ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ท้องตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 92k

ความคิดเห็น : 83

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2558 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท้องตอนที่ 3
แบบอักษร

3

 

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/45918/118325143-member.jpg

 

อาทิตย์ที่ 5 ที่ญี่ปุ่นอยู่บ้านเจแปน

 

    หลังจากวันนั้นเจแปนก็ไม่ได้บอกกับญี่ปุ่นว่าทุกคนนั้นรู้หมดแล้วว่าญี่ปุ่นเป็นเมียของเจแปน อยู่ในบ้านญี่ปุ่นจะรู้สึกแปลกๆว่าทุกคนจะให้ความเคารพเขาเป็นพิเศษ เดินผ่านลูกน้องของเจแปนก็จะมีคำว่า นายหญิงมาจากลูกน้องของเจแปน ทำให้ญี่ปุ่นนึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามเจแปนแต่อย่างใด แต่เช้านี้ทำให้ญี่ปุ่นรู้สึกแปลกกว่าทุกวัน ทุกเช้าญี่ปุ่นจะเห็นว่าเจแปนนั้นจะนอนกอดตนเองเอาไว้แต่เช้านี้ญี่ปุ่นกลับไม่อยากให้เจแปนกอดตน และรู้สึกผะอืดผะอมจนต้องลุกขึ้นมาอาเจียนอย่างหนัก

 

อ้วกกกกก แหวะ!!!

 

ญี่ปุ่นรีบวิ่งเข้าห้องน้ำมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เจแปนที่หลับอุตุอยู่รู้สึกตัวขึ้นและได้ยินเสียงของญี่ปุ่นที่กำลังอาเจียนอยู่ในห้องน้ำ จึงรีบวิ่งเข้ามาดู เมื่อเห็นญี่ปุ่นกำลังอาเจียนอย่างหนักจึงเข้าไปลูบหลังอย่างเป็นห่วง

 

“เฮ้ย ไอ้คุณเมีย มึงเป็นไรวะ” เจแปนถามญี่ปุ่นพูดเสียงอ่อยด้วยความเป็นห่วงญี่ปุ่นมากสังเกตได้จากสีหน้าตอนนี้ขมวดคิ้วเป็นปม

 

อ้วกกกกกกก

 

“กะ กูไม่เป็นไร” เมื่อญี่ปุ่นอาเจียนเสร็จก็ลุกขึ้นยืนบ้วนปาก พอก้าวขาเดินก็เซจนเกือบล้มแต่ดีที่เจแปนมารับไว้ทัน แต่พอได้กลิ่นตัวของเจแปน ญี่ปุ่นกลับ

 

อ้วกกกกกกก แหวะ!!

 

ญี่ปุ่นต้องกลับไปอาเจียนอีกครั้ง เมื่อเจแปนจะเข้าไปลูบหลังให้ญี่ปุ่น  ญี่ปุ่นจึงบอกให้เจแปนหยุดอยู่กับที่

 

“มึงไม่ต้อง ขะ เข้ามา แหวะ!” เมื่อเจแปนได้ยินอย่างนั้นคิ้วก็เป็นปมมากกว่าเดิม ด้วยความเป็นห่วงญี่ปุ่น เจแปนที่อยากเข้าไปแต่ก็เข้าไปไม่ได้ ได้แต่ยืนมองด้วยความเป็นห่วง

 

“ทำไมอ่ะ ทำไมกูถึงเข้าไปไม่ได้” เจแปนจึงถามออกไปเมื่อเห็นว่าญี่ปุ่นยังคงอาเจียนอยู่

 

“กูเหม็นมึง แหวะ!!!” ญี่ปุ่นบอกเจแปนไป เจแปนจึงดมตัวเองโดยทันที เขาได้แต่คิดว่าเขาเหม็นตรงไหน ออกจะหอมด้วยซ้ำ

 

“ไหนวะ ไม่เห็นเหม็นเลย” เจแปนพยายามบอกและพยายามเดินเข้าใกล้ญี่ปุ่น

 

“กูก็ไม่รู้ แต่กูเหม็น แหวะ!!” ญี่ปุ่นก็ตั้งหน้าตั้งตาอาเจียนต่อไป เจแปนก็ได้แต่ยืนดูอยากเข้าไปช่วยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวว่าญี่ปุ่นจะอาเจียนมากกว่าเดิม

 

