facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่3 เสียงเพลงกล่อมนอนยามค่ำคืน (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่3 เสียงเพลงกล่อมนอนยามค่ำคืน (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59.9k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 เสียงเพลงกล่อมนอนยามค่ำคืน (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่3 เสียงเพลงกล่อมนอนยามค่ำคืน

 

 

ผมต้องนอนที่นี้เป็นคืนเเรก เเต่ผมกับรู้สึกว่าที่นี้ปลอดภัยยังไงชอบกล คงเพราะเจ้าของที่นี้เขาดูเเลดีนั้นเเหละ เเถมระบบรักษาความปลอดภัยก็ดีเยี่ยม ดูได้จากเวรยามที่เดินกันเต็มไปหมด ผมหลับตาลงบนที่นอน

 

 

รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ได้เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง เกิดมาพ่อเเม่ก็ไม่ต้องการ ยังโชคดีหน่อยที่มียายบุญรับมาเลี้ยงดู เป้าหมายสูงสุดของผมก็เลยมีเเค่ ทำงาน หาเงินให้มากๆ เพื่อไปดูเเลยาย ที่ผมเลือกจะเป็นหมอเหตุผลเเรกเลยเพราะผมคิดว่าเป็นอาชีพที่ได้เงินดี เเต่เหตุผลที่หลักๆ เลยก็คือ ผมจะได้รู้วิธีดูเเลยาย ได้รักษายายให้อยู่กับผมไปนานๆ

 

 

เเต่พอกำลังจะเคลิ้มหลับก็ต้องลืมตาขึ้นมามองอย่างสะลึมสะลือ ลุกขึ้นนั่งอย่างงงๆ เสียงเพลงเบาๆ ที่ดังลอยมาตามสายลมที่พัดเบาๆ อยู่ด้านนอก ผมลุกเดินออกมาที่ระเบียงห้องพัก เปิดประตูบานเลื่อนออกเบาๆ เเล้วเดินออกไปที่ระเบียบห้อง อาการศตอนกลางคืนที่นี่ค่อนข้างจะเย็นๆ เเต่ก็ไม่ถึงกับนหนาว

 

 

ผมไม่รู้ว่าเสียงเพลงมาจากทางไหน เเต่กลับรู้สึกว่ามันเพราะเเปลกๆ ที่ผมบอกว่าเเปลกก็เพราะ บางที่ฟังเเล้วคล้ายๆ เสียงเพลงในหนังอินเดีย เเต่บางที่ก็คล้ายๆ เสียงไวโอลีน

 

 

เเกร๊ก!

 

 

เสียงปลดล็อคประตูจากห้องข้างๆ ทำให้ผมหันกลับไปมอง ก็เห็นพี่ซาฟ่า ซึ่งเป็น 1 ในทีมเเพทย์ที่ออกมารับผมตอนที่มาถึง พี่เขาเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ผิวค่อนข้างคล่ำเเต่ก็ยังดูเท่อยู่ หน้าตาก็ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ ด้วยสิ

 

 

“เสียงเพราะดีใช่ไหมละ” ผมพยักหน้าให้เขาเบาๆ

 

“ครับ เพราะดีครับ เเต่ไม่รู้ว่าดังมาจากไหน”

 

“ดังมาจากบ้านของท่านนะ”เขาพูดบอก เเล้วมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ผม โดยมีกำเเพงที่สูงมาถึงเอวกั้นเอาไว้เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือผมยืนอยู่ทีระเยีบงห้องผมส่วนพี่ซาฟ่าอยู่ที่ระเบียงห้องของตัวเอง

 

“พี่อยู่ห้องนี้เหรอครับ”

 

“ใช่ มีอะไรก็มาเรียกได้นะเด็กใหม่”

 

“..ครับ”

 

“งั้นพี่ขอตัวไปพักก่อน อย่าดึกละพรุ่งนี้ทำงานวันเเรกไม่ใช่หรือไง”

 

“ครับ เดี๋ยวก็จะไปนอนเเล้วเหมือนกันครับ”พี่ซาฟ่าพยักหน้ารับเเล้วเดินกลับเข้าห้องไป ถ้าให้ผมเดาก็เเค่จะเดินมาดูเท่านั้นเเหละว่าผมออกมาทำอะไร

 

 

ผมเดินกลับเข้ามาในห้องพักของตัวเองกดล็อคประตูเรียบร้อยก็เดินกลับมาล้มตัวลงบนเตียงนอน หลับตาลงช้าๆ นอนฟังเสียงดนตรีนั่น…..สุดท้ายผมก็นอนฟังเพลงนั้นจนหลับไป

 

...

