มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 11 :: พิชญ์จิรา

ชื่อตอน : บทที่ 11 :: พิชญ์จิรา

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 :: พิชญ์จิรา
แบบอักษร

สหรัฐอเมริกา

อลิสาถูกจ้างให้ตัดชุดเพียงแค่ส่วนของพนักงานต้อนรับอำนวยความสะดวกให้แขกในงานเลี้ยงเท่านั้น ยังไม่รวมชุดแม่ครัว ชุดทีมรักษาความปลอดภัยและทีมเทคนิคอีกมากมายที่พิชญ์จิราจ้างร้านอื่น ซึ่งนั่นทำให้อลิสาอึ้งกับจำนวนคนทั้งหมดที่ต้องใช้จัดงาน

แต่ดูเหมือนพิชญ์จิราไม่รู้สึกแปลกอะไรสักนิด ราวกับสะใภ้คนเล็กคุ้นเคยกับความอลังการยิ่งใหญ่แบบนี้อยู่แล้ว

“ดูสิคะคุณอลิส จอมทัพท่าจะชอบอัลวิสนะคะ” พิชญ์จิราสวมชุดดำทั้งตัว หญิงสาวเจ้าบ้านชี้ชวนบอกให้อลิสามองสนามหญ้าที่ห่างออกไป

เด็กชายตัวน้อยวิ่งเล่นกับสุนัขด้วยความสนุกสนาน เห็นแล้วช่างเป็นภาพที่ดูดีราวกับภาพฝัน อลิสาไม่เคยเห็นอัลวิสร่าเริงแบบนี้มาก่อน ดูเหมือนว่าอัลวิสจะชอบจอมทัพมากเช่นกัน บางที…. การที่พิชญ์จิราพูดดีด้วย อาจเพื่อตะล่อมให้ยอมขายอัลวิสก็เป็นได้ แต่อลิสาจะไม่ยอมยกอัลวิสให้ง่ายๆ หรอกนะ!!

“คุณพีชคะ คือ....อัลวิสมีความหมายกับฉันมาก” อลิสาพยายามเรียบเรียงประโยคปฏิเสธให้สุภาพ

พิชญ์จิราอ่านสีหน้ากระอักกระอ่วนของอลิสาออก “พีชเข้าใจค่ะ พีชไม่ใจร้ายแย่งอัลวิสหรอกนะคะ ถึงจอมทัพอยากได้แค่ไหนก็ต้องมีลิมิต เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง”

คนได้ฟังยิ้มพอใจ อลิสาพยักหน้า “ขอบคุณค่ะที่เข้าใจ”

แม่บ้านสาวคนหนึ่งเอ่ยแทรกเสียงเบา “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะคุณพีช”

“มีอะไรจ๊ะ” พิชญ์จิราเอียงหน้าถาม

“คุณอาเรซสั่งให้เพิ่มรายชื่อแขกอีกสองคนค่ะ” หญิงสาวชุดเทาเอ่ยรายงาน

อลิสาตั้งใจฟังเมื่อได้ยินชื่อของนักรบ งานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้นเป็นงานเลี้ยงต้อนรับนักรบหลังจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก หากนักรบจะใส่ใจเรื่องแขกก็คงไม่แปลก

“ใครบ้างเหรอ” พิชญ์จิราเตรียมพิมพ์ลงในแทบแลตของเธอ

“คุณอเมเลีย คุณลอร่าค่ะ”

อลิสาเห็นมือของพิชญ์จิราชะงักไม่ยอมพิมพ์สองชื่อนั้นลงไปในรายชื่อแขก ตาสีเทาคู่สวยมองใบหน้านึกสนุกของพิชญ์จิราด้วยความแปลกใจ

พิชญ์จิราหันบอกแม่บ้าน “ให้พี่รบมาบอกพีชเองค่ะ พีชมีความเห็นว่านางแบบสองคนนั้นกำลังมีข่าวยาเสพติด ถ้าเราเชิญมางานใหญ่แบบนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของพี่รบเสียหาย”

อลิสาหรี่ตามองพิชญ์จิรา ผู้หญิงคนนี้มีความกล้าถึงขั้นกล้าขัดใจนักรบ เคยได้ยินว่านักรบเป็นคนเด็ดขาดมาก ถึงอลิสาไม่เคยเห็นเขาในด้านอื่นนอกจากเงียบขรึมและเย็นชา แต่ก็รู้ว่ารอบตัวนักรบมีไอรังสีอันตรายแผ่ออกมามากจนไม่กล้าเอ่ยเถียง

“ช่วยไปรายงานพี่รบตามนี้ด้วยค่ะ”

“รับทราบค่ะ”

ไม่มีใครรู้ว่าพิชญ์จิรามีความคิดหลายอย่างผุดขึ้นในหัว...