ญี่ปุ่นอาเจียนหนักจนเริ่มอ่อนแรง เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มดีขึ้นจึงเดินไปล้างหน้าบ้วนปากอีกครั้ง โดยที่มีเจแปนยืนดูทุกอิริยาบถของญี่ป่น เมื่อก้าวเดินออกจาห้องน้ำญี่ปุ่นเป็นลมล้มพับลงไปทันที

 

“เฮ้ย ไอ้คุณเมีย” เจแปนที่ตกใจทะเล่อทะล่าเข้าไปประคองญี่ปุ่นทันที แล้วอุ้มญี่ปุ่นขึ้นด้วยท่าเจ้าสาวลงมาข้างล่างเพื่อจะพาญี่ปุ่นไปโรงพยาบาล

“เฮ้ย พวกมึง เอารถออก” เจแปนสั่งลูกน้องทันทีเมื่อเจอลูกน้อง ไอ้พวกลูกน้องที่เห็นว่าเจ้านายอุ้มนายหญิงของพวกเขาลงมาแบบนั้น จึงรีบทำตามคำสั่งโดยทันที

 

.

.

.

.

.

 

โรงพยาบาล QQ (โรงพยาบาลในเครือของเจแปน)

 

ตอนนี้เจแปนนั่งกุมมือและลูบผมอ่อนนุ่มของญี่ปุ่นไว้อยู่ข้างเตียงผู้ป่วย นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวรู้สึกมีความสุขที่มีญี่ปุ่นอยู่ข้างๆแบบนี้ แถมยังจะมีของแถมให้เขาด้วยการมีไอ้ตัวเล็กให้เขาอีก เขาไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะมีลูกเมื่อรู้ตนเองนั้นมีเมียเป็นผู้ชาย มันจึงเป็นอะไรที่มีความสุขเอามากๆ แถมยังไม่น่าเชื่ออีกต่างหาก

 

ก่อนหน้านี้

 

ไอ้หมอ เมียกูเป็นไงบ้างวะเจแปนถามคุณหมอที่เป็นเพื่อนของรักเขา

 

เปล่าเมียมึงไม่ได้เป็นอะไรคุณหมอหน้าหล่อตอบกลับเพื่อนรักไป

 

เปล่าได้ไง เมียกูอาเจียนถึงขนาดนั้นน่ะเจแปนหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่คุณหมอ

 

มึงก็ฟังให้จบก่อนดิวะ ก่อนที่จะโวยวาย เมียมึงท้องเจแปนสตั๊นไปสิบวิ

 

ห๊ะ ไม่ตลกนะเว้ย เมียกูเป็นผู้ชายนะเจแปนบอกคุณหมอไป แต่ในใจอย่างให้เป็นแบบที่คุณหมอว่า

 

โห มึงสมัยนี้แล้วผู้ชายเขาก็ท้องได้ แต่กรณีเมียมึงน่ะ เมียมึงมีมดลูกแค่นั้นเองคุณหมอตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ทำให้เจแปนใจเต้นได้ไม่ยาก

 

กี่เดือนวะเจแปนที่ดูเหมือนว่าสติจะไม่อยู่กับตัวได้ถามคุณหมอไป

 

หนึ่งเดือน ทำให้เจแปนสตั๊นหนักเข้าไปอีก ติดตั้งแต่ครั้งแรกเลยหรอเนี่ย

แล้วมึงไปมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ทำไมกูไม่รู้คุณหมอถามด้วยสีหน้าสงสัยเป็นอย่างมาก

 

เมียกูท้องกี่เดือนก็ตั้งแต่เมื่อนั้นแหละ แต่เค้าไม่ต้องการให้ใครรู้แต่ตอนนี้ทุกคนรู้กันเกือบหมดแล้ว เจแปนตอบด้วยสีหน้าแสนภาคภูมิใจในตัวเอง

 

โอ๊ะ ติดตั้งแต่ครั้งแรกเลยหรอวะ น้ำยาดีนะเนี่ย 555’ คุณหมอพูดติดตลกกับเจแปนไปเจแปนแสดงความภูมิใจจนออกนอกหน้า

 

แน่นอน กูไปก่อนนะ ไปดูเมียก่อนเจแปนบอกกับคุณหมอไป คุณหมอก็พยักหน้ารับคำ

 

เดี๋ยวเมียมึงฟื้นแล้วค่อยไปตรวจอาการอีกทีแล้วก็แยกย้ายกันไป

 