 

 

นี้เป็นการเริ่มงานวันเเรกของผม ตื่นเต้นหน่อยๆ เเหะ

 

เมื่อเช้าพี่วิเวียร์ก็มารับผมเเต่เช้า เเล้วพามาทักทายคนอื่นอีกครั้ง พอนับๆ ดูเเล้วที่สาขาเล็กมีหมอเเละพยาบาลทำงานกันประมาณ 10 กว่าคน เป็นหมอซะ 5 คนรวมผมด้วย ส่วนที่เหลือเป็นพยาบาลเเละพวกผู้ช่วย

 

 

หลายวันผ่านไป….

 

 

หน้าที่หลักๆ ของผมเลยก็คือค่อยทำเเผลให้กับพวกคนของตระกูลอพอลโล่ มีเเค่นั้นจริงๆ ครับ เพราะหลายวันที่ผ่านมาผมก็ทำเเค่ค่อยทำเเเผล ล้างเเผลให้พวกเขาเท่านั้น ไม่ค่อยได้ทำอย่างอื่น ถ้าวันไหนมีเครสผ่าตัดก็จะเป็นหน้าที่ของหมอใหญ่เเละเเพทย์เฉพาะทางอย่างพี่ซาฟ่าเท่านั้น เอ่อ...เเต่หลายวันที่ผ่านมาก็ทำให้ผมได้รู้ว่า ระหว่างพี่ซาฟ่ากับพี่วิเวียร์ต้องมีอะไรกันเเน่ๆ อาจจะคบกันหรือดูๆ กันอยู่อันนี้ผมยังไม่เเน่ใจ

 

 

“ฟิวส์ไปกินข้าวกัน”เสียงพี่วิเวียร์ดังมาตั้งเเต่ยังไม่เปิดประตูห้องเข้ามาเลย

 

“ไม่รอพี่ซาฟ่าเหรอครับ”

 

“ช่างตานั้นสิ ปล่อยหิวตายไปเลย  ฮึ้ย! ทั้งๆ ที่นัดกันเเล้วเเท้ๆ ดันไม่ยอมตื่นซะได้” ประโยคหลังพี่วิเวียร์พูดเบาๆ เหมือนเเค่จะบ่นพึมพำกับตัวเองเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดเท่านั้น

 

“จะดีเหรอครับ..ผมว่า”

 

"...งั้นซื้อขึ้นมากินที่นี้เเล้วกัน...เพื่อตานั้นด้วย"พี่วิเวียร์พูดเเล้วเหลือบไปมองพี่ซาฟ่าที่นอนหลับอยู่บนโซฟาตัวยาว คงเพราะเหนื่อยกับเครสผ่าตัดเมื่อเช้าละมั้ง ถึงได้มานอนหมดสภาพอยู่เเบบนี้

 

 

หลังจากกินข้าวเที่ยงกันเสร็จ พวกเราก็เริ่มทำงานกันต่อ  งานก็เหมือนที่เคยบอกไปนั่นเเหละครับ ส่วนมากก็ทำเเผลให้ชายชุดดำพวกนั้น มีบ้างที่รักษาโรคให้กับพวกป้าๆเเม่บ้าน หรือพวกเเม่ค้าที่ขายของที่โรงอาหาร

 

 

"ฟิวส์ งั้นพี่กลับก่อนนะ"

 

"เอ่อ...ครับ เดี๋ยวผมเช็คของตรงนี้เสร็จก็จะกลับเลยเหมือนกันครับ"ผมหันไปตอบพี่วิเวียร์ที่เเวะเข้ามาหา

 

"ให้พี่รอไหม"

 

"อย่าเลยครับ พี่ซาฟ่าคงอยากกลับไปนอนเเล้ว"ผมพูดยิ้มๆ ไม่ได้ตั้งใจจะล้อหรือเเหย่อะไรพี่วิเวียร์เลยนะครับ...เเต่พี่ซาฟ่าที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่วิเวียร์กำลังยืนหาวทำท่าจะหลับอยู่จริงๆ