พิชญ์จิรารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลตั้งแต่นักรบกลับจากรัสเซีย นักรบคนนี้ไม่เหมือนกับพี่สามีคนเดิมของเธอ อีกทั้งอัศวินเองก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ให้ลูกชายเข้าใกล้นักรบเด็ดขาด ปลุกปล้ำเค้นความจริงจากปากอัศวินอยู่นานก็รู้ว่าพี่สามีคนนี้เป็นตัวปลอม

ว่าแล้วไหมล่ะ!!

ตอนนี้พิชญ์จิราต้องแสดงละครใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวไปก่อนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน


สิบนาทีผ่านไป

รอไม่นานนักชายหนุ่มที่ทุกคนรอคอยก็เดินเข้ามาในห้องโถง เบื้องหลังร่างสูงใหญ่มีนางแบบอีกสองคนเดินตามมาด้วย หญิงสาวทั้งคู่คือนางแบบที่ฌอนสั่งให้เพิ่มชื่อก่อนหน้านี้ พวกเธอหุ่นดีร่างสูงโปร่ง สวมชุดน้อยชิ้นแถมยังบางเบาวาบหวิว

“เคธี่! พาจอมทัพไปรอที่ห้องอาหารอัลแบร์โต้” พิชญ์จิรารีบบอกพี่เลี้ยงก่อนที่ลูกชายจะเข้ามาเจอสภาพผู้หญิงหน้าไม่อายพวกนี้

“ค่ะ” แม่บ้านสาวรับคำแล้วผละไปทำหน้าที่

เหล่าหญิงสาวผู้ติดตามอลิสามาก็รีบวางมือจากงานแล้วจ้องมองชายผู้มาใหม่ด้วยแววตาหลงใหลคล้ายคนถูกสะกด

อลิสาเองก็จ้องมองใบหน้าของนักรบเช่นกัน เธอได้สบตากับนักรบตัวปลอมครู่หนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นดูอ่อนโยนขึ้นเป็นกองเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต หัวใจอลิสาเต้นระรัวเมื่อได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจอนักรบในเร็ววันนี้ แต่หัวใจดวงน้อยก็ไม่สามารถสงบได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

หญิงสาวพยายามหายใจเข้าลึกแล้วกำมือแน่นบังคับให้หัวใจเธอเต้นช้าลง แต่หัวใจดวงนี้ยังคงทรยศเฉกเช่นสามครั้งที่ผ่านมา อลิสาจดลงในใจว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ที่มันขัดคำสั่งของเธอ

นักรบตัวปลอมจ้องเธอนานมากกว่าปกติจนอลิสาเก้อเขิน แม้จะก่อกำแพงใจไว้แน่นหนาแต่ดูเหมือนว่ามันค่อยๆ ถล่มลงทีละนิด อลิสาตัดใจละสายตาออกจากร่างสูงของชายหนุ่มด้วยใบหน้าซับสีแดงระเรื่อ

“มีปัญหาอะไร” ใบหน้าคมหันมองน้องสะใภ้ในนามแล้วถามเสียงต่ำ

พิชญ์จิราไม่ได้มองหน้าพี่สามีแต่งหันไปทางนางแบบอีกสองคน “พีชไม่ต้องการให้ลูกชายเห็นภาพแบบนี้ จอมทัพยังเด็ก”

นางแบบสาวสองคนเดินมาเกาะแขนแกร่งขนาบซ้ายขวา พวกเธอจ้องมองพิชญ์จิราด้วยแววตาเหนือกว่าแกมเย้ยหยัน “เห็นภาพยังไงไม่ทราบยะ”

อลิสาสีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมของชายหญิงตรงหน้า

มันเป็นเรื่องปกติที่ชายแท้อย่างนักรบต้องการผู้หญิงข้างกาย แต่อลิสาไม่คิดว่าผู้ชายเย็นชาปานน้ำแข็งขั้วโลกที่เธอรู้จักจะมีพฤติกรรมน่าเกลียดแบบนี้ในบ้านของเขาเอง! อลิสากลืนน้ำลายเหนียวฝืดลงคอและพยายามหันมองทางอื่น

“เธอทำตัวยุ่งยากมากเกินไปแล้วพิชญ์จิรา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยไม่พอใจ ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความรำคาญ ฌอนเคยเป็นบอดี้การ์ดของนักรบมานานถึงสองปี สังเกตว่านักรบเองก็เคยเรียกใช้ผู้หญิงมานอนด้วยในบางครั้งบางคราวเช่นกัน แต่ทำไมน้องสะใภ้คนไทยผู้นี้ต้องทำท่าทางหัวเสียราวกับเขาทำตัวผิดแปลกกว่าปกติ