ปัจจุบัน

 

ญี่ปุ่นรู้สึกตัวขึ้นหันไปเจอกับเจแปนที่นั่งยิ้มอยู่สงสัยว่ามันยิ้มอะไรของมันและเขานั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

 

“นี่ ไอ้มาเฟียยิ้มอะไรของมึง แล้วกูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ญี่ปุ่นถามเจแปนที่ยังยิ้มไม่ยอมหุบ ยิ้มจนปากจะฉีกอยู่แล้ว

 

“กูเป็นคนพามาเองแหละ” เจแปนตอบกลับญี่ปุ่นไปสั้นๆ ยังนั่งยิ้มต่อไปอยู่ดี

 

“แล้วนี่มึงยิ้มอะไรนักหนาเนี่ย หรือดีใจที่กูป่วยเนี่ย” ญี่ปุ่นทำหน้าบูดบึ้งใส่เจแปนและพลิกตัวหันหนีเจแปน

 

“เปล่านะ แต่กูมีความสุขเรื่องอื่น” เจแปนตอบกลับไปทันทีกลัวญี่ปุ่นงอน เช่นนั้นจึงทำให้ญี่ปุ่นหันกลับมาได้ เห็นดังนั้นเจแปนพุ่งเข้าไปจุ๊บปากญี่ปุ่นทันที

 

“อะ ไอ้

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

ญี่ปุ่นไม่ทันได้ต่อว่าอะไรเจแปนกลับได้ยินเสียงเคาะประตูเสียก่อน

 

“ฟื้นแล้วหรอครับว่าที่คุณแม่”  คุณหมอเปิดประตูเข้ามา แล้วถามญี่ปุ่นทำให้ญี่ปุ่นแปลกใจ

 

“ห๊ะ อะไรนะครับหมอ ว่าที่คุณแม่หรอครับ” ญี่ปุ่นถามคุณหมอไปด้วยความสงสัยปนสับสน

 

“นี่มึงยังไม่บอกเมียมึงอีกหรอ” คุณหมอหันไปพูดกับเจแปนที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

“ยัง” เจแปนตอบคุณหมอไปเสียงราบ ระงับความดีใจเอาไม่ให้ญี่ปุ่นเห็น(ไม่ทันละ)

 

“คุณตั้งครรภ์ได้ 4 สัปดาห์แล้วครับ” คุณหมอบอกกับญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นชะงักไปครู่หนึ่งแล้วน้ำตาไหลออกมาอาบทั้งสองแก้มด้วยความตื้นตัน

 

“เฮ้ย ไอ้คุณเมียมึงเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม มึงไม่ดีใจหรอที่จะมี ไอ้ตัวเล็กให้กู” เจแปนที่เห็นญี่ปุ่นร้องไห้เกิดอาการรุกรี้รุกรนรีบเข้าไปปลอบญี่ปุ่นเป็นการใหญ่

 

“ไอ้มาเฟีย มึงได้ยินมั๊ยกูจะมีลูกอ่ะ มึงได้ยินมั๊ย” ญี่ปุ่นบอกเจแปนด้วยน้ำตาที่อาบทั้งสองแก้ม และยิ้มด้วยความดีใจและท่าทางจะสติหลุดด้วย 555

 

“ลูกมึงคนเดียวที่ไหน ลูกกูด้วย” เจแปนพูดอย่างนั้นทำให้ญี่ปุ่นโผเข้ากอดเจแปนด้วยความดีใจที่เจแปนยอมรับลูกของเขา

 

“เอาล่ะ งั้นผมขอตรวจร่างกายคุณแม่ก่อนนะครับเพราะร่างกายเป็นผู้ชายแต่มีมดลูกต้องดูแลกันเยอะหน่อย” คุณหมอพูดบอกกับญี่ปุ่นไป ญี่ปุ่นจึงเช็ดน้ำตาและให้คุณหมอตรวจร่างกาย

 

“คุณแม่ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง อย่าปล่อยให้ตัวเองอารมณ์เสียเพราะมันจะส่งผลถึงลูกในท้องได้ อาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้นช่วงหนึ่งถึงสี่เดือนนะครับ” คุณหมออธิบายให้ญี่ปุ่นฟังและทั้งญี่ปุ่นและเจแปนก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังเป็นอย่างดี