 

"เกี่ยวอะไรกับตานี่เล่า!!!"พูดจบพี่วิเวียร์ก็รีบเดินหนีไป

 

"หึหึ พี่กลับนะ เจอกันที่ห้อง"พี่ซาฟ่าพูดก่อนจะเดินตามพี่วิเวียร์ไป

 

 

ผมส่ายหัวให้กับท่าทางของพี่วิเวียร์...จะว่าไงดี...มันดูน่ารักดีนะครับ...ดูปากไม่ตรงกับใจดี...ถึงจะเเสดงออกอีกเเบบเเต่เอาเข้าจริงๆ ก็โคตรจะห่วงพี่ซาฟ่าเลย ดูอย่างตอนกลางวันดิ ลงไปซื้อข้าวมาให้พี่ซาฟ่ากินถึงห้องพักที่ทางโรงพยาบาลจัดเอาไว้ให้หมอได้พักเลย

 

 

"หมอคะ...ยังมีหมออยู่หรือเปล่าคะ!!" เสียงของพยาบาลที่ดูรีบร้อนดังมาเเต่ไกล  ผมเลยชะโงกหน้าออกไปหา

 

"ครับ??"

 

"โชคดีจังที่หมอยังอยู่"

 

กลายเป็นว่าผมยังไม่ได้กลับห้องพักครับ เพราะมีเครสด่วนเข้ามา เท่าที่ฟังคุณพยาบาลพูดเมื่อกี้คือ  คนไข้ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกอะไรสักอย่างมา เเถมยังมีเศษกระจกฝังอยู่ในเเผลด้วย

 

 

"เป็นยังไงบ้างครับ"ผมพูดออกไป ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาอาจจะฟังผมไม่ออก...หรือเปล่านะ....พอได้มองชัดๆ ถึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่นี้  ดูเป็นพวกทางยุโรปเสียมากกว่า

 

"ฟังหมอรู้เรื่องไหมครับ"

 

"ครับ"เขาตอบผมกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ...ค่อยยังชั่วหน่อย

 

 

ผมนั่งทำเเผลให้เขาเบาๆ  เริ่มจากการเอาเศษกระจกที่ฝังอยู่ที่หัวไหล่ของเขาออกก่อน

 

 

"ต้องเย็บนะครับ...คุณพยาบาลช่วยเตรียมเครื่องมือให้ด้วยครับ"ผมพูดกับคุณเเฟรงค์(รู้ชื่อตอนชวนคุยเพื่อเบนความสนใจตอนเอากระจกออกจากเเผลให้) ก่อนจะหันไปบอกคุณพยาบาล เธอพยักหน้าก่อนจะลุกออกไปเตรียมอุปกรณ์ให้

 

"ครับ"เขาตอบเบาๆ สายตาก็เหลือบมองบาดเเผลที่หัวไหล่ของตัวเอง  ที่ตอนนี้ยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดเพราะเเผลค่อนข้างลึกพอสมควร..จะว่าเกือบถึงกระดูกเลยก็ได้

 

"ไปทำอะไรมาเหรอครับ"

 

"....."ความลับสินะ - -

 

"อุบัติเหตุครับ"เขาพูดตอบออกมาเเบบเลี่ยงๆ คือก็ไม่ได้ระบุออกมาว่าไปทำอะไร

 

 

หลังจากนั้นผมก็เริ่มเย็บเเผลให้เขาเรื่อยๆ พร้อมกับชวนคุยไปด้วย ไปๆมาๆก็กลายเป็นว่าคุณเเฟรงค์ชวนออกมากินข้าวด้วย เพื่อขอบคุณที่ผมยอมสละเวลามาทำเเผลให้เขาทั้งๆที่หมดเวรผมเเล้ว

 

"คุณเเฟรงค์เป็นเลขาของเขาคนนั้นเหรอครับ"

 

"...หมายถึงนายเหรอครับ"

 

“ครับ...ผมไม่รู้ว่าควรจะเรียกเเบบไหน เห็นบางคนก็เรียกท่าน บางคนก็เรียกว่านาย”

 

“...ส่วนมากพวกหมอเเบบคุณจะเรียกว่าท่านครับ  จะมีเเค่พวกที่ทำงานเป็นบอร์ดดี้การ์ดเเบบพวกผมเท่านั้นที่เรียกว่านาย”

 

 

เเล้วทำไมต้องเเบ่งด้วยละ??