“รีบจัดการเถอะค่ะ” อเมเลียเร่งพร้อมกับชักสีหน้าหงุดหงิดพร้อมกับลูบไล้ไปทั่วหน้าท้องเป็นลอนของชายหนุ่ม

ฌอนแอบยิ้มในใจ ช่างเป็นโชคดีของเขาเหลือเกินที่นักรบตัวจริงมีสต๊อกผู้หญิงเกรดเอบวกให้เขาเลือกใช้ไม่จำกัด เหล่านางแบบสาวเองก็ยินดีรับใช้อย่างสุดความสามารถเนื่องจากได้รับค่าตอบแทนไม่น้อย ติดที่นักรบคนเดิมช่างเบื่อง่ายและไม่ชอบใช้ผู้หญิงซ้ำนี่สิ

“เบบี๋คะ รีบจัดการแล้วไปต่อเรื่องของเราเถอะค่ะ” ลอร่ากระซิบข้างหูของฌอนเร่งเขาอีกทาง โดยที่ไม่รู้ว่าหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่นักรบที่พวกเธอรู้จัก

“พี่รบเห็นผู้หญิงสองคนนี้ดีกว่าพีชกับหลานเหรอคะ” น้องสะใภ้ถลึงตาใส่นางแบบ ถ้าเป็นนักรบตัวจริง พิชญ์จิราพูดแบบนี้มีหวังหัวหลุดจากบ่าแน่นอน

นักรบตัวปลอมเลือกที่จะแสดงท่าทีเด็ดขาดกับพิชญ์จิราไปให้จบเรื่อง ผัวเมียคู่นี้ช่างจิกกัดได้แสบนัก พิชญ์จิราเองก็ดูจะร้ายไม่แพ้อัศวินเลยสักนิด

“เอาล่ะ ถ้าเธอไม่อยากใส่ชื่ออเมเลียกับลอร่าฉันก็ไม่ห้าม แต่ฉันยังยืนยันจะให้สองคนนี้มางาน” ชายหนุ่มบอกเจือความไม่พอใจ

น้องสะใภ้เบ้ปากแบบที่ชีวิตนี้อยากทำต่อหน้านักรบมาตลอด แต่ที่ผ่านมาก็ไม่กล้าทำสักที วันนี้ขอหน่อยเถอะ “เมื่อก่อนพี่รบไม่เป็นแบบนี้นะคะ”

ฌอนชะงักเกร็งตามประสาวัวสันหลังหวะ เขาหรี่ตามองพิชญ์จิรา “ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็เลิกคุย ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อรองกับเธอ”

อลิสายืนฟังเงียบๆ พลางกำมือแน่น..เธออยากเดินออกไปจากตรงนี้เหลือเกิน...

“พี่รบใจร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะ ทำไมพี่ไม่เคยพูดดีๆ กับพีชเลย พี่รบจะมองพีชเป็นคนนอกไปถึงเมื่อไหร่กัน เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ทำไมพี่รบไม่ยอมรับพีชบ้าง” พิชญ์จิรายังคงแสร้งทำตัวน่ารำคาญเพื่อรอดูปฏิกิริยา แล้วยังบีบน้ำตาหนักเข้าไปอีก

ฌอนแสยะยิ้ม ได้ยินพิชญ์จิราพูดแบบนี้ก็คิดว่าตัวเองช่างแสดงเป็นนักรบได้แนบเนียน

“แต่เรื่องผู้หญิง... พี่รบไม่เคยเป็นแบบนี้ พี่รบยอมให้ผู้หญิงมาชี้นิ้วบงการตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” พิชญ์จิราแอบด่าฌอนเพราะหมอนี่ทำให้พี่สามีดูบ้ากามจนไม่น่าให้อภัย นักรบตัวจริงยอมให้ผู้หญิงสั่งนั้นสั่งนี่ซะที่ไหน

ฌอนกัดฟันพยายามระงับโทสะ พิชญ์จิรากำลังยั่วโมโหเขาชัดๆ ถ้าไม่ติดว่าหล่อนเป็นภรรยาสุดรักสุดหวงของอัศวิน เขาจะสั่งให้คนโยนร่างอ้อนแอ้นนี้ไปทิ้งไกลๆ ชายหนุ่มตอบเสียงเย็น “นั่นมันไม่ใช่เรื่องของเธอ”

“ค่ะ พีชยอมก็ได้ อย่าดุนักสิคะ พีชกลัวแล้ว” พิชญ์จิราแอบยิ้ม ได้เถียงผู้ชายที่หน้าเหมือนพี่สามีราวกับแกะแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกเบิกบานใจเหลือเกิน หวังว่าพี่นักรบที่อยู่บนฟ้าคงภูมิใจในตัวเธอเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