“และที่สำคัญอย่าให้คุณแม่ได้รับกระทบกระเทือนใดๆและต้องมาหาหมอทุกเดือน” คุณหมอบอกทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจังกับประโยคหลังทำให้ญี่ปุ่นเริ่มหวั่นใจ

“อ้อ แล้วอีกอย่างช่วงนี้คุณแม่จะอารมณ์แปรปรวนบ่อยๆ คุณพ่ออย่ากวนให้เยอะครับ” คุณหมอพูดด้วยสีหน้าทะเล้นใส่เจแปน

 

“แล้วอาการแพ้ท้องของผมนี่เป็นแบบไหนหรอครับ” ญี่ปุ่นถามคุณหมอไปด้วยความสงสัยและอยากรู้

 

“มันไม่แน่นอนทุกคนหรอกครับ แต่ก่อนหน้าที่คุณแม่จะมาโรงพยาบาลคุณแม่รู้สึกยังไง” คุณหมอถามญี่ปุ่นกลับไป ญี่ปุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

“ตื่นเช้ามารู้สึกผะอืดผะอม และ เหม็นมันมากด้วย แต่ตอนนี้ไม่ได้เหม็น” เมื่อคิดได้ญี่ปุ่นก็บอกกลับหมอไป พร้อมชี้หน้าเจแปนตอนบอกว่าตนนั้นเหม็น

 

“อาการแพ้ท้องของคุณแม่คืออาการแพ้กลิ่นสามีและอาการแพ้ก็จะมีแค่ช่วงเช้า ช่วงอื่นจะไม่ค่อยมี  ไอ้เจมึงต้องรับศึกหนักได้เลย 555” ประโยคแรกคุณหมอบอกกับญี่ปุ่นแต่ประโยคหลังหันไปพูดเยาะเย้ยเจแปน

 

“ห๊ะ ต้องเป็นแบบนี้อีกสี่เดือน โอ้ยตายๆๆๆ แล้วนี่เมียกูจะออกจากโรงบาลได้เมื่อไหร่เนี่ย” ตอนแรกเจแปนก็บ่นกับตัวเองพร้อมทำหน้าสติหลุดที่จะไม่ได้กอดเมียในตอนเช้า ประโยคหลังนี่หันไปทำหน้าหมางงใส่คุณหมอ

 

“พรุ่งนี้ก็กลับได้แล้ว แต่ทุกเดือนต้องพามาหากู แล้วพรุ่งนี้ค่อยจัดยาแก้แพ้ให้กลับไปกินที่บ้าน” คุณหมอหันไปตอบเจแปนและเตรียมตัวที่จะออกไป

 

“กูไปก่อนนะ ไปก่อนนะครับว่าที่คุณแม่” แต่ก็ไม่วายหันกลับมากล่าวลาทั้งสองและเดินออกไป

 

“นี่ ไอ้คุณเมีย เหนื่อยมั๊ย แต่อย่าเพิ่งหลับ เดี๋ยวป๊ากับม๊ากูจะมาเยี่ยมมึงนะ” เจแปนบอกญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นอึ้งตาโตเหมือนไข่ห่านและเกิดอาการประหม่าที่จะเจอพ่อกับแม่ของเจแปน

 

“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ห๊ะ ไอ้บ้า ไอ้เหี้ย แล้วป๊ากับม๊ามึงจะรับกูได้หรอ” ญี่ปุ่นหันไปต่อว่าเจแปนที่ไม่ยอมบอกเขาและทำหน้าบึ้งใส่และเปลี่ยนกลับมาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อนึกถึงเรื่องพ่อแม่ของเจแปน แบบนี้แหละคนท้องหลายอารมณ์

 

“รับได้ไม่ได้เดี๋ยวก็รู้ แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยนะครับเดี๋ยวลูกจะไม่หล่อนะ” เจแปนบอกญี่ปุ่นแต่ญี่ปุ่นกลับหงุดหงิดกว่าเดิม

 

“ไม่ ลูกกูต้องเป็นผู้หญิง” ญี่ปุ่นเถียงกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

 

“ลูกมึงคนเดียวที่ไหนลูกกูด้วย และก็ต้องเป็นผู้ชาย กูเป็นคนทำกูรู้ดี” เจแปนก็ตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน แต่ประโยคหลังทำให้ญี่ปุ่นหน้าขึ้นสีระเรื่อ

 

“มะ ไม่ใช่โว้ย” ญี่ปุ่นตอบกลับไปด้วยความเขินอาย

 

ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ

 