 

 

“กำลังสงสัยสินะครับว่าทำไมต้องเเบ่ง”

 

“เอ่อ..ครับ”ผมได้เเต่พยักหน้ารับไปตรงๆ เพราะว่ากำลังคิดเเบบนั้นจริงๆ

 

“เมื่อก่อนพวกผมก็เรียกว่าท่านครับ  เเต่นายบอกว่ามันดูห่างเหินเกินไปทั้งๆที่ทำงานร่วมกัน”เขาพูดออกมาถึงจะดูไม่ได้เเสดงอารมณ์อะไรออกมา เเต่ผมกับรับรู้ได้ถึงความจงรักภัคดีที่เขามีต่อเจ้านายได้จากประโยคคำพูดเมื่อกี้ของเขา

 

“งั้นเหรอครับ”ผมพูดออกไปยิ้มๆ ก็งงกับตัวเองอยู่เหมือนกันว่ายิ้มทำไม  มือก็บรรจงเย็บเเผลที่ไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ

.

.

.

“เสร็จเเล้วครับ วันนี้คุณเเฟรงค์รับยาเเก้ปวดไปทานก่อนนะครับ  พรุ่งนี้เข้ามาทำเเผลเเล้วค่อยรับยาตัวอื่นไป”กฏของที่นี้คือ ถ้าไม่ได้รับการอนุมัติจากหมอใหญ่ก็ไม่มีสิทธิจ่ายยาอะไรทั้งนั้น

 

 

โครกก!

 

 

“เอ่อ…”ผมได้เเต่ยกมือกุมท้องตัวเอง โคตรจะอายเลย><

 

“โรงอาหารน่าจะปิดเเล้ว  ถ้าไม่รังเกียจอะไรไปทานกับผมก็ได้นะครับ"เขาคงจะชวนผมไปทานที่หอกลางของพวกบอร์ดดี้การ์ดละมั้ง  เห็นพี่วิวเียร์เคยบอกว่าพวกชุดดำจะมีหอกลางอยู่ ที่นั้นมีพวกอาหารสำเร็จที่เอามาเวฟเเล้วกินได้เลย  เพราะพวกบอร์ดดี้การ์ดกินข้าวกันไม่เป็นเวลา

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ”

 

“ไปเถอะครับ เป็นเพราะผม คุณหมอถึงไปกินข้าวไม่ทันโรงอาหารปิด”

 

 

สุดท้ายผมก็ต้องยอมเดินตามเขามา  คุณเเฟรงค์พาผมมาที่อีกฝั่งของโรงพยาบาลซึ่งเป็นเขตบ้านพักของพวกชุดดำ ถนนเปรียบเสมือนเส้นเเบ่งเขตระหว่างบ้านพักของพวกบอร์ดี้การ์ดซึ่งมีอยู่ประมาณ 80% ส่วนที่เหลืออีก 20%  ก็คือหมออย่างพวกผมเเละพวกเเม่บ้านหรือที่ทำงานในส่วนอื่น พอผมเดินเข้ามาในหอกลางของพวกชุดดำ ผมก็เเทบจะเป็นเป้าสายตาของพวกเขาเลย มองมาที่ผมกันเเทบทุกคน

 

 

“คุณหมอจะกินอะไรครับ ผมจะได้ให้คนทำให้”

 

“อะไรก็ได้ครับ”

 

“งั้นรอตรงนี้ก่อนนะครับ”คุณเเฟรงค์พูดก่อนจะเดินเเยกออกไป  หลังจากที่พาผมมานั่งที่โต๊ะที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง…

 

 

ผมยังคงตกเป็นเป้าสายตาของพวกเขาอยู่  เสียงพูดคุยของพวกเขาเเละสายตาที่มองมาที่ผม ทำให้ผมรับรู้ได้เลยว่าเรื่องที่พวกเขากำลังพูดกันอยู่นั้นไม่พ้นเรื่องของผมเเน่

 

 

“มาเเล้วครับ”