ฌอนมองผู้หญิงอีกหกคนที่เป็นแขกของพิชญ์จิรา เขาเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของสาวอ่อนวัยห้าคน และเห็นสายตาตัดพ้อบนใบหน้าสวยหวานโดดเด่นของอลิสา

ชายหนุ่มแปลกใจ....ทำไมเจ้าของดวงตาสีเทาถึงมองเขาด้วยความน้อยใจและคาดโทษในคราวเดียวกัน หรือนี่อาจเป็นผู้หญิงของนักรบตัวจริงอีกคน ถ้าอย่างนั้นก็คงดีไม่น้อย

พิชญ์จิราเห็นสายตาทั้งของอลิสาและของฌอนจ้องมองกัน น้องสะใภ้จึงเดินมาบังตัวอลิสาไว้กลายๆ “พี่รบคะ”

นักรบตัวปลอมเบนความสนใจกลับมาที่พิชญ์จิราอย่างช่วยไม่ได้ “เอาล่ะ ฉันจะกลับห้องแล้ว คิดว่าพูดกับเธอไปก็ไร้ประโยชน์ ถ้าลูกชายเธอถามก็บอกว่าเป็นเพื่อนฉันแล้วกัน เรื่องไร้สาระแค่นี้ทำไมต้องเอามาเป็นประเด็น”

ร่างสูงเดินผละจากไป นางแบบอีกสองคนหันมาเบ้ปากใส่พิชญ์จิราราวกับประกาศชัยชนะ จากนั้นก็เดินซบแขนแกร่งของนักรบกลับไปยังคฤหาสน์อีกด้านพร้อมกัน

“คุณอลิสรู้จักกับพี่รบเหรอคะ” พิชญ์จิราถามหลังจากที่พี่สามีเดินไปจนลับตา

“ค่ะ ขอตัวสักครู่นะคะ” อลิสาบอกแล้วรีบก้าวเดินตามฌอนออกไปโดยที่พิชญ์จิราห้ามไว้ไม่ทัน



ยมโลก นรกภูมิ

“ทำไมเจ้าคิญชสูรยังไม่กลับมาอีก งานง่ายเพียงนี้แล้วเหตุใดต้องใช้เวลานาน หรือมันแอบไปเที่ยวเล่นแห่งใด”

ยมทูตสูงวัยพึมพำกับตัวเอง มือเหี่ยวย่นยกผลไม้นรกขึ้นมากินแก้เบื่อพอได้กัดคลายเหงาถึงแม้ว่าพวกตนจะอิ่มทิพย์ ร่างชรายกมือร่ายมนตร์เหนืออ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์ ตาสีแดงก่ำเห็นเจ้าสุนัขขนสีน้ำตาลทองยังคงวิ่งเล่นกับเด็กน้อย ยมทูตเฒ่านึกสงสัยว่าเหตุใดเจ้ายมทูตฝึกหัดนามคิญชสูรยังไม่ไปเอาวิญญาณลูกสุนัขตัวนี้มาเสียที

ยังไม่ทันที่ยมทูตสูงวัยจะโมโหเขาก็เห็นร่างของยมทูตฝึกหัดตนหนึ่งเดินเข้าด้วยความรีบเร่ง เสียงชราแต่น่าหวาดเกรงเอ่ยถาม “เจ้าคิญชสูร เหตุใดเจ้าจึงหายไปนานเพียงนี้”

ยมทูตฝึกหัดแสดงความเคารพอย่างนอบน้อมต่อผู้เป็นอาจารย์ก่อนอธิบายด้วยน้ำเสียงแก้ตัว “พอดีว่า....ข้าพบเจ้ากาฬสูรกำลังเก็บวิญญาณมากโขเกินรับมือ ด้วยเหตุเรือบินตกทำให้วิญญาณหลายดวงยังดื้อรั้นและไม่ยอมมายมโลก ดังนั้นข้าก็เลยอาสาช่วยกาฬสูรก่อน แล้วจึงค่อยไปรับวิญญาณเจ้าสุนัขน้อยตามคำสั่งขอรับ”

ยมทูตเฒ่าเอะใจ “ไหนล่ะวิญญาณลูกสุนัขที่ข้าสั่ง”

“นี่ขอรับ” คิญชสูรเดินหลบเล็กน้อยให้อาจารย์เห็นสุนัขขี้อายที่กำลังแอบซ่อนข้างหลังด้วยความหวาดกลัว

ตาสีแดงเพลิงของผู้เฒ่ามองตากลมใสซื่อของวิญญาณลูกสุนัขแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว

“เจ้าคิญชสูร!!!!”


ความคิดเห็น