“คุยอะไรกันจ๊ะลูกเสียงดังไปถึงข้างนอกแหน่ะ” มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาในห้อง ญี่ปุ่นรู้โดยทันทีว่าเป็นแม่ของเจแปน ก็หน้าตาเหมือนกันขนาดนั้น ญี่ปุ่นจึงเกิดอาการกลัวขึ้นมาทันที

 

“ว้ายคุณ ลูกสะใภ้ชั๊ลสวยจังเลย” และแม่ของเจแปนหันไปพูดด้วยสีหน้ากระดี๊กระด๊ากับคนที่เดินตามหลังเข้ามาน่าจะเป็นพ่อของเจแปน

 

“ก็ใช่สิ ดูหน้าลูกผมซะก่อน” คนเป็นพ่อพูดอวยลูกชายตนเอง

 

“แหม๋ สองคนพ่อลูก แล้วหนูชื่ออะไรจ๊ะ” แม่ของเจแปนหันไปพูดกับสองพ่อลูก แล้วหันกลับมาถามญี่ปุ่น

 

“อะ เอ่อ ผมชื่อญี่ปุ่นครับ” ญี่ปุ่นตอบกลับแม่ของเจแปนไปอย่างตะกุกตะกัก

 

“ไม่ต้องกลัวม๊าขนาดก็ได้ลูก ม๊ารู้ว่าหนูเป็นผู้ชาย ม๊ารับได้ลูก” ทำให้ญี่ปุ่นใจชื้นขึ้นมาทันที

 

“ครับ ^^” ญี่ปุ่นตอบกลับและยิ้มให้ท่านอย่างดีใจ

 

“แล้วนี่ทำยังไงถึงได้เข้าโรงบาลได้ล่ะลูก” แม่ของเจแปนหันไปถามเจแปนที่นั่งคุยกับพ่อของเขาอยู่

 

“ม๊าก็กำลังจะมีหลานนะสิ ^^” เจแปนตอบแม่ของเขาอย่างดีใจ และภูมิใจในตัวเองเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

 

“จริงหรอลูก คุณ!ชั๊ลจะมีหลานแล้ว อย่างนี้คงต้องหาของรับขวัญหลานชั๊ลซะแล้ว ไปคุณกลับไปหาของรับขวัญหลานกัน เอ จะเอาอะไนให้ดีนะ คิดหนักจัง” แล้วแม่ของเจแปนก็เตรียมตัวทันทีแถมยังบ่นกับตัวเองอีกต่างหาก

 

“เอ่อ เดี๋ยวครับคุณน้า ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ” ญี่ปุ่นทักท้วงขึ้นทำให้แม่ของเจแปนหันกลับมา

 

“ไม่รีบไม่ได้ลูกเดี๋ยวไม่ทัน แล้วก็ไม่ต้องเรียกน้าเรียกม๊าสิ มันดูห่างเหินเกินไป” แม่ของเจแปนตอบกลับญี่ปุ่นอย่างเอ็นดู

 

“ครับม๊า” ญี่ปุ่นก็ตอบกกลับไปอย่างอุ่นใจเช่นกันที่พ่อกับแม่ของเจแปนยอมรับในตัวเขา

 

“ม๊าไปก่อนนะ แล้วม๊าจะไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยนะจ๊ะ” แม่ของเจแปนก็เดินออกไปพร้อมกับพ่อของเจแปน พร้อมหันกลับมาส่งยิ้มให้กับทั้งสอง

 

“ป๊ากับม๊ามึงนี่ใจดีเนอะ” ญี่ปุ่นพูดกับเจแปนโดยที่ตาทั้งสองยังคงมองไปที่ประตู

 

“แน่นอน กูก็ใจดีนะ” แล้วเจแปนฉวยโอกาสฉกจูบญี่ปุ่น โดยที่ญี่ปุ่นก็จูบกลับด้วยความเต็มใจ ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มโดยไม่รู้ว่ามีคนยืนดูอยู่และยินดีไปกับทั้งสองนั่นก็คือพ่อกับแม่ของเจแปน

 

 

 

_______________________

 

 

 

เค้าพยายามให้ยาวแล้วนะแต่ได้แค่นี้จริงๆ

ขอโทษน๊าาาา ตัวเอง

แต่ตอนนี้เค้าอยากได้ ไลค์ คอมเม้นท์ โหวต และติดตามเค้าเยอะจัง T-T

ความคิดเห็น