรอดจนข้างแก้มขึ้นเป็นสันนูน เชนกำลังเดินมาทางคนทั้งคู่ที่ยืนคุยกันอยู่ภายนอกบ้าน

   “มึงซื้อมันมาเท่าไรกูจะซื้อมันคืนไม่อั้น” 

   ไททันพูดขึ้นเสียงจริงจัง เด็หนุ่มไม่รู้ว่าเชนมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างที่รับข้อเสนอเขา แต่ที่เขาแน่ใจคือเกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์แน่นอน

   “เอาไปเถอะ ของแบบนี้กูแบ่งให้กินได้ไม่คิดเงิน ของแบบมันหากินไม่ยากหรอก”

   เสียงทุ้มพูดขึ้นราบเรียบ เชนยืนฟังนิ่งๆ ทั้งน้ำเสียงและแววตาที่จ้องมองใบหน้าสวยไม่วางตา ทั้งวาวโรจน์จนเชนรู้สึกได้ทว่าน้ำเสียงที่ตอบกลับฟังดูแล้วไร้อารมณ์สิ้นดี

   “ไปแจ็ค” พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงเข้ม

   “ครับนาย”

   แจ็คแอบลอบมองใบหน้าสวยของเชนซึ่งตอนนี้กำลังยืนมอง        พระอาทิตย์อย่างอดนึกสงสารไม่ได้ เขารู้ดีว่าแม้เจ้านายตัวเองจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไร ทั้งน้ำเสียงที่ดูนิ่งเสียจนคนฟังยังรู้สึกขนลุก

   “เดี๋ยวกูไปส่ง” ไททันหันไปบอกเชน ตาคู่คมมองเสี้ยวหน้าของเชนอยู่ห่างๆ

   “ไม่ต้อง กูให้เพื่อนมารับแล้ว” เชนพูดเสียงเรียบ

   “เป็นอะไร” ไททันถามออกมา เขายังคงมองเชนไม่วางตา

   “เปล่า” เชนบอก สายตาที่มองมายังไททันตอนนี้ช่างว่างเปล่าเหลือเกิน

   “ทำไม เจ็บที่มันพูดแบบนั้นหรือไง” ไททันพูดเหน็บอย่างรู้ทัน

   “เหอะ ทำไมกูต้องรู้สึกแบบนั้น” เชนเหยียดยิ้มกับคำพูดของไททัน

   “เชน กูไม่เคยต้องรอใครแบบนี้…เพราะเป็นมึงกูถึงยอม แต่ถ้าวันหนึ่งมึงคิดไม่ซื่อกับกู มึงเจอกูแน่ จำไว้” 

   หลังจากทีได้กับใกล้ชิดกับเชนมาสักพักทำให้ไททันรู้ดีว่าเชนเป็นคนที่อ่านยากพอตัว อารมณ์ร้ายไม่สนความรู้สึกคนอื่นเท่าไร ยิ่งคำขู่แค่นี้ของเขาทำอะไรเชนไม่ได้หรอก

   “ถึงวันนั้นพวกมึงคงพินาศกันทั้งพี่ทั้งน้อง” เชนพูดพึมพำขึ้นกับตัวเอง สายตาจ้องมองแผ่นหลังของไททันที่กำลังเดินไปที่รถ… 

   จิมขับรถมารับเชนที่ปากซอย

   “มาทำอะไรแถวนี้วะ” จิมถามขึ้น

   “มาทำธุระให้ป๊ากูเฉยๆ” เชนพูดขึ้น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเมื่อเห็นหน้าจิม เชนรู้ว่าเขากับจิมจบไปตั้งนานแล้วแต่เพราะไม่รู้จะโทรหาใครแล้วจริงๆ ต้นไม้ก็ดันไม่รับสายเขาอีกคน

   “อืม แล้วจะไปไหน” จิมถามขึ้นขณะกำลังเข้าเกียร์เพื่อออกรถ

   “จิม…” เชนเรียกจิมออกมาเสียงเบา จู่ๆ เขาก็รู้สึกฝืดคอขึ้นมาเสียอย่างนั้น

   “คืนนี้กูไปนอนด้วยได้ไหม” เชนพูดเสียงสั่น

   จิมหันหน้ามามองเชนและมีสีหน้าเครียดลง เพราะปกติเชนไม่เคยขอตนมานอนด้วยตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้น