 

“ข..ขอคุณครับ”ผมรับจานอาหารสำเร็จรูปที่คุณเเฟรงค์เวฟมาให้ วางลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งกินเงียบๆ มีคุณเเฟรงค์นั่งกินของตัวเองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ

 

“ปกติทานของพวกนี้บ่อยเหรอครับ”ผมพูดถามออกไปเพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้

 

“ปกติจะไปกินที่โรงอาหารครับ เเต่ถ้าวันไหนไปไม่ทันก็จะมานั่งกินที่นี้"

 

“อย่าทานบ่อยนะครับ  มันไม่ดีต่อสุขภาพ ประโยชน์ก็ไม่ค่อยจะได้รับเท่าไรด้วย”

 

“หึหึ”

 

“เอ่อ..ขำอะไรเหรอครับ??”ผมได้เเต่ทำหน้างงๆ ใส่คุณเเฟรงค์ที่อยู่ๆก็หัวเราะออกมา

 

“สมเป็นคุณหมอจริงๆครับ”เขาพูดออกมายิ้มๆ

 

อะไรหว่า??

.

.

.

พอทานมื้อเย็นกันเสร็จ คุณเเฟรงค์ก็พาผมมาส่งที่หอพัก ส่งเเค่ต้องทางเข้าไม่ได้ขึ้นมาที่ห้อง ผมก้มมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือก็เห็นว่า 4 ทุ่มกว่าเเล้ว ที่ไทยก็คงสัก 3 ทุ่มกว่าๆละมั้ง พอคิดเเบบนั้นก็เลยตัดสิ้นใจกดโทรหาหลงมันไป  เพราะไม่ได้โทรไปหลายวันเเล้ว เดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอน มือก็ขยับบดเนคไทไปด้วย หูก็รอฟังเสียงจากมือถือไป…รอไม่นานหลงมันก็รับสาย

 

 

(“พี่ฟิวส์”)เสียงร่าเริงๆดังทักผมขึ้นมา

 

 

ผมพูดคุยกับหลงมัน ถามว่าทางนั้นเป็นยังไง มันก็บอกว่าเรื่อยๆ ยายนอนไปเเล้วเห็นบ่นว่าปวดตัว คงเพราะทำงานหนักนั้นเเหละ ทั้งๆที่บอกเเล้วว่าไม่ต้องทำเเท้ๆ

 

 

(“พี่ฟิวส์ วันนี้หลงไป...บลา..บลาาๆ”)เเล้วมันก็เล่าโน่นเล่านี้ที่มันได้ไปทำมา  ผมก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไรหรอก

 

 

คุยกับหลงมันได้สักพักเสียงเพลงที่ผมได้ยินเกือบทุกคืนก็ดังขึ้นมา...มันเป็นเเบบนี้ตั้งเเต่คืนเเรกที่ผมมาอยู่ที่นี่เเล้ว  ทุกๆวันจะมีเสียงดนตรีที่เล่นด้วยเครื่องดนตรีประจำถิ่นของที่นี้ดังขึ้น ผมนอนราบลงไปบนเตียงหลับตาลงนอนฟังเพลงที่ดังมาไกลๆ ได้ยินเสียงไอ้หลงมันดังเเง้วๆอยู่ในสายเเต่ก็ไม่ได้พูดตอบอะไรออกไป…

 

 

(“พี่ฟิวส์!! ได้ยินหลงไมเนี่ย! พี่ฟิวส์...เงียบ...งั้นหลงวางนะพี่”)

 

 

ร่างสมส่วนเเบบไทยๆนอนหลับหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียงนอน  เสียงเพลงยังคงดังอยู่เเบบนั้น ฟิวส์ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาหลับไปตอนไหน...เเต่ในทุกๆคืนที่อยู่ที่นี่ พอได้ยินเพลงนี้ที่ไร ฟิวส์จะรู้สึกผ่อนคลาย เเละปลอดภัยทุกๆครั้ง  จนไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้เขาหลับสบายในทุกๆคืน

 

มาเเล้วววว

ยังรักกันเหมือนเดิมไหมมม

ยังคิดถึงกันเหมือนเดิมไหมมมมมม

งื้อออ  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน่าาาาาา

BY: ลั้น ลา

ความคิดเห็น