   “เป็นอะไรหรือเปล่าวะ” จิมถามขึ้นเสียงเครียด

   “กูลืมไปว่ามึงคงไม่สะดวก” เชนพอจะนึกออกว่าจิมคงมีใครแล้ว ซึ่งก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากปริญญ์นักเรียนใหม่ที่ตอนนี้เข้ามาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเขา

   “ไม่สะดวกอะไร ก็ไปสิ” จิมบอก

   “ปริญญ์เป็นคนน่ารักนะ นิสัยก็ดีมึงว่าไหม” เชนพูดถึงปริญญ์ขึ้นมา

   “…” จิมนิ่งเงียบไปสักพัก เขาถอนหายใจออกมาหนักๆ และมองเชนอย่างต้องการคำตอบ

   “บอกกูมาว่าใครทำอะไรมึงห๊ะ เชน” มือหนาจับไหล่บางทั้งสองข้างของเชนเพื่อให้หันมาสนใจตนเอง

   “…” 

   เชนยิ้มกว้างให้จิมและส่ายหน้าไปมาเหมือนเด็กๆ น้ำตาไหลออกมาจนเปรอะสองแก้มใส จิมขมวดคิ้วเข้าหากัน มือหนาดึงเชนเข้ามาสวมกอดอย่างเป็นห่วง

   “ไม่พูดก็ไม่พูด มึงร้องไห้ไม่ได้แปลว่ามึงอ่อนแอนะเชน ร้องซะกูจะทำเป็นไม่ได้ยินโอเคไหม” จิมพูดออกมาเสียงนิ่ง มือหนาลูบปลอบเพื่อนรักอย่างเบามือ

   “ฮึกๆๆ ฮือๆๆๆๆ” เสียงร้องไห้อย่างน่าสงสารของเชนเล่นเอาจิมสีหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางที่เข้มแข็ง การแสดงออกที่ดูแรง ปากคอ    เราะร้าย แต่ความจริงแล้วเชนอ่อนแอยิ่งกว่าใครๆ

   “ไปไหนฮึก” เชนนั่งเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยและสะอื้นถามขึ้น จิมเห็นว่าเชนเงียบลงมากกว่าเดิม เขาจึงเริ่มขับรถออกไป

   “ไปนอนกับกูไง” จิมพูดขึ้นยิ้มๆ

   “อืม ขอบคุณ” เชนพูดบอกเสียงแผ่ว

   “คิดมาก หยุดร้องได้แล้ว เห็นมึงร้องไห้กูขนลุกหมด หน้าสวยๆ ของมึงเลอะหมดแล้ว” นิ้วยาวเกลี่ยเช็ดแก้มใสของเชนให้อย่างเบามือ

   “สวยบ้าอะไรกูหล่อมากเหอะ แล้วนี่ทำอะไรของมึงเนี่ยกูขนลุกนะ” เชนพูดขึ้นขำๆ

   “ฮะๆๆ มีอะไรบอกกูนะเชน” มือหนาจับศีรษะเล็กของเชนอย่างเอ็นดู

   “อืม” เชนตอบรับในลำคอ…

   ไม่นานรถยนต์คันหรูของจิมก็ถูกขับเข้ามาจอดในคอนโดย่านใจกลางเมือง

   ก๊อกๆๆ จิมเคาะประตูห้องของตัวเองแทนที่จะไขกุญแจเข้าไป เชนขมวดคิ้วมองอย่างงงๆ

   “ทำไมต้องเคาะประตู” เชนถามขึ้น จิมเอาแต่ยกยิ้มเบาๆ แล้วยืนรออย่างสบายใจ

   กริ๊ก!!! เสียงปลดล็อกจากด้านในและเปิดประตูออก

   “ปริญญ์” เชนเรียกชื่อของผู้ที่เปิดประตูห้องของเพื่อนตนเอง

   “ชะ…เชน” ปริญญ์ครางชื่อเชนออกมาอย่างตกใจ ใบหน้าของเชน  ซีดเผือดราวกับไม่มีเลือดสูบฉีด จิมยิ้มเหยียดอย่างร้ายกาจไปให้ ปริญญ์ยืนอยู่ที่มุมประตูทำสีหน้าอยากจะร้องไห้เสียให้ได้

   “นี่มันอะไรกันวะจิม” เชนหันไปถามจิมออกมาอย่างสงสัย เขารู้ว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรแน่นอนแต่ไม่คิดว่าจะพากันมาอยู่ที่ห้องแบบนี้

   “…” จิมเงียบนิ่งไปและเดินเข้าไปภายในห้องของตนเอง

   “นายกลับมาพอดีเราทำความสะอาดให้แล้ว อย่างนั้นเรากลับก่อนนะ” ปริญญ์รีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าเป้ของตนเองที่วางบนโซฟา

   “อืม” จิมตอบรับในลำคอ

   “ไอ้จิม กูถามว่านี่มันอะไรกัน มึงสองคน…” เชนถามขึ้นอย่างหงุดหงิดเพราะตอนนี้ทั้งสองคนต่างก็พูดเองเออเองไปหมด

   “ไม่มีอะไร” จิมพูดบอก

   “ว่าไงปริญญ์มึงมาทำอะไรที่นี่” เชนเค้นและตาถลึงมองจิม อย่างจับผิด

   “เอ่อ…คือ…” ปริญญ์อึกอักเพราะไม่รู้ว่าจิมพูดอะไรไปบ้าง ตนไม่อยากจะโกหกอะไรเชนไปมากกว่านี้จึงเลือกที่จะไม่พูดเสียดีกว่า

   “มันมาทำความสะอาดให้กูมึงไม่ได้ยินหรือไง เดี๋ยววันนี้มึงนอนในห้องนอนกูเลยแล้วกัน” จิมพูดบอก เชนมองไปในห้องก็ดูทุกอย่างเป็นปกติ

   “ส่วนมึงกลับไปสิ” จิมพูดไล่ออกมา ปริญญ์มองจิมด้วยสายตาตัดพ้อ ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาใสๆ จนเชนเห็นแล้วก็อดนึกสงสารขึ้นมาไม่ได้

   “อืม เราไปก่อนนะเชน” ปริญญ์หันหน้ามาพูดแล้วยิ้มให้เชนอย่างน่ารักแต่เขาดูออกว่าอีกฝ่ายพยายามฝืนเต็มที่

   “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น พวกมึงคิดว่ากูโง่หรือไง แล้วมึงจิม…อย่าทำนิสัยเลวๆ เดี๋ยวจะเจ็บไม่รู้ตัว” 

   เชนต่อว่าจิมออกมา ทำเอาปริญญ์ถึงกับหน้าเหวอทันทีเพราะไม่คิดว่าเชนจะกล้าว่าจิมต่อหน้าเขา

   “มึงพูดอะไรกูไม่เข้าใจ” จิมทำเป็นไม่รู้เรื่องและเดินเข้าไปที่บาร์ภายในครัว

   “งั้นก็เชิญโง่ต่อไป มึงน่ะ นอนห้องเล็กเลยหรือจะไปนอนที่ไหนก็ไป กูกับปริญญ์จะนอนในห้อง” เชนพูดออกมาเสียงเรียบ

   “อะไรกันวะ นี่ห้องกูนะเว้ย” จิมโวยวายออกมาเสียงลั่น

   ปริญญ์มองจิมอย่างขอความช่วยเหลือ เชนจับข้อมือเล็กแล้วลากเข้าห้องนอนปิดประตูใส่หน้าจิมเสียงดัง

   ปริญญ์นั่งก้มหน้างุดบนโซฟาตัวยาวภายในห้องนอนของจิม ส่วนเชนนั่งไขว่ห้างอยู่ที่ปลายเตียง สายตาคู่เฉี่ยวมองปริญญ์อย่างจับผิด เชนถอนหายใจออกมาหนักๆ

   เพื่อนใหม่ของเขาเป็นคนหน้าตาน่ารัก ตัวเล็กๆ ผิวขาว สองแก้มใสขึ้นสีชมพูระเรื่อตลอดเวลา ผมสีน้ำตาลดูเข้ากับผิวที่ขาวราวกับนมสดนั่นอย่างลงตัว จมูกเชิดรั้นนิดๆ ปากบางได้รูปที่ตอนนี้เอาแต่นั่งก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเอง

   “ถึงกูไม่สนิทกับมึง แต่กูก็ดูออกว่ามึงกับไอ้จิมเป็นอะไรกัน” เชนพูดบอกเพราะปริญญ์เอาแต่หลบหน้าเขา

   “เรากับจิมไม่ได้เป็นอะไรกันนะเชน” ปริญญ์พูดขึ้นเสียงแผ่ว

   “อ๋อเหรอ…” เชนลากเสียงยาว

   “กะ…ก็ใช่น่ะสิ” ปริญญ์พูดอึกๆอักๆ

   “หึหึ เออๆ อยากจะปิด อยากจะทำอะไรก็เอาที่พวกมึงสองคนสบายใจเถอะ” เชนพูดจบก็เดินออกจากห้องนอนไป ปล่อยให้ปริญญ์นั่งหน้าเหวออยู่แบบนั้น

   “มึงบังคับมันให้มาอยู่ด้วยหรือเปล่า” เชนถามออกมาเมื่อเปิดประตูออกมาจากห้องก็เจอคนตัวสูงเดินวนไปวนมาอยู่ไม่ไกล

   “มึงเห็นว่ากูเป็นคนยังไงวะเชน” จิมถามออกมาเสียงขุ่น

   “ก็เห็นเป็นคนแบบนี้แหละ” เชนพูดบอกและก้มลงผูกเชือกร้องเท้าตัวเองอย่างไม่รีบร้อนนัก

   “กูกลับเลยแล้วกัน ไม่อยากอยู่เป็นก้าง” เชนพูดขึ้น

   “จะกลับไปไง” จิมถามและรั้งแขนเชนไว้อย่างเป็นห่วง

   “กูกลับเองได้ไม่ต้องห่วง คนที่มึงควรห่วงคือคนในห้องโน่น”

   เชนมองไปทางประตูห้องนอนของจิมที่เปิดแง้มอยู่ จิมนิ่งไปนิด ร่างบางเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองจิมที่เปิดประตูยืนมองตามเขามา…

   เชนกลับมาที่คอนโดของตัวเอง เมื่อเดินเข้าไปในห้องที่มืดสนิทก็ยิ่งทำให้เขารู้ตัวว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่  ยิ่งคิดความคิดก็พานดิ่งลึกกดให้เขาจมอยู่แบบนั้น ความรู้สึกแบบนี้เริ่มกัดกินเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…

   สงครามประสาทระหว่างเชนกับพระอาทิตย์เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ส่วน    ไททันก็ยังคงตามติดเชนตลอดเวลาไม่ห่าง

   “อื้อ อย่าสิฮะพี่อาทิตย์” 

   เสียงครางกระเส่าของเด็กหนุ่มตัวเล็ก หน้าขาว ปากแดงสีสดร้องห้าม เมื่อเชนเดินผ่านมาเจอคนทั้งคู่ยืนซุกไซ้กันไปมาอยู่หน้าห้องโดยบังเอิญ

   “ทำไมครับ”

   พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงนุ่มทำเอาเด็กหนุ่มหน้าเหวอไปนิดเพราะปกติคนตัวโตพูดจาแบบนี้กับเขาเสียที่ไหน สายตาคมเหลือบมองเชนด้วยหางตานิดๆ เชนยืนเม้มปากตัวเองแน่น

   “มีคนอื่นมองอยู่แอลอายนี่ฮะ” เด็กหนุ่มพูดบอกอย่างเขินอายดู      ไร้เดียงสา

   “ช่างหัวคนอื่นสิ” พระอาทิตย์พูดบอกเสียงเข้ม ใบหน้าคมซุกไซ้ลำคอของเด็กหนุ่ม ใบหน้าขาวจัดเชิดขึ้นด้วยอารมณ์พาไป

   “อ๊ะ พี่พระอาทิตย์ อย่ากัดสิฮะแอลเจ็บ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นพร้อม       นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พระอาทิตย์ดูจะหงุดหงิดไม่น้อยที่หันมาเจอเชนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

   “มายืนทำเหี้ยอะไรตรงนี้ห๊ะ!!!” พระอาทิตย์ตะคอกออกมาเสียงลั่น

   “กูแค่เดินผ่านมาเท่านั้น ไม่ได้จะมายืนดูพวกมึงสมสู่กันหรอกนะ หัดอายฟ้าอายดินอายผีบ้านผีเรือนบ้าง หรือว่าหน้าพวกมึงมันหนาจน              ไร้ความรู้สึกไปแล้ว” เชนว่าเหน็บออกมา

   “อย่ามาปากดี” 

   พระอาทิตย์ผละตัวออกจากเด็กหนุ่มแล้วคว้าเอวคอดของเชนดึงเข้าหาตัว มือหนายกขึ้นบีบคางของเชนเต็มแรง คอระหงเผยให้เห็นรอยคิสมาร์กสีสด เขากัดฟันกรอด ใบหน้าคมก้มลงไปกัดซอกคอของเชนเต็มแรง ทำเอาเด็กหนุ่มที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที เชนรู้สึกร้อนวาบไปทั่วลำคอพยายามหดคอหนีแต่ก็ไม่พ้นใบหน้าคมที่ตามไปซุกไซ้อย่างไม่ลดละ

   “ฮึ่ม เชน’’ เสียงทุ้มครางชื่อเชนออกมาอย่างลืมตัว

   “ปล่อย…” เชนพูดเสียงลอดไรฟัน

   เชนผลักอกพระอาทิตย์ออกเต็มแรง ดวงตากลมที่มองใบหน้าคมวูบไหวมากกว่าเดิมและมากกว่าทุกครั้งที่เจอกัน เชนหันหลังเพื่อจะเดินออกจากที่นั่นแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบกับไททันที่ยืนมองอยู่ ขายาวกำลังก้าวเดินตรงมาทางเขา

   “มีอะไรหรือเปล่า” ไททันจ้องพระอาทิตย์เขม็ง

   “ไม่มี ไปกันได้หรือยัง” เชนบอก พระอาทิตย์ยังคงมองเชนไม่วางตา

   “ไปสิ”

   ไททันสวมกอดเอวบางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของและพาเชนเดินออกไปจากตัวบ้าน

   “ทำไมพี่อาทิตย์ทำแบบนั้นกับคนคนนั้นล่ะฮะ แฟนน้องชายพี่ไม่ใช่เหรอฮะ” เด็กหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย

   “กลับไปซะ” พระอาทิตย์ใช้มือเสยผมขึ้นลวกๆ

   “อะไรนะฮะ” เด็กหนุ่มถามขึ้น

   “เอานี่ไปแล้วกลับบ้านไปแอล” มือหนาหยิบเงินสดในกระเป๋าแล้วยื่นให้เด็กหนุ่มหน้าหวาน

   “แอลไม่ใช้เด็กขายตัว อีกอย่างพี่อาทิตย์กับแอลก็ตกลงกันแล้วว่าถ้าพี่ไม่ทำอะไรแอลก็จะไม่รับเงินพี่นะฮะ”

   แอลบอกและทำท่าจะเดินลงบันไดไป แต่ก็ชะงักแล้วหันมาหา         พระอาทิตย์อีกครั้ง

   “แอลไม่รู้หรอกนะฮะว่าพี่คิดจะทำอะไร แต่แอลเชื่อว่าพี่แค่ประชดเขาเท่านั้น แอลเอาใจช่วยนะฮะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างรู้ทัน แอลส่งยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก

   “รีบไปเลยนะแอล เดี๋ยวจะโดน” พระอาทิตย์ตีหน้าขรึมใส่ 

   ร่างแกร่งเดินมาหยุดที่ริมระเบียงชั้นลอยของตัวบ้าน เขาปล่อยให้เชนเล่นสนุกพอแล้วละมั้ง มันถึงเวลาที่เขาควรลากเชนกลับคืนมาหาเขาได้แล้ว…

   “เป็นอะไร” ไททันถามขึ้นเมื่ออยู่ในรถกันเพียงแค่สองคน

   “เปล่า” เชนตอบออกมาเสียงเหนื่อยๆ มือบางยกลูบต้นคอของตัวเองแผ่วเบา

   // บ้าจริง แค่นี้ก็ทำให้เขาใจสั่นได้แล้วหรือไงกัน //

   “ไม่เป็นอะไรแต่มึงนั่งเงียบมาตลอดทางแบบนี้เนี่ยนะ เชน” ไททันพูดขึ้นน้ำเสียงหงุดหงิด

   “ขับรถไปเถอะ” เชนพูดว่าออกมาเสียงไม่จริงจังนัก

   ไททันเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด เขารู้ว่าลึกๆ แล้วเชนยอมอยู่กับเขาเพราะอะไรและรู้ด้วยว่าพระอาทิตย์คิดยังไงกับเชน แต่เมื่อเขาได้อยู่ใกล้ชิดเชนยิ่งทำให้ไททันรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดูดให้เขาไม่อยากอยู่ห่างคนคนนี้ อยากจะครอบครองเชนไว้เป็นแค่คนเดียว

   ทว่าแท้ที่จริงแล้วไททันรู้ดีว่าเขาแค่อยากทำให้พระอาทิตย์รู้สึกไม่เหลืออะไรอย่างที่เขาเป็นก็เท่านั้น

   “ไททัน มึงขับเร็วไปแล้วนะ” เชนพูดบอก

   “ทำไม กลัวหรือไง” ไททันถามขึ้นโดยไม่คิดจะหันมองเชน

   “เออน่ะสิ” เชนใช้มือบางกุมสายคาดเบลต์แน่น เขามองหน้าไททันตลอดเวลา

   “ไททัน!!! หยุดรถกูจะลง” เชนรู้สึกกลัวมากจริงๆ

   “หึ” ไททันสบถออกมาในลำคอ

   เอี๊ยดดด!!!

   โครมมม!!!

   รถสปอร์ตคันหรูลอยเคว้งอยู่บนทางด่วน ด้านคนขับกระแทกเข้ากับขอบปูนอย่างแรง เชนงอตัวเพื่อป้องกันตัวเองไว้แต่ภาพสุดท้ายที่เห็นคือท้ายรถกระบะกำลังอัดเข้ากับด้านของเขาอย่างจัง

   เสียงไซเรนดังไปทั่วทั้งบริเวณ รถสปอร์ตคันหรูสภาพยับเยินแทบทั้งคัน ร่างของคนทั้งคู่ถูกนำออกมาจากซากรถอย่างรวดเร็ว…

   “นายครับ!!!” เสียงของแจ็คร้อนรนกว่าทุกครั้ง

   “คุณเชนกับคุณไททันเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำอาการสาหัสทั้งคู่ครับ”        แจ็ครีบเข้ามารายงานพระอาทิตย์ทันที

   “…” 

   ปัง!!!! เสียงปิดแฟ้มเอกสารดังลั่น

   “อยู่โรงพยาบาลไหน” พระอาทิตย์ถามออกมา

   “ตอนนี้นายท่านกำลังย้ายทั้งคู่มาที่โรงพยาบาลของท่านครับ” 

แจ็ครายงานออกมาอีก

   “อืม”

   พระอาทิตย์นั่งนิ่ง เขารู้ว่าสิ่งที่เชนและไททันทำวัตถุประสงค์ของคนทั้งคู่คืออยากให้เขาเจ็บปวด แน่นอนว่าเขาถูกสอนมาให้ยอมทุกอย่างเพื่อน้อง แต่กับเชน…เขาให้และปล่อยไปไม่ได้จริงๆ